|
ท่านพระสุภูติ
เป็นบุตรของสุมนเศรษฐี ในพระนครสาวัตถี ในวันที่อนาถบิณฑิกมหาเศรษฐี
ทำการฉลองพระเชตวันมหาวิหาร สุภูติกุฎุมพี ได้ไปสู่พระมหาวิหารพร้อมกับท่านมหาเศรษฐี
เมื่อได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระบรมศาสดาแล้ว เกิดศรัทธาเลื่อใสอยากจะอุปสมบทในพระธรรมวินัย
จึงทูลขออุปสมบทในสำนักของพระบรมศาสดา ครั้นได้อุปสมบทเป็นภิกษุสมตามความปรารถนาแล้ว
ก็ศึกษาเล่าเรียนพระวินัยปิฎก และพระอภิธรรมปิฎกจนชำนิชำนาญคล่องแคล่วแล้ว
เรียนเอาพระกรรมฐานในสำนักของพระบรมศาสดา ไปกระทำสมณธรรเจริญวิปัสสนากรรมฐานอยู่ในป่า
ไม่ช้าไม่นานก็ได้บรรลุพระอรหัตตผลเป็นพระอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา
ท่านเป็นผู้ประกอบด้วยคุณสมบัติ
๒ ประการ คือ อรณวิหาร ชำนาญด้วยโลกุตตรธรรม สำราญอยู่ด้วยหากิเลสมิได้
และเป็นทักขิไณยบุคคล ผู้ควรรับซึ่งทักษิณาทาน ด้วยเหตุนี้
ท่านจึงได้รับความยกย่องจากพระบรมศาสดาว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในทางอรณวิหาร
( คือ เจริญฌานประกอบด้วยเมตตา ) และทักขิไณยบุคคล
พระสุภูติเถระนั้น ดำรงเบญจขันธ์อยู่โดยสมควรแก่กาลแล้วก็ดับขันธปรินิพพาน
|