ความทุกข์หรือวิกฤต ก็เป็นข้อดีข้อหนึ่ง
เมื่อ 10 ปีก่อนมีน้ำท่วมใหญ่ ผู้คนสูญเสียทรัพย์สินมากมาย มากบ้างน้อยบ้าง เป็นล้านๆคน มีผู้หญิงคนหนึ่งก็เสียทรัพย์สินไปเยอะจากน้ำท่วม ทีแรกก็เสียใจไม่ต่างจากคนอื่น
บางคนไม่เสียใจอย่างเดียวเสียจริตไปด้วย หรือเสียชีวิตเพราะทำใจไม่ได้กับการสูญเสียจึงฆ่าตัวตาย
แต่ผู้หญิงคนนี้ก็แค่เสียใจแล้วเธอก็คิดขึ้นมาได้ว่า น้ำท่วมมาสอนเราว่า #ไม่มีอะไรที่เป็นของเราเลย ทุกอย่างที่เรามี มันเป็นของเราแค่ชั่วคราว สักวันหนึ่งมันก็ต้องสูญหาย ถ้าน้ำไม่ท่วม ไฟไม่ไหม้ ก็มีคนเอาไป มันก็ไม่ได้เป็นของเราเลยแม้แต่น้อย มันเป็นอยู่กับเราแค่ชั่วคราว
พอเธอคิดได้เช่นนี้เธอก็ไม่ทุกข์
เธอเสียทรัพย์
แต่เธอได้สิ่งที่มีค่ามากกว่าทรัพย์ก็คือปัญญา
เพราะเห็นความจริงว่า ไม่มีอะไรเป็นของเราเลย ทรัพย์เสียไปก็หาใหม่ได้ แต่ว่าถ้ามีปัญญาเห็นว่าไม่มีอะไรที่เป็นของเรา แม้จะเสียทรัพย์ในวันข้างหน้า มันก็จะไม่ทุกข์
ปัญญาแบบนี้มีเท่าไหร่ก็หาซื้อไม่ได้
แต่มันเกิดจากการที่เรา
ได้เรียนรู้จากความทุกข์
มองในแง่นี้ความทุกข์หรือวิกฤตก็เป็นข้อดีข้อหนึ่งมันช่วยทำให้เราได้เห็นสัจธรรมความจริงว่า ไม่มีอะไรที่เที่ยงหรือจีรังเลย ไม่มีอะไรที่เราจะยึดมั่นถือมั่นเป็นเราเป็นของเราได้เลย
ถ้าเราทำใจแบบนี้ได้แสดงว่าเราคุ้มแล้ว เราได้เรียนรู้จากวิกฤต เราได้ปัญญาจากวิกฤต
วิกฤตมันไม่ได้โบยตีย่ำยีเราอย่างเดียว แต่มันสามารถที่จะเป็นอาจารย์สอนธรรมะให้กับเราได้ หรือสามารถที่จะมอบสิ่งดีๆให้กับเราได้
มีผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นโรคซึมเศร้าอย่างหนัก แล้ววันหนึ่งเธอก็พบว่าเธอเป็นมะเร็งเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด แต่เธอกลับบอกว่าขอบคุณมะเร็ง เพราะมะเร็งทำให้เธอเข้าใจตัวเอง และรับมือกับโรคได้ดีขึ้นทำให้เธอมีความสุขขึ้น เธอบอกว่าถ้าเธอไม่เป็นมะเร็ง เธอก็คงจะตายไปแล้วเพราะเป็นโรคซึมเศร้าเพราะโรคซึมเศร้าทำให้เธอตายไม่รู้ตัว
ที่จริงเธอพยายามฆ่าตัวตายมา 3 รอบ แต่พอเป็นมะเร็ง ชีวิตเธอเปลี่ยนเลย ขนาดจิตแพทย์ที่รักษาเธอมา ยังออกปากเลยว่าเธอมีทัศนะการมองชีวิตและโลกเปลี่ยนไปตั้งแต่เธอเป็นมะเร็ง
มองในแง่นี้มะเร็งช่วยทำให้เธอ มีประโยชน์กับเธอ เพราะทำให้เธอเข้าใจตัวเอง ทำให้เธอรับมือกับโรคได้ดีขึ้น
เพราะฉะนั้นวิกฤตไม่ได้เป็นสิ่งที่เลวร้ายเสมอไป มันเป็นสิ่งที่ดีให้กับเรา โดยเฉพาะทำให้เรา #เข้าใจโลก ได้ดีขึ้น
และถ้ามันทำให้เรารู้จัก #ปล่อยวางเพราะเห็นความจริง ว่าไม่มีอะไรที่เป็นตัวเราของเราเลยแม้แต่น้อย ถึงตอนนี้เราก็ยกจิตเหนือวิกฤตได้ ความสูญเสียจะไม่ได้ทำร้ายเราอีกต่อไป
ที่จริงความสูญเสียไม่ได้ทำร้ายเรา เช่นเดียวกับความไม่เที่ยงไม่ได้ทำร้ายเรา แต่สิ่งที่ทำร้ายเราคือ #ความไปยึดติด สิ่งต่างๆว่าเที่ยง ว่าเป็นของเรา
ยึดติดในทรัพย์
ยึดติดในงานการ
ยึดติดในร่างกาย
ยึดติดในผู้คน
เพราะความยึดติดและความหลงว่ามันเที่ยงเป็นสุข เป็นของเรา พอมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดเราจึงทุกข์
เราไม่ได้ทุกข์เพราะความไม่เที่ยง
แต่เราทุกข์เพราะความไม่รู้ความจริง
จนหลงยึดติด
ซึ่งไม่ว่าจะมีมากเพียงใด
มันก็ไม่มีความสุขเลย
เราสังเกตไหม เรือโยงที่มันแล่นผ่านเราไป มันมีเรือโยงหลายลำ ที่มันลากเอาเรือขนทราย 5 ลำ 10 ลำ สวนกระแสน้ำ เห็นแล้วก็เหนื่อย
ชีวิตของหลายคนก็เหมือนกับเรือโยงนั้น แม้จะมีทรัพย์เยอะแต่ว่ามันทุกข์มากเลยกับการลาก แล้วก็เป็นการลากที่ทวนกระแสน้ำหรือจะทวนกระแสความจริงว่า ไม่มีอะไรเที่ยง
หลายคนที่มีทรัพย์มาก เขาไม่มีความสุขเลยเพราะเขาเหนื่อยกับการแบกกับการยึดทรัพย์เหล่านั้น การยึดการแบกชนิดที่สวนทางกับกระแสความจริงคืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
แต่เราลองสังเกตเรือโยงบางลำ มันแล่นไปตามน้ำ แล้วมันก็ไม่ได้แบกมันไม่ได้ลากอะไรเลย มันแล่นอย่างอิสระเสรีมาก
สังเกตเรือ 2 ชนิดนี้ไหม เรือชนิดหนึ่งคือลากแบกสมบัติคือเรือขนทราย ทวนกระแสน้ำ ดูแล้วเหนื่อย ดูแล้วล้า เฉื่อยช้า แต่เรืออีกลำหนึ่งแล่นฉิวเลย ทั้งๆที่เป็นเรือโยงเหมือนกัน แต่มันไม่ได้ลาก มันไม่ได้โยงอะไร เพราะมันปล่อยวางทุกอย่างเป็นอิสระ
เราอยากจะเป็นเรือแบบไหน ยึดในทรัพย์ แล้วก็ลากมันไป สวนทางกับความจริง หรือว่าเรือที่เป็นอิสระที่ไม่ต้องแบกไม่ต้องยึดอะไร แม้จะมีทรัพย์แต่ก็ไม่ได้ยึดในทรัพย์
อันนี้คือวิธีที่ทำให้เราสามารถที่จะผ่านพ้นวิกฤตไปได้ หรือไม่เจอวิกฤตด้วยซ้ำ
แต่อย่างไรก็ตามปุถุชนอย่างเราก็ต้องมีความยึดความอยาก เพราะฉะนั้นก็ต้องเจอวิกฤตไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเรารู้วิธีในการรักษาใจเราก็สามารถที่จะอยู่กับวิกฤตจนกระทั่งวิกฤตผ่านพ้นไปได้
ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล