อาปูรติ ตสฺส ยโส สุกฺกปกฺเขว จนฺทิมา ยศของคนผู้ไม่ล่วงอคติ ย่อมเต็มขึ้นเหมือนพระจันทร์ในข้างขึ้น
พุทธสุภาษิตนี้มีความหมายลึกซึ้งเกี่ยวกับ การประพฤติตนอย่างเที่ยงธรรม ไม่ลำเอียงด้วยอคติ ดังนี้
○ คำอ่านบาลี
อาปูรติ ตสฺส ยโส สุกฺกปกฺเขว จนฺทิมา
○ อ่านว่า:
อา-ปู-ระ-ติ ตัส-สะ ยะ-โส สุก-กะ-ปัก-เข-วะ จัน-ทิ-มา
○ แปลศัพท์สำคัญ
อาปูรติ = ย่อมเต็ม, ย่อมเพิ่มพูน
ตสฺส = ของบุคคลนั้น, ของเขา
ยโส = ยศ, ชื่อเสียง, เกียรติคุณ
สุกฺกปกฺเข = ในข้างขึ้น, ฝ่ายข้างขึ้น
อิว (ในที่นี้รวมเสียงเป็น -เอว) = เหมือน, ดุจ
จนฺทิมา = พระจันทร์, ดวงจันทร์
○ จึงแปลโดยใจความได้ว่า
“ยศของบุคคลนั้นย่อมเพิ่มพูนขึ้น เหมือนพระจันทร์ในข้างขึ้น”
โดยข้อความที่ว่า “คนผู้ไม่ล่วงอคติ” เป็นการอธิบายถึงบุคคลที่ประพฤติด้วยความเป็นธรรม ไม่ปล่อยให้อคติมาครอบงำการตัดสินใจ
○ อธิบายเพิ่มเติม
คำว่า “อคติ” หมายถึง ความลำเอียง ความไม่เที่ยงธรรม ซึ่งโดยหลักธรรมมักกล่าวถึง อคติ ๔ ได้แก่
ฉันทาคติ — ลำเอียงเพราะความรักหรือความชอบ
โทสาคติ — ลำเอียงเพราะความโกรธหรือความไม่ชอบ
โมหาคติ — ลำเอียงเพราะความหลงหรือความไม่รู้
ภยาคติ — ลำเอียงเพราะความกลัว
ผู้ที่สามารถไม่ตกอยู่ใต้อำนาจของอคติเหล่านี้ ย่อมเป็นผู้ที่คนอื่น เชื่อถือ ไว้วางใจ และเคารพนับถือ เพราะการตัดสินใจของเขาตั้งอยู่บนความถูกต้องและความเป็นธรรม
พุทธสุภาษิตจึงเปรียบ ยศและเกียรติของคนดี กับ พระจันทร์ในข้างขึ้น ซึ่งค่อย ๆ สว่างและเต็มดวงขึ้นทีละน้อย เปรียบเหมือนชื่อเสียงที่ดีงามซึ่งค่อย ๆ สั่งสมจากการประพฤติดีและความเที่ยงธรรม
ข้อคิดที่นำไปใช้ในชีวิต
ไม่ว่าจะเป็น ผู้ปกครอง ผู้บริหาร ครู พระภิกษุ หรือบุคคลทั่วไป หากตัดสินเรื่องต่าง ๆ โดยไม่ลำเอียงเพราะรัก ชัง หลง หรือกลัว ย่อมได้รับความไว้วางใจจากผู้อื่น และชื่อเสียงที่ดีนั้นจะค่อย ๆ เพิ่มพูนขึ้น
○ สรุปสั้น ๆ:
“ผู้มีความยุติธรรม ไม่ลำเอียงด้วยอคติ ย่อมสั่งสมเกียรติและความน่าเชื่อถือ ชื่อเสียงย่อมเจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ ดุจพระจันทร์ในข้างขึ้น”