ค้นหาในเว็บไซต์ :

ไม่มีทางออกจากทุกข์สำหรับผู้ที่ยึดทุกข์หรือผลักไสทุกข์...ทว่า มีทางออกจากทุกข์ สำหรับผู้ที่เห็นว่าทุกข์เกิดขึ้นตามเหตุและปัจจัย


ไม่มีทางออกจากทุกข์สำหรับผู้ที่ยึดทุกข์หรือผลักไสทุกข์ ไม่มีทางออกจากทุกข์สำหรับผู้ที่เห็นทุกข์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญหรือเห็นเป็นบททดสอบหรือบทลงโทษจากพระผู้เป็นเจ้า

ทว่า มีทางออกจากทุกข์ สำหรับผู้ที่ศรัทธาในหลักพิจารณาทุกข์ตามคำสอนพระพุทธองค์ว่าทุกข์เกิดขึ้นตามเหตุและปัจจัย และมีทางออกจากทุกข์สำหรับผู้เจริญอริยมรรคมีองค์แปด

ในอุปนิสสูตร สังยุตตนิกาย นิทานวรรค พระพุทธองค์ตรัสแจกแจงกระบวนการแห่งเหตุปัจจัยดังนี้
เมื่อศรัทธาเป็นเหตุอิงอาศัย ปราโมทย์ย่อมมี
เมื่อปราโมทย์เป็นเหตุอิงอาศัย ปีติย่อมมี
เมื่อปีติเป็นเหตุอิงอาศัย ปัสสัทธิย่อมมี
เมื่อปัสสัทธิเป็นเหตุอิงอาศัย สุขย่อมมี
เมื่อสุขเป็นเหตุอิงอาศัย สมาธิย่อมมี
เมื่อสมาธิเป็นเหตุอิงอาศัย ยถาภูตญาณทัสสนะย่อมมี
เมื่อยถาภูตญาณทัสสนะเป็นเหตุอิงอาศัย นิพพิทาย่อมมี
เมื่อนิพพิทาเป็นเหตุอิงอาศัย วิราคะย่อมมี
เมื่อวิราคะเป็นเหตุอิงอาศัย วิมุตติย่อมมี
เมื่อวิมุตติเป็นเหตุอิงอาศัย ญาณในธรรมแห่งความดับย่อมมี

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ดังเมื่อฝนห่าใหญ่ตกบนยอดเขา น้ำนั้นไหลไปตามที่ลุ่ม ยังซอกเขาระแหงห้วยให้เต็ม เมื่อซอกเขาระแหงห้วยทั้งหลายเต็มเปี่ยมแล้ว ย่อมยังหนองทั้งหลายให้เต็ม เมื่อหนองทั้งหลายเต็มเปี่ยมแล้ว ย่อมยังบึงทั้งหลายให้เต็ม เมื่อบึงทั้งหลายเต็มเปี่ยมแล้ว ย่อมยังสายน้ำลำธารให้เต็ม เมื่อสายน้ำลำธารเต็มเปี่ยมแล้ว ย่อมยังแม่น้ำใหญ่ให้เต็ม เมื่อแม่น้ำใหญ่เต็มเปี่ยมแล้วย่อมยังมหาสมุทรให้เต็ม ฉันนั้น”

ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร
แปลถอดความ โดย ปิยสีโลภิกขุ

10







   

 ธรรมะไทย