สุดแล้วแต่ใครได้ทำดีมาแต่ปางก่อน : หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ




พระอาจารย์เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย


ผู้ที่ใจฝักใฝ่ในบุญกุศลมาแต่ชาติก่อน พอเกิดมาชาตินี้พอได้ฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วก็ตื่นตัวได้ เชื่อบุญเชื่อกุศล เชื่อว่าบุญกุศลนี่อำนวยผลให้เป็นสุขแก่ผู้กระทำจริงๆและเชื่อลงว่า บาปนี่ย่อมอำนวยผลให้เป็นทุกข์แก่ผู้กระทำจริงๆนี่มันย่อมเกิดความรู้ความเห็นขึ้นมาในใจอย่างนี้ ผู้มีความรู้ความเห็นขึ้นมาในใจอย่างนี้ถึงแม้มันจะได้ลุ่มหลงทำบาปมา มันก็เพียรละบาปนั้นไป จะไม่สะสมบาปให้หนาแน่นขึ้นในตน เมื่อเวลามันยังไม่รู้นี่มันก็อย่างว่านั่นแหละมันก็หลงทำไปกันทุกคนนั่นแหละ แต่ว่ามันหากมีอุปนิสัยติดมา พอว่าบุญนั้นมาถึงแล้วนี่มันทำให้ความรู้สึกตัวเกิดขึ้นมาได้ว่าบาปนี้ไม่ควรทำจริงๆอย่างนี้ นั่นแหละ มันรู้เองเห็นเองขึ้นมาได้อย่างนี้แล้วมันก็เพียรละบาปนั้นได้คนเราน่ะ แต่ถ้าไม่รู้เองไม่เห็นเองขึ้นมาแล้วนี่ยากที่มันจะละได้ แม้ผู้อื่นจะแนะนำให้ละให้เว้น ถ้าใจตัวเองไม่เห็นด้วยแล้ว มันไม่ละดอก ไม่ละคนเรานะ เออมันเป็นอย่างนั้น เพราะว่ามันไม่มีข้อบังคับอะไรที่จะมาบังคับให้ละบาป บังคับให้บำเพ็ญบุญกุศล อย่างนี้ไม่มีในโลกนี้น่ะไม่ว่าศาสนาใด เหมือนกันหมดเลย มันสุดแล้วแต่ศรัทธาของใครของเรา สุดแล้วแต่ใครได้ทำความดีมาแต่ปางก่อน มันก็มาดลใจให้เกิดฉันทะ ความพอใจในการสั่งสมบุญกุศลสืบต่อ มันเป็นอย่างนี้



ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ "ตามรอยพระศาสดา"



DT017019

จำปาพร

 เปิดอ่านหน้านี้  832 


  ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านทาง Facebook


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย