ค้นหาในเว็บไซต์ :

เปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดี เอาความล้มเหลวเป็นครู


เวลาเราทำงานล้มเหลวก็เหมือนกัน อย่ามัวแต่เสียใจ เสียใจก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น และที่เราเสียใจก็เพราะว่าเราไปอยู่กับอดีตมากไป แต่ว่าถ้าเรามีสติมีปัญญา เราก็ต้องเอาสิ่งที่ผ่านไปแล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับปัจจุบัน คือกลับไปมองดูว่าที่เราล้มเหลวนั้นเป็นเพราะอะไร มันสามารถบอกเราได้ว่าเรามีจุดอ่อนตรงไหนบ้าง ผิดพลาดที่ตรงไหน เราจะได้แก้ไขจุดอ่อนหรือข้อผิดพลาดนั้นได้ ขอให้เรามองว่าความล้มเหลวเป็นครูที่สำคัญของเรา แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้มองตรงนี้เท่าไหร่ มักจะมองว่าความล้มเหลวเป็นศัตรู ไม่อยากนึกถึง ไม่อยากเกี่ยวข้อง แต่ถ้าเรามองความล้มเหลวเป็นครู เราก็จะได้กำไร เพราะช่วยให้เราเกิดปัญญาขึ้นมา

คนเราจะสำเร็จได้บางทีก็ต้องผ่านความล้มเหลวมาก่อน แม้แต่พระพุทธเจ้า ถ้าพระองค์ไม่ได้เดินทางผิด ไปหลงบำเพ็ญทุกรกิริยามาถึงหกปีเต็ม บางทีพระองค์อาจจะไม่พบสัจธรรมเลยก็ได้ แต่เนื่องจากพระองค์เคยพลาดมาก่อน พลาดมาถึงหกปี เรียกว่าลงทุนลงแรงเต็มที่เลย อดอาหารจนกระทั่งร่างกายผ่ายผอม ทำทุกอย่างที่เป็นการทรมานตน แต่เมื่อพระองค์ไม่พบสัจธรรม ก็เลยได้คิดว่าเป็นเพราะพระองค์เข้าไปในทางสุดโต่งนั่นเอง พระองค์จึงนึกถึงทางสายกลาง

ทางสายกลางนี่พระพุทธองค์ค้นพบได้ก็เพราะประสบความล้มเหลวจากการถลำเข้าไปในทางสุดโต่งทั้งสองทาง ความผิดพลาดและความล้มเหลวจากการหมกมุ่นในกามสุขและการทรมานตนไม่ใช่เป็นสิ่งที่แย่ไปเสียหมด มันมีประโยชน์อย่างมากตรงที่ทำให้พระองค์ค้นพบทางสายกลาง อย่างนี้ก็เรียกว่ารู้จักเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดี เอาความล้มเหลวเป็นครู

เราไม่ค่อยมองตรงนี้กันเท่าไหร่ อย่าคิดว่าพระพุทธเจ้าเป็นยอดมนุษย์ที่ประสบความสำเร็จในทุกเรื่อง ที่จริงไม่ใช่ พระองค์เคยพลาดอย่างหนักมาแล้ว แต่พลาดแล้วพระองค์ตั้งตัวใหม่ได้ และเกิดปัญญามากขึ้น พวกเราก็เหมือนกัน อย่าไปกลัวความล้มเหลว ข้อสำคัญก็คือล้มเหลวแล้วต้องฉลาดมากกว่าเดิมต้องรู้จักเรียนรู้จากความล้มเหลว ถึงจะเกิดปัญญา

พระไพศาล วิสาโล

33







   

 ธรรมะไทย