ค้นหาในเว็บไซต์ :

ให้สติปัญญาสูงสุดในพระพุทธศาสนาเป็นแสงสว่างส่องอยู่ในจิตใจ ถ้าระดมกันอย่างนี้จริงคงจะปัดเป่าความวิปริตได้


ตน(ที่ประพฤติธรรม)จะเป็นที่พึ่งแห่งตน
.
เราจะอยู่ในโลกอันกำลังวิปริตนี้กันอย่างไร? การอยู่ในโลกนี้ร่วมกันต้องการ
การคุ้มครอง ความรัก
ความเมตตา ปราณี
ช่วยคุ้มครองซึ่งกันและกัน
.
คนจำนวนน้อยที่ฉลาด สามารถเข้มแข็ง รู้ดี รู้ชั่ว รู้อะไรถึงที่สุดถึงกับคุ้มครองตัวเองได้ แต่คนส่วนใหญ่ไม่เป็นอย่างนั้น นี่เราจะเอาอะไรใช้อะไรเป็นผู้คุ้มครอง หรือ เครื่องคุ้มครอง?
.
พระพุทธเจ้าตรัสถึง #การพึ่งตัวเอง การปกครองตัวเอง แต่เราก็จะกลับพูดสวนทางกันว่าจะให้พระพุทธเจ้าคุ้มครอง เช่นเดียวกับที่แม้ศาสนาที่มีพระเจ้า เขาก็หวังให้พระเจ้าคุ้มครอง
.
แต่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า #ให้คุ้มครองตัวเอง #ให้เป็นที่พึ่งแก่ตัวเองด้วยการประพฤติธรรมะที่ถูกต้อง
.
ที่นี้คนส่วนใหญ่ไม่ได้ยอมรับฟังในข้อนี้ จะเกณฑ์ให้พระพุทธเจ้าคุ้มครองอยู่เรื่อย กระทั่งเอามาแขวนไว้ที่คอ ตามที่เขาเชื่อว่าจะมีการคุ้มครอง จะคุ้มครองได้หรือไม่?
.
มันเป็นการพูดที่สวนทางกันอยู่กับพระพุทธเจ้า ถ้าบุคคลนั้นไม่พยายามที่จะช่วยตัวเอง หรือคุ้มครองตัวเองอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสไว้
.
แม้ท่านจะตรัสเป็น 2 ที่อยู่ว่า มีตนเป็นที่พึ่งก็คือมีธรรมเป็นที่พึ่ง ท่านทั้งหลายมีตนเป็นที่พึ่งก็คือมีธรรมะเป็นที่พึ่ง ธรรมะที่ตนประพฤติปฏิบัติเองนั่นแหละเป็นที่พึ่ง นี่เรียกว่า มีตนเป็นที่พึ่ง
.
ในโลกนี้ก็กำลังวิปริต แล้วคนนั่นแหละเป็นผู้สร้างความวิปริตขึ้นมาในโลกอย่างยิ่ง เหมือนกับผีสิง แล้วจะให้อะไรคุ้มครอง
.
ท่านทั้งหลายก็เป็นพุทธบริษัทก็ควรจะคิดดูถึงข้อนี้ว่า พุทธบริษัทนี้จะมีอะไรคุ้มครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับจะอยู่ในโลกอันวิปริตร้ายแรงอย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
.
ถ้ามีธรรมะแล้วโลกนี้ก็ไม่วิปริต และแม้ว่าโลกนี้วิปริตแล้ว ถ้ามีธรรมะจริงก็แก้ไขอาการวิปริตนั้นได้ หรือยิ่งไปกว่านั้นอีก คือ จำเป็นจะต้องอยู่ในท่ามกลางโลกที่วิปริต เราก็สามารถอยู่ได้อย่างที่ความวิปริตนั้น ไม่ทำอันตรายแก่เรา นี่ถ้ามองข้อนี้ออก เชื่อว่าทุกคนจะตอบปัญหาข้อนี้ได้ คือ ปัญหาข้อที่ว่า เราจะอยู่ในโลกอันแสนจะวิปริตนี้กันได้อย่างไรกัน
.
เรื่องที่กำลังพูดนี้ไม่ใช่เรื่องนิยายในอดีต หรือว่าเอามาพูดกันสนุกๆ และไม่ใช่เป็นเรื่องในอนาตตอันนานไกล แต่มันเป็นเรื่องปัจจุบันที่คืบคลานเข้ามามากแล้ว จะถึงขนาดที่จะแก้ไขไม่ทัน เหมือนกับไฟไหม้บ้านถึงขนาดที่จะดับไม่ได้อยู่แล้ว ทำไมไม่รีบดับเสีย การระดมกันดับไฟเสียแต่ต้นมือนับว่าเป็นความเหมาะสมอย่างยิ่ง
.
สำหรับโลกเราในปัจจุบันนี้ ระดมกำลังกันแก้ไขความวิปริตให้มันลดน้อยลงไปจนกระทั่งสิ้นไปในที่สุด ความวิปริตนั้นคือไม่มีธรรมะ หรือผิดไปจากธรรมะ ทำให้มันกลับตรงกันข้าม คือ ทำให้ธรรมะกลับมา
.
นับตั้งแต่ให้ศีลธรรมกลับมา ให้สติปัญญาสูงสุดในพระพุทธศาสนาเป็นแสงสว่างส่องอยู่ในจิตใจ ถ้าระดมกันอย่างนี้จริงคงจะปัดเป่าความวิปริตได้
.
จึงสรุปคำตอบของปัญหาข้อนี้เป็นข้อแรกว่า การใช้หัวใจของศาสนากันอย่างถูกต้อง ให้ทุกคนใช้หัวใจของศาสนาของแต่ละศาสนาตามที่ตนนับถืออยู่กันอย่างถูกต้อง

พุทธทาสภิกขุ
ที่มา : ธรรมเทศนาล้ออายุ ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เรื่อง เราจะอยู่ในโลกอันวิปริตนี้ได้อย่างไร?

ฟังได้ที่
http://sound.bia.or.th/catalogue.php?item_code=1415190527021

#จดหมายเหตุพุทธทาส #สงบเย็นและเป็นประโยชน์ #สวนโมกข์กรุงเทพ

8







   

 ธรรมะไทย