ผู้ที่รู้แจ้งเห็นจริงในไตรลักษณ์ ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยในการแสวงหาและปกป้องผลประโยชน์ส่วนตัว จึงมีเวลา พลัง และปัญญาเต็มที่เพื่อจะสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวม
บางคนสงสัยว่าถ้าทุกอย่างไม่เที่ยง ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา แล้วจะอยู่ไปเพื่ออะไร เรื่องนี้ให้ดูจากประวัติของผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทั้งหลายจะเห็นว่าผู้ที่รู้แจ้งเห็นจริง ยิ่งเห็นความไม่เที่ยง ความไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ยิ่งขยัน
เมื่อทำงานเพื่อสิ่งที่เชื่อว่าตัวเรา นั่นแหละกิเลสจะเกิดขึ้นขัดขวางการทำงานอยู่เรื่อย เช่น งานไหนไม่ได้รับผลประโยชน์แก่ตัวก็ไม่อยากทำ เมื่อทำงานโดยหมกมุ่นกับสิ่งตอบแทนก็ล่อแหลมต่อทุจริต เมื่อเห็นแก่ศักดิ์ศรีของตนก็มักจะไม่ยอมรับข้อวิพากษ์วิจารณ์หรือเสียงสะท้อนจากคนอื่นแล้วไม่ปรับปรุงแก้ไขในจุดอ่อน
ผู้ที่รู้แจ้งเห็นจริงในไตรลักษณ์ ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยในการแสวงหาและปกป้องผลประโยชน์ส่วนตัว จึงมีเวลา พลัง และปัญญาเต็มที่เพื่อจะสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวม
อย่างไรก็ตามผู้ที่ถือว่าเห็นความจริงแล้วจะขี้เกียจก็มีปัญหาว่าจะขี้เกียจได้หรือ แล้วจะเอาอะไรมากิน จะเอาอะไรมาใช้ จะจ่ายค่าเทอมลูกได้อย่างไร มันก็ยังอยู่ในโลกเหมือนเดิม ไม่มีสิทธิ์ขี้เกียจ ถ้าเราไปพักบ้านคนอื่นชั่วคราว เราจะขี้เกียจทำความสะอาดอย่างนั้นหรือ จริงๆ แล้วอาจจะดูแลดีกว่าบ้านตัวเองด้วยซ้ำ
กายกับใจไม่ใช่ของเราก็จริง แต่ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ เราควรจะดูแลให้ดี
พระอาจารย์ชยสาโร