|
วัดบพิตรพิมุข
เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิด วรวิหาร ตั้งอยู่ที่เลขที่
266 ถนนจักรวรรดิ แขวง จักรวรรดิ เขตสัมพันธ์วงศ์ กรุงเทพมหานคร
วัดบพิตรพิมุข
มีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า วัดเชิงเลน ประมาณ พ.ศ.2328 สมเด็จพระเจ้าหลายเธอ
เจ้าฟ้ากรมพระอนุรักษ์เทเวศร์ กรมพระราชวังบวรสถานพิมุข
(วังหลัง) ทรงสถาปนาใหม่หมดทั้งพระอาราม และน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
รับไว้เป็นพระอารามหลวงและพระราชทานนามว่า "วัดบพิตรพิมุข"
เพื่อเฉลิมพระเกียรติกรมพระราชวังบวรสถานพิมุขพระองค์นั้น
วัดบพิตรพิมุขได้รับการสมโภช พร้อมกับการสมโภชพระมหานคร
สมโภชวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และสมโภชอารามอื่น ๆ
ผู้สร้างและบูรณะปฏิสังขรณ์
วัดบพิตรพิมุข เดิมเป็นวัดราษฎร์
และเป็นวัดโบราณมีมาแต่สมัยพระนครศรีอยุธยาเป็นราชธานี แต่ไม่ปรากฏชื่อผู้สร้าง
มีการสันนิษฐานกันว่า คงสร้างภายหลังรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
(พ.ศ.๒๒๓๑) เพราะไม่ปรากฏในแผนที่ป้อมเมืองธนบุรี ที่เมอชิเออร์
วอลสันเดส เวอร์เกนส์ ได้เขียนไว้ใน พ.ศ.๒๒๓๑
รัชการที่
๑ สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ
เจ้าฟ้า กรมพระอนุรักษ์เทเวศร์ กรมพระราชวังบวรสถานพิมุข
ทรงสถาปนานาใหม่ทั้งอาราม เช่น ทรงสร้างศาลาการเปรียญ กุฏิและถาวรวัตถุอื่น
ๆ ด้วยเครื่องไม้ ทรงปฏิสังขรณ์พระอุโบสถและพระวิหารเป็นต้น
รัชกาลที่
๒ คงไม่มีการก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์มากนัก
ในรัชการนี้ชื่อของวัดบพิตรพิมุขได้ปรากฏในพระราชวงศาวดาร
เพราะใช้เป็นที่เผาศพราษฎรที่ถึงแก่กรรมด้วยอหิวาตกโรค ซึ่งเผาและฝังไม่ทัน
ต้องนำศพมากองสุ่มก่ายกันไว้ตามป่าช้า และศาลาด้นราวกับกองฟืน
น่าสังเวชยิ่งนัก
-
พระพุทธปฏิมาประธานในพระอุโบสถ -
รัชกาลที่
๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้รื้อเสนาสนะและถาวรวัตถุที่เป็นเครื่องไม้และสร้างใหม่ด้วยก่ออิฐถือปูนทั้งหมด
การก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์ คือ พระอุโบสถ พระพุทธปฏิมาประธานในพระอุโบสถ
พระวิหาร พระเจดีย์ กุฏีเก๋งจีน (กุฏีเก๋งจีน พระยาโชฎึกราชเศรษฐีจีน
(ทองจีน) เจ้ากรมท่าซ้าย สร้างถวายเดิมสร้างแบบศิลปะจีนทั้งหมด
ต่อมาได้ซ่อมปนศิลปะไทยเข้าไปบ้าง โดยเฉพาะเครื่องบนเปลื่อยให้เป็นการเข้าไม้ตามแบบเก่าของจีน)
รัชกาลที่
๔ สมัยหม่อมเจ้าพระญาณวราภรณ์
(หม่อมเจ้ารอง) มีการสร้างหอไตร กุฏิตำหนักและกุฏิสงฆ์ โดยจัดเป็นกลุ่มกุฏิ
๔ หลัง แต่ละกลุ่มมีหอไตรด้วยสำหรับกุฏิตำหนักนั้นเป็นที่ประทับของหม่อมเจ้าพระญาณวราภรณ์
รัชกาลที่
๕ สมัยพระธรรมวโรดม
(สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ธมฺมสิริ ฤทธิ์) พระธรรมวโรดมเป็นเจ้าอาวาสเป็นผู้เอาใจใส่ในกิจการพระศาสนา
และขวนขวายบูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุให้อยู่ในสภาพดีเสมอ จนเป็นทีโปรดปรานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
และทรงมีพระราชกระแสชมเชยว่า
สมเด็จพระพุฒาจารย์
เป็นสมภารมีสิริ อยู่วัดไหนก็เจริญวัดนั้น เช่น วัดบพิตรพิมุขก็เคยเจริญมาครั้งหนึ่งแล้ว
จึงได้นิมนต์มาไว้วัดอรุณฯ ก็มาทำความเจริญให้แก่วัดอรุณฯ
เป็นที่เจริญความเลื่อมใส ให้บอกอนุโมทนาด้วยความยินดีไปให้ท่านทราบ
ต่อมาในสมัยของพระราชเมธี
(พระธรรมดิลก จนฺทสิริ อิ่ม) และพระราชโมลี (พระธรรมปิฎก
จนฺทสุวณฺโณ น่วม) มีการบูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุหลายประการเช่นกัน
รัชกาลที่
๖-๗-๘ ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุและเสนาสนะหลายประการเช่นกัน
|