ค้นหาในเว็บไซต์ :

เมื่อทุกข์เกิดขึ้นจริงๆ เราก็มักจะเบือนหน้าหนี ถ้าเลือกได้ เราก็อยากเจอทุกข์แบบอื่น


ช่วงเข้าพรรษา ปีพ.ศ.​ ๒๕๒๑ อาตมาไปเป็นปะขาวกับหลวงพ่อสุเมโธและคณะสงฆ์กลุ่มเล็กๆ ในชนบทใกล้ๆ เมืองออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ เพียงไม่กี่วันก่อนจะเดินทางมาบวชพระที่เมืองไทย มีชายคนหนึ่งชื่อบีมาอยู่แทนอาตมา เขาเคยฝึกปฏิบัติทางนิกายเซนในประเทศญี่ปุ่นมาก่อน พอกลับมาอยู่ที่อังกฤษ เขาหันมาสนใจคำสอนสายเถรวาท โดยบอกว่าประทับใจที่สายเถรวาทให้ความสำคัญกับการพิจารณาทุกข์และศึกษาว่าตัณหาสร้างทุกข์โดยไม่จำเป็นอย่างไร

บีปรับตัวเข้ากับคณะสงฆ์ได้ดี แต่ก็ต้องเจออุปสรรคใหญ่ที่คาดไม่ถึง เวลานั่งสมาธิ พวกเราทุกคนนั่งขัดสมาธิบนพื้นแบบไทยๆ ส่วนบีเคยแต่นั่งสมาธิบนเบาะรองนั่งแบบเซน การปรับท่านั่งเป็นเรื่องยากเย็นและทำให้รู้สึกคับข้องใจมาก อิริยาบถในการนั่งแบบเซนนั้นมีรายละอียดมากและเป็นการแสดงพุทธภาวะอย่างหนึ่งสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม พอไม่ได้นั่งแบบนั้นก็หมดที่พึ่งที่ยึดถือมายาวนาน เมื่อบีบ่นว่าทุกข์ทรมานแค่ไหน อาตมาจึงพูดเตือนสติซึ่งอาจจะแรงไปหน่อยว่านี่คือสิ่งที่ตามหาไม่ใช่หรือ เขาตอบว่า “ใช่ ผมอยากพิจารณาทุกข์ แต่ไม่ใช่ทุกข์แบบนี้”

อาตมาไม่เคยลืมคำพูดประโยคนี้เลย คำโอดครวญแบบนี้ดูจะเป็นเรื่องสากล จริงอยู่ว่าชาวพุทธยอมรับในทฤษฎีเรื่องการเผชิญหน้ากับทุกข์เพื่อให้เห็นสมุทัย แต่เมื่อทุกข์เกิดขึ้นจริงๆ เราก็มักจะเบือนหน้าหนี ถ้าเลือกได้ เราก็อยากเจอทุกข์แบบอื่น

หลวงพ่อสุเมโธมีวิธีรับมือกับความคิดกลับกลอกแบบนี้อย่างง่ายๆ ท่านสอนให้พิจารณาว่า “มันก็เป็นอย่างนี้แหละ” พูดอีกนัยหนึ่ง ท่านสอนว่าเราไม่มีสิทธิ์เลือก ขณะนี้เรากำลังอยู่ต่อหน้าทุกข์แบบนี้ อย่ามัวแต่สงสารตัวเอง ต้องรับมือกับทุกข์ด้วยวิธีการที่พระพุทธองค์ทรงมอบให้เรา

ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร
แปลถอดความ โดย ศิษย์ทีมสื่อดิจิทัลฯ

16







   

 ธรรมะไทย