หน้าแรก นิทานชาดก รุหกชาดก
อาจารย์รุหกะ


ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่งผู้ถูกภรรยาเก่าหัวเราะเยาะเย้ย ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพระราชา ครองเมืองพาราณสี ทรงตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรม พระองค์มีปุโรหิตคนหนึ่งชื่อว่า รุหกะ เขามีภรรยาชื่อว่าปุรณีพราหมณี พระราชาได้พระราชทานม้าตัวหนึ่งพร้อมเครื่องประดับแก่ท่านรุหกะปุโรหิตนั้นไปใช้เป็นพาหนะว่าราชการ

วันหนึ่งท่านรุหกะปุโรหิตขี่ม้าไปราชการ ชาวบ้านที่พบเห็นได้พากันชมม้าของเขาว่า
     "แม่เจ้าโว้ย ม้าต้วนี้ช่างงามแท้" พอเขาได้กลับไปถึงบ้านพร้อมกับรอยยิ้มได้เรียกภรรยามาพูดอวดว่า
     "นี่น้องม้าของพี่งามเหลือเกิน ไครๆ เขาก็ชมกันทั้งนั้นนะ น้องว่าจริงไหมจ๊ะ" ภรรยาของเขาค่อนข้างจะมีนิสัยเป็นนักเลงอยู่บ้างจึงพูดตอบแบบกวน ๆ ว่า
      "พี่..ม้าตัวนี้งามเพราะมันมีเครืองประดับหรอกจ๊ะ พี่ก็ลองเดินซอยเท้าเหมือนม้าไปเข้าเฝ้าพระราชาดูบ้างซิ พระองค์จะได้ทรงโปรดปราน ชาวบ้านก็จะพากันชื่นชมพี่ด้วยนะจ๊ะ"

ท่านรุหกะเป็นคนค่อนข้างบ้า ๆ บอๆ อยู่บ้าง พอได้ฟังภรรยาพูดยุเช่นนั้นก็ไม่รู้ว่านางพูดเย้ยหยัน มุ่งแต่จะได้ความงามอย่างเดียวจึงลองทำตามทำพูดภรรยาดู ชาวบ้านที่เห็นเขาก็พากันหัวเราะแล้วพูดเยาะเย้ยว่า "ท่านอาจารย์งามแท้หนอ"

พระราชาเห็นท่านแล้วก็รับสั่งว่า "อาจารย์..ท่านจิตใจไม่ปกติหรือ เป็นบ้าไปแล้ว หรือถึงได้ทำเช่นนี้" ทำให้ท่านรุหกะได้สติและอับอายเป็นอย่างยิ่ง ท่านโกรธภรรยามาก นึกไว้ในใจว่า
     "คอยดูนะนางตัวแสบ พอกลับถึงบ้านจะทุบตีมันสักป้าบสองป้าบแล้วค่อยไล่มันหนีไป"

ฝ่ายนางปุรณีพราหมณีทราบว่าสามีโกรธนางมากและกำลังกลับมาบ้าน ก็แอบออกทางประตูหลังบ้านเข้าพระราชวัง

พระราชาทรงทราบเรื่องนั้นแล้ว จึงตรัสกับท่านรุหกะในวันหนึ่ง
     "อาจารย์..ธรรมดาผู้หญิงก็มีความผิดได้เหมือนกัน ควรยกโทษให้นางเสียเถิด ธรรมดาสายธนูที่ขาดแล้วยังต่อกันได้อีก ท่านจงคืนดีกับภรรยาเสียเถิด อย่าได้โกรธไปเลย"

ท่านรุหกะปุโรหิตจึงทูลตอบเป็นคาถาว่า
     "เมื่อสายป่านยังมีอยู่ นายช่างผู้กระทำสายธนูก็ยังมีอยู่ ข้าพระองค์จักกระทำสายธนูใหม่ พอกันทีสำหรับสายธนูเก่า"

เมื่อกราบทูลแล้วก็กลับไปบ้านไล่นางปุรณีพราหมณีหนีไปแล้วแต่งตั้งภรรยาคนใหม่มาทำหน้าที่แทน

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
เป็นสามีภรรยาต้องรู้จักยอมกันบ้าง ยอมยกโทษให้กันและต้องเข้าใจกัน

 


ที่มา : หนังสือนิทานชาดก เล่มที่ ๒ โดย พระมหาสุนทร สุนฺทรธฺมโม (เสนาซุย)
[ เปิดอ่าน 9130 ครั้ง ]
Share |

  บอกบุญ ~ ประชาสัมพันธ์
• ขอเชิญร่วมปฏิบัติธรรม บวชเนกขัมมะภาวนา รักษาศีล ๘
• รับเจ้าภาพ((ด่วน)) ทาสี เเละปิดทอง ติดกระจกองค์พระ มหาจักพรรดิ์ (หน้าตัก 3เมตร)
• ร่วมทำบุญสร้างศาลาการเปรียญ ณ วัดนครป่าหมาก
• ร่วมทำบุญสร้างศาลาการเปรียญ ณ วัดนครป่าหมาก
• ร่วมทำบุญสร้างศาลาการเปรียญ ณ วัดนครป่าหมาก

  สนทนาธรรม
• ศาสนาอิสลามใช่ศาสนาที่สันติและสงบรึเปล่าน้า ??
• แจกฟรี หนังสือหายาก หลวงปู่หล้า เขมปัตโต ตอบปัญหาธรรมะ
• สมุนไพรแก้ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย หลับๆตี้นๆ
• "ทรงห่วงใยประเทศชาติ ประชาชน"
• สะท้อนด้วยภาพ ผลแห่งวิบากกรรม อย่าได้ประมาท




หน้าแรก
ทีมงานธรรมะไทย
แผนผังเว็บไซต์
ค้นหาข้อมูล
ติดต่อธรรมะไทย
สมุดเยี่ยม
ธรรมะในสวน
เครือข่ายธรรมะ
ศูนย์รวมภาพ
สัญลักษณ์ไทย
สมาชิกธรรมะไทย
ในหลวงรัชกาลที่ ๙
กวีธรรมะ
บอร์ดบอกบุญ
สถานปฏิบัติธรรม
สนทนาธรรม
ข่าวธรรมะ
ธรรมะกับเยาวชน
ธรรมะจากหลวงพ่อ
บทความธรรมะ
กรรม
 ทาน
พระไตรปิฏก
เสียงธรรม
วีดีโอธรรมะ
เพลงธรรมะ
ธรรมปฏิบัติ
 คลังแสงแห่งธรรม
 คลังหนังสือธรรมะ
 หลักธรรมนำสุขในยุค๒๐๐๐
 กรรมฐานประจำวันเกิด
 ศีล
 สมาธิ
 วิปัสสนา
พระพุทธศาสนา
พจนานุกรมพุทธศาสน์
หัวข้อธรรม
บทสวดมนต์
มิลินทปัญหา
พระพุทธศาสนาในไทย
ทำเนียบวัดไทย
ศาสนพิธี
อุปสมบทพิธี
วันสำคัญทางศาสนา
การเผยแผ่ศาสนา
 งานปริวาสกรรมทั่วประเทศ
พระพุทธเจ้า
พระพุทธประวัติ
ประวัติพระพุทธสาวก
ทศชาติชาดก
นิทานชาดก
 พุทธวจนในธรรมบท
มงคล ๓๘ ประการ
พุทธศาสนสุภาษิต
นิทานธรรมะบันเทิง
สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
พระพุทธรูปปางต่างๆ
พระพุทธรูปสำคัญ
จีรัง กรุ๊ป
เพจธรรมะไทย
© ธรรมะไทย