เมื่อไหร่ได้ศึกษาเรื่องของศีลธรรม จะเห็นว่าไอ้เรื่องอร่อยนั้นเป็นเรื่องกิเลส ไม่อร่อยก็เป็นเรื่องกิเลส ก็ไม่เอา เอาที่มันถูกต้อง ที่มันไม่เป็นกิเลส
เมื่อไหร่ได้ศึกษาเรื่องของศีลธรรม
จะเห็นว่าไอ้เรื่องอร่อยนั้นเป็นเรื่องกิเลส
ไม่อร่อยก็เป็นเรื่องกิเลส
ก็ไม่เอา เอาที่มันถูกต้อง
ที่มันไม่เป็นกิเลส
.
รู้สึกว่าอร่อยก็ได้เหมือนกัน
กินของอร่อยก็ได้เหมือนกัน
แต่อย่าไปหลงกับมัน
.
ไม่ใช่ว่าห้ามไม่ให้กินของอร่อย...ไม่ใช่
กินก็ได้แต่อย่าไปหลงความอร่อย
จนเกิดกิเลส
อยากจะมีมาก อยากจะสะสม
.
อยากจะมีปัจจัยแห่งความอร่อยมาก
แล้วมันก็คดโกง คนคดโกงที่โกงอะไร
โกง โกง โกง กันนะ
เพราะว่าจะได้ปัจจัยแห่งความอร่อยทั้งนั้น
.
ดังนั้น อย่าบูชาความเอร็ดอร่อย
ก็จะไม่เกิดปัญหาคือกิเลส..
.
ดังนั้น ถ้าผู้ใดรู้เรื่องนี้แล้วบังคับความรู้สึกได้
มันก็เดินไปตามทางของพระธรรมได้
ไม่ทิ้งธรรมะแล้วหนีไปเอาโจรคือเรื่องกิเลส
.
อย่างคำพูดโบราณที่ว่าทิ้งพ่อทิ้งแม่หนีตามโจรไป
ไปนั่งร้องไห้อยู่
เพราะโจรคือกิเลส มันเผาลน
บีบคั้นย่ำยีเอา
คือความทุกข์
.
เมื่อได้รับความทุกข์แล้ว
มีศรัทธาในการที่จะดับทุกข์นั้นเสีย
แล้วก็ปฏิบัติธรรมะไป
ตามลำดับ ตามลำดับ
เพื่อจะดับความทุกข์นั้นเสีย
.
พุทธทาสภิกขุ