|
ท่านพระเมตตคู
เป็นบุตรของพราหมณ์ ในนครสาวัตถี เมื่อเจริญวัยแล้วได้ไปมอบตัวเป็นศิษย์พราหมณ์พาวรี
ผู้เป็นปุโรหิตของพระเจ้าปเสนทิโกศล เพื่อศึกษาศิลปวิทยา
ครั้นต่อมาพราหมณ์พาวรีออกบวชเป็นชฏิล ประพฤติพรตตามลัทธิของพราหมณ์
ตั้งอาศรมอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำโคธาวารี ที่พรมแดนเมืองอัสสกะ
และเมืองอาฬกะต่อกัน เมตตคูมาณพออกบวชติดตามไปศึกษาศิลปวิทยาอยู่ด้วย
และนับเข้าในมาณพ ๑๖ คน ที่พราหมณ์ พาวรีได้ผูกปัญหาให้ไปทูลถามพระบรมศาสดาที่ปาสาณเจดีย์แคว้นมคธ
เมตตคูมาณพได้ทูลถามปัญหาเป็นคนที่
๔ ว่า
ข้าพระพุทธเจ้าขอทูลถาม ทราบมาว่า พระองค์ถึงที่สุดจบไตรเพท
มีจิตอันอบรมดีแล้ว ทุกข์ในโลกหลายประการล้วนมีเหตุมาจากอะไร
?
พระบรมศาสดาทรงพยากรณ์ว่า
เธอถามเราถึงเหตุเกิดแห่งทุกข์ เราตถาคตจะบอกให้แก่เธอตามที่รู้เห็น
ทุกในโลกนี้มีอุปธิ คือ กรรม และกิเลสเป็นเหตุ ทุกข์ทั้งมวลล้วนเกิดมาจากอุปธิ
ผู้ใดเป็นคนเขลาไม่รู้แล้วกระทำอุปธินั้นให้เกิดขึ้น ผู้นั้นย่อมประสบทุกข์
บ่อย ๆ เหตุนั้นเมื่อรู้จักเหตุว่า อุปธิเป็นตัวให้เกิดเหตุแล้ว
อย่ากระทำให้อุปธินั้นเกิดขึ้น
เช้าวันรุ่งขึ้น เมตตคูมาณพ
: ข้าพระพุทธเจ้าขอทูลถามปัญหาข้อต่อไปว่า ทำอย่างไร ผู้มีปัญญาจึงจะข้ามพ้นห้วงทะเลใหญ่
คือ ชาติ ชรา และโสกปริเทวะได้ ขอพระองค์ทรงแก้ปัญหาข้อนี้แก่ข้าพระพุทธเจ้า
เพราะพระองค์ทราบธรรมนั้นแล้ว ?
พระบรมศาสดา : เราตถาคตจักแสดงธรรมที่จะพึงเห็นแจ้งด้วยตนเอง
อัตภาพ คือ ร่างกายนี้ ไม่ต้องไปพิศวงตามคำของคนอื่นที่พูดอย่างนั้น
อย่างนี้ เมื่อได้ทราบแล้วจะเป็นผู้มีสติ ดำเนินข้ามความอยากอันทำให้ติดอยู่ในโลกได้
เมตตคูมาณพ : ข้าพระองค์ยินดีธรรมที่สูงสุดนั้นเป็นอย่างยิ่ง
?
พระบรมศาสดา : เธอรู้อย่างใดอย่างหนึ่งในส่วนเบื้องบน
(คือ อนาคต) ในส่วนเบื้องต่ำ (คือ อดีต) ในส่วนท่ามกลาง
(คือ ปัจจุบัน) จงบรรเทาความเพลิดเพลินความยึดมั่นในส่วนเหล่านั้นเสีย
วิญญาณของเธอจะไม่ตั้งอยู่ในภพ ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้
มีสติไม่ประมาทเมื่อได้ทราบแล้ว ละความถือมั่นว่า "เป็นของเรา"
เสียได้ เธอจะละทุกข์ คือ ชาติ ชรา และโสกปริเทวะในโลกนี้ได้
เมตตคูมาณพ : ข้าพระพุทธเจ้า
ชอบพระวาจาของพระองค์เป็นอย่างยิ่ง ธรรมอันไม่มีอุปธิพระองค์แสดงชอบแล้ว
พระองค์คงจะละทุกข์ได้แน่แล้ว แม้ท่านผู้รู้ที่พระองค์ทรงสั่งสอนอยู่เป็นประจำ
คงจะละทุกข์นั้นได้ด้วยเป็นแน่ เหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงได้มาถวายบังคมพระองค์
ด้วยความตั้งใจจะให้ทรงสั่งสอนข้าพระพุทธเจ้าเป็นประจำเหมือนอย่างนั้นบ้าง
?
พระบรมศาสดา : เธอรู้ว่าผู้ใดเป็นพราหมณ์
ถึงที่สุดจบไตรเพท ไม่มีกิเลสเครื่องกังวล ไม่ติดข้องอยู่ในกามภพ
ผู้นั้นแลข้ามพ้นเหตุแห่งทุกข์ดุจห้วงทะเลใหญ่นี้ได้แน่แล้ว
ครั้นข้ามถึงฝั่งแล้ว ถึงที่สุดจบไตรเพทในศาสนานี้ ละธรรมที่เป็นเหตุติดข้องอยู่ในภพน้อยภพใหญ่เสียได้แล้ว
เป็นคนมีความอยากสิ้นแล้ว ไม่มีกิเลสอันจะมากระทบจิต หาความทะเยอทะยานอยากมิได้
เราตถาคต กล่าวว่า ผู้นั้นแล ข้ามพ้นชาติชราได้แล้ว
ในที่สุดแห่งการแก้ปัญหา
เมตตคูมาณพก็ได้สำเร็จพระอรหัตตผล (ก่อนอุปสมบท) เมื่อจบโสฬสปัญหาพยากรณ์แล้วเมตตคูมาณพพร้อมด้วยเพื่อนมาณพอีก
๑๕ คนทูลขออุปสมบทกับพระบรมศาสดา พระพุทธองค์ก็ทรงอนุญาตให้มาณเหล่านั้นเป็นภิกษุในพระธรรมวินัยด้วยวิธี
เอหิภิกขุอุปสัมปทา ท่านดำรง ชนมายุสังขารอยู่โดยสมควรแก่กาลแล้วก็ดับขันธปรินิพพาน
|