แม้แต่วัวควายยังชอบฟังวาจาสุภาพอ่อนโยน แล้วมนุษย์เราจะยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด
พระวินัยข้อหนึ่งระบุว่าภิกษุต้องอาบัติหากด่าทอผู้อื่น ตอนที่ทรงบัญญัติพระวินัยข้อนี้ พระพุทธองค์ทรงสาธกนิทานไว้อย่างน่าฟังว่า
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพราหมณ์ยากไร้ผู้หนึ่งเป็นเจ้าของโควิเศษพูดได้ชื่อนันทิวิสาล วันหนึ่งโคแนะให้พราหมณ์ไปพนันกับพ่อค้าด้วยเงินหนึ่งพันกหาปณะว่าโคนันทิวิสาลสามารถลากเกวียนที่ผูกไว้ด้วยกันหนึ่งร้อยเล่มได้ พราหมณ์จึงทำตามและนัดเดิมพันครั้งใหญ่ต่อหน้าชุมนุมชน เวลานั้นพราหมณ์เกิดตื่นเต้นเป็นกำลังจึงตะโกนออกมาว่า “ไอ้โคโกง ลากเกวียนไปเดี๋ยวนี้” และแล้วพราหมณ์ก็ต้องตะลึงงันเมื่อโคยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน คนที่เห็นต่างพากันหัวเราะเยาะ
ต่อมา โคนันทิวิสาลเห็นพราหมณ์หน้าตาหมองเศร้าจึงไต่ถาม พราหมณ์ตอบว่า “จะไม่ให้หมองเศร้าได้อย่างไร ในเมื่อข้าเป็นหนี้พ่อค้าตั้งหนึ่งพันกหาปณะ ทำไมเจ้าทำกับข้าถึงเพียงนี้” โคตอบว่า “แล้วท่านเรียกข้าว่าไอ้โคโกงทำไม ทั้งๆ ที่ข้าไม่ได้โกง แต่เอาเถอะ เรื่องมันเกิดขึ้นแล้วก็แล้วกันไป ท่านจงกลับไปท้าพนันกับพ่อค้าอีกรอบโดยเพิ่มเงินเป็นสองพันกหาปณะเถิด คราวนี้ อย่าได้เรียกข้าเสียๆ หายๆ อีกนะ”
ครั้นพ่อค้ารับเดิมพัน คนทั้งหลายต่างพากันมาดูอีกครั้ง เมื่อผูกเกวียนรวมกันและเทียมแอกเข้ากับโคนันทิวิสาลแล้ว พราหมณ์ก็พูดดังๆ ว่า “เจ้าโคแสนดี ลากเลยลูก” โคนันทิวิสาลลากเกวียนทั้งหมดไปได้ ท่ามกลางเสียงคนโห่ร้องให้กำลังใจ
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า แม้แต่วัวควายยังชอบฟังวาจาสุภาพอ่อนโยน แล้วมนุษย์เราจะยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด
ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร