ค้นหาในเว็บไซต์ :

คนส่วนใหญ่คิดแต่เรื่อง happy birthday เราปรารถนาจะให้วันเกิดของเราเป็นวันที่มีความสุข คนส่วนใหญ่แทบไม่เคยคิดเลยว่าจะทำอย่างไรให้วันตายของเราเป็นวันสุขได้


เราจะคิดแต่เรื่องการอยู่ดีอย่างเดียวไม่ได้ ที่เราเรียนหนังสือ ที่เราหางานทำ แสวงหาครอบครัวที่อบอุ่น หรือพยายามที่จะมีคนรักที่เป็นคนดี ก็เพราะเราต้องการให้ชีวิตอยู่ดี อยู่ดีสำหรับบางคนหมายถึงการอยู่ดีกินดี แต่มันไม่ได้แปลว่า เราจะตายดีเสมอไป

คนที่คิดแต่เรื่องการอยู่ดีไม่ได้นึกถึงเรื่องตายดีถือว่าประมาท เพราะไม่รู้ว่าชีวิตจะอยู่ยืนยาวแค่ไหน เราทุกคนก็ต้องตาย ในเมื่อเราทุกคนจะต้องตายเราก็ต้องนึกเอาไว้บ้างว่า เราจะเผชิญกับความตายอย่างไร ทำอย่างไรจะให้การตายของเราเป็นการตายที่ดีด้วย อย่าคิดแต่เรื่องการอยู่ การตายดีดูเหมือนเป็นความขัดแย้งในตัวมันเอง เพราะคนส่วนใหญ่มองว่า ตายคือไม่ดีใช่ไหม แล้วตายดีจะเป็นไปได้อย่างไร

แต่ที่จริงการตายดีเป็นไปได้ เราจะพูดด้วยซ้ำว่าการตายอย่างมีความสุข เป็นไปได้..

คนส่วนใหญ่คิดแต่เรื่อง happy birthday เราปรารถนาจะให้วันเกิดของเราเป็นวันที่มีความสุข คนส่วนใหญ่แทบไม่เคยคิดเลยว่าจะทำอย่างไรให้วันตายของเราเป็นวันสุขได้ ไม่ใช่วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ แต่ความหมาย สุขคือไม่ทุกข์ อย่าคิดแต่เพียงว่า วันเกิดทั้งทีขอให้มีความสุข จัดปาร์ตี้ happy birthday คิดถึงวันตายไว้บ้างว่า จะทำอย่างไรให้วันตายของเราเป็นวันที่มีความสุข อย่าคิดแต่เรื่องอยู่ดี ต้องคิดถึงเรื่องตายดีด้วย

บางคนอาจจะบอกว่าพระพุทธเจ้าตรัสไว้ไม่ใช่หรือว่า ความตายนั้นเป็นทุกข์ ความตายเป็นทุกข์ก็จริง แต่สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสหมายถึง การเป็นทุกข์ตามธรรมชาติธรรมดาของสังขาร โดยเฉพาะความทุกข์ทางกาย ความป่วยก็เป็นทุกข์ แต่คนที่ป่วย ใจเป็นสุขก็มี คนที่เป็นมะเร็งแต่ว่าใจเป็นสุข ยิ้มแย้มได้ก็มี คนที่ตายและยิ้มรับความตายก็มี ความตายมันเป็นความทุกข์ทางกาย แต่ว่าเราสามารถจะมีความสุขขณะที่ตายได้

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า บุญย่อมทำให้เกิดสุขในเวลาสิ้นชีวิต อันนี้เป็นพุทธภาษิต พุทธภาษิตสั้น ๆนี้มีความหมายสองอย่าง หนึ่ง เมื่อจะสิ้นชีวิต เราสามารถจะมีความสุขได้ เราสามารถจะมีความสุขก่อนตายหรือขณะตายได้ ถ้าเราเป็นชาวพุทธเราต้องเชื่อว่า เราสามารถจะมีสุขขณะที่ตายได้ ไม่เช่นนั้น พระพุทธเจ้าไม่ตรัสว่า บุญย่อมทำให้เกิดสุขในเวลาสิ้นชีวิต

เวลาสิ้นชีวิตคืออะไร ก็คือเวลาตาย และที่เราสามารถจะมีสุขในเวลาตายได้ก็เพราะว่า เราได้ทำบุญ หรือว่าเราได้คิดถึงบุญที่ได้ทำ เมื่อจะตายเราคิดถึงความดีที่เราได้ทำ บุญที่เราได้บำเพ็ญ แม้ร่างกายจะมีทุกขเวทนาบีบคั้น มีความเจ็บความปวด แต่ใจเป็นสุข มีปิติ อิ่มเอิบได้ ถ้าเราเป็นชาวพุทธ เราต้องเชื่อว่ามันเป็นอย่างนั้นได้

พระไพศาล วิสาโล
ที่มา Happy Deathday

16







   

 ธรรมะไทย