ความดีทำให้ชีวิตเติมเต็ม จิตใจอิ่มเอม จึงง่ายที่จะยึดว่าเป็นตัวกูของกู
ความดีทำให้ชีวิตเติมเต็ม จิตใจอิ่มเอม จึงง่ายที่จะยึดว่าเป็นตัวกูของกู ทำดีแล้วก็ไปยึดว่านี่คือ #ตัวกู ความดีนี้เป็น #ของกู อยากจะให้คนเขา #ดีแบบกู ทำดีแบบกู หรือพอยึดไปแล้ว นี้คือความดี พอมีคนไม่เห็นด้วยว่า มันไม่ดี มีคนวิภากษ์วิจารณ์ว่ามันไม่ถูก ไม่เข้าท่า อะไรจะเกิดขึ้น เราก็โกรธสิ เพราะเราไปยึดว่านี่เป็นเราเป็นของเรา
บางทีเขาไม่ได้ว่าเราสักหน่อย เขาเพียงแต่ว่าสิ่งที่เราถือว่าดี เชื่อว่าดี คล้าย ๆ กับเวลามีคนมาตำหนิรถที่เราขับ หรือรถที่เราซื้อมาว่ามันเก่า มันแพง ตกรุ่น สีไม่สวย เราไม่พอใจขึ้นมาทันที ทั้งที่เขาไม่ได้ว่าเรา เขาว่ารถ แต่ว่าพอไปคิดว่า รถเป็นของกู รถเป็นของกู ว่ารถก็เหมือนกับว่ากู
อันไม่ใช่ว่าสิ่งที่เป็นรูปธรรม เป็นสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น ความดี หรือสิ่งที่เรายึดถือเชื่อว่าดี เช่น ธรรมะ พุทธศาสนา รวมไปถึงอุดมการณ์ เช่น สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเป็นไท แล้วก็ยึดว่าเป็นสิ่งดีงาม ในคนกลุ่มต่าง ๆ พอยึดแล้ว มีใครไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เรายึดหรือเขาวิพากษ์วิจารณ์ เราก็รู้สึกถูกท้าทาย ถูกกระทบ ถูกกระแทก ก็เกิดความกลัว
พอกลัวแล้วเป็นไง มันก็นำไปสู่การว่าร้าย ทำร้าย เกิดการเบียดเบียนขึ้นมา ตัวเองทุกข์ด้วย คนอื่นก็ทุกข์ด้วย...
นี่คือกับดักของความดี กับดักของคนดีด้วยเพราะคนดีมักจะคิดว่า ตนเองเป็นคนดีแล้วอัตตาก็จะเข้าแทรก พอคิดว่ากูดี มันก็เกิดความรู้สึกว่าคนอื่นนี่ไม่ดีเหมือนเรา หรือใครที่ไม่ดีเหมือนเรา ถือว่าเขาเป็นคนแย่ เป็นคนเลว เป็นคนชั่วก็มี เพราะยึดมั่นถือมั่นว่าฉันเป็นคนดี มีสิทธิ์จะสั่งสอน มีสิทธิ์จะจัดการได้ ถ้าเลวมาก ๆ ต้องกำจัดเลย
คนอย่างเลนิน คนอย่างพอลพต เขาเชื่อว่าเขาเป็นคนดี เป็นคนใหม่ เป็นคนที่ นำความสุขความสมบูรณ์พูนสุขมาให้กับประเทศ ให้กับโลกก็เลยทำชั่วได้ง่ายมาก อย่างชนิดที่คนชั่วยังทำไม่ได้ หรือไม่กล้าทำหรือใจไม่ถึง การยึดติดว่าฉันเป็นคนดีเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาเพราะว่า เป็นการเปิดไฟเขียว ทำอะไรก็ได้ตามอำนาจของอัตตาหรือกิเลส โดยเชื่อว่ากำลังทำดี
ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล