กมฺมํ สตฺเต วิภชติ ยทิทํ หีนปฺปณีตตาย กรรมย่อมจำแนกสัตว์คือให้เลวและประณีต
กมฺมํ สตฺเต วิภชติ ยทิทํ หีนปฺปณีตตาย กรรมย่อมจำแนกสัตว์คือให้เลวและประณีต
1. คำอ่านภาษาบาลี
พุทธสุภาษิตบทนี้อ่านออกเสียงตามอักขรวิธีบาลีอักษรไทยได้ดังนี้:
กมฺมํ สตฺเต วิภชติ ยทิทํ หีนปฺปณีตตาย
(อ่านว่า: กำ-มัง / สัด-เต / วิ-พะ-ชะ-ติ / ยะ-ทิ-ทัง / หี-นับ-ปะ-นี-ตะ-ตา-ยะ)
2. อธิบายความหมายเพิ่มเติม
พระบาลีบทนี้มาจาก "จูฬกัมมวิภังคสูตร" ในพระไตรปิฎก ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่สุภมาณพ โตเทยยบุตร ที่ทรงสงสัยว่า “ทำไมมนุษย์ที่เกิดมาบนโลกนี้ถึงมีความแตกต่างกัน บางคนอายุสั้น บางคนอายุยืน บางคนมีโรคมาก บางคนมีโรคน้อย บางคนยากจน บางคนร่ำรวย”
พระพุทธองค์จึงทรงตรัสไขความลับของชีวิตไว้ว่า "กรรม" (การกระทำ) นี่แหละที่เป็นตัวจำแนกแยกแยะ
กมฺมํ = กรรม (การกระทำที่ประกอบด้วยเจตนา ทั้งทางกาย วาจา และใจ)
สตฺเต = ซึ่งสัตว์ทั้งหลาย (รวมถึงมนุษย์เราด้วย)
วิภชติ = ย่อมจำแนก ย่อมแบ่งแยก
ยทิทํ หีนปฺปณีตตาย = คือให้เลว (ทราม) และประณีต (ดีงาม/ประเสริฐ)
ความหมายเชิงลึก:
คำว่า "เลวและประณีต" ในทางธรรมไม่ได้หมายถึงการดูถูกเหยียดหยาม แต่หมายถึง ความแตกต่างของสภาวะชีวิตและต้นทุนที่ติดตัวมา เช่น ความแตกต่างทางกายภาพ (สุขภาพ หน้าตา) ความแตกต่างทางปัญญา (ความฉลาด) หรือความแตกต่างทางสิ่งแวดล้อม (ฐานะ ครอบครัว)
พระพุทธศาสนาอธิบายว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ ไม่ได้เกิดจากพรหมลิขิต หรือการดลบันดาลของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นผลลัพธ์โดยตรงจาก "พิมพ์เขียว" ที่เราเคยสลักไว้เองในอดีต (ทั้งอดีตชาติและอดีตในปัจจุบัน) ใครทำกรรมดี (กุศลกรรม) ชีวิตก็ถูกจำแนกไปในทางที่ประณีต ปลอดโปร่ง ใครทำกรรมไม่ดี (อกุศลกรรม) ชีวิตก็ถูกจำแนกไปในทางที่หยาบหรือมีอุปสรรคมาก
3. บทสรุป
"เราเลือกเกิดไม่ได้...แต่เราเลือกที่จะทำกรรมใหม่ให้ดีได้"
พุทธสุภาษิตบทนี้ไม่ได้สอนให้เรายอมจำนนต่อโชคชะตาหรือเอาแต่โทษกรรมเก่า แต่สอนให้เรา เข้าใจความจริงของชีวิต เพื่อที่จะได้:
หยุดสร้างกรรมชั่ว: เพราะรู้ว่าทำอย่างไรย่อมได้ผลอย่างนั้น (เลวทราม)
เร่งสร้างกรรมดีในปัจจุบัน: เพื่อจำแนกชีวิตของตัวเองในวันข้างหน้าให้ไปสู่จุดที่ประณีตและเจริญยิ่งขึ้น
ตัวเราใน ปัจจุบัน คือผลลัพธ์ของกรรมใน อดีต แต่ตัวเราใน อนาคต จะเป็นอย่างไร...ขึ้นอยู่กับกรรมที่เราเลือกทำใน วินาทีนี้
๛