|
 |
|
หั ว ข้ อ เ รื่ อ ง ที่ ๒๓ : พรหมวิหาร |
|
โ ด ย : พระอริยคุณาธาร สำนักปฏิบัติธรรมเขาสวนกวาง |
"พรหมวิหาร" ท่านพระอริยคุณาธาร
( ปุสฺโส เส็ง ) ท่านได้ให้คำอธิบายไว้ดังนี้
"พรหมวิหาร" คือ อยู่อย่างพรหม
บุคคลจำพวกหนึ่ง ซึ่งทำความดี แล้วได้อุบัติในพรหมโลก
เรียกว่า พรหม พรหมนั้นมีใจสะอาด นิ่มนวล อ่อนโยน ควบคุมใจไว้ในอำนาจได้ดี
มีคุณธรรม
ประจำใจ ๔ ประการ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา
และ อุเบกขา ธรรม ๔ ประการนี้ จึงได้นามว่า
พรหมวิหาร การอบรมใจ โดยยึดเอาลักษณะของพรหมเป็นตัวอย่างและปลูกธรรม
๔ ประการ
นั้น ขึ้นในใจของตน ทำตนให้เหมือนพรหม เรียกว่าเจริญพรหมวิหาร
พึงเจริญไปตามลำดับ
ข้อธรรม ๔ ประการคือ
๑. เมตตา ความรักที่บริสุทธิ์
มีลักษณะมุ่งดี หวังดี ตรงกันข้ามกับความขึ้งเคียดเกลียดชัง
และเป็นความรักที่ปราศจากกามราคะ
( คือความกำหนัด ) เป็นชนิดความรักระหว่าง
มารดาบิดา กับ บุตรธิดา
๒. กรุณา ความเอ็นดู มีลักษณะทนดูดายไม่ได้
พอใจช่วยเหลือเกื้อกูลให้เขาได้รับสุข โดย
ไม่เห็นแก่เหนื่อยยากและสิ่งตอบแทน
ตรงกันข้ามกับความพยาบาทมาดร้าย
๓. มุทิตา ความชื่นใจ มีลักษณะร่าเริงชื่นบาน
พลอยมีส่วนในความสุข ความเจริญของผู้อื่น
ตรงกันข้ามกับความริษยา ซึ่งไม่อยากใใครได้ดีมีสุขกว่าตน
หรือเท่าเทียมตน
๔. อุเบกขา ความเที่ยงธรรม มีลักษณะเป็นผู้ใหญ่
ใจหนักแน่น รู้จักสิ่งเป็นไปได้ - เป็นไป
ไม่ได้ ดีแล้ว มองเห็นความเป็นไปตามกรรมของสัตว์แจ้งชัดในใจ
ควรช่วยก็ช่วย
ไม่ควรช่วยก็ไม่ช่วย เป็นผู้รู้จักประมาณทำให้คุณธรรม
๓ ข้อข้างต้นสมดุลย์กันด้วย
ใจจะสงบเย็นด้วยคุณธรรมข้อนี้อย่างมากทีเดียว
จึงสามารถข่มกามราคะได้อย่างดี
วิธีปฏิบัติ ปลูกคุณธรรม ๔ ประการนี้ขึ้นในใจทีละข้อก่อน
ทำใจให้มีลักษณะตามคุณธรรม ๔
ประการนี้ ทีละข้อ แล้วแผ่น้ำใจเช่นนั้นไปยังผู้อื่น ตั้งต้นแต่คนที่เรารักอยู่แล้ว(
เว้นคนต่างเพศ
กัน ) ไปคนที่เป็นกลาง - คนที่ตนเกลียดชัง - คนทั่วไป -
สัตว์ทั่วไป ตลอดสากลโลกทุกทิศทุก
ทาง เมื่อปฏิบัติได้ถึงขั้นนี้ ชื่อว่า สำเร็จ อัปปมัญญาเจโตวิมุตติ
ใจจะมีอิทธิพลเกินคาดหมาย
คือ เมตตาพละ กำจัดศัตรูภาพได้ดี
กรุณาพละ กำจัดทารุณภาพได้ดี
มุทิตาพละ กำจัดความทุกข์โศกของผู้อื่นได้ดี
อุเบกขาพละ กำจัดกามราคะในเพศตรงกันข้ามได้ดี
สตรีกับบุรุษผู้มีอุเบกขาพละ จะเป็นมิตรสนิทสนมกันได้
โดยไม่ละเมิดอธิปไตยของกันและกัน
|
|
|