พระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้า พระไตรปิฎก หัวข้อธรรม การปฏิบัติธรรม ศาสนพิธี วันสำคัญทางศาสนา ทำเนียบวัดไทย พระพุทธศาสนาในประเทศไทย
หน้าแรก เยาวชนกับธรรมะ
Share |

ธรรมะ สำหรับวัยรุ่นอกหัก


ความรักความอาลัยเป็นสาเหตุแห่งทุกข์

เพราะฉะนั้นคนมีรักมากเท่าใด ก็มีทุกข์มากเท่านั้น

มีรักหนึ่งมีทุกข์หนึ่ง มีรักสิบมีทุกข์สิบ

มีรักร้อยมีทุกข์ร้อย

ความทุกข์ย่อมเพิ่มขึ้นตามปริมาณแห่งความรัก

เหมือนความร้อนที่เกิดแต่ไฟ

ย่อมเพิ่มขึ้นตามจำนวนเชื้อที่เพิ่มขึ้น





พุทธพจน์


ความพลาดหวังในรักไม่ได้หมายถึงความสิ้นสุดของทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต

มีเพียงบางอย่างที่หลุดมือคุณไป แต่ยังมีสิ่งที่ทรงคุณค่าอีกมากมายที่อยู่กับคุณ

ขณะเดียวกันการที่คุณถูกปฏิเสธความรักไม่ได้หมายความว่าตัวคุณไร้คุณค่า

ยังมีคนอีกมากมายที่รักคุณ เช่น พ่อแม่ ญาติพี่น้อง มิตรสหาย

หรือใครบางคนที่มีใจให้คุณ อย่าให้ใครคนเดียวมาตัดสินคุณค่าของตัวคุณ

หรือกุมชะตาชีวิตของคุณไว้



เมื่อชีวิตมาถึงจุดนี้แล้ว ไม่มีอะไรดีกว่าการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

คุณควรมองไปข้างหน้ายิ่งกว่าอาวรณ์ถึงอดีตอันหวานชื่น

หรือติดตรึงอยู๋กับวันวานอันเจ็บปวด อดีตคือสิ่งที่ผ่านไปแล้ว

อย่างไม่มีวันกลับคืน จึงเปล่าประโยชน์ที่จะคิดถึง ตรงกันข้าม

การคิดถึงมันมีแต่จะทำให้คุณทุกข์มากขึ้น ยิ่งเป็นอดีตที่เจ็บปวด

การคิดถึงมันก็ไม่ต่างจากการเอามีดกรีดลงไปกลางใจคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า



เขาอาจนอกใจคุณ ไม่ซื่อตรงต่อคุณ จนต้องแยกทางจากกัน

แต่มาถึงวันนี้แล้วเขาไม่มีทางทำให้คุณทุกข์ได้เลยหากคุณไม่แบกเขาเอาไว้ในใจ

หรือเฝ้านึกถึงการกระทำของเขาในอดีต สุขหรือทุกข์อยู่ที่ใจคุณว่าจะปล่อยวาง

เขาไปจากใจหรือไม่ เขาไม่สามารถบังคับใจคุณไห้ทุกข์ได้เลย



อย่าปล่อยให้ความโกรธเกลียดเผาลนจิตใจของคุณ เขาไปไกลจากชีวิตคุณแล้ว

แต่ไฟแห่งความโกรธเกลียดที่คุคั่งอยู่ในใจคุณต่างหากที่กำลังทำร้ายคุณอยู่

ดับไฟกลางใจคุณด้วยการให้อภัยเป็นดีที่สุด



ถ้าคุณรู้สึกผิดกับตัวเอง ควรให้อภัยตัวเองบ้าง ไม่ควรโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หากที่แล้วมาคุณผิดพลาดไปจริงๆก็ควรถือเป็นบทเรียนเพื่อการปรับปรุงแก้ไข

ตนเอง อย่าล่ามตัวเองไว้กับอดีตที่ผิดพลาด เพราะอนาคตที่สดใสยังรอคุณอยู่

ค่ำคืนไม่เคยเป็นนิรันดร์ ไม่ช้าไม่นาน แสงเงินแสงทองก็จะปรากฎ

ขึ้นกับชีวิตของคุณ



เข็มทิศหัวใจ

คำพูด การกระทำ เหตุการณ์ที่เราไม่ชอบใจ

อาจจะจบลงไปตั้งนานแล้ว

แต่ตัวเรานี่แหละที่หยิบคำพูด การกระทำ เหตุการณ์นั้นๆ

มาเปิดดู เปิดฟัง ในหัวเราซ้ำแล้วซ้ำอีก

เหมือนกับคนอื่นเขาแทงเราได้แค่เพียงครั้งเดียว

แต่ตัวเรานี่แหละที่หยิบมีดด้ามนั้น

มาแทงตัวเองไม่ยอมจบไม่ยอมวาง

ถ้าเราเฝ้าสังเกตจิตใจตัวเอง เราจะรู้ทัน ทันทีที่ใจหยิบมีด

หยิบความคิดมาทิ่มแทงตัวเอง

เรากำลังแทงตัวเองอยู่หรือเปล่า

ถึงเวลาวางมีดลงหรือยัง

ฐิตินาถ ณ พัทลุง





ขอขอบคุณ oknation สำหรับข้อมูล
ที่มา : oknation
ได้รับอนุโมทนา 2 ครั้ง จาก sck, นิติพงษ์เพ็ชรจรูญ,

Good meaning
sck 19 ธ.ค. 2553 เวลา 10:51 น. โพสต์: 1 อนุโมทนา: 1 ได้รับอนุโมทนา: 0 คำตอบที่ 1

DT09971
Visaka

20 พ.ย. 2553 เวลา 16:21 น.

โพสต์: 7
อนุโมทนา: 0
ได้รับอนุโมทนา: 14




ท่านสมาชิกฯ ยังไม่ได้ Login ครับ !  คลิกที่นี่ ล็อกอิน ก่อนโพสต์ครับ 

หน้าหลัก จำนวนคนอ่าน 4634 คน  ปิดหน้านี้




Dhammathai.org on Mobile
Mobile/Tablet

หน้าแรก
ทีมงานธรรมะไทย
แผนผังเว็บไซต์
ค้นหาข้อมูล
ติดต่อธรรมะไทย
สมุดเยี่ยม
ธรรมะในสวน
เครือข่ายธรรมะ
ศูนย์รวมภาพ
สัญลักษณ์ไทย
สมาชิกธรรมะไทย
กวีธรรมะ
บอร์ดบอกบุญ
สถานปฏิบัติธรรม
สนทนาธรรม
ข่าวธรรมะ
ธรรมะกับเยาวชน
ธรรมะจากหลวงพ่อ
บทความธรรมะ
กรรม
 ทาน
พระไตรปิฏก
เสียงธรรม
วีดีโอธรรมะ
เพลงธรรมะ
ธรรมปฏิบัติ
 คลังแสงแห่งธรรม
 คลังหนังสือธรรมะ
 หลักธรรมนำสุขในยุค๒๐๐๐
 กรรมฐานประจำวันเกิด
 ศีล
 สมาธิ
 วิปัสสนา
พระพุทธศาสนา
พจนานุกรมพุทธศาสน์
หัวข้อธรรม
บทสวดมนต์
มิลินทปัญหา
พระพุทธศาสนาในไทย
ทำเนียบวัดไทย
ศาสนพิธี
อุปสมบทพิธี
วันสำคัญทางศาสนา
การเผยแผ่ศาสนา
 งานปริวาสกรรมทั่วประเทศ
พระพุทธเจ้า
พระพุทธประวัติ
ประวัติพระพุทธสาวก
ทศชาติชาดก
นิทานชาดก
 พุทธวจนในธรรมบท
มงคล ๓๘ ประการ
พุทธศาสนสุภาษิต
นิทานธรรมะบันเทิง
สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
พระพุทธรูปปางต่างๆ
พระพุทธรูปสำคัญ
จีรัง กรุ๊ป
เพจธรรมะไทย
© ธรรมะไทย