สามเณรบัณฑิต เกิดในตระกูลปัฎฐากของพระสารีบุตร มารดาของท่านแพ้ทองอยากจะถวายอาหารแด่พระสารีบุตรพร้อมทั้งพระภิกษุประมาณ
๕๐๐ รูป เมื่อได้กระทำตามนั้นแล้วอาการแพ้ท้องก็หายไป
เมื่ออายุ
๗ ขวบ ท่านบรรพชาเป็นสามเณรโดยมีพระสารีบุตรเป็นอุปัชฌาย์
หลังจากบรรพชาแล้วได้ไปบิณฑบาตกับพระสารีบุตร ระหว่างทางเห็นคนชักน้ำจากเหมืองเกิดสงสัย
จึงถามว่า "น้ำมีจิตใจหรือไม่" พระเถระตอบว่า "น้ำไม่มีจิตใจ" สามเณรจึงคิดว่า เมื่อคนสามารถชักน้ำซึ่งไม่มีจิตใจไปสู่ที่ที่ตนเองตอ้งการได้
แต่เหตุใดจึงไม่สามารถบังคับจิตให้อยู่ในอำนาจได้
เดินต่อไปได้เห็นคนกำลังถากไม้ทำเกวียนอยู่
จึงถามว่า "ไม้นั้นมีจิตใจหรือไม่" เมื่อพระเถระตอบว่า "ไม้ไม่มีจิตใจ" สามเณรจึงคิดว่า คนสามารถนำเอาท่อนไม้ที่ไม่มีจิตใจมาทำเป็นล้อได้
แต่ทำไมไม่สามารถบังคับจิตใจได้
เดินต่อไปได้เห็นคนกำลังใช้ไฟลนลูกศรเพื่อจะดัดให้ตรง
จึงถามว่า "ลูกศรนั้นมีจิตใจหรือไม่" เมื่อพระเถระตอบว่า "ลูกศรไม่มีจิตใจ" สามเณรจึงคิดว่า คนสามารถดัดลูกศรให้ตรงได้ แต่ไม่สามารถบังคับจิตให้อยู่ในอำนาจได้
ทันใดนั้น
สามเณรได้เกิดความคิดที่จะปฏิบัติธรรมขึ้น จึงได้ขอให้พระเถระนำอาหารมาฝากตนด้วย
พระเถระได้รับปากและมอบลูกดาลให้พร้อมกับสั่งให้ไปปฏิบัติธรรมในห้องของท่าน
สามเณรก็ได้ทำตามทุกอย่างและก็เริ่มบำเพ็ญสมณธรรม
เมื่อสามเณรบัณฑิตเริ่มบำเพ็ญสมณธรรม
ท้าวสักกะตรัสเรียกท้าวมหาราชทั้ง ๔ ให้ห้ามพระอาทิตย์ไม่ให้หมุน
ส่วนพระองค์ได้อารักขาที่สายยูเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง
ระหว่างที่สามเณรนั่งบำเพ็ญเพียรอยู่นั้น ภายในวัดจึงมีแต่ความสงบ
จิตของท่านจึงมีอารมณ์แน่วแน่และได้บรรลุอนาคามิผล
ฝ่ายพระสารีบุตรเมื่อบิณฑบาตได้อาหารแล้ว
ก็หวังจะนำอาหารไปให้สามเณร พระพุทธเจ้าทรงทราบเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยพระญาณ
จึงดำริว่าหากพระองค์ไม่เสร็จไปอารักขา สามเณรบัณฑิบจะไม่สามารถบรรลุพระอรหันต์ได้จึงเสด็จไปอารักขาที่ซุ้มประตูวัด
เมื่อพระสารีบุตรมาถึงตรัสถามปัญหา ๔ ข้อระหว่างที่พระพุทธเจ้าตรัสถามปัญหากับพระสารีบุตรนั้น
สามเณรได้บำเพ็ญเพียรสมณธรรมและได้บรรลุพระอรหัตผลแล้ว
จึงตรัสสั่งให้พระสารีบุตรนำอาหารไปให้สามเณร เมื่อสามเณรฉันภัตตาหารเช้าเสร็จ
และนำบาตรไปล้าง บรรดาเทพยดาทั้งหลาย จึงหยุดการอารักขา
พระอาทิตย์ ได้เคลื่อนไปเป็นเวลาบ่าย
พวกพระภิกษุเห็นเหตุการณ์จึงพูดคุยกัน
พระพุทธเจ้าจึงบอกว่าเวลาที่ผู้มีบุญบำเพ็ญสมณธรรมจะมีเทพยดาคุ้มครองป้องกันแม้แต่พระองค์เองก็ยังเสด็จไปช่วยอารักขา
|