เวลารถติดแล้วหงุดหงิด อย่าเพิ่งไปโทษสัญญาณไฟจราจร อย่าเพิ่งไปโทษรถราที่ขวักไขว่ หรือตำรวจจราจร กลับมาดูใจตัวเองว่าเป็นเพราะอะไร
เวลามีความทุกข์เราอย่าเพิ่งโทษคนอื่น ลองกลับมาดูจิตใจเราก่อน คนเวลามีความทุกข์ใจก็จะโทษคนอื่นได้ง่าย
เวลารถติดแล้วหงุดหงิด อย่าเพิ่งไปโทษสัญญาณไฟจราจร อย่าเพิ่งไปโทษรถราที่ขวักไขว่ หรือตำรวจจราจร กลับมาดูใจตัวเองว่าเป็นเพราะอะไร
ตอนนั้นใจเราอาจกำลังคิดถึงจุดหมายปลายทางข้างหน้า แล้วก็ปรุงเเต่งว่าถ้ารถติดอย่างนี้จะไปทำงานสาย หรือว่าจะไปส่งลูกช้าเดี๋ยวเกิดอะไรตามมา ใจมันไปแล้ว ตัวอยู่บนถนนแต่ใจไปถึงที่ทำงานแล้ว ไปถึงโรงเรียนแล้ว แล้วก็สร้างภาพว่า เดี๋ยวจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาถ้าไปประชุมไม่ทัน ไปส่งลูกสาย หรือว่าผิดนัดกับเพื่อน แล้วก็ทุกข์เลย ทั้งๆ ที่มันยังไม่เกิดขึ้นเลย ที่วาดภาพไว้ยังไม่เกิดขึ้นเลย แต่ว่าทุกข์ซะแล้ว
ทุกข์เพราะว่าอะไร เพราะว่าการปรุงแต่งของตัวเอง ไม่ใช่เพราะว่ารถติด รถติดไม่ทำให้เราทุกข์ รถติดแค่ทำให้เสียเวลา แต่ที่เหลือมันเกิดจากการปรุงแต่งของใจเรา ใจไปอยู่กับอนาคต ไม่อยู่กับปัจจุบันเราไปกังวลกับเรื่องที่ยังมาไม่ถึง
แต่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็น เพราะใจปรุงแต่งไปในลักษณะนั้น แต่ไปโทษว่าเป็นเพราะรถติด เป็นเพราะรถขยับช้า เป็นเพราะจราจรไม่ทำหน้าที่ เพียงแค่หยุดปรุงแต่งกับมาอยู่ปัจจุบัน ไม่ต้องไปนึกถึงอนาคต ดูใจของตัวเองว่ามันกำลังรุ่มร้อนหรือเปล่า กลับมาที่ลมหายใจ หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ
มองสัญญาณไฟที่เป็นสีแดงว่า มันกำลังเตือนให้เราหยุดฟุ้งซ่านได้แล้ว
ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล