อย่ามีความรู้สึกว่า ใครผิด ใครถูก มีความรู้สึกแต่ว่าอะไร อะไรผิดหรืออะไรถูก
ธรรมปาฏิโมกข์เกี่ยวกับ #ตัวกูของกู ในวันนี้ อยากจะพูดถึง โดยหัวข้อว่า "มีแต่ความรู้สึกว่าอะไรควร อะไรไม่ควร อะไรผิดอะไรถูก"
คือหมายความว่า อย่ามีความรู้สึกว่า ใครผิด ใครถูก มีความรู้สึกแต่ว่าอะไร อะไรผิดหรืออะไรถูก เกี่ยวกับเรื่องนี้ ต้องสังเกตดู คนทั่วไป คนธรรมดานะ ทั่วไปทุกคน มันเต็มอยู่ด้วย ความรู้สึกว่าตัวกูของกู และก็ว่าตัวกูถูก คนอื่นผิด เสมอไป
นี่เป็นความเคยชินตามธรรมดาที่สุด เพราะฉะนั้นถ้าเราเอา ไอ้ความรู้สึกเป็นตัวกู ออกเสียได้ มันก็ไม่มีใครผิดใครถูก มีแต่ว่าอะไรผิด อะไรถูก คือ ความถูกเป็นอย่างไร ความผิดเป็นอย่างไร ให้รู้สึกเพียงเท่านั้น อย่าไปค้นหรือไปรู้สึกว่า ใครผิด หรือใครถูก
ความเคยชินในเรื่องว่าเราถูกเขาผิดเสียเสมอนี่ เป็นนิสัย มันเป็นนิสัย เป็นสังโยชน์ ลึกซึ้ง เคยชินประเภท #มานะ เขาเรียกว่า มานะ ดีกว่าเขาเสมอไป ดังนั้นจึงมีแต่ว่าเราถูก เขาผิดเสมอ
ทั้งๆ ที่มัน รู้ว่าเราผิด ก็ยังไม่ยอมว่าผิด ก็ต้องหาทางแก้ตัว หรือบิดพลิ้ว ถ้าไม่ได้ก็เอากันซึ่งหน้าเลย คือว่า ยืนกระต่าย ขาเดียวซึ่งหน้า นี่ผลของการที่ทำความสำคัญว่าใครผิดใครถูก นี่มันก็มีเรื่อง มีผลเป็นความทุกข์เดือดร้อน กันทั้ง ๒ ฝ่าย หรือทั่วทั้งบ้านทั้งเมือง เรื่องมันเคยมีมาแล้ว เพียงแต่ว่าไม่ยอมกัน เพราะเหตุนี้เท่านั้นแหละ ทำให้พินาศ ฉิบหาย กันทั้งบ้าน ทั้งเมือง ทั้งประเทศก็ได้
ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในพุทธศาสนาหรือตามหลัก ที่พระพุทธเจ้าท่านสอนนั้น อย่ามีตัวกู มีแต่ไอ้ สิ่งเหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นตัวกู ไม่เป็นของกู แล้วก็รู้ว่าอันไหนเป็นกุศล อันไหนเป็นอกุศล คือ ผิดหรือถูก และทั้งที่เป็นกุศล เป็นอกุศล นั้นอย่าเป็นตัวกู อย่าเป็นของกู นี่เรียกว่าโดยหลักใหญ่ สรุปใจความสั้น ๆ ให้ได้กันเสียก่อนว่า อย่าไปสำคัญมั่นหมาย หรือว่าอย่าไปค้นคว้า ว่าใครผิดใครถูก ทำความเข้าใจแต่เพียง ว่าอย่างไรนี่ มันเรียกว่าผิด อย่างไรมันเรียกว่าถูก
พุทธทาสภิกขุ