Dhammathai.org
มงคลที่ ๖.การตั้งตนชอบ
ต้องตั้งตน กายใจ ในทางถูก
เร่งฝังปลูก ตนไว้ ให้ถูกหลัก
เมื่อตัวตน ยังมี เป็นที่รัก
ควรพิทักษ์ ให้งาม ตามเวลา.
Home sitemap Dhamma World Wide Web
Contact Us
ภาษาไทย
English
 

ศาสนาคืออะไร ?
พระพุทธศาสนา
ชมภาพพระพุทธประวัติ
ประวัติพระพุทธสาวก
ทศชาติ ชาดก
คลิ๊กอ่าน ทศชาติ ชาดก
{ 785 }
  พระขทิรวนิยเรวตเถระ

    ท่านพระเรวตเถระเป็นบุตรของวังคันตพราหมณ์ และนางสารีพราหมณี ในตำบลบ้านชื่อว่านาลันทะ เป็นบุตรคนสุดท้อง น้องชายของพระสารีบุตร เดิมชื่อว่า เรวตมาณพ เมื่อบวชแล้ว ท่านได้พำนักอาศัยอยู่ในป่าไม้ตะเคียนด้วยเหตุนั้นท่านจึงยึดเอาชื่อของป่านั้นนำหน้าชื่อตนว่า ขทิรวนิยเรวตะ (ใช้ตามหลังชื่อก็มี เช่น เรวตขทิรวนิยเถระ) ในตำนานกล่าวไว้ว่า เมื่อเรวตมาณพเติบโตแล้วมีอายุ ๘ ขวบ มารดาบิดาจึงปรึกษากันว่า บุตรของเราบวชหมดทุกคนแล้ว เหลือแต่เรวตคนเดียว ถ้าเขาจะบวชเสียก็ไม่มีใครสืบวงศ์ตระกูล เราควรผูกพันเรวตะบุตรเราไว้ด้วยการให้มีเหย้าเรือนเสียแต่ยังเด็กยังหนุ่มอยู่ อย่าให้สมณะศากยบุตรมาพาไปบวชอีก ครั้นปรึกษากันอย่างนั้นแล้วจึงพาไปขอหมั้นนางกุมาริกาผู้มีชาติตระกูลเสมอกัน และได้กำหนดวันอาวาหมงคลด้วย ก็ได้บรรลุอรหัตตผล เป็นพระอรหันต์ ในตำนานกล่าวว่า ท่านได้เป็นอุปัชฌาย์บวชกุลบุตร จนมีสัทธิวิหาริกประมาณ ๕๐๐ องค์ เมื่อพระบรมศาสดาประทับอยู่ที่พระเชตวันมหาวิหาร ท่านได้พาสัทธิวิหาริกไปเข้าเฝ้าอีก ในครั้งนี้พระบรมศาสดาได้ประทานสาธุการแก่ท่านว่า สาธุ สาธุ อุปเสนะ (ดูก่อนอุปเสนะ ดีละ ๆ) ฉะนี้ สมตามความที่ท่านได้คิดไว้แล้ว

     ครั้นถึงวันกำหนด จึงประดับประดาเรวตมารพพาไปเรือนของนางกุมาริกาพร้อมด้วยบริวารเป็นอันมาก ในขณะทำการมงคล เรวตมาณพเกิดเบื่อหน่ายในการอยู่ครองเรือน เมื่อเสร็จการมงคลแล้วก็จัดแจงกลับบ้าน เรวตมาณพกับนางกุมาริกานั่งมาในรถคันเดียวกัน ในระหว่างทางเรวตมาณพหาอุบายหลีกหนีไปเสีย เข้าไปหาภิกษุผู้อยู่ในป่าประมาณ ๓๐ รูป ณ ประเทศนั้นแล้วขอบรรพชา ภิกษุเหล่านั้นทราบว่าเป็นน้องชายของพระสารีบุตรเถระ จึงให้บรรพชาโดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากมารดาบิดา เพราะท่านพระสารีบุตรได้สั่งแกมบังคับภิกษุทั้งหลายไว้ว่า ถ้าเรวตะน้องชายของผลเข้ามาขอบวชในสำนักของพวกท่าน ท่านทั้งหลาย จงบวชให้เธอด้วย โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากมารดบิดา เพราะมารดาบิดาของผมเป็นมิทฉาทิฏฐิ

     ครั้นภิกษุเหล่านั้นให้เรวตะบวชเป็นสามเณร แล้วก็ส่งข่าวไปให้พระสารีบุตรทราบ พระเถระมีความประสงค์จะมาเยี่ยมเยียน จึงได้ทูลลาพระบรมศาสดาถึงสองครั้ง พระองค์ตรัสห้ามถึงสองครั้งจึงได้ยับยั้งอยู่ (เรวตสามเณร เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี บริบูรณ์ ก็ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนา) พระเรวตุนั้น เมื่อบวชแล้วคิดว่า ถ้าเราจักอยู่ที่นี่ พวกญาติก็จักติดตามมาพบ จึงเรียนกรรมฐานในสำนักของภิกษุเหล่านั้นแล้วถือบาตรและจีวรเที่ยวจาริกไปยังป่าไม้ตะเคียนไหลประมาณ ๓๐ โยชน์ ได้พักอาศัยอยู่ ณ ที่นั้น ทำความเพียรเจริญวิปัสสนากรรมฐานในสำนักของภิกษุเหล่านั้น ต่อไม่นานก็ได้สำเร็จพระอรหัตตผลภายในพรรษานั้น เมื่อออกพรรษาปวารณาแล้วท่านพระสารีบุตรได้กราบทูลลาพระบรมศาสดา เพื่อจะไปเยี่ยมพระเรวตะ พระบรมศาสดารับสั่งให้รอก่อน เพราะพระองค์จะเสด็จไปด้วย และรับสั่งให้บอกภิกษุผู้จะตามเสด็จตระเตรียมตัว ได้เสด็จไปพร้อมด้วยภิกษุ ๕๐๐ เป็นบริวาร ท่านพระเรวตะทำการต้อนรับอย่างดี ในตำนานกล่าวไว้ว่า ท่านพระเรวตะได้เนรมิตพระคันธกุฎี เพื่อเป็นที่ประทับของพระบรมศาสดา เนรมิตเรือนยอด ๕๐๐ เป็นที่พักของภิกษุบริวาร เนรมิตที่จงกรม ๕๐๐ และที่พักกลางคืนและกลางวันอย่างละ ๕๐๐ พระบรมศาสดาเสด็จประทับค้างแรมอยู่ ณ ที่นั้นถึงหนึ่งเดือนแล้วจึงเสด็จกลับ

     ส่วนท่านพระเรวตะ ชอบพำนักอาศัยอยู่ในป่าไม้ตะเคียน เพราะเหตุนั้น พระบรมศาสดาจึงทรงยกย่องท่านว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย ผู้อยู่ป่า ท่านพระเรวตะนั้น ดำรงชีพอยู่โดยสมควรแก่กาลสมัยแล้วจึงได้ดับขันธปรินิพพาน





เลือกอ่าน ประวัติพระพุทธสาวก ได้ที่นี่ :
สารบัญประวัติพระพุทธสาวก
หน้าแรก พระพุทธศาสนา ประวัติพระพุทธสาวก หัวข้อธรรม ธรรมปฏิบัติ ศาสนพิธี วันสำคัญทางศาสนา ทศชาติชาดก เพลงธรรมะ เสียงธรรม
DhammaTube พุทธศาสนสุภาษิต พจนานุกรมพุทธศาสน์ ทำเนียบวัดไทย คลังแสงแห่งธรรม พระพุทธศาสนาในเมืองไทย ข่าวธรรมะ ธรรมะในสวน สมุดเยี่ยม
ธรรมะไทย - dhammathai.org