หน้าแรก ทำเนียบวัดไทย กรุงเทพมหานคร วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร
วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร
  พระอารามหลวง ชั้นโท ชนิดวรมหาวิหาร

   วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร (วัดระฆัง) ตั้งอยู่ทางฝั่งธนบุรี ตรงข้ามกับท่าช้างวังหลวง เดิมชื่อวัดบางหว้าใหญ่ เป็นวัดโบราณมีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง และโปรดเกล้าฯ ให้สังคยาพระไตรปิฏกที่นี่ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๑ มีการขุดพบระฆังโบราณในเขตวัด ประชาชนจึงเรียกว่า วัดระฆังตั้งแต่นั้นมา แต่ตัวระฆังซึ่งมีเสียงดี รัชกาลที่ ๑ โปรดเกล้าฯ ให้นำไปไว้ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

สิ่งสำคัญในวัดได้แก่ ตำหนักทอง ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีและสมเด็จพระสงฆราช (ศรี) พระอุโบสถกับหอพระไตรปิฏกที่รัชกาลที่ ๑ ทรงสร้าง ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังประดับทั้งสองหลัง

ตู้พระไตรปิฏก




สถาปัตยกรรมไทยในวัดที่มีชื่อเสียงเลื่อลือว่างามยิ่ง คือ หอพระไตรปิฏก เดิมอยู่กลางสระที่ขุดขึ้นด้านหลังพระอุโบสถ สร้างเป็นเรือนแฝด ๓ หลัง ด้วยไม้ที่รื้อพระตำหนักและหอนั่งเดิมของรัชกาลที่ ๑ เมื่อครั้งยังทรงรับราชกาลอยู่กรุงธนบุรี ฝาผนังด้านนอกทาสีดินแดง ด้านในเขียนภาพฝีมืออาจารย์นาค เป็นภาพแสดงวิถีชีวิตประจำวันของคนสมัยนั้น บานประตูตกแต่งด้วยการเขียนลายรดน้ำและแกะสลักอย่างงดงาม นอกจากนั้นยังมี ตู้พระไตรปิฏก ลายรดน้ำขนาดใหญ่สมัยกรุงศรีอยุธยา อยู่ในห้องด้านเหนือและห้องด้านใต้


เจ้าอาวาส

พระเทพวิสุทธิเมธี (เที่ยง อคฺคธมฺโม ป.ธ.๙)

- รักษาการเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร
- เจ้าคณะภาค ๑๑


ข้อมูลวัด
วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร (วัดระฆัง)
ตั้งอยู่ทางฝั่งธนบุรี ตรงข้ามกับท่าช้างวังหลวง
แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐
ความสำคัญ : พระอารามหลวง ชั้นโท ชนิดวรมหาวิหาร
สังกัดคณะสงฆ์ : มหานิกาย
ประวัติ : สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี )
พระคาถา์ : พระคาถาชินบัญชร
แผนที่วัด : คลิ๊กดูแผนที่
ข้อมูลภาษาอังกฤษ : English
เจ้าอาวาส : พระเทพวิสุทธิเมธี (เที่ยง อคฺคธมฺโม ป.ธ.๙) (รักษาการเจ้าอาวาส)

กลับสู่หน้าวัดไทย
[ จำนวนคนอ่าน 39422 คน ]
• ขอเชิญศึกษาพระอภิธรรม,บาลีและการปฏิบัติวิปัสสนาของมูลนิธิแนบมหานีรานนท์ ปี*2555*
• ขอเชิญฟังธรรมและดนตรีธรรมะฟรีในหัวข้อ "งานยุ่งทั้งวัน จะปฏิบัติธรรมได้อย่างไร" วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ โดย อาจารย์ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
• รับชายไทยใจกล้า สมัครเข้ารับการอุปสมบทนาคหมู่.. เเละรับเจ้าภาพอุปถัมภ์บวชพระ<1 รูป> (รุ่น พระธุดงค์กรรมฐาน ๕) วันที่ 4 มี.ค. 2555
• ขอเชิญร่วมพิมพ์หนังสือคติธรรมของพระราชภาวนาพินิจ หรือหลวงพ่อสนธิ์ อนาลโย วัดพุทธบูชา
• อีก ๕๖ วันถึงงานปฏิบัติธรรมฉลองพุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปี ๒,๖๐๐ กองบุญ ๆละ ๒๐ บาท
• นมัสการ กราบสักการะบูชา หลวงพ่อเมตตาใหญ่ ในอุโบสถ วัดสบู
• ขอเชิญทำบุญประเพณีสรงน้ำพระธาตุวัดลี บรวงสรวง
• ปฏิบัติธรรม แบบเจโตวิมุติ 17-19 กุมภาพันธ์ 2555 ณ ปัณฑิตารมย์ พัทยา
• เชิญร่วมมหากุศล ซื้อที่ดินสร้างวัด
• ขอเชิญปฏิบัติธรรม พุทฺธวจน ธมฺมวินย จากพุทฺธโอฎฺฐ
• วันมาฆบูชา 6 – 11 มีค.55 ขอเชิญปฎิบัติธรรม ที่วัดบางพาน สิงห์บุรี
• ขอเชิญร่วมปฎิบัติธรรม ทุกวันศุกร์-วันอาทิตย์ ที่ วัดบางพาน สิงห์บุรี
• ปฏิบัติธรรม แบบเจโตวิมุติ 17-19 กุมภาพันธ์ 2555 ณ ปัณฑิตารมย์ พัทยา
• โครงการทำบุญถังน้ำ
• ร่วมเป็นเจ้าภาพเททองหล่อพระ หลวงพ่อขาว วัดไผ่เหลือง บางบัวทอง
• ขอเชิญร่วมธรรมจาริก แสวงบุญ(ครั้งที่ ๒) ณ ดินแดนบุญถิ่นล้านนา ทางภาคเหนือ (อิ่มบุญ-อิ่มใจ) เพิ่มศิริมงคลรับปีมังกฏ
• ขอเชิญร่วมธรรมจาริก แสวงบุญ(ครั้งที่ ๒) ณ ดินแดนบุญถิ่นล้านนา ทางภาคเหนือ (อิ่มบุญ-อิ่มใจ) เพิ่มศิริมงคลรับปีมังกฏ
• มาฆปูรมีศรีปราจีน ๒๕๕๕ ครั้งที่ ๒๖ (๒๙ ก.พ- ๘ มี.ค ๒๕๕๕)
• ประธานกล่าวเปิดงาน ปิดทอง วัดสบู ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ นายยกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย
• หลวงพ่อเมตตาใหญ่ ในอุโบสถ วัดสบู

  บอกบุญ ~ ประชาสัมพันธ์

• พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ เชิญอบรมกรรมฐาน
• เชิญร่วมสร้างหนังสือธรรมะ แจกเป็นธรรมทาน ได้บุญกุศลมากมาย
• ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมโครงการพระศานติตารามหาสถูป มูลนิธิพันดารา
• ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วม ภาวนาบนวิถีซกเช็น "ศานติแห่งชีวิต" ระดับ 1 ตอน ความเบิกบานของจิต
• มงคลสูตร : Mangala sutta
• ประชาสัมพันธ์ "โรงหล่อพระ พรพระโพธิสัตว์"
• (ด่วนก่อนเต็ม)ขอเชิญร่วมธรรมจาริก แสวงบุญ(ครั้งที่ ๒) ณ ดินแดนบุญถิ่นล้านนา ทางภาคเหนือ (อิ่มบุญ-อิ่มใจ) ทำบุญ..ไหว้พระ...เพิ่มศิริมงคลรับปีมังกร
• ปฎิมากรมมพุธศิลป์ปั้นสดๆ
• ขอเชิญร่วมบุญใหญ่..ร่วมสร้างฐานองค์พระประธาน..เพื่อความมั่นคงในครอบครัว....ฐานอาชีพ...ฐานชีวิต..เเละฐานเเห่งพระพุทธศาสนา
• อบรมธรรมะในกิจกรรมสารธรมสัญจร โดยพระวิทยากรมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย
• ไอศครีมพีนัทบริการรับเลี้ยงไอศครีมที่ถูกกฎพระสงฆ์ค่ะล่าสุดได้ร่วมจัดเลี้ยงในงานพระธุดงค์ธรรมชัย________________________________________
• โครงการทำบุญต้นไม้ฟื้นฟูพุทธมณฑล
• มาฆปูรมีศรีปราจีน ๒๕๕๕ ครั้งที่ ๒๖ (๒๙ ก.พ- ๘ มี.ค ๒๕๕๕)
• สุขใจด้วยธรรมะ สุขกายด้วยน้ำผลไม้อินทรา
• ขอเชิญท่านผู้ใจบุญร่วมบริจาคเงินสร้างเมรุ ณ วัดป่าเกษมคงคาราม
• ขอเชิญร่วมงานหล่อพระพุทธสุนันทปรมาภิมงคล ณ อาคารปฏิบัติธรรมพระอาจารย์มิตซูโอะ กรุงเทพฯ
• ขอเชิญร่วมพิมพ์หนังสือคติธรรมของพระราชภาวนาพินิจหรือหลวงพ่อสนธิืแจกจ่ายเป็นธรรมทานสร้างบุญ บารมี
• ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างลานปฎิบัติธรรมพระพุทธเมตตาอุดมทรัพย์ (ปางลีลา)
• โปรแกรมสมาธิบำบัด ฝึกได้ด้วยตนเอง
• พระไตรปิฎกภาษาไทย พุทธศักราช 2549 ฉบับเฉลิมพระเกียรติ-โดยมหาเถรสมาคมเผยแพร่

  กระทู้ธรรมะไทย
"พอเข้าประตูโบสถ์ พระประธานยิ้มรับฟ้าทุกที…" รัชกาลที่ 5 ตรัสถึงพระประธานวัดระฆังฯ

     ใครที่เคยไปตระเวนทัวร์ไหว้พระ 9 วัด มาแล้วก็คงจะมีโอกาสได้ไปวัดระฆังโฆสิตาราม วัดฝั่งธนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีคติว่า "ไหว้พระวัดระฆัง มีคนนิยมชมชื่น มีชื่อเสียงโด่งดังตลอดปี" มาเป็นที่เรียบร้อย
       
       และสำหรับฉันที่ถือคติว่า "จะไหว้พระวัดเดียวหรือไหว้พระกี่วัดภายในกี่วันก็ไหว้กันไปเถอะ ขอให้ไหว้อย่างตั้งใจก็ได้บุญแล้ว" ก็ได้มีโอกาสไปไหว้พระที่วัดระฆังมาแล้วเช่นกันเมื่อเร็วๆ นี้เอง
       
       จริงๆ แล้ววัดระฆังนี้ หากมองเผินๆ หลายคนอาจจะบอกว่า ไม่เห็นมีอะไรโดดเด่น ไม่เหมือนวัดพระแก้วที่มีปราสาทราชวังงดงามหลายหลัง ไม่เหมือนวัดอรุณที่มีพระปรางค์ใหญ่โต ไม่เหมือนวัดโพธิ์ที่มีสิ่งที่น่าสนใจเยอะแยะจนดูสามวันก็ไม่หมด
       
       ใครคิดอย่างนั้นนับว่าคิดผิดเสียแล้ว เพราะวัดระฆังก็มีสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเหมือนกันนะ ถ้าไม่เชื่อก็ลองตามฉันมาสิ แค่นั่งเรือข้ามฟากจากท่าช้างมาก็ถึงแล้ว...
หอระฆังที่รัชกาลที่ 1 ทรงสร้างพระราชทานให้พร้อมกับระฆังอีก 5 ลูก
ระหว่างนั่งเรือข้ามฟาก ฉันก็จะขอเท้าความถึงประวัติของวัดระฆังให้ฟังก่อนสักหน่อยก็แล้วกันว่า วัดระฆัง เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ก่อนหน้านี้มีชื่อเดิมว่าวัดบางหว้าใหญ่ มาเปลี่ยนเป็นวัดระฆังโฆสิตารามในตอนหลัง ก็เพราะในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าได้มีการขุดพบระฆังลูกหนึ่งซึ่งมีเสียงไพเราะมาก ซึ่งต่อมารัชกาลที่ 1 ก็ได้นำระฆังลูกนั้นไปไว้ที่วัดพระแก้ว และโปรดให้สร้างหอระฆัง พร้อมทั้งระฆังอีก 5 ลูกไว้ให้แทน จึงเป็นที่มาของชื่อวัดระฆัง
       
       แต่จริงๆ แล้ววัดนี้ยังเคยมีอีกชื่อหนึ่งว่า วัดราชคัณฑิยาราม ซึ่งเป็นชื่อที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตั้งให้ แต่คนไม่นิยมเรียก จึงเรียกกันว่าวัดระฆังมาจนถึงบัดนี้ และทำให้ใครๆ มักจะนำเอาระฆังทั้งเล็กใหญ่มาถวายที่วัดนี้เพื่อเป็นการทำบุญอีกด้วย เพราะฉันเห็นระฆังเหล่านั้นแขวนเรียงกันอยู่มากมายข้างๆ โบสถ์ พอลมพัดมาทีหนึ่งก็ได้ยินเสียงระฆังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ
       
       แต่ฉันว่า ถ้าพูดถึงวัดระฆังขึ้นมา สิ่งหนึ่งที่หลายคนต้องนึกถึงก็คือ หลวงพ่อโต และพระคาถาชินบัญชร เพราะหลวงพ่อโต หรือ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สมเด็จพระราชาคณะที่มีชื่อเสียงของวัดนี้ เป็นที่เคารพนับถือของเหล่าพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างมาก และท่านยังเป็นผู้ที่นำเอาบทสวดอันศักดิ์สิทธิ์ที่ตกทอดมาจากลังกามาดัดแปลงแต่งเติมให้สมบูรณ์ขึ้น จนกลายเป็นพระคาถาชินบัญชรที่เราๆ รู้จักกันดี ซึ่งหากผู้ใดสวดเป็นประจำแล้วก็จะเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง
       
       แน่นอนว่า ที่วัดระฆังนี้ต้องมีรูปเคารพของท่านอยู่แน่นอน แต่ก่อนที่จะไปกราบท่าน ฉันว่าเราควรจะเข้าไปไหว้พระประธานในโบสถ์กันก่อนเป็นอย่างแรกจะดีกว่า

ตำหนักจันทน์ หอพระไตรปิฎก โบราณสถานที่ได้รับรางวัลอนุรักษ์โบราณสถานดีเด่น
สำหรับพระประธานในพระอุโบสถวัดระฆังนี้มีเรื่องเล่ากันว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยตรัสว่า "ไปวัดไหนไม่เหมือนมาวัดระฆัง พอเข้าประตูโบสถ์ พระประธานยิ้มรับฟ้าทุกที..." น่าจะเป็นเพราะพระพักตร์ของพระพุทธรูปที่อ่อนโยนและเมตตา ทำให้เห็นเป็นเช่นนั้น ใครที่อยากรู้ว่า พระประธานยิ้มรับฟ้าเป็นอย่างไร เชิญมาชมได้ที่อุโบสถวัดระฆัง
       
       ไหว้พระประธานภายในโบสถ์เสร็จแล้ว ก็ลองเดินชมจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามไม่ใช่เล่น ภาพผนังด้านหน้าพระประธานเป็นภาพพระพุทธเจ้าเสด็จจากดาวดึงส์ และภาพเดียรถีย์ท้าแข่งรัศมีกับพระพุทธองค์ ส่วนด้านหลังเป็นภาพพระมาลัยขณะขึ้นไปนมัสการพระมหาจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ผนังด้านข้างเบื้องบนเขียนเป็นรูปเทพชุมนุม ตอนล่างเขียนภาพทศชาติชาดก เมื่อได้ดูภาพจิตรกรรมฝาผนังนี้แล้วฉันบอกได้เลยว่าใครเป็นคนวาด เพราะบนภาพมีชื่อคนเขียนอยู่เรียบร้อย คือเสวกโท พระวรรณวาดวิจิตร (ทอง) จารุวิจิตร ซึ่งเป็นจิตรกรเอกในสมัยรัชกาลที่ 6 เขียนขึ้นเมื่อ พ.ศ.2465
       
       เมื่อออกมาจากพระอุโบสถแล้วจะเห็นว่า ด้านหน้ามีวิหารสองหลังตั้งอยู่ หลังหนึ่งนั้นเป็นวิหารสมเด็จพระสังฆราช (สี) ซึ่งเป็นพระสังฆราชองค์แรกของกรุงรัตนโกสินทร์ ส่วนวิหารอีกหลังที่อยู่ตรงกันข้ามติดแอร์เย็นฉ่ำ เป็นวิหารที่ประดิษฐานรูปหล่อสมเด็จพระราชาคณะของวัด นี้ไว้ 3 องค์ คือ ซึ่งก็คือ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ม.จ.ทัด เสนีวงศ์) และสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ม.ร.ว.เจริญ อิศรางกูร) ซึ่งทั้งสามท่านนี้เป็นพระภิกษุที่มีคนเคารพนับถืออย่างมาก ฉันเห็นมีคนเข้ามาสักการะท่านทั้งสามไม่ขาดสาย โดยมีเครื่องสักการะเป็นดอกไม้ มาลัยและหมากพลูต่างๆ สวดมนต์ท่องคาถาชินบัญชร และเมื่อสวดจบแล้วก็จะปิดทองที่องค์ท่านเป็นอันเสร็จ
วิหารสมเด็จ ซึ่งมีรูปหล่อของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และพระราชาคณะอีกสองรูปประดิษฐานอยู่

     ไหว้ท่านทั้งสามเสร็จแล้วใครจะออกมาทำบุญกับพระประจำวันเกิด และเติมน้ำมันในตะเกียงต่อก็ได้ แต่สำหรับฉันแล้วยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ตั้งใจไว้ว่าเมื่อมาวัดที่นี่แล้วจะต้องไปดูให้ได้ นั่นก็คือ ตำหนักจันทน์ หรือ หอพระไตรปิฎก ซึ่งอยู่ทางด้านข้างของพระอุโบสถ ตรงข้ามกับหอระฆัง ดูมีรั้วกั้นเป็นสัดเป็นส่วนซ่อนตัวอยู่ในร่มไม้หนา
       
       หอไตรนี้เป็นตำหนักไม้แฝด 3 หลัง แต่เดิมเป็นตำหนักและหอประทับนั่งของรัชกาลที่ 1 เมื่อตอนที่ยังเป็นพระราชวรินทร์ เจ้ากรมพระตำรวจนอกฝ่ายขวา ในรัชกาลของสมเด็จพระเจ้าตากสิน แต่เมื่อต้องเสด็จไปตีเมืองโคราชจึงได้รื้อตำหนักนั้นมาถวายวัดระฆัง หรือวัดบางหว้าใหญ่ในขณะนั้น
       
       มองจากด้านนอกเข้าไป สิ่งแรกที่ดูโดดเด่นก็คือซุ้มประตูตรงนอกชานซึ่งแกะสลักเป็นลายดอกไม้ ส่วนบานประตูของหอกลางแกะเป็นลวดลายนกวายุภักษ์และลายกนกเครือเถาสวยงามมาก เมื่อเดินผ่านประตูเข้าไปในตัวตำหนัก ความมืดกะทันหันด้านในทำเอาฉันหน้ามืดไปชั่วขณะ บรรยากาศด้านในเงียบสงบมากจนออกจะวังเวงหน่อยๆ เพราะมีเพียงฉันคนเดียวเท่านั้นที่อยู่ในหอไตรแห่งนี้
       
       สิ่งแรกที่เห็นเมื่อเข้าไปด้านในก็คือ พระบรมสาทิสลักษณ์ขนาดใหญ่ของรัชกาลที่ 1 ตั้งอยู่ในหอกลาง ส่วนปีกตำหนักด้านซ้ายและขวานั้นมีตู้พระไตรปิฏกเขียนลายรดน้ำปิดทองฝีมืองดงามอยู่ด้านละใบ ตู้นี้เป็นตู้ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อครั้งยังทรงพระยศเป็นเจ้าฟ้าฯทรงลงพระหัตถ์แกะลายร่วมกับครูช่างอยุธยาด้วยพระองค์เองเสียด้วย

     หอพระไตรปิฏกนี้ได้มีการซ่อมแซมครั้งใหญ่เมื่อคราวฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี และยังเคยได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นประจำปี 2530 จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์อีกด้วย
       
       กำลังเดินดูอะไรต่ออะไรเพลินๆ ในหอไตร อยู่ดีๆ ก็มีเสียงกลองดังตูมขึ้นมา ทำเอาฉันสะดุ้งเฮือกกล้องแทบจะหลุดมือ แต่เสียงกลองนั้นก็ยังไม่หยุด กลับดังต่อมาอีกเป็นชุด พอเหลือบมองนาฬิกา อ้อ...เวลาเพลนี่เอง เขาถึงได้ตีกลอง แต่กลองเพลเจ้ากรรมนั้นดันมาอยู่ใต้ถุนหอไตรพอดี เสียงมันถึงได้ดังฟังชัดขนาดนั้น ใครที่จะไปชมหอไตรตอนเพลก็อย่าลืมเตรียมใจไว้ก่อนล่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะใจหายแว้บแบบฉัน
       
บริเวณหน้าวัดมีสัตว์น้ำหลายชนิด ให้ทำบุญปล่อยนก ปล่อยปลากัน
                     ได้ชมสิ่งที่ต่างๆ ในบริเวณวัดเรียบร้อยแล้วฉันก็เดินย้อนกลับมาบริเวณท่าน้ำหน้าวัดอีกครั้ง ซึ่งบริเวณนี้จะเต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าที่นำเอาสัตว์น้ำต่างๆ เช่น ปลาหลากหลายชนิด หอย เต่า มาไว้ให้ผู้ที่มาทำบุญได้ซื้อไปปล่อยกัน แต่ละร้านก็โฆษณากันไปต่างๆ นานา เช่น ปล่อยปลาสวาย เป็นการปลดปล่อยสิ่งไม่ดีในตัวเรา ปล่อยปลาดำราหูเป็นการสะเดาะเคราะห์ต่อดวงชะตา ปล่อยปลาทับทิม ช่วยเรื่องความรักได้ สารพัดจะชวนเชื่อกัน ฉันเองไม่ค่อยอยากจะสนับสนุนการค้าแบบนี้นัก และไม่อยากจะคิดว่าเจ้าปลาพวกนี้ที่เราปล่อยไป มันจะโดนจับมาขายอีกกี่ครั้ง แต่ก็คิดว่า ยังไงก็ตามพวกมันก็ยังโชคดีกว่าตัวอื่นๆ ที่วางขายอยู่ในตลาดหลายเท่า ก็เอาเป็นว่าใครที่อยากทำบุญก็เชิญกันได้ตามศรัทธา
       
       ส่วนฉันเองวันนี้อิ่มอกอิ่มใจกับการทำบุญไหว้พระและชมสิ่งที่น่าสนใจต่างๆ ภายในวัดระฆังจนเต็มที่แล้ว คิดว่าขอลากลับก่อนดีกว่า แต่วันหลังรับรองว่าฉันจะมากราบพระที่วัดระฆังนี้อีกอย่างแน่นอน ก็ติดใจเสียงระฆังที่วัดนี้เข้าแล้วนะสิ...
       
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       
       วัดระฆังโฆสิตารามวรวิหารเป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ 250 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร การเดินทางสามารถนั่งรถประจำทางสาย 19, 57, 83 หรือนั่งเรือข้ามฟากจากท่าช้างไปยังท่าวัดระฆังได้

ที่มา : คอลัมน์ ชมหอไตร ไหว้หลวงพ่อโต กราบพระยิ้ม ที่ "วัดระฆัง"
โดย ผู้จัดการออนไลน์ โดย...หนุ่มลูกทุ่ง


สาธุค่ะ

บี [กรุงเทพ] [ 2 ม.ค. 2555 เวลา 22:06 น. ]

ดีมาก

ฟ้า [นนท์] [ 22 ธ.ค. 2554 เวลา 19:30 น. ]

ขออนุญาตเสนอ ศูนย์หนังสือพระพุทธศาสนาไตรลักษณ์
แหล่งเผยแพร่หนังสือธรรมะและหนังสือพระไตรปิฎกพร้อมบริการจัดส่งตู้พระไตรปิำฎก ราคาถูก และ ตู้พระไตรปิฎก ไม้สักแท้ ทั้งหลัง ราคา ถูก บริการส่ง ทั่วประเทศ

เข้าไปดูตัวอย่างตู้พระไตรปิฎกได้ที่

www.trilakbooks.com
โทร.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับ หนังสือธรรมะ

หนังสือพระไตรปิฎก ตู้พระไตรปิฎกได้ที่เบอร์ 086-461-8505 , 081-424-0784


ศูนย์หนังสือพระพุทธศาสนา ไตรลักษณ์ [กรุงเทพมหานคร] ส่งเมล์ถึง ศูนย์หนังสือพระพุทธศาสนา ไตรลักษณ์ [ 30 พ.ย. 2554 เวลา 10:23 น. ]

ขออนุญาต นำเสนอ ....เก้าอี้พลาสติก Superware สั่งซื้อ 100 ตัวขึ้นไป สกรีนฟรี ส่งฟรี **
……………………………………........
สั่งซื้อเก้าอี้พลาสติก 100 ตัวขึ้นไป สกรีนฟรี ส่งฟรี **
(# ขายส่ง#) เก้าอี้โต๊ะพลาสติกSuperware@
นิยมทำบุญ/บริจาค/ประมูล,โรงเรียน/ร้านอาหาร/บริษัทต่างๆ ได้ทั้งบุญเห็นทั้งของ
บริการส่งฟรีในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล
( ต่างจังหวัด ส่งทางบริษัทขนส่ง ลูกค้าเสียค่าขนส่งปลายทางเอง )
………………………………………………
**ซื้อสินค้าของบริษัท ส.ศิริไทยเทรดดิ้ง จำกัด ได้รับของชัวร์ 100% (ใบทะเบียนการค้า 3011097946)
………………………………………………
ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณสราวุธ 081-638-5473/081-774-4332 /02-8708425 / Fax.02-8708425
เชิญดูที่ http://www. s-sirithaitrading.com
E-mail : s-sirithaitrading@hotmail.com
………………………………………………
*โรงพิมพ์มาเอง* รับจัดพิมพ์หนังสือธรรมะ *ทั้งโบว์ชัวร์ 4 สี แผ่นพับ ปฎิทิน หัว/ซองจดหมาย นามบัตร ฉลาก สติกเกอร์กระดาษ/คอมพิวเตอร์ แบบฟอร์มบิลเข้าเล่ม/แบบฟอร์มต่างๆ สลิปเงินเดือน หนังสืออนุสรณ์ การ์ดเชิญต่างๆ ผ้าป่า กฐิน ตรายาง ติดต่อคุณแก้ว 086-3294030, 02-428-8540
..งานดี มีคุณภาพ ราคาถูก.. ..
E-mail : pt_printting@yahoo.co.th

http://www. s-sirithaitrading.com [กรุงเทพฯ] ส่งเมล์ถึง http://www. s-sirithaitrading.com [ 9 ก.ย. 2554 เวลา 08:43 น. ]

เลื่อมใสพระพุฒาจารย์โต มาก ๆ ศรัทธาคำสอนของท่านที่ให้สร้างบุญกุศลไว้มาก ๆ เวลาจะขออะไรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ ก็สามารถจะขอได้ ถ้าบุญของเราถึงอะไรก็ไม่สามารถมารั้งได้ ว่าแล้วอยากจะลองไปขอผู้มีบุญมากเกิดเป็นลูกของเราสักคน ตั้งใจจริง ถ้าได้ก็จะดีใจมากกกกกกกกกกกกกกกแต่ถ้าไม่ได้ท่านได้สอนไว้แล้วว่ามันยังไม่ถึงเวลา ถ้าใช่และบุญถึงก็จะมาเอง เราจะรอวันนั้น แต่ที่แน่ ๆ คือได้ดูประวัติและบรรยากาศที่วัดระฆัง อยากไปมาก ๆ อยากไปกราบท่านสักครั้ง ถ้าไปขอท่านแล้วประสบความสำเร็จยังงัยจะเขียนมารายงานผลบุญมาให้ดูอีกครั้งนะค่ะ สาธุ

อ้อม [กรุงเทพ] [ 7 ก.ย. 2554 เวลา 20:48 น. ]

สิส่สใด้เทาสด

สาเ [กทม] ส่งเมล์ถึง สาเ [ 3 ก.ย. 2554 เวลา 16:05 น. ]

วัดสวยดีค่

ดญ วันดี โพทอง [กรุงเทพ] [ 27 ส.ค. 2554 เวลา 15:06 น. ]

รอเพียงแค่ระยะเวลาที่เหมาะสมหนุ่มน้อยจากกาฬสินธุ์
2000 ความตั้งใจตามตำนานด้วยแรงศัทธาที่มีมานาน


จักรวาล จันทุดม [กาฬสินธุ์] ส่งเมล์ถึง จักรวาล จันทุดม [ 23 ส.ค. 2554 เวลา 21:46 น. ]

ทุกอย่างดีแล้วเป็นไปตามบุญกุศลที่ปรากฎ

นายภัสสร อินทรนิวาศ [ปทุมธานี] ส่งเมล์ถึง นายภัสสร  อินทรนิวาศ [ 18 ส.ค. 2554 เวลา 15:43 น. ]

กราบพระประธานในพระอุโบสถ กราบพระธรรมคาถาชินบัญชร กราบพระสงฆ์กราบสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต)พรหมรังสีขอบารมีเป็นที่พึ่งดับทุกข์เพิ่มบุญเพิ่มสุข

นายภัสสร อินทรนิวาศ [ปรพทุมธานี] ส่งเมล์ถึง นายภัสสร  อินทรนิวาศ [ 18 ส.ค. 2554 เวลา 15:40 น. ]


ความคิดเห็นเพิ่มเติม-คำแนะนำ
ข้อความ * :
โดย * :
E-mail :
จังหวัด * :
รหัสความปลอดภัย
 


Javascript DHTML Image Web Scroller Powered by dhtml-menu-builder.com
 
หน้าแรก ทีมงานธรรมะไทย แผนผังเว็บไซต์ ค้นหาข้อมูล ติดต่อธรรมะไทย สมุดเยี่ยม บอร์ดบอกบุญ
คลังแสงแห่งธรรม พระพุทธศาสนาในเมืองไทย ข่าวธรรมะ ธรรมะในสวน ธรรมะกับเยาวชน ศูนย์รวมภาพ สถานปฏิบัติธรรม
เพลงธรรมะ เสียงธรรม DhammaTube พุทธศาสนสุภาษิต พจนานุกรมพุทธศาสน์ ทำเนียบวัดไทย กวีธรรมะ สนทนาธรรม
พระพุทธศาสนา  พระพุทธเจ้า ประวัติพระพุทธสาวก หัวข้อธรรม ธรรมปฏิบัติ ศาสนพิธี วันสำคัญทางศาสนา ทศชาติชาดก
นิทานชาดก  มงคล ๓๘ ประการ  มิลินทปัญหา  นิทานธรรมะบันเทิง  ธรรมะจากหลวงพ่อ  กรรม   การเผยแผ่ศาสนา
จีรัง กรุ๊ป
© ธรรมะไทย