ถ้าทุกคนมุ่งหมายความสงบสุขของเพื่อนมนุษย์ แล้วกระทำกันโดยสติปัญญา ความรัก ความเมตตา สามัคคี เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ ผ่อนสั้น ผ่อนยาว จนเกิดความปกติสุขขึ้นมาได้ โดยไม่ต้องใช้การนองเลือด นั่นน่ะคือการเมืองที่บริสุทธิ์เป็นศีลธรรมและเรียกได้ว่าเป็นการกุศล
นอกจากการเมืองเป็นเรื่องศีลธรรมแล้ว พุทธทาสภิกขุยังกล่าวไว้ว่า "การเมืองเป็นเรื่องการกุศล" โดยให้เหตุผลว่า
"ขอให้ระลึกไว้ว่าการเมืองเป็นเรื่องของศีลธรรม ถ้าพูดให้มากกว่านั้นก็เป็นเรื่องการกุศล เข้าใจว่าหลายคนไม่เห็นด้วย ที่อาตมาจะพูดว่าการเมืองเป็นเรื่องการกุศล เพราะเคยมองกันแต่ในเรื่องสกปรก เรื่องต่อสู้ เรื่องเข่นฆ่า เรื่องอาฆาตมาดร้าย มีคำว่าแก้แค้น มีคำว่าจะเอาให้ตาย ให้พังทลายอย่างนี้ ระหว่างพรรคการเมืองแล้วมันมีแต่จะเอากันให้พังทลายทั้งนั้น ถ้าอย่างนี้ไม่ใช่ศีลธรรม ไม่ใช่การกุศล"
"ถ้าทุกคนมุ่งหมายความสงบสุขของเพื่อนมนุษย์ แล้วกระทำกันโดยสติปัญญา ความรัก ความเมตตา สามัคคี เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ ผ่อนสั้น ผ่อนยาว จนเกิดความปกติสุขขึ้นมาได้ โดยไม่ต้องใช้การนองเลือด นั่นน่ะคือการเมืองที่บริสุทธิ์เป็นศีลธรรมและเรียกได้ว่าเป็นการกุศล"
"อาตมาจึงรู้สึกว่าการเมืองเป็นเรื่องศีลธรรมเป็นเรื่องที่ถ้าทำไปโดยบริสุทธิ์แล้วมันก็เป็นการกุศลชนิดหนึ่ง"
อ่านบทความ "ธรรมะและการเมืองไม่ใช่เรื่องแยกกัน" ได้ที่
https://main.bia.or.th/BlogDetail/news/302