ค้นหาในเว็บไซต์ :

ความไม่ยึดมั่นถือมั่น


วิสาขบูชาเทศนา

พุทธศาสนาพูดเรื่องการทำลายความเห็นแก่ "ตัว"
คือทำลายโลภะ โทสะ โมหะ
หรือถ้าจะพูดสั้น ๆ ก็
#ทำลายความยึดมั่นถือมั่นว่าตัวกูว่าของกู

พระพุทธวจนะทั้งหมดทั้งสิ้นรวม
สรุปใจความแล้วก็คือ
สอนเรื่องความไม่ยึดมั่นถือมั่นว่า

"สัพเพ ธรรมา นาลัง อภินิเวสายะ"

สิ่งทั้งหลายทั้งปวงอันใคร ๆ ไม่ควรยึดมั่นถือมั่นว่าตัวกูของกูนี้เป็นหัวใจของพุทธศาสนา เพราะว่าเมื่อยึดมั่นถือมั่นว่าตัวกูว่าของกูเข้าแล้วมันก็เป็นทุกข์ทันทีเพราะมีความเห็นแก่ตัวจัด มีความหิวกระหายเหมือนกับเปรตคือมีความอยากใหญ่ อยากเกินที่ควรอยากเสมอไป มันจึงเป็นความทุกข์เพราะความอยากนั้น

ไม่ต้องมีอะไรมากมายมีแต่ความอยากใหญ่นี้อย่างเดียวแล้วมันก็เป็นความทุกข์แล้ว ทีนี้เมื่อกระทำไปตามอำนาจกิเลสชนิดนั้นอีกก็มีความทุกข์เพิ่มเข้ามาอีกอย่างมากมายมหาศาล

ด้วยเหตุเช่นนี้แหละท่านจึงได้ตรัสไว้ว่าความยึดมั่นถือมั่นเป็นเหตุให้เกิดความทุกข์ ความไม่ยึดมั่นถือมั่นเป็นเหตุให้ดับทุกข์ ถ้าเราต้องการจะดับทุกข์เราก็ต้องดับความยึดมั่นถือมั่น

#เดี๋ยวนี้เราโง่มากถึงขนาดที่ไม่รู้จักความยึดมั่นถือมั่น ท่านทั้งหลายทุกคนลองสำรวจตนดูให้ดี ๆ ว่าท่านรู้จักสิ่งที่เรียกว่าความยึดมั่นถือมั่นแล้วหรือยัง ดูเหมือนจะเป็นเพียงราง ๆ เลือน ๆ เป็นเงา ๆ อยู่ในความฝันเสียมากกว่าว่าความยึดมั่นถือมั่นนั้นคืออะไร

ข้อนี้เพราะเหตุว่าถ้าท่านทั้งหลายรู้จักความยึดมั่นถือมั่นอย่างถูกต้องจริง ๆ แล้ว ท่านจะกลัวมันยิ่งกว่ากลัวเสือ ยิ่งกว่ากลัวผี ยิ่งกว่ากลัวตาย ยิ่งกว่ากลัวอะไร ๆ ทั้งหมด #สิ่งที่เรียกว่าความยึดมั่นถือมั่นนี่แหละน่ากลัวกว่าสิ่งใดๆ ทั้งหมดที่ท่านเคยกลัวอยู่ แต่ท่านไม่รู้จักมันท่านก็ไม่กลัว

แล้วยังเข้าใจผิดต่อมัน #เพราะความโง่หรือโมหะของท่าน #ท่านก็เกิดรักความยึดมั่นถือมั่น ยินดีพอใจในความยึดมั่นถือมั่น เพราะว่ามันหลอกให้ท่านสบายใจ ให้เกิดความรู้สึกครึ้มใจเป็นสุขสนุกสนาน ไปตามความโง่ความหลงที่ยึดมั่นถือมั่นมากขึ้นเท่าไรก็ยิ่งมีความหลงมากเท่านั้น ยิ่งมีความหลงมากเท่าไรก็ยิ่งรู้สึกครึ้มใจหรือสบายใจไปตามแบบเห็นกงจักรเป็นดอกบัวมากขึ้นเท่านั้น

ดังนั้นในวันอันศักดิ์สิทธิ์เช่นวันนี้คือวันวิสาขบูชานี้ #ขอให้สำรวจความยึดมั่นถือมั่นกันให้ดีๆ โดยถือว่ามันเป็นสิ่งที่สกปรกเศร้าหมองมากเกินไปไม่ควรจะมีอยู่ในจิตใจของเราผู้จะกระทำวิสาขบูชาอุทิศพระบรมศาสดาผู้มีความสะอาด สว่าง สงบถึงที่สุด

เราจะทำการบูชาแก่บุคคลผู้มีความสะอาด สว่าง สงบถึงที่สุดด้วยเนื้อตัวของเราที่สกปรกเปรอะเปื้อนไปด้วยความสกปรกเร่าร้อนและมืดมัวแห่งความเห็นแก่ตัวหรือความยึดมั่นถือมั่นนี้ได้อย่างไรกันเล่า

ขอให้ลองพิจารณาดูให้ดี ๆ เปรียบง่าย ๆ เหมือนอย่างว่าเรามีตัวสกปรกเหม็นเน่าแล้วจะเข้าไปหาบุคคลผู้มีความสะอาดนั้นมันคงจะเป็นไปไม่ได้ มันคงจะวิ่งหนีซึ่งกันและกันเสียมากกว่าไม่อยากจะพบจะปะกัน เย็นนี้เราจะเข้าถึงพระพุทธเจ้าด้วยจิตใจเราก็ต้องมีจิตใจเหมือนพระพุทธเจ้า ถ้าเรามีจิตใจเป็นคนละอย่างต่างหากจากจิตใจของพระพุทธเจ้าแล้วมันไม่มีทางที่ทำได้ จะมาทำวิสาขบูชามันก็เป็นเพียงพิธีรีตองอย่างที่ลูกเด็ก ๆ เขากระทำกันมันก็น่าเวทนาน่าสงสารสำหรับคนแก่ ๆ ที่อายุมากแล้ว

จึงขอชักชวนว่าเราทั้งหลายจงพยายามทำในใจให้ถูกต้องในโอกาสเช่นนี้เสียแต่บัดนี้ ค่อยคิดค่อยนึกไปทีละเรื่องละราวให้มีความเข้าใจโดยนัยยะดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น คอย ๆ ซักฟอกจิตใจให้สะอาด สว่างสงบให้มากที่สุดเท่าที่เราจะกระทำได้ โดยการให้ลืมทุกสิ่งทุกอย่างเสีย มีชีวิตที่บริสุทธิ์มีชีวิตที่เป็นชีวิตล้วน ๆ ปราศจากความเห็นแก่ตัว

พุทธทาสภิกขุ

6







   

 ธรรมะไทย