เตือนใจตัวเองเด้อว่า เมื่อเวลาเจอทุกข์ อย่าทุกข์ฟรีๆ มันต้องได้อะไรสักอย่างหนึ่งจากความทุกข์
เคยมีผู้หญิงคนหนึ่งเขียนมาปรึกษา ผัวเพิ่นเป็นมะเร็งอาการหนักแล้ว ก็เหมือนกับรอวันตาย ตัวผู้หญิงนี่เอาแต่เศร้าเสียใจ แล้วถ้าสามีตาย ใครจะส่งเสียลูกชาย แล้วตัวเองจะอยู่ยังไง เพราะอาชีพการงานก็ไม่มี ไหนบ้านไหนรถที่ต้องผ่อนจะทำยังไง เมื่อคิดแบบนี้แล้วก็ห่อเหี่ยวท้อแท้ กินไม่ได้นอนไม่หลับ ร่างกายผ่ายผอม
เขียนมาถามอาตมา อาตมาก็บอกว่า ก็เห็นใจ เห็นใจที่ต้องมาเจอแบบนี้ แต่อยากเตือนว่า สามียังไม่ตาย สามียังอยู่ แต่วันเวลาที่สามีจะอยู่กับเรามันก็จะหายไปเรื่อยๆ นี่คือ โอกาสทองที่เราจะทำความดีต่อกัน มีสุขร่วมกัน ถ้าไม่ทำวันนี้ วันหน้าอาจจะไม่ได้ทำ เขียนไปอย่างนี้ เพิ่นได้สติเลย บอกว่า ตอนนี้เริ่มมาดูแลตัวเองแล้ว เริ่มหันมากินมานอน และก็เริ่มจะใช้เวลาดูแลสามี ให้เขามีความสุข ทำความดีร่วมกัน
เราก็ได้ฟังจากเมื่อเช้านี่ พอรู้ว่าอีกฝ่ายหนึ่ง พอภรรยาป่วยเป็นมะเร็ง ก็ทำความดี เริ่มจากการบอกรัก บอกรักแล้วก็ปรนนิบัติภรรยา ฟัง รู้จักฟัง การฟังนี่มันก็ช่วยสมานใจให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ช่วยทำให้รักกันมากขึ้น เพราะทำให้รู้จักกันมากขึ้น
สิ่งที่เกิดขึ้นมาคืออะไร เกิดความสุข สุขกว่าตอนที่ภรรยายังไม่ป่วยเสียอีก พอภรรยาป่วย มันมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับชีวิตหลายอย่าง มีความรักกันมากขึ้น มีความสุขมากขึ้น และก็เห็นความดีของกันและกัน เจ้าตัวก็ทำตัวดีขึ้น รักตัวเองมากขึ้น รักตัวเองอย่างแท้จริง
อันนี้มันเป็นธรรมะ ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องของสามีภรรยา ที่อยู่ในโลก แต่ว่าที่เล่ามาเป็นธรรมะ ที่สอนให้เรารู้ว่า ความทุกข์เช่นความเจ็บป่วยนี่ มันก็สามารถทำให้ชีวิตเรามีความสุขได้ ทำให้รักกันมากขึ้นได้ ทำให้เกิดสิ่งดีๆ กับชีวิต อันนี้เป็นการบำเพ็ญบารมีอย่างหนึ่ง มันเป็นข้อสอบ มันเป็นโจทย์ใหญ่ว่า เราจะไม่ใช่แค่ผ่านมันอย่างไร เรามาทำให้เกิดสิ่งดีงามขึ้นในชีวิตของเรา
คนเราถ้าจะทุกข์แล้ว อย่าทุกข์ฟรีๆ เวลาป่วยก็อย่าป่วยฟรีๆ หลายคนป่วยฟรีๆ ก็คือ เกิดความเจ็บความปวด นอนไม่หลับ ไม่ได้อะไรเลย คนเราถ้าเจอทุกข์แล้วมันต้องรู้จักได้อะไรสักอย่าง อย่าทุกข์ฟรีๆ ของหายแต่ได้ธรรมะ ของหายแต่ได้ธรรมะ
อย่างเมื่อปี 2554 มีน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพ ภาคเหนือ ภาคกลาง เสียหายกันหลายแสนเป็นล้าน คนเป็นแสนครอบครัวเดือดร้อนกัน บางคนบางครอบครัวก็หมดเนื้อหมดตัว เท่านั้นไม่พอ บางคนก็เป็นบ้า บางคนก็ฆ่าตัวตาย แต่บางคนเสียแต่ทรัพย์ แต่ว่าได้ ได้อะไร ไม่ใช่ได้ค่าชดเชย ได้ธรรมะ
มีคนหนึ่งบอกว่า น้ำท่วมคราวนี้ก็ทำให้เห็นเลยว่า มันไม่มีอะไรที่เป็นของเราเลย ของที่เรามีนี่มันอยู่กับเราแค่ชั่วคราว วันดีคืนดี ไฟก็ไหม้ น้ำก็ท่วม อย่างนี้เรียกว่าได้ธรรมะ เสียของ เสียทรัพย์ แต่ได้ธรรมะ คือ ได้ปัญญา ถ้าคนที่มีปัญญาแบบนี้ต่อไปถ้าเสียอีก ใจไม่ทุกข์แล้ว สมบัติข้าวของนี่หายไป เสียไปซื้อใหม่ได้ แต่ธรรมะหรือปัญญา มีเงินเท่าไรก็ซื้อบ่ได้ มันต้องรู้จักมอง รู้จักคิดพิจารณา อันนี้เรียกว่า การบำเพ็ญบารมี ที่มันมาแบบไม่อยาก ไม่ตั้งใจ ไม่อยากเจอ แต่พอเจอแล้วก็ต้องตั้งหลักให้ดี หาประโยชน์จากมันให้ได้
นอกจากรักษาใจไม่ให้ทุกข์แล้ว ต้องได้ประโยชน์จากมัน ประโยชน์อย่างหนึ่ง คือ ได้เห็นธรรมะจากสิ่งที่เกิดขึ้น ก็นี่แหละเป็นธรรมดาโลก หรือใช้มันเพื่อทำให้ชีวิตเราดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น มะเร็งก็ดี ความเจ็บความป่วย ความสูญเสียทรัพย์สินเงินทองนี่ มันก็สามารถจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นได้ ทำให้คนรักกันมากขึ้น ทำให้ฉลาดมีปัญญามากขึ้น หรือมีธรรมะมากขึ้น
เวลามันเกิดขึ้นกับเราทุกข์ ตั้งหลักให้ดี ตั้งสติให้ได้ แล้วเดี๋ยวมันก็จะกลายเป็นของดีไป เตือนใจตัวเองเด้อว่า เมื่อเวลาเจอทุกข์ อย่าทุกข์ฟรีๆ มันต้องได้อะไรสักอย่างหนึ่งจากความทุกข์ ได้นี่ไม่ใช่ได้เงินชดเชย นั่นมันเล็กน้อย มันต้องได้ธรรมะ มันต้องได้ปัญญา หรือว่า ทำให้มีความรักกันมากขึ้น อันนี้แหละ มันคือการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่งที่ต้องรู้จัก
ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล