|
ท่านพระอุปวาณะนั้น
มีชาติภูมิเป็นมาอย่างไร เป็นบุตรใคร เกิดในตระกูลไหน
เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนาได้อย่างไร อยู่ในสำนักของใคร
ที่ไหน ยังไม่มีหลักฐานที่แน่นอน เรื่องราวของท่านที่ปรากฏในปกรณ์ต่างๆ
ก็กล่าวถึงแต่เพียงเรื่องที่ท่านได้อุปสมบทแล้วเท่านั้น
เช่นเรืองที่ปรากฏอยู่ในสังยุตตนิกาย มหาวรรค หน้า ๙๕
มีข้อความว่า ท่านพระอุปวาณะได้นั่งสนทนาอยู่กับท่านพระสารีบุตร
กล่าวถึง โพชฌงค์ ๗ ประการเนื้อความในเรื่องนั้นมีอยู่ว่า
ครั้งนั้นแล ท่านพระอุปวาณะและพระสารีบุตร พำนักอยู่ที่โฆสิตาราม
ในพระนครโกสัมพี ขณะนั้นเป็นเวลาเย็น ท่านพระสารีบุตรเที่ยวเดินอยู่ในโฆสิตารามตามอัธยาศัย
แล้วได้เข้าไปหาพระอุปวาณะ นั่งสนทนาธรรมพอเป็นเครื่องร่าเริงใจแล้ว
ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวถามพระอุปวาณะว่า ดูกรท่านอุปวาณะ
ท่านรู้ไหมว่าโพชฌงค์ ๗ ประการ ที่บุคคลตั้งใจอบรมไว้ดีแล้ว
ย่อมอำนวยผลให้อยู่เป็นสุข ท่านพระอุปวาณะตอบว่า กระผมรู้
ท่านพระสารีบุตรจึงกล่าวต่อไปอีกว่า ดูกรท่านอุปวาณะ เมื่อบุคคลมาปรารภโพชฌงค์
๗ ประการ มีสติสัมโพชฌงค์เป็นต้น แต่ละอย่างๆย่อมรู้ว่าจิตเราพ้นดีแล้ว
เราถอนถีนมิทธะได้เด็ดขาดแล้ว เราจะระงับอุทธัจจกุกกุจจะได้ดีด้วย
เราตั้งใจ ทำความเพียร ทำใจไม่ให้หดหู่ได้แล้ว อย่างนี้จึงชื่อว่า
อำนวยผลให้อยู่เป็นสุข
หลังจากนั้นไม่นานท่านพระอุปวาณะก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์
และท่านพระอุปวาณะนี้ได้เคยเป็นพุทธอุปัฏฐากของพระบรมศาสดา
ซึ่งมีปรากฏในตอนใกล้เวลาพระบรมศาสดาจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน
คือในขณะนั้น ท่านพระอุปวาณะยืนถวายงานพัดอยู่ ณ ที่เฉพาะพระพักตร์พระบรมศาสดา
ถูกพระองค์รุกรานให้ถอยไปด้วยพระดำรัสว่า "อเปหิ
ภิกขุ ดูกรภิกษุ เธอจงหลีกไป อย่ายืนอยู่ข้างหน้าเรา"
ท่านพระอานนท์ได้เห็นแล้วจึงดำริว่าท่านพระอุปวาณะองค์นี้เป็นผู้อุปัฏฐากใกล้ชิดพระองค์มานานแล้ว
เพราะเหตุไรหนอ พระองค์จึงทรงรุกรานให้หลีกออกไปเสีย เมื่อได้โอกาสแล้วจึงเข้าไปกราบทูลถาม
จึงได้ทราบเนื้อความนั้นว่า เพราะเทพยดาทั้งหลายในหมื่นโลกธาตุมาเพื่อจะเฝ้าพระศาสดา
แต่ท่านพระอุปวาณะยืนบังเสีย พวกเทพยดาจึงพากันติเตียน
พระองค์จึงให้เธอหลีกออกไปเสีย ที่ได้นำเรื่องนี้มากล่าวเพื่อให้รู้ว่า
ท่านพระอุปวาณะก็เคยเป็นพระอุปัฏฐากองค์หนึ่งด้วยเหมือนกัน
เมื่อท่านดำรงชนมายุสังขารอยู่โดยสมควรแก่กาลแล้ว
ก็ได้ดับขันธปรินิพพาน ตามเรื่องที่กล่าวมานี้ เข้าใจว่าท่านคงจะนิพพานภายหลังแต่พุทธปรินิพพาน
|