เกวลานํปิ ปาปานํ ขนฺติ มูลํ นิกนฺตติ ครหกลหาทีนํ มูลํ ขนฺติ ขนฺติโก ความอดทน ย่อมตัดรากแห่งบาปทั้งสิ้น ผู้มีขันติ ชื่อว่าย่อมขุดรากแห่งความติเตียนและการทะเลาะกันได้ เป็นต้น
○ พุทธสุภาษิต
เกวลานํปิ ปาปานํ ขนฺติ มูลํ นิกนฺตติ
ครหกลหาทีนํ มูลํ ขนฺติ ขนฺติโก
1. คำอ่านภาษาบาลี
เกวลานํปิ อ่านว่า เก-วะ-ลา-นัง-ปิ
ปาปานํ อ่านว่า ปา-ปา-นัง
ขนฺติ อ่านว่า ขัน-ติ
มูลํ อ่านว่า มู-ลัง
นิกนฺตติ อ่านว่า นิ-กัน-ตะ-ติ
ครหกลหาทีนํ อ่านว่า คะ-ระ-หะ-กะ-ละ-หา-ที-นัง
มูลํ อ่านว่า มู-ลัง
ขนฺติ อ่านว่า ขัน-ติ
ขนฺติโก อ่านว่า ขัน-ติ-โก
2. คำแปลและขยายความตามหลักธรรม
แปล:
"ความอดทน ย่อมตัดรากแห่งบาปทั้งสิ้น
ผู้มีขันติ ชื่อว่าย่อมขุดรากแห่งความติเตียนและการทะเลาะกันได้ เป็นต้น"
การอธิบายความตามภูมิธรรมนักธรรมเอก:
ในทางพระพุทธศาสนา "ขันติ" หรือ ความอดทน จัดเป็น ตโปธรรม (ธรรมเครื่องเผาลนกิเลส) และเป็นหนึ่งใน บารมี 10 ประการ ที่ช่วยปกป้องจิตใจไม่ให้ตกไปสู่อกุศลกรรม โดยมีรายละเอียดความหมายดังนี้:
ขนฺติ มูลํ นิกนฺตติ (ตัดรากแห่งบาปทั้งสิ้น):
อกุศลมูล 3 ได้แก่ โลภะ (ความอยากได้), โทสะ (ความประทุษร้าย) และ โมหะ (ความหลงงมงาย) เป็นต้นเหตุแห่งการทำบาปทั้งปวง
เมื่อมี "ขันติ" โดยเฉพาะ อดทนต่ออกุศลวิตก (ความอิจฉา ริษยา หรือความแค้นเคือง) จิตจะไม่ถูกอกุศลมูลเข้าครอบงำ เปรียบเสมือนการตัดรากแก้วของต้นไม้อกุศล ไม่ให้เติบโตออกดอกออกผลเป็นกายทุจริตหรือวจีทุจริตได้
ครหกลหาทีนํ มูลํ ขนฺติ ขนฺติโก (ขุดรากแห่งการติเตียนและการทะเลาะ):
ครหา (ความติเตียน): มักเกิดจากการขัดใจ การทำความชั่ว หรือการขาดสติควบคุมตนเอง ผู้มีขันติย่อมอดกลั้นต่อคำลบ คำระราน ทำให้ไม่ก่อเรื่องเสื่อมเสียที่นำมาซึ่งคำนินทาติเตียน
กลหะ (การทะเลาะวิวาท): ย่อมเริ่มจากความอดทนต่ำ เมื่อถูกกระทบกระทั่งด้วย อนิฏฐารมณ์ (อารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนา เช่น คำด่าทอ กิริยาก้าวร้าว) หากขาดขันติ ย่อมเกิดการโต้ตอบด้วยโทสะ นำไปสู่การวิวาทบาดหมาง
การขุดราก (มูลํ ขนฺติโก): ผู้ปฏิบัติขันติธรรมจึงเป็นผู้ถอนรากถอนโคนต้นเหตุแห่งปัญหาสังคมทั้งหมด เพราะหยุดยั้งโทสะได้ตั้งแต่ที่จิตใจ
3. สรุปเนื้อหาสำคัญ
ขันติคือเกราะป้องกันจิต: เป็นธรรมที่ระงับอกุศลกรรมได้ตั้งแต่ต้นลม (ก่อนที่จิตจะสั่งให้ทำบาปทางกายและวาจา)
ดับที่ต้นเหตุ: การตัดบาปและขุดรากความขัดแย้ง ไม่ได้ทำด้วยการใช้กำลังหรือปัญญาโต้ตอบ แต่ทำด้วยการ "หยุดและอดกลั้น"
คุณประโยชน์ของขันติ:
ประโยชน์ตน: จิตใจสงบ ไม่เศร้าหมองด้วยไฟแห่งโทสะ ปราศจากการทำบาป
ประโยชน์ผู้อื่น: ลดความขัดแย้ง สังคมสงบสุข ปราศจากการทะเลาะวิวาท (กลหะ) และการนินทากาเล (ครหา)
ข้อคิดสำหรับการนำไปใช้: "เมื่อถูกกระทบกระทั่ง จงหยุดด้วยขันติ เพราะการโต้ตอบด้วยอารมณ์คือการรดน้ำให้รากแห่งบาปและศัตรูโตขึ้น แต่การอดทนคือการขุดรากถอนโคนความทุกข์ทั้งปวง"
๛