กิจกรรมธรรมะในสวน
 
 
หน้าแรก ทำเนียบวัดไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม จ.นครราชสีมา
วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม
พระพุทธสกลสีมามงคล "หลวงพ่อขาว"

   วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม ตั้งอยู่บริเวณเขาสีเสียดอ้า หมู่บ้านกลางดง ทางฝั่งขวาของทางหลวงหมายเลข ๒ (ถนนมิตรภาพ) ตรงหลักกิโลเมตรที่ ๑๕๐ มีทางแยกเข้าไปอิก ๒ กิโลเมตร มีถนนราดยางเข้าไปถึงวัด

     ที่วัดนี้มีพระพุทธรูปปางประทานพรสีขาว ขนาดใหญ่ ชื่อว่า "พระพุทธสกลสีมามงคล" ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า หลวงพ่อขาว ขนาดหน้าตักกว้าง ๒๗.๒๕ เมตร สูง ๔๕ เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก โดดเด่นอยู่บนยอดเขาสูงจากระดับพื้นดิน ๑๑๒ เมตร ทางซ้ายและทางขวาขององค์พระพุทธรูป

     สร้างโค้งเว้าในลักษณะใบโพธิ์ บันไดทั้งหมด มี ๑,๒๕๐ ขั้น หมายถึง จำนวนพระอรหันต์ที่ไปชุมนุมกันโดยมิได้นัดหมายในวันมาฆบูชา

     องค์พระพุทธรูปประดิษฐานอยู่เหนือพื้นดิน ๑๑๒ เมตรหรือ ๕๖ วา หมายถึง พระพุทธคุณ ๕๖ ประการ

     องค์พระสูง ๔๕ เมตร หมายถึง พระพุทธองค์โปรดเวไนยสัตว์อยู่ ๔๕ พรรษา หรือเรียกว่า ทรงทำพุทธกิจอยู่ ๔๕ พรรษา หลังจากที่ตรัสรู้แล้ว

:: ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.dhammathai.org/webboard/view.php?No=1728


ข้อมูลวัด
วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม
ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
ความสำคัญ : พระพุทธสกลสีมามงคล หรือ หลวงพ่อขาว
สังกัดคณะสงฆ์ : ธรรมยุติ
เว็บไซต์วัด : -

กลับสู่หน้าวัดไทย
[ จำนวนคนอ่าน 10769 คน ]
 แสดงความคิดเห็น - เพิ่มเติมข้อมูล
ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย
 ลูกศิษย์ หลวงปู่ พระญาณสิทธาจารย์ [นครราชสีมา] [11 ส.ค. 2552 22:05 น.] 110.49.150.151
  ขอบอกส่งต่อลูกศิษย์หลวงปู่ ร่วมงานกุศลวัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม
ในโอกาส"วันพิทักษ์ธรรม" ฉลองอายุวัฒนะ" พระญาณสิทธาจารย์
(หลวงพ่อทองใส) วัน อังคารที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๒
เวลา ๐๙.๐๐ น. ถึงเวลา ๑๕.๐๐ น.
ใครที่อยากสร้างบุญกุศล และได้วัตถุมงคล เชิญมาร่วมงานได้ เลย


 ทหารผู้น้อย [โคราช] [16 พ.ย. 2551 00:54 น.] 119.31.21.104
  กระผมว่าพระคุณเจ้าเณรน้อยพูดถูกครับ
ศรัทธาที่ขาดปัญญานี่น่ากลัวมากครับ สามารถชักชูงให้ผู้อื่นงมงายหรือมีความเห็นผิดไปด้วย พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าเป็นบาปมาก ผมเคยอ่านเจออยู่บ่อยๆ แต่ผมก็เข้าใจอยู่ครับว่าคุณศิษย์ปลายแถวรักวัดและอยากจะสร้างภาพพจน์ให้กับวัดของตนเองเพราะเคยได้พึ่งใบบุญตอนตกอับอยู่บ่อยๆ แต่ดูเหมือนจะเป็นการทำลายซะมากกว่านะครับ ฝากให้เอาไปคิดหน่อยนะครับ

และขอฝากทุกๆท่านที่จะแสดงความเห็นโปรดกรุณาใช้คำที่สุภาพและข้อความที่สร้างสรรค์ด้วยนะครับ มิใช่โพรสด่ากันไปด่ากันมาแบบนี้ในเวปธรรมะ(บาปทุกตัวอักษร) ช่วยกันจรรโลงพุทธศาสนาไว้ครับ ขอบพระคุณครับ


 เณรน้อย แสนเพลิน [อุทัย] [5 พ.ย. 2551 19:37 น.] 202.149.25.197
  ผมมีความเห็นว่า การได้ปฎิบัติธรรมและฝึกทำสมาธิ ปฎิบัติกัมมัฏฐานนั้นเป็นกุศลบุญเฉพาะบุคคลที่ใครได้ทำแล้วก็จะมีความรู้สึกว่าตัวเองได้บุญ และเกิดความปิติสุขขึ้นเอง ไม่สามารถจะบอกผู้อื่นให้ทราบถึงความสุขอันนั้นได้ นอกจากจะเกิดวิตก และวิจารณ์ ไปเองแล้วนำไปเล่าเรื่องที่เป็นตุ เป็นตะ ให้ผู้อื่นที่ไม่เคยปฎิบัติธรรม และฝึกทำสมาธิกัมมัฎฐานเลยฟ้ง จึงอาจจะดูเสมือนว่าเป็นคนงมงาย หรือเสียสติหรือเปล่า เราก็ไม่สามารถจะรู้ได้ เพราะถ้ายังเป็นเพียงกระพี้ของศาสนทายาท ที่เกิดมาเป็นชาวพุทธแล้วแต่ไม่รู้ว่าพระพุทธศาสนาคืออะไร หน้าที่ของชาวพุทธจะต้องทำอย่างไร และจะต้องทำนุบำรุงรักษาพระพุทธศาสนาให้อยู่ได้นานถึง ๕,๐๐๐ ปีตามที่พระพุทธเจ้าได้ทรงทำนายไว้ได้หรือไม่ น่าเศร้า.............จัง
ถึงคุณศิษย์ปลายแถว.........เณรมีความเห็นว่าคุณโยมคิดอย่างไร ทำอะไรไป ก็รู้ตัวเองนะ คุณโยมมีความสุข หรือความทุกข์ เมื่อไรก็ใช้ธรรมะของพระพุทธองค์นั้นเป็นโอสถเถิด อย่าแสดงความคิดเห็นที่เกินจริงเลย
น่าสงสาร.................จัง


เณรน้อย.............นะ


 เณรน้อย แสนเพลิน [อุทัย] [5 พ.ย. 2551 19:36 น.] 202.149.25.197
  ผมมีความเห็นว่า การได้ปฎิบัติธรรมและฝึกทำสมาธิ ปฎิบัติกัมมัฏฐานนั้นเป็นกุศลบุญเฉพาะบุคคลที่ใครได้ทำแล้วก็จะมีความรู้สึกว่าตัวเองได้บุญ และเกิดความปิติสุขขึ้นเอง ไม่สามารถจะบอกผู้อื่นให้ทราบถึงความสุขอันนั้นได้ นอกจากจะเกิดวิตก และวิจารณ์ ไปเองแล้วนำไปเล่าเรื่องที่เป็นตุ เป็นตะ ให้ผู้อื่นที่ไม่เคยปฎิบัติธรรม และฝึกทำสมาธิกัมมัฎฐานเลยฟ้ง จึงอาจจะดูเสมือนว่าเป็นคนงมงาย หรือเสียสติหรือเปล่า เราก็ไม่สามารถจะรู้ได้ เพราะถ้ายังเป็นเพียงกระพี้ของศาสนทายาท ที่เกิดมาเป็นชาวพุทธแล้วแต่ไม่รู้ว่าพระพุทธศาสนาคืออะไร หน้าที่ของชาวพุทธจะต้องทำอย่างไร และจะต้องทำนุบำรุงรักษาพระพุทธศาสนาให้อยู่ได้นานถึง ๕,๐๐๐ ปีตามที่พระพุทธเจ้าได้ทรงทำนายไว้ได้หรือไม่ น่าเศร้า.............จัง
ถึงคุณศิษย์ปลายแถว.........เณรมีความเห็นว่าคุณโยมคิดอย่างไร ทำอะไรไป ก็รู้ตัวเองนะ คุณโยมมีความสุข หรือความทุกข์ เมื่อไรก็ใช้ธรรมะของพระพุทธองค์นั้นเป็นโอสถเถิด อย่าแสดงความคิดเห็นที่เกินจริงเลย
น่าสงสาร.................จัง


เณรน้อย.............นะ


 พิทักษ์ [ร้อยเอ็ด] [8 ต.ค. 2551 21:54 น.] 58.8.68.210 pitak_oss@hotmail.com
  ผมว่านะวัดนี้เป็นวัดที่สงบมากผมเคยไปครั้งหนึ่งรู้สึกว่าใจสงบจิงอยากชวนเพื่อนน้องให้พากันเข้าวัดประปฎิบัติเพื้อไม่อยู่ในภายใต้กิเสลและคุณปูคุณยายที่อยากไปนะคับต้องไปที่วัดเทพพิทักษ์ปุณณารามนะคับไปก่อนนะคับ


 คิวๆ [กทม.] [6 ต.ค. 2551 00:02 น.] 202.149.25.234 qq_202com@hotmail.com
  งมงายมากไปป่าวคับ เหมือนไรสาระไม่รู้

 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [20 ก.ย. 2551 23:15 น.] 70.67.118.238
  เรียนลูกศิษย์ของหลวงปู่เมตตาหลวง และของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ ทั้งพระปัจจุบัน และอดีตพระ ลูกศิษย์ฆราวาสหญิง-ชาย และทุกท่านที่ได้อบรมจิตตานุภาพกับท่านเจ้าคุณพระอาจารย์

ข้าพเจ้าขอเรียนลูกศิษย์ของหลวงปู่เมตตาหลวงว่า ตัวข้าพเจ้าเองไม่เคยพบหรือคุยกับหลวงปู่เป็นส่วนตัว ขอเรียนทุกท่านว่า สมัยที่หลวงปู่ยังดำรงขันธ์อยู่ บุคคลิกการพูดของหลวงปู่คือ การพูดจะห้าวๆห้วนๆผสมนักเลงๆ แต่แฝงด้วยความเมตตา นอกจากผู้ที่คุ้นเคยจะเข้าใจ ถ้าผู้ไม่เคยพบเป็นส่วนตัว จะไม่ชอบการพูดของหลวงปู่ จริงไหมลูกศิษย์ของหลวงปู่เมตตาหลวงทุกท่าน คิดเอาเองว่า ข้าพเจ้ารู้เรื่องการพูดของหลวงปู่ได้อย่างไรทั้งๆที่ไม่เคยพบองค์จริง หรือพูดคุยกับหลวงปู่แม้แต่แอะเดียว

อีกสาเหตุหนึ่งก่อนที่กายทิพย์ของหลวงปู่จะลงมาพบกับข้าพเจ้านั้น ตัวข้าพเจ้าเองก็ได้เข้าวิปัสสนากรรมฐาน ระบายเรื่องต่างๆต่อผู้ใหญ่เบื้องบนหรือผู้ใหญ่เบื้องล่าง และกายทิพย์ของคุณครู เพราะถึงทางตันด้านความคิด อย่าลืมว่า พวกท่านลูกศิษย์มีซึ่งกันและกันทางเมืองไทย แต่ข้าพเจ้าตัวคนเดียวจะหันไปปรึกษาใครที่เป็นลูกศิษย์ด้วยกัน (ถ้ารู้จักก็จะโทรทางไกลมาปรึกษาศิษย์ด้วยแล้ว) ทางเมืองไทยก็ไม่รู้จักลูกศิษย์ท่านใดเลย ที่เคยรู้เคยพบในวัดช่วงที่มาพึ่งใบบุญ ก็ไม่สนิท เป็นธรรมดาของมนุษย์ที่จะต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตัวเองคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก

ผู้ใหญ่เบื้องบนแนะว่า "แบบนี้ต้องพบกับผู้ที่รู้จักวัด และรู้จักท่านเจ้าคุณดี(คือ หลวงพ่อ)" บุคคลนั้นก็คือ หลวงปู่เมตตาหลวง นั่นเอง ข้าพเจ้าถึงได้พบกับกายทิพย์ของหลวงปู่ และแรงอธิษฐานของบรรดาลูกศิษย์ของหลวงปู่และลูกศิษย์ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ทางเมืองไทย ต่อหน้าพระในแต่ละแห่ง มาหนุนด้วย (หลายท่านโชคดี เป็นทั้งศิษย์ของหลวงปู่และท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ แจ็คพ็อตจริงๆ หายากนะ)

นี่คือสาเหตุว่า ทำไม กายทิพย์ของหลวงปู่ไปพบกับข้าพเจ้า เพราะถูกตามจากผู้ใหญ่เบื้องบน ให้มาช่วยวัดเทพพิทักษ์ และท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ ในครั้งนี้

ขอคารวะศิษย์ของหลวงปู่และศิษย์ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ (คารวะตัวเองด้วย เพราะเป็นศิษย์ที่ปาวรณาตัวเองต่อท่านเจ้าคุณพระอาจารย์เช่นกัน)



  ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [18 ก.ย. 2551 01:14 น.] 70.67.118.238
  นมัสการ ลูกศิษย์พระปัจจุบัน และอดีต และพระที่เคยเข้าคอสต่างๆ ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์

เรียน ลูกศิษย์(ฆราวาส)หลายสิบปี และยี่สิบกว่าปี สมัยหลวงพ่อยังหนุ่มน่ะ และศิษย์ปัจจุบัน ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์

ข้าพเจ้ามีเรื่องสำคัญจะบอกพวกท่านว่า มีบุคคลสำคัญอีกบุคคลหนึ่งที่ได้ไปพบกับข้าพเจ้าทางนั้น ก่อนที่ข้าพเจ้าจะตัดสินใจโพสท์ข้อความต่างๆในกระทู้นี้ หลังจากที่ได้พบกับหลายๆฝ่ายจากเบื้องบนแล้ว แรงอธิษฐาน (อธิษฐานบารมี) จากลูกศิษย์หลายๆฝ่าย เป็นผล

บุคคลสุดท้ายที่ข้าพเจ้าได้พบคือ กายทิพย์ของหลวงปู่เมตตาหลวง ท่านแนะนำข้าพเจ้าทุกอย่างให้อธิบายชี้แจงต่อลูกศิษย์ทั่วโลก ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ถึงความจริง ดั่งที่พวกท่านได้อ่านไปแล้วนั้น

ตอนที่กายทิพย์หลวงปู่เมตตาหลวงไปพบกับข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้าได้ขอร้องให้หลวงปู่ช่วยดลจิตใจให้ข้าพเจ้าชี้แจงความจริงทุกอย่างในส่วนของข้าพเจ้าสู่ทุกคนที่เข้ามาอ่านความจริง

เป็นช่วงที่ข้าพเจ้าตัดสินใจ จะรอลูกศิษย์ในเมืองไทยเข้ามาก่อน แต่หลวงปู่แนะนำว่า "รออะไร " "ต้องเล่าความจริง" หมายถึงความจริงในส่วนที่ข้าพเจ้ารู้ ข้าพเจ้าเห็นนั่นเอง

ลูกศิษย์ของหลวงปู่เมตตาหลวง ตอนนี้พวกท่านทราบความจริงแล้วนะว่า หลวงปู่ได้มาช่วยตามคำร้องขอจากพวกท่านแล้ว โดยผ่านข้าพเจ้า

ชีวิตของข้าพเจ้าไม่เคยเห็นตัวจริงหลวงปู่ พอข้าพเจ้าได้พบกายทิพย์พระอริยสงฆ์องค์นี้ ข้าพเจ้าทราบทันทีว่า ท่านคือหลวงปู่เมตตาหลวง และข้าพเจ้าเองก็บอกหลวงปู่ว่า "หลวงปู่ช่วยหลวงพ่อด้วย"

จริงหรือไม่ที่ว่า

ภพภูมิสวรรค์ และชั้นพรหม ถ้าลูก (ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์) เดือดร้อน พ่อที่อยู่เบื้องบน (หลวงปู่เมตตาหลวง) และหลวงพ่อขาว ก็อยู่เฉยไม่ได้ ท่านก็จะช่วยตามวิถีทางของท่าน

โลกมนุษย์ ถ้าพ่อ (ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์)เดือดร้อน ลูก (หมายถึง ศิษย์ทุกๆคน) ก็อยู่เฉยไม่ได้

หลวงปู่แนะข้าพเจ้าว่า ให้โพสท์อย่างไร แล้วคนที่ด่า เขาจะเข้ามาโต้ตอบอย่างไร แม้แต่การโต้ตอบของคนที่ด่านั้นเป็นอย่างไร หลวงปู่บอกข้าพเจ้าทุกอย่าง แล้วก็เป็นความจริงหมด ไม่น่าเชื่อนะ แต่เกิดขึ้นแล้ว

ลูกศิษย์ทั้งหลายในเมืองไทย น่าจะรวมตัวกันทำบุญให้หลวงปู่นะ พากันไปค้างคืนในวัดเลย ช่วยกรุณาทำความสะอาดรอบๆกุฎิของท่านเจ้าคุณแทนข้าพเจ้าด้วย นะจ๊ะ ขอบพระคุณข้ามแดนจ้า


 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [16 ก.ย. 2551 02:26 น.] 70.67.118.238
  นมัสการ ลูกศิษย์พระปัจจุบัน และอดีต และพระที่เคยเข้าคอสต่างๆ ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์

เรียน ลูกศิษย์(ฆราวาส)หลายสิบปี และศิษย์ปัจจุบัน ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์

ข้าพเจ้าขอบอกทุกๆท่านว่า อย่าลืมไปแก้บนด้วยนะจ๊ะ ในสิ่งที่พวกท่านได้บนเอาไว้ หลังจากเหตุการณ์มีคนไม่ปรารถนาดีใช้เว็ปธรรมะไทย ด่าวัด ด่าพระ ด่าชี น่ะจ้ะ รู้นะจ๊ะว่า พากันนั่งหน้าห้องพระ แล้วอ้อนวอนเบื้องบน คือองค์เทพเบื้องบนทั้งหลายให้ช่วยเหลือน่ะ เพราะความเป็นห่วงท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ นี่เรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวข้าพเจ้าก่อนที่ข้าพเจ้าจะทราบสาเหตุที่แท้จริงว่า ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์กำลังเดือดร้อนจากกระทู้นี้ สาเหตุที่อยู่ไม่เป็นสุข ก็เพราะพวกท่านเหล่าลูกศิษย์ทั้งหลายต่างร้องเรียนหน้าห้องพระนี่เอง

จู่ๆข้าพเจ้ามีความรู้สึกเป็นห่วงท่านพระอาจารย์จับจิต เหมือนมีอะไรดลจิตใจให้เปิดเว็ปนี้ดู ไม่ได้เข้ามาหลายปีแล้ว ตั้งแต่ได้โหลดเพลงธรรมะน่ะ ไม่เคยแวะเข้ามาเลย พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็เข้าสมาธิวิปัสสนาทันที ขอเบื้องบนช่วยด้วยเหมือนกัน (พวกเราใจตรงกันนิ) ระบายความในใจจากข้อความที่มีคนด่าน่ะ ว่าจะทำอย่างไรดี จะช่วยหลวงพ่ออย่างไรดี ขณะที่กำลังคุยทางจิตกับกายทิพย์คุณครูและเทพผู้ใหญ่เบื้องบนอยู่นั้น ท่านเปิดให้เห็นทางจิตเลยว่า ลูกศิษย์ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ทั้งพระ ทั้งชี ทั้งฆราวาสหญิงชาย พากันเป็นห่วงท่านเจ้าคุณพระอาจารย์มาก พากันนั่งหน้าห้องพระและวิงวอนขอความช่วยเหลือ จากเบื้องบน ไม่ว่าจากหลวงพ่อขาว สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แต่ละท่านนับถือและศรัทธา รู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นในสิ่งที่พวกท่านขอความช่วยเหลือ มันเกิดผลนะจ๊ะ กว่าจะตัดสินใจเข้ามาเล่าเรื่องนี้ ก็ใช้เวลาเหมือนกัน ในที่สุดทำใจได้ จำเป็นต้องเล่า

มีใครคนหนึ่งไปพบข้าพเจ้าทางจิต แต่งตัวเหมือนลิเกเลย รัศมีตัวสว่างมาก นี่คือคำสนทนาทางจิตระหว่างข้าพเจ้า และองค์เทพนี้ว่า...

ข้าพเจ้า ....ท่านเป็นใคร
เทพที่พบ ....ตอนเราเป็นมนุษย์ เราเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อ ช่วยหลวงพ่อด้วย หลวงพ่อเดือดร้อนมาก ตอนเป็นมนุษย์เราเป็นนักร้องนักแสดง ท่านรู้จักเราแต่ชื่อ

ข้าพเจ้า .... ไหนลองบอกสิว่า เรารู้จักท่านอย่างไร

สิ่งที่องค์เทพนี้ เปิดให้ดูคือ สมัยข้าพเจ้าอยู่เมืองไทยชอบฟังเพลงของเขา (ก็เป็นจริง) และสิ่งที่เขาเปิดให้เห็นคือ ข้าพเจ้าดูหนังสือพิมพ์สมัยอยู่เมืองไทย เรื่องเกี่ยวกับลูกสาวของเขา(สมัยเด็กๆ) ได้ร้องเพลงอยู่หน้ากลุ่มเด็กนานาชาติ ขององค์กรยูนิเซฟ (ก็จริง) เทพองค์นี้ บอกข้าพเจ้าว่า ตอนที่เขาสิ้นบุญใหม่ๆ หลวงพ่อก็ได้ช่วยเหลือกายทิพย์ของเขาด้วย เขาบอกด้วยว่า เขาได้ลงมาร่วมงานบุญสำคัญๆเสมอ และอนุโมทนากับหลวงพ่อและลูกศิษย์ทุกๆคน โดยเฉพาะแรม 15 ค่ำ และทุกวันพระ

ตอนเขาเป็นมนุษย์เขาชื่อ เรวัตร พุทธินันท์

ท่านเทพองค์นี้บอกข้าพเจ้าทางจิตว่า ลูกศิษย์ของหลวงพ่อในโลกมนุษย์นี้ต่างวิงวอนขอความช่วยเหลือจากเบื้องบน แล้วตัวเขาก็เป็นศิษย์ของหลวงพ่อ ก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน พลังบริสุทธิ์จากลูกศิษย์ทุกท่านโดยเฉพาะผู้ที่ได้ปาวรณาตัวเองเป็นลูกศิษย์หลายปี ได้พากันบนบานหน้าห้องพระ พลังรวมกันเป็นหนึ่ง ไปกระทบเบื้องบนเข้า เทพองค์นี้ก็เลยไปพบข้าพเจ้า เป็นจังหวะพอดีที่ข้าพเจ้ากำลังพบกับผู้ใหญ่เบื้องบน และผู้ใหญ่เบื้องล่างระบายเรื่องเดียวกันพอดี ทำให้ข้าพเจ้าต้องก้าวออกมาอย่างนี้ (อยู่เฉยได้อย่างไรล่ะ ตั้งหลายฝ่ายน่ะ พากันขอความช่วยเหลือ คิดอยู่ในใจ ทำไม๊ต้องเป็นตูหว่า คิดจริงๆนะ)

ลูกศิษย์ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ท่านใด๋ที่บนบานต่อหน้าพระในแต่ละบ้านน่ะ ผลออกมาดั่งที่พวกท่านบนแล้ว อย่าลืมไปแก้บนกันด้วยนะจ๊ะ ตัวข้าพเจ้าเองก็บนเอาไว้เหมือนกัน แฮ่ๆ เรื่องบนนี้ ตัวใครตัวมันน้อ แก้บนกันเองนะจ๊ะ

ตอนนี้รับทราบกันแล้วนะจ๊ะว่า อดีตลูกศิษย์ของท่านเจ้าคุณที่เป็นนักร้องนักแสดงท่านนี้น่ะ เขาดูแลท่านเจ้าคุณพระอาจารย์อยู่เบื้องบนจ้ะ อยากพบเขา ก็พากันไปร่วมงานบุญกับท่านเจ้าคุณ ก็จะได้พบเขาเองน่ะแหละ ช่วงนั่งสมาธิ หรือวิปัสสนากรรมฐาน หลังสวดมนต์เสร็จ โดยเฉพาะงานบุญใหญ่ต่างๆ และวันพระน่ะจ้ะ พบกันเองนะ เป็นสื่อกลางให้แล้วจ้า

อยู่บ้านก็พบได้นะ ขอเน้นว่า ผู้ที่รักษาศีล 5 และปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเท่านั้นที่จะพบเบื้องบน และเบื้องล่างได้นะจ๊ะ พวกด่าวัดเช้าเย็น แถมรอบค่ำอีกต่างหาก คิดทำร้ายทำลายวัดตลอดเวลา ไม่มีบุญได้พบนะ แต่พวกคุณจะได้พบสิ่งตรงข้ามหมดเลยนะ ถ้าคิดได้ ไปขอขมาเสีย

กฎทุกกฎ ในโลกนี้ กฎทุกกฎของสวรรค์ ก็มีข้อยกเว้น นะจ๊ะ


 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [12 ก.ย. 2551 01:09 น.] 70.67.118.238
  คุณครูท่านแรกสอนว่า เราทำอะไรกับใครเอาไว้ เราได้รับแน่นอน ถ้าไม่มีการอโหสิกรรม คู่กรรมหรือเจ้ากรรมทั้งหลายนั้นจ้องที่จะเล่นงานเราอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก ถ้าชาตินี้ชดใช้ไม่หมด เขาก็ติดตามข้ามภพข้ามชาติกันเลยทีเดียว อย่าลืมว่า เจ้ากรรม คู่กรรม ของเราเองนั้น เขามีทางที่จะเข้าไปร่างกายของเราได้ตามวิถีทางของเขา อดีตของพวกเขาก็คือมนุษย์นั่นเอง เขาเกิดเป็นคนตายไป กรรมจัดสรร ก็จะทำให้พวกเขาไปเกิดเป็นสัตว์ต่างๆ ในร่างของสัตว์ต่างๆนั้น ถ้าจิตทิ้งร่างเหล่านี้ไป ก็คือมนุษย์ ใครที่คิดเอาเองว่า กรรมเลวที่เราทำไปนั้น เราไม่รับ ขอให้รับรู้ว่า "โดนเข้าไปเต็มๆแล้ว "

ข้าพเจ้าเริ่มศึกษาอย่างจริงจังทางเว็ปธรรมะต่างๆ มันตรงกับที่คุณครูคนแรกสอนจริงๆ ทุกอย่างเลย แม้แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต (เมื่อ 20 ปีก่อน คุณครูเล่าให้ฟังว่า จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง) มันเกิดขึ้นจริงๆ ตัวอย่าง คุณครูพูดว่า ทางตะวันตกจะมีโรคผิวหนังชนิดหนึ่งเกิดขึ้นกับคนที่อยู่ทางเกาะ หมอหาสาเหตุไม่ได้ และหายารักษาโรคผิวหนังนี้ไม่ได้ สิ่งนี้เกิดขึ้นจริงๆ ทีวีออกประกาศให้ผู้คนที่อาศัยอยู่บนเกาะต่างๆให้ระวังโรคผิวหนังชนิดนี้ แล้วข่าวนี้ก็เงียบหายไป

ไม่น่าเชื่อนะว่า ทุกอย่างเป็นความจริงตามที่คุณครูคนแรกได้บอกเอาไว้ คุณครูเคยกระซิบบอกข้าพเจ้าว่า "ถึงเวลาจะมีผู้เข้ามาช่วยเหลือ และเขามีพลังจิตที่แกร่งกล้ามากๆ ไม่เชื่อคอยดูนะ" คุณครูท่านรู้เหตุการณ์ข้างหน้าที่จะเกิดกับข้าพเจ้านั่นเอง ตอนที่คุณครูบอก ข้าพเจ้าก็ยัง งงๆ ว่า หมายถึงอะไร และใครมีพลังจิตแกร่งกล้าผู้นั้น นั่นคือเมื่อ 20 ปีก่อน

และบุคคลนั้นก็คือ ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์นี่เอง ที่ช่วยข้าพเจ้าไม่ให้ทรมานจากเจ้ากรรม "มดดำ" ทั้งหลายออกจากภายในร่างกายที่พวกเขาพากันไปเกาะอยู่ แล้วทรมานข้าพเจ้าตั้ง สี่ห้าปี ไม่น่าเชื่อเนอะ แต่ก็เกิดขึ้นกับตัวข้าพเจ้าแล้ว

ทุกวันนี้ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ช่วยเหลือศิษย์ทุกคนอยู่แล้วนะ ขอให้ปัญญาบารมีของทุกท่านเกิดขึ้นเองว่า จะรับพลังจากผู้เป็นพระอาจารย์อย่างใด ซึ่งพวกเราทุกคนมีอยู่แล้ว แต่ไม่รู้ตัว โชคดีนะจ๊ะ บอกเทคนิคไปเยอะแล้วนะ กระซิบนะจ๊ะว่า ผู้ที่จะรับได้ เฉพาะผู้ที่มีศีล 5 เท่านั้น และรักษาศีล 5 เป็นอย่างต่ำอย่างสม่ำเสมอ ถ้าศีล 5 ไม่มีเลย รับไม่ได้นะจ๊ะ

อย่าลืมนะจ๊ะว่า น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ปริศนาธรรมที่ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ส่งกระแสจิตบอกข้าพเจ้าไป กว่าจะเข้าใจต้องใช้เวลาหลายอาทิตย์ ตอนนี้ข้าพเจ้าเข้าใจแล้ว

ข้าพเจ้าขอกราบคารวะแทบเท้าท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ข้ามแดนทางจิต ที่ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์มีเมตตาช่วยเหลือข้าพเจ้า


 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [12 ก.ย. 2551 00:13 น.] 70.67.118.238
  นมัสการลูกศิษย์พระ ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์

เรียนลูกศิษย์(ฆราวาสชาย-หญิง) ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์

Dear a readers

ขอฝากนมัสการท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ของพวกเราด้วยว่า อาการภายในหลังจากได้เอาเจ้ากรรมออกมาหมดแล้วในวันนั้น อาการที่เป็นโรคประจำตัวก็มีอาการปกติของโรคนั้นๆ เลิกทรมานหนักเหมือนแต่ก่อนแล้ว เช่นปวดแสบปวดร้อนคอภายใน และอาการที่เคยร้อนเหมือนถูกเผาภายในตามร่างกาย หรืออาการปวดหัวแบบทรมานสุดๆ หรืออาการที่หายใจไม่ออก คอติดขัด หรือปวดหัวหนักๆ ตามตัวร้อนรุ่ม แบบพร้อมกัน ได้หายไปอย่างประหลาด

ทำให้ข้าพเจ้าระลึกถึงคำพูดของคุณครูคนแรกที่สอนพื้นฐานพลังจิตอย่างง่ายๆให้ว่า ถ้าเรามีโรคประจำตัวอะไรก็ตาม (ตัวคุณครูเองยังมีโรคประจำตัวเลย) ซึ่งทรมานอยู่แล้ว เจ้ากรรมเขารู้ เขาก็ยิ่งซ้ำเติมทำให้อาการกำเริบหนักกว่าเก่า เขาจะรู้ว่าตัวเราเป็นโรคประจำตัวอะไร เขาก็จะแฝงเข้าไปทันที คนใดทำบุญมาเยอะแล้วบุญนั้นส่งผล ให้แผ่เมตตาบ่อยๆ หรือแผ่ส่วนกุศลให้เจ้ากรรมบ่อยๆ เมื่อถึงเวลาของเรา เจ้ากรรมก็จะอโหสิกรรมให้ ก็จะไปจากตัวเราเอง แต่ตัวเราต้องส่งพวกเขาไปเกิดนะ ตามกรรมของพวกเขาจะไปเกิดเป็นอะไรในชาติต่อไป คุณครูสอนว่า "ต้องส่งพวกเขาไปเกิด" คือจิตของเราต้องนิ่งสงบ พอได้ยินคำว่า "พวกเราขออโหสิกรรมให้ท่าน สาธุ" ให้เรานึกถึงบุญใดบุญหนึ่ง แล้วบอกพวกเขาทางจิตไปว่า" ข้าพเจ้าขอบุญสร้างพระหรือบุญธรรมทานอุทิศให้กับพวกท่านขอให้พวกท่านไปเกิดใหม่ตามกรรมของพวกท่านเทอญ สาธุ" ข้าพเจ้าใช้ชีวิตทางนั้น ช่วงที่เจ้ากรรมอโหสิกรรมนั้น มีภาษาอังกฤษด้วย ทำให้ข้าพเจ้าเกิดปัญญาว่า นี่ตัวข้าพเจ้าเองในอดีตชาติใดๆได้ทำกรรมเลวกับฝรั่งเอาไว้เยอะ กรรมเลวมันติดภพติดชาติ ทำให้ชาตินี้ต้องเร่ร่อนไปชดใช้กรรมประเทศนั้น เพราะตัวข้าพเจ้ามีเจ้ากรรมเยอะ

แต่กรรมเลวของข้าพเจ้าครั้งล่าสุดหนักมากๆที่ทำลายชีวิตกลุ่มมดดำ โชดดีเหลือเกินที่บุญมาหนุนทำให้ได้มาพบท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ ถ้าไม่ได้ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ช่วยเหลือ กรรมหนักนี้คงจะติดภพติดชาติไป ถึงว่าทำไมท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ส่งกระแสจิตไปบอกว่า "บรรดาลูกศิษย์ของหลวงพ่อ ข้าพเจ้าน่าสงสารที่สุด" เพราะกรรมเลวล่าสุดนี่เอง ที่เจ้ากรรมตัวน้อยๆเหล่านี้ มาทวงคืน

มีต่อนะ


 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [6 ก.ย. 2551 23:37 น.] 70.67.118.238
  นมัสการลูกศิษย์พระ ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์

เรียนลูกศิษย์(ฆราวาสหญิง-ชาย)ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์

ข้าพเจ้าขอชี้แจงสู่ทุกๆท่านว่า ที่ข้าพเจ้าทราบว่าพลังจิตแต่ละครั้งมาจากกลุ่มใด เช่นจากพระลูกศิษย์ จากท่านมหา (ท่านแตน) หรือพลังจิตมาจากลูกศิษย์ฆราวาส นั้น ไม่ใช่ตัวข้าพเจ้าเก่งอะไรนะ เป็นเพราะข้าพเจ้าได้รับความเมตตาจากท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ของพวกเรา เปิดให้รู้ทางจิตว่า พลังเหล่านี้มาจากใคร ถ้าไม่มีท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ ข้าพเจ้าไม่มีทางรับพลังจิตจากพวกท่านได้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์

นี่คือกฎเหล็ก ว่าเราเป็นศิษย์ไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายรู้เรื่องของศิษย์คนอื่นเด็ดขาด ต้องผ่านสื่อกลางคือท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ก่อนทุกครั้ง และท่านพระอาจารย์ก็เป็นสื่อกลางระหว่างตัวข้าพเจ้าและศิษย์เอกไม่ว่าศิษย์พระ ศิษย์ฆราวาส ทางเมืองไทย

สำหรับตัวข้าพเจ้าระลึกถึงกายทิพย์ของคุณครูคนแรกเสมอ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตัวข้าพเจ้านับถือศรัทธาเป็นสื่อกลางทางนั้นเช่นกัน และท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ทราบด้วยว่า ทางข้าพเจ้ามีใครช่วยเหลืออยู่

ขณะนี้เราสองฝ่ายกำลังถูกสอนจากท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ว่าพลังจิตนั้นมีจริง นี่คือการสอนอย่างมีเมตตาของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์สู่พวกเราที่เป็นศิษย์ ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์มีเมตตาต่อพวกเราด้วยการสอนข้ามแดน สอนให้เห็นจริง

ผู้ที่เก่งคือท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ของพวกเรา ที่เป็นสื่อกลางให้กับพวกเราทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ตัวข้าพเจ้า นี่คือบทเรียนบทหนึ่งที่ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์กำลังสอนพวกเราอยู่จากของจริง

พวกท่านทำได้นะ ขอให้มั่นใจตัวเอง เพราะพวกท่านมีท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ดูแลและควบคุมอยู่ นี่ถ้าไม่มีท่านเจ้าคุณพระอาจารย์เป็นสื่อกลาง ข้าพเจ้าจะรับพลังจากพวกท่านไม่ได้เลย เพราะพวกท่านหลายคนส่งไปนะ คิดดูว่า พลังบริสุทธิ์จากหลายคนรวมกันเป็นหนึ่งเดียว พลังจะแรงขนาดไหน ถ้าไม่ได้ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์เป็นสื่อกลาง ตัวข้าพเจ้านี่แหละจะล้มหมอนนอนเสื่อเลยทีเดียว หลังจากนั้นท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ก็ส่งพลังจิตไปช่วยเหลือข้าพเจ้าทันที นี่คือการทำงานของพลังจิต

ด้วยความเคารพและขอคารวะศิษย์ทุกท่านที่กำลังฝึกอยู่นี้


 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [5 ก.ย. 2551 23:53 น.] 70.67.118.238
  หมายเหตุ ศิษย์เอกกลุ่มนี้เป็นฆราวาสนะจ๊ะ และมีความผูกพันกับท่านเจ้าคุณพระอาจารย์หลายสิบปี ตั้งแต่สมัยท่านเจ้าคุณพระอาจารย์หนุ่มๆน่ะจ๊ะ กลุ่มนี้มีพลังลึกลับนี้อยู่แล้ว เพราะสะสมกันมาหลายปีบวกกับบารมีของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์มาหนุนในปัจจุบันนี้ด้วย ถ้าฝึกกันอย่างจริงจัง ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า จะช่วยงานท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ได้สบายเลย ถึงแม้จะอยู่ไกลเพียงใดก็ตาม และศิษย์เอกกลุ่มนี้มักจะรวมตัวกันเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงจัดทำบุญให้กับท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ และในอดีตที่ผ่านมาเคยขับรถไกลๆจากบ้านในจังหวัดของตัวเอง มาช่วยเหลือท่านเจ้าคุณพระอาจารย์สมัยก่อน(ที่นำหลวงพ่อถึงขั้นหิ้วปีกกันเลยน่ะไปส่งโรงพยาบาล) ก่อนที่จะได้ตำแหน่งท่านเจ้าคุณน่ะ กลุ่มนี้เป็นศิษย์เอกที่ตายแทนท่านเจ้าคุณได้เลย และจะมาพบตลอดเวลา เมื่อทราบว่ามีคนทำให้ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์เดือดร้อน พวกท่านมีความกตัญญูต่อท่านเจ้าคุณพระอาจารย์สูงมาก ข้าพเจ้าขอคารวะข้ามแดน

ข้าพเจ้าสัมผัสพวกท่านได้ เราคงจะได้พบกันในอนาคตนะจ๊ะ

ของฝากจ้ะ ถ้าเราเกิดความเซ็งๆชีวิตนะ และอ่านธรรมะบันเทิงย้อนหลัง ข้อความดีๆ นำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวัน เศรษฐกิจแย่มากๆตอนนี้ ของแพงจริงๆ เซ็งนิ
http://mcucity.tripod.com/index.htm

เกี่ยวกับการปรับลมปราณ ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์แนะข้าพเจ้าก่อนที่จะระบายสิ่งประหลาดดำๆนั้นออกจากร่างกายภายในว่า "หายใจแบบลมปราณ" ทีแรกข้าพเจ้าไม่เข้าใจ คำว่าลมปราณ นานๆเจอคำพูดนี้ที ปกติก็ปรับระบบหายใจของตัวเองแบบนี้อยู่แล้วจากคุณครูคนแรกสอน ทดลองปรับระบบหายใจแบบ ลมปราณ ดูนะ ใหม่ๆจะรู้สึกมึนๆ เพราะสภาพร่างกายไม่ชินนั่นเอง เมื่อชินแล้ว จะเข้าสู่ปกติเอง ผลที่ได้รับมากกว่าที่เราคิด อย่างที่ข้าพเจ้าเล่าเรื่องระบบขับถ่ายนำคู่กรรมที่เกาะออกมาไงล่ะ

http://www.rta.mi.th/13100u/yoga/yoga.htm

ให้ข้อคิดว่า เวลาเราเข้าไปทำบุญในวัด(ในเมืองไทย) หรือถือศีล 5 หรือ ศีล 8 ช่วงเวลาสั้นๆ อย่าไปคำนึงถึงระดับฐานะ หรือความสวยงามของคนนั้นคนนี้ คนนั้นเรียนสูงคนนี้เรียนไม่สูง คนนั้นมาจากเมืองนอก คนนั้นเก่งด้านปฏิบัติ คนนั้นเก่งด้านทฤษฎีทางธรรม คนนั้นเก่งบาลี คนนี้เก่งอภิธรรม ใครจะเป็นอย่างไรก็เรื่องของเขา เอาเรื่องของเราให้สมบูรณ์ ให้ตั้งใจสมาทานศีลให้ครบถ้วนทุกข้อ อย่าเอาทางโลกมาใช้ในวัดนะจ๊ะ ถ้าเราทำได้ เราชนะใจตัวเอง แล้วเราก็ทำให้พ่อทางธรรมของพวกเราสบายใจด้วย และชื่นใจที่ลูกๆของท่านสามัคคีกัน

ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ของพวกเราทำงานหนักมากๆ หนักทั้งกาย แต่อย่าให้หนักใจนะจ๊ะ ขอให้เอาตำแหน่งหน้าที่การงานทางโลก แขวนเอาไว้ตรงหน้าประตูวัดให้หมดเลยนะจ๊ะ ก้าวเข้าไปในฐานะเดียวกันคือ ลูกศิษย์ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ อย่างไรล่ะจ๊ะ ทำได้ไหม เคารพกันในฐานะศิษย์รุ่นพี่ รุ่นน้อง รุ่นลูก รุ่นหลาน ทำได้ไหมจ๊ะ ถ้าทำได้ ลุยเลย แฮ่ๆ


 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [5 ก.ย. 2551 23:12 น.] 70.67.118.238
  นมัสการลูกศิษย์พระ ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์

เรียนลูกศิษย์(ฆราวาสชาย-หญิง) ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์

ข้าพเจ้าได้รับพลังจิตจากลูกศิษย์เอกกลุ่มนี้ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์หลายครั้งทีเดียว พวกท่านเก่งมากๆ พลังบริสุทธิ์รวมกันเป็นหนึ่งไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใดในโลกนี้ ก็จะถึงกันได้ ถ้าคนๆนั้นได้ฝึกมาดีแล้ว สิ่งที่ข้าพเจ้ากระทำคือ อธิษฐานจิตถึงองค์เทพเบื้องบน และกายทิพย์ของคุณครูคนแรกว่า "ลูกขอนำพลังบริสุทธิ์จากศิษย์เอกของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์กลุ่มนี้เข้าไปปรับธาตุทั้งสี่ภายในร่างกาย ให้เข้ากับธาตุทั้งสี่ภายนอก และพลังเหล่านี้ไปรักษาโรคประจำตัวที่เป็นอยู่ ณ บัดนี้ เทอญ"

คุณครูคนแรกสอนพวกเราทุกครั้งว่า พลังสมาธิทุกครั้งช่วงที่จิตนิ่ง ให้นำพลังนี้ไปปรับธาตุทั้งสี่ภายในร่างกายให้เข้ากับธาตุทั้งสี่ภายนอกร่างกาย" หมายถึงสถานที่ที่เรานั่งทำสมาธิ ไม่ว่าในรถ ในบ้าน ในวัด หรือกำลังเดินขึ้นไปสักการะหลวงพ่อขาวบนเขา และให้เรานำพลังสมาธิของเรานี้บล็อควิญญาณต่างๆ ไม่ให้พวกเขาเข้าร่างกายเรา บางทีเราจะโดนของแบบลมเพลมพัดใช่ไหม คือเราผ่านไปทางนั้นพอดี และไม่ต้อนรับเทพไม่ดี

ที่สำคัญคือ ไม่ว่าเราจะเข้าวัดหรือไปบ้านของใครก็ตาม ต้องทำจิตให้นิ่งแล้วบอกเจ้าของสถานที่คือ เทพที่คุ้มครองสถานที่นั้นๆ ยกตัวอย่าง วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม พอเราจะเข้าถึงบริเวณประตูวัด ให้ทำจิตนิ่งแล้วขอให้หลวงพ่อขาว และเทพที่อาศัยอยู่ในวัด เปิดทางให้เราเข้าไปวัดทำบุญ หรือเข้าไปพบกับท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ อย่าบีบแตรเพียงอย่างเดียวขอทางเข้าไป ต้องบอกถึงจุดประสงค์ทุกครั้งด้วย

พวกเราเดินผ่านเมรุ ใช่ไหม บอกพวกเขาทางจิตว่า "เราเข้ามาทำบุญ พวกท่านอย่ามารบกวนเรา ต่างคนต่างอยู่ ถ้าไม่เชื่อ โดนดีแน่" ขู่ไปก่อน เอาพลังแสงสมาธิในตัวเรานั่นแหละซัดวิญญาณนั้นไปเลย (ข้าพเจ้าทำจนชำนาญหลายปีแล้ว เชื่อคุณครูไง )เพราะพลังแสงจากสมาธิคุ้มครองพวกเราอยู่ พลังนี้จะทำงานด้วยตัวมันเอง เพราะจิตของเราไม่เปิดให้สิ่งชั่วร้ายอีกภพหนึ่งมาเข้าใกล้เรา

ชีวิตของข้าพเจ้าในต่างแดนไปทางไหนจะทำเช่นนี้ตลอดเวลา บางทีผ่านสถานที่ฝังศพ หรือผ่านในเขตที่มีคนตายจะสังเกตุได้จากมีพวงหรีดหรือดอกไม้ไปวางบนถนน ข้าพเจ้าจะรีบแผ่เมตตาทันที เพราะคุณครูคนแรกสอนไว้อย่างนั้นว่า บทแผ่เมตตา นี่สำคัญมากๆ แม้แต่สัตว์เลี้ยงและกวางยังรับได้เลย เราแผ่เมตตาไปให้แล้ว พวกสัมภเวสีหรือวิญญาณเร่ร่อนไม่รับ หรือคนธรรมดาไม่รับ พลังแผ่เมตตานั้นๆก็จะย้อนกลับมายังผู้ให้เอง (เคยอ่านเจอในเว็ปธรรมะ ตรงกันเลยข้อความนี้) อีกภพหนึ่งก็มีดื้อด้านนะ เหมือนคนเรานี่แหละ มีดื้อด้านไม่ยอมรับอะไร เพราะทิฐิ ตายไปทิฐิในจิตก็ติดไปด้วย นี่คุณครูคนแรกสอนเอาไว้นะ ไม่ใช่พูดเองนะจ๊ะ

ศิษย์เอกของท่านเจ้าคุณเก่งจริงๆ RISING STARS เกิดแล้ว พวกท่านมีอยู่แล้ว แต่ไม่รู้ตัว ตอนนี้รู้แล้วนะจ๊ะว่า พลังเหล่านี้ลึกลับและมีจริง

ขอคารวะศิษย์เอกทุกท่าน เราคงจะได้พบกันในอนาคตนะจ๊ะ


 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [30 ส.ค. 2551 22:57 น.] 70.67.118.238
  Dear a readers

นมัสการพระคุณเจ้าศิษย์ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์
เรียนลูกศิษย์ (ฆราวาสหญิง-ชาย) ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์

อาการภายในของข้าพเจ้าในเวลานี้ ไม่ปวดแสบปวดร้อนในลำคออีกแล้ว ไม่มีอาการแบบหายใจไม่ออก(ทรมานมากๆ) ตอนกลางคืนหรือตอนกลางวันอีกแล้ว หลังจากเหตุการณ์ประหลาดระบายออกมาเป็นสิ่งดำๆนั้น โชคดีที่ตัวข้าพเจ้ามีจิตที่เข้มแข็ง ไม่งั้นช้อคกับสิ่งที่พบนั่นแย่

คุณครูคนแรกเคยบอกข้าพเจ้าต่อหน้าลูกศิษย์ที่เข้าไปฝึกพลังจิตว่า....
"เจ้านี่ชาตินี้ชาติสุดท้ายแล้วที่เกิดเป็นคน จะไม่เกิดเป็นคนอีกแล้ว"
"ชาตินี้กรรมไม่ดีที่ได้ทำกับใครเอาไว้ ชดใช้หมดแน่นอน ให้อดทน"
"ให้ระวังตัวถ้าอายุเข้าเลข 5 สุขภาพจะเหมือนคนอายุ 70"
"เจ้านี่ถ้าใส่ใจการทำสมาธิวิปัสสนาและได้ครูสอนที่ดี เน้นว่า สอนถูกต้อง ด้านพลังจิตจะแข็งมาก และช่วยเหลือคนรอบข้างได้ อยู่ที่การฝึกฝน"

สุดท้ายที่ได้ยินจากปากคุณครูคนแรก ท่านพูดต่อหน้าศิษย์ทุกคนแล้วจำได้ติดตาแล้วท่านหัวเราะ ท่านพูดว่า "ข้างบนเตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว"
และพูดว่า "ถ้าลูกเดือดร้อน พ่อที่อยู่ข้างบนก็อยู่ไม่ได้" แล้วท่านก็หัวเราะ คนฟังในนั้นพากัน งง กันเป็นแถว พ่อที่อยู่ข้างบนคือใคร

เหล่านี้คือคำพูดที่เป็นปริศนามาตลอดเวลาหลายปี เมื่อถึงเวลาทุกอย่างเป็นความจริงหมด และคุณครูคนแรกสอนพวกเราด้วยว่า กรรมดีที่เราทำหรือสะสมมา ถึงเวลาก็จะส่งผลเอง กรรมเลวที่พวกเราทำไปตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ เมื่อถึงเวลาตัวเราได้รับแน่นอน และผู้ที่เกิดเป็นคนชาติสุดท้าย จะได้รับหนักมาก (ข้าพเจ้าเจอชนิดลากเลือด) เมื่อถึงเวลากรรมเลวให้ผล สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ช่วยไม่ได้ ต้องปล่อยให้เกิดขึ้น เพราะเป็นกรรมหนักของเราเอง น่าคิดนะ ไม่น่าเชื่อนะว่า กฎแห่งกรรม นี่แรงจริงๆ กรรมเลวกรรมดี ได้กำหนดการกระทำของเราเอง

ข้าพเจ้าเคยได้ยินเสียงเจ้ากรรมนายเวร หรือคู่กรรมคู่เวร ของข้าพเจ้าอโหสิกรรมไปแล้วชุดหนึ่ง ปีนั้นข้าพเจ้ายังไม่รู้จักท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ เพราะผลกรรมดีที่ข้าพเจ้าได้สะสมเอาไว้ และอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมบ่อยๆ ถึงเวลาพวกเขาใจอ่อนก็จะอโหสิกรรมให้ เคยอ่านเจอในเว็ปธรรมะว่า เจ้ากรรมพวกนั้นในอดีตเคยเกิดเป็นคนมาก่อน เขาก็มีใจอ่อน เมื่อเรารับกรรมเลวเป็นที่พอใจของเขาแล้ว เขาก็อโหสิกรรมให้ แต่เราต้องอุทิศให้เจ้ากรรมหรือคู่กรรมบ่อยๆ

ข้าพเจ้าเองก็ได้เล่าให้อาจารย์ที่ฝึกพระกรรมฐานแบบ มโนมยิทธิ รับรู้แล้ว ทุกคนดีใจและบอกว่า ดีๆที่เจ้ากรรรมอโหสิกรรมให้ เพราะหลายๆคนเจอประสบการณ์เดียวกันกับข้าพเจ้านั่นเอง

แล้วพวกเราล่ะ ขอแนะจากประสบการณ์นะจ๊ะ ช่วงจิตนิ่งหลังสวดมนต์เช้าเย็น และทำสมาธิวิปัสสนากรรมฐาน ช่วงนั้นแหละ อุทิศไปเลย พลังให้อยู่กลางหน้าผาก แล้วอุทิศ คุณครูคนแรกแนะว่า พลังจากหน้าผากจะไปไกลกว่า ส่วนอื่นๆ ให้นึกถึงจุดจักระในร่างกายนะ ตรงกลางหน้าผากพลังจะแรงมาก ไปได้ไกลถึงสามภพเลยทีเดียว แล้วพ่อแม่จากอดีตชาติที่เกิดเป็นเทพในสวรรค์แต่ละชั้น คอยช่วยเหลือพวกเราอยู่ เพราะพ่อแม่จะไม่ทอดทิ้งลูก นะจ๊ะ คุณครูคนแรกสอนไว้อย่างนั้น แผ่ส่วนกุศลให้พวกท่านด้วย มีอะไรก็ทำจิตระลึกถึงพวกท่าน ถึงเวลาพวกท่านก็จะช่วยเรา ให้ข้อคิดนะจ๊ะว่า กรรมเลวที่เราเคยทำไป มาส่งผลเมื่อใด ไปร้องขอให้เบื้องบนช่วย หรือร้องขอให้หลวงพ่อขาวช่วย ท่านไม่ช่วยนะ เพราะผลกรรมเลวของเราเองส่งผลเวลานั้น เราต้องได้รับแน่นอน ฉะนั้นรับทราบแล้ว ขยันอุทิศส่วนกุศลจากใจนะ ให้กับเจ้ากรรมที่จ้องพวกเราอยู่เสีย สักวันหนึ่งพวกเขายอมแพ้ความดีของเราที่ทำไป ก็จะอโหสิกรรมให้

ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ส่งจิตไปบอกข้าพเจ้าว่า "ลูกศิษย์ของหลวงพ่อทุกคน ข้าพเจ้าน่าสงสารที่สุด และหลวงพ่อจะคอยช่วยเหลืออยู่นะ"

เห็นไหมผู้ที่เป็นพ่อแม่ จะไม่ทอดทิ้งลูก ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ก็เป็นพ่อทางธรรม ของพวกเรา อย่างไรล่ะ พ่อไม่ทอดทิ้งลูกนะ ถ้าลูกเดือดร้อนจากเจ้ากรรรม แล้วบุญกุศลส่งผลเต็มที่ พ่อก็ต้องช่วยอีกแรง เพื่อให้ลูกพ้นจากรรมที่ได้ทำต่อเจ้ากรรมนั้น จริงไหม ขั้นแรกเราต้องช่วยเหลือตัวเองก่อน เพราะเราคือคู่กรรมของพวกเขา โห เล่นทั้งรัง เป็นกลุ่มใหญ่มากๆเลยน่ะ คิดแล้วเสียวไม่หาย

ขอให้กำลังใจศิษย์ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ทุกคนเลยนะจ๊ะ ขยันอุทิศส่วนกุศลให้บ่อยๆ นึกได้ทำทันทีจ้ะ

ลองคลิกฟังเพลงธรรมะชื่อ โลกนี้ไม่มีอะไรเหนือกรรม สิจ๊ะ



 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [30 ส.ค. 2551 09:39 น.] 70.67.118.238
  สิ่งที่ข้าพเจ้าได้ทำเมื่อสี่ห้าปีที่ผ่านมา ตรงอ่างล้างหน้ามันแตก แล้วมีมดดำเยอะ ข้าพเจ้าเห็นก็รีบเอายาฉีดพ่นไล่ ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าในโพรงนั้นจะมีมดดำอีกเยอะ คิดว่าแค่เห็นข้างนอกบริเวณอ่างล้างหน้าเท่านั้น

ปรากฎว่าภายในโพรงที่แตกนั้นเป็นรังมดดำ พวกเขากรูกันหนีตายออกมา เยอะทีเดียว นี่คือผลกรรมที่ทำให้ข้าพเจ้าโดนรุมเล่นงานจากเจ้ากรรม ผลกรรมฆ่ามด

จากผลกรรมนี้ข้าพเจ้าได้รับคือ โรคประจำตัวที่เคยเป็นอยู่แล้วก่อนหน้านั้นเป็นหนักมาก มีอาการรุนแรง บางครั้งหายใจออกหรือขับเสมหะหนักๆ จะมีกลิ่นยารุนแรง บางครั้งมีอาการแสบคอทรมานที่สุด นี่คือผลกรรมที่ฉีดยาใส่รังมดดำเมื่อ 4 - 5 ปีในวัดเทพพิทักษ์ ที่ข้าพเจ้าเสียใจเพราะสำนึกในสิ่งที่ตัวเองได้ทำไป ร้องไห้หนักเพราะรู้ว่าได้ทำลายชีวิตน้อยๆของพวกมดดำ พวกเขาคงจะทรมานมากก่อนที่จะสิ้นใจ

คุณครูคนแรกเคยบอกว่า โรคบางอย่างรักษาไม่หาย เพราะเป็นโรคกรรม ที่ตัวเราได้ทำกับใครเอาไว้ เจ้ากรรมเคียดแค้นก็ตามมาเอาคืน ให้แผ่เมตตาและสร้างบุญกุศลอุทิศให้พวกเขา เมื่อถึงเวลาบุญที่เราทำไปให้นั้นส่งผลเต็มที่ เจ้ากรรมจะอโหสิกรรมให้

โชคดีที่ข้าพเจ้าได้พบกับท่านเจ้าคุณพระอาจารย์มีเมตตากรุณา ชี้แนะทางสว่างให้ ชี้ให้เห็นผลกรรมที่เคยทำมา ไม่น่าเชื่อนะว่า สิ่งที่หลุดออกมาเช้าวันจันทร์นั้น คือเจ้ากรรมไปเกาะภายในร่างกาย พวกเขาเคียดแค้นที่ทำเขา เขาก็มาเอาคืนไป หลังจากวันจันทร์ที่แล้วมา อาการที่เคยเป็นก็เบาลงไม่เป็นหนักเหมือนที่เคยเป็นมาก่อนหน้านั้น

บางทีคิดแล้วก็น้ำตาไหลออกมา จิตสงสารพวกมดดำเหล่านั้น เคยอ่านเจอเรื่องเหล่านี้ทางเน็ท เคยดูเรื่องกรรมลิขิต พอมาเจอกับตัวเองอย่างนี้

ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเพิ่มอีกล้านล้านเท่าว่า กรรมลิขิต หรือ กรรมตามทัน หรือ กรรมทันตาเห็น นั้นมีจริง เจอกับตัวเอง แล้วรู้สึก

ขอให้พวกเราอุทิศบุญกุศลให้เจ้ากรรมบ่อยๆนะจ๊ะ อย่าชะล่าใจอย่างข้าพเจ้า เมื่อถึงคิวตัวเอง กรรมส่งผล แล้วจะหนาว...จ้า

บุญรักษานะจ๊ะ สวัสดีจ้ะ




 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [30 ส.ค. 2551 03:45 น.] 70.67.118.238
  นมัสการลูกศิษย์พระของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์

เรียนลูกศิษย์(ฆราวาสหญิง ชาย) ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์

ได้โปรดกรุณานิมนต์ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์แทนข้าพเจ้าด้วยว่า ข้าพเจ้าทราบเหตุผลที่แท้จริงแล้วว่าสิ่งที่เกาะภายในร่างกายและมีสีดำๆรูปร่างกลมและรีหลายขนาดเลยนั่นคืออะไร เหล่านี้คือเจ้ากรรมหลายชีวิตที่ข้าพเจ้าได้เอาชีวิตของพวกเขาโดยไม่เจตนาเมื่อปีสุดท้ายได้เข้ามาพึ่งใบบุญในวัดสี่ห้าปีที่ผ่านมานี้ พวกเขาได้แก้แค้นแล้ว

พอข้าพเจ้าทราบความจริง เพราะมีท่านเจ้าคุณพระอาจารย์เปิดทางให้ทราบทางจิตว่า สิ่งที่ออกมาสีดำๆนั้น คือสิ่งที่ข้าพเจ้าได้ทำกับพวกเขาเอาไว้ ข้าพเจ้าเสียใจมากและได้ร้องไห้อย่างหนัก เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของตัวเองแท้ๆ ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ได้ทำการเปิดอดีตที่เข้ามาวัดครั้งสุดท้ายให้ดูว่า ข้าพเจ้าได้ทำอะไรไป

ขอความกรุณาจากลูกศิษย์พระที่เปิดข้อมูลอยู่นี้ นมัสการท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ด้วยว่า "ศิษย์คนนี้ ขอความเมตตากรุณาจากท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ ช่วยเป็นสื่อกลางบอกเจ้ากรรมของข้าพเจ้าด้วยว่า ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลที่ได้ทำทางต่างแดน ไม่ว่าบุญสร้างพระประจำตัว บุญร่วมสร้างพระที่วัดธรรมมงคล(ผ่านวัดไทยทางนั้น) บุญถวายซื้อยารักษาโรค บุญสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม บุญธรรมทานทั้งภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และบุญที่บริจาคให้กับศูนย์ต่างๆทางนั้น ขออุทิศบุญและทานที่ข้าพเจ้าได้ทำไปแล้วให้กับพวกเขา และได้โปรดอโหสิกรรมให้กับข้าพเจ้าด้วยเทอญ...สาธุ"

ฝากนมัสการท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ด้วยว่า ศิษย์คนนี้กระจ่างทุกอย่างแล้วและเสียใจเหลือเกินในสิ่งที่ตัวเองได้ทำร้ายชีวิตเล็กๆเหล่านั้น เพราะความประมาทของตัวเองแท้ๆ ได้แต่หวังเล็กๆน้อยๆว่า พวกเขาคงจะอโหสิกรรมให้

ขอให้ข้อคิดกันว่า เมื่อเข้าไปปฏิบัติธรรมในวัดแต่ละแห่ง ถ้าพระเตือนว่า ให้ระวัง ให้สำรวม อย่าล่วงศีลที่เราสมาทาน อย่าไปทำร้ายใครไม่ว่า คน หรือสัตว์ อย่าทำนะ อย่าเอาความเป็นอยู่ทางโลกไปใช้ในวัดเด็ดขาด แยกกันให้ออกว่า ชีวิตทางโลก กับ ชีวิตในวัด แตกต่างกัน อยู่ในวัดระยะสั้น ต้องทำตามศีล 5 และ ศีล 8 ให้เคร่งครัด ข้าพเจ้าผิดศีลข้อ 1 ทำลายชีวิตเล็กๆเหล่านั้น เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ สมน้ำหน้าตัวเอง สมควรแล้วที่ได้รับความทรมานอย่างนี้ บุญของข้าพเจ้ามาหนุนทำให้ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์รับทราบ และช่วยเหลือ

ชีวิตของข้าพเจ้า หลังจากออกจากวัดปีสุดท้ายแล้ว เจอวิบากกรรมเลวตรงนี้นี่เอง เจ้ากรรมมาเอาคืนแล้ว

ข้าพเจ้าขอกราบแทบเท้าข้ามแดนต่อท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ที่มีเมตตาให้ข้าพเจ้าได้รู้เหตุผลและชี้ทางออกให้กับข้าพเจ้า ทำให้ข้าพเจ้าเกิดปัญญาว่า ไม่ว่าเราจะทำอะไรกับใคร ไม่ว่าชีวิตนั้นจะเล็กหรือใหญ่ เมื่อถึงเวลากรรมดีหรือเลวส่งผล ไม่ว่าเราจะอยู่ไกลแค่ไหน เจ้ากรรมก็จะตามเอาคืน

คุณครูคนแรกสอนว่า ถ้าเราต้องการให้เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรม ต้องให้ผู้ที่มีพลังจิตแกร่งกล้าช่วยเป็นสื่อกลางให้ (เกือบ 20 ปีแล้วนะ คำเตือนนี้น่ะ) ถึงว่าทำไมยุคปัจจุบันนี้ มีพระและแม่ชี ที่คอยช่วยเหลือพวกเรา ชี้แนะแนวทางในการแก้กรรม

ข้าพเจ้าทำลายชีวิตเล็กๆเหล่านั้น ยังโดนวิบากกรรมขนาดนี้ แล้วคนที่ทำร้ายทำลายวัด ใส่ร้ายพระที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ และปฏิบัติจริง ก็ไม่ต้องพูดถึงว่ากรรมเลวนั้นจะยิ่งใหญ่และหนักเพียงใด ผู้ที่มีจิตใจอยู่ในธรรมมักจะพูดว่า กรรมเลวใดที่เราได้ทำไปแล้ว ขอให้ได้รับชาตินี้ไปเลย อย่าติดภพติดชาติต่อไป เพราะชาตินี้เราไม่ได้รับ มันก็จะส่งผลกรรมเลวไปยังชาติต่อๆไปจะเจอหนักแบบที่เรียกว่า ทบต้นและดอก อภิมหากรรมเลวกันเลยทีเดียว ข้าพเจ้าทราบแล้วว่า ทำไมถึงได้ทรมานกับโรคที่เป็นนี้เหลือเกิน โชคดีที่ชะตาชีวิตให้มาได้พบกับท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ และวัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นความจริงนะ บุญกับบาป คู่กันเสมอ ข้าพเจ้าได้ทำทั้งสองอย่างและได้รับทั้งสองอย่างเช่นกัน

ผลกรรมเลวสนองข้าพเจ้าแล้ว

ขอคารวะทุกๆท่านที่เข้ามาอ่าน


 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [28 ส.ค. 2551 03:40 น.] 70.67.118.238
  บางทีทานข้าวไม่ได้เลย อาการกำเริบหนักต้องหยุด ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์สอนให้เคี้ยวอาหารช้าๆให้ละเอียดในแต่ละคำ แล้วค่อยกลืน บางครั้งข้าพเจ้ามีอาการไอหนัก เหมือนมีอะไรติดอยู่ที่ปอด พยามขับออกมา ได้ยินเสียงท่านเจ้าคุณพระอาจารย์พูดว่า "ไอ..ออกมาให้หมดลูก" แต่สิ่งที่คาในปอดนั้นไม่ออกมาเลย

ข้าพเจ้ามีความรู้สึกตลอดเวลาหลังจากที่สิ่งสกปรกภายในร่างกายออกมาแล้ว ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์มีเมตตายิ่งนักที่ส่งพลังเข้าร่างกายข้าพเจ้าตลอดเวลาประคับประคองสุขภาพภายในร่างกาย เพราะเกิดอาการเพลีย สิ่งที่ข้าพเจ้าพบทางจิตคือ ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ยิ้มให้อย่างมีเมตตา ข้าพเจ้ากราบแทบเท้าขอบพระคุณด้วยน้ำตาแห่งความปิติ

ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ทราบว่า ถ้าจะรักษาภายในเจ้าศิษย์ตัวนี้ สิ่งสกปรกที่คั่งค้างภายในออกทางทวาร (ปาก)ไม่ได้ เจ้านี่ต้องไปอีกทวารหนึ่ง เพราะสิ่งปกปรกเหล่านี้สะสมภายในมาน้าน..นาน พวกมันดื้อด้าน

ข้าพเจ้าขอฝากลูกศิษย์พระที่เปิดอินเทอร์เน็ทในเวลานี้ บอกท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ด้วยว่า "ข้าพเจ้าขอพักยกสักสามอาทิตย์ก่อน แล้วค่อยว่ากันใหม่นะเจ้าคะ"

อาการโรคที่เป็นก็ยังมีอยู่ แต่เบากว่าเก่ามาก รู้สึกคล่องตัวเยอะ ข้าพเจ้าขอกราบแทบเท้างามๆ มายังท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ (หลวงพ่อ) ที่ได้ช่วยล้างสิ่งสกปรกภายในร่างกายเมื่อวันเสาร์ อาทิตย์ และก่อนหน้านั้นด้วย

พลังสมาธิ และพลังวิปัสสนากรรมฐาน สามารถรักษาโรคหรือทำความสะอาดภายในร่างกายของเราได้จริงๆ ขอให้กำลังใจทุกท่านทำสมาธิให้สม่ำเสมอ เมื่อถึงเวลาจะได้ใช้ เราต้องทำก่อน แล้วพลังของครูบาอาจารย์จะเข้ามาช่วย เมื่อพลังของเราเองเข้มข้น เหมือนกับตัวข้าพเจ้าที่ได้รับนี่ไง

วัตถุประสงค์ของการทำสมาธิ คือการสร้างพลังจิต หลวงพ่อวิริยังค์ว่าเอาไว้ จริงหรือไม่ ต้องพิสูจน์กันเองนะจ๊ะ

ขอให้กำลังใจทุกๆท่านทำสมาธิให้สม่ำเสมอ เมื่อถึงเวลาสมาธิจะช่วยคนรอบข้างได้จ้ะ วันข้างหน้าใครจะไปรู้ เกิดมีศิษย์คนอื่นสามารถช่วยเหลือท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ได้ทางพลังจิตในอนาคตน่ะ ฝึกไว้ตอนนี้ไม่เสียหลาย และไม่มีคำว่าสายจ้ะ สวัสดีจ้ะ




 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [28 ส.ค. 2551 02:32 น.] 70.67.118.238
  Dear a readers and เรียนลูกศิษย์ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์

ข้าพเจ้าขอเรียนทุกๆท่านที่เข้ามาอ่านว่า พลังที่ข้าพเจ้าได้รับจากศิษย์ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์เช้าวันเสาร์นั้น และพลังจากท่านเจ้าคุณพระอาจารย์เองที่ส่งไปยังข้าพเจ้าในเช้าวันนั้น คือพลังจิตที่บริสุทธิ์จากความเมตตายิ่งยวดของท่านเจ้าคุณที่ได้รักษาโรคภายในร่างกายของข้าพเจ้า พลังนั้นได้ทำงานของมันแล้ว ได้ชำระล้างพิษต่างๆภายในร่างกายที่สะสมมาเป็นเวลาหลายปี

is powerfull คำนี้ภาษาอังกฤษ ไม่ทราบว่าจะเปรียบเทียบเป็นภาษาไทยได้อย่างไร คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก ข้าพเจ้าได้อธิษฐานจิตต่อกายทิพย์ของคุณครูคนแรก และองค์เทพเบื้องบนว่า พลังที่ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ส่งไปถึงในแต่ละครั้งนั้น ขอไปรักษาร่างกายภายใน ให้สิ่งสกปรกที่หมักหมมมาหลายปีของกายนี้ ให้ออกทางทวาร (ร่างกายของเรามีทวารเยอะนะ มองและสังเกตุด้วยนะจ๊ะ เช่น รูขุมขน รูจมูก ปาก รูหู ตรงรากผมก็จะมีรูเช่นกัน และจ้น คำนี้ไม่กล้าพิมพ์ตรงๆ ) ณ บัดนี้

หลังจากที่ข้าพเจ้าได้รับพลังอันหนักหน่วงสองครั้งสุดท้ายในเซ็ทเดียวกันจากท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ในวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น สิ่งที่ข้าพเจ้าเจอในเช้าวันจันทร์คือ อาการปั่นป่วนในช่องท้องรีบวิ่งเข้าห้องน้ำทันที ในชีวิตไม่เคยเจอปรากฎการณ์ภายในอย่างนี้ เพราะสิ่งปฏิ++ลที่ออกมานั้นเหมือนตัวแบคทีเรียทั้งตัวกลมและตัวรี ลักษณะมีขนออกรอบๆจากวงกลมและวงรีสีดำนั้น สีดำมะเมื่อมสกปรกมากๆ ไม่ใช่ปฏิ++ลในชีวิตประจำวันที่พวกเราต้องเข้าไปทำธุระส่วนตัวเลย พอมองปราศจากแว่นสายตาก็คิดในใจว่า "พวกเจ้านี่เองที่อาศัยอยู่ภายในร่างกายเกือบ 20 ปี ถึงเวลาของพวกเจ้าต้องออกมาแล้วนะ" แล้วก็จัดการชักโคลก บ๊ายบาย

ข้าพเจ้ามีโรคประจำตัวทุกครั้งเมื่ออาการกำเริบจะทรมานมากๆ บางครั้งท่านเจ้าคุณพระอาจารย์จะเยี่ยมทางพลังจิต จะพบข้าพเจ้ากำลังทรมานกับโรคที่เป็น ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์มีความเมตตาสงสารที่เห็นศิษย์ตัวนี้ทรมานกับโรคที่เป็นนั่นเอง......

มีต่อ


 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [25 ส.ค. 2551 09:59 น.] 70.67.118.238
  เรียนลูกศิษย์ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์

เช้าวันเสาร์ เวลาทางน้าน ข้าพเจ้าได้รับของขวัญอันพิเศษที่สุดจากทุกๆท่านแล้ว สามัคคีคือพลัง เหมือนเคยนิ ข้าพเจ้าทำสมาธิด้วยนะ ความรู้สึกว่า ศิษย์ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ที่กำลังฝึกภาคสนาม ส่งกระแสจิตและพลังจิตไปถึง ได้ยินเสียงท่านเจ้าคุณพระอาจารย์บอกว่า "ระวังตัวนะ" คิดอยู่ในใจว่า "ระวังอะไรหว่า" โห ส่งไปเป็นชุด ยังกะโอลิมปิค

ชุดแรกได้รับเบาๆนุ่มๆ จุ๋มจิ๋มเรียบร้อย ชุดที่สองและที่สาม โห...เก่งๆกันทุกท่านเลย สามชุดติดกันพลังจิต มึนยกกำลังสอง แต่มึนแบบมีความสุขนะ สักพักหนึ่งนะ ฐานใจเริ่มเย็นแบบมีความสุขนะ ไม่ใช่เย็นน้ำแข็งขั้วโลก และเริ่มมึนที่ศีรษะ พลังมันไปทั่วทั้งตัว อธิษฐานจิตเลยว่า พลังจากศิษย์ด้วยกันผ่านท่านเจ้าคุณพระอาจารย์คือพลังจิตที่บริสุทธิ์ รับโม้ด สิ่งที่ข้าพเจ้าทำคือ อธิษฐานจิตถึงกายทิพย์ของคุณครูคนแรกและองค์เทพเบื้องบนให้ช่วยที ได้ยินเสียงท่านเจ้าคุณพระอาจารย์บอกว่า "ไปนอนสักพัก เดี๋ยวก็หาย" ไม่เชื่อไม่ได้แล้ว มึนตี้บสามชุดติดกัน เก่งจริงๆ

เอ้ายิ้มกันใหญ่ ขอชมข้ามแดนเลยนะจ๊ะว่า เยี่ยมมากๆ ขอให้ทุกท่านเชื่อฟังท่านเจ้าคุณพระอาจารย์นะจ๊ะ กลุ่มที่กำลังฝึกนี้อยากจะให้ชื่อกลุ่มที่กำลังฝึกพลังจิตว่า "RISING STARS"

ไม่ต้องเป็นห่วงสุขภาพของข้าพเจ้านะ เพราะมีท่านเจ้าคุณพระอาจารย์คอยดูแลอยู่เหมือนกัน ยินดีมึนยกกำลังสามจ้า

ขอให้กำลังใจฝึกด้านพลังจิตต่อไป กอบโกยความรู้กับท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ให้มากๆ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เราคงจะได้พบกันในอนาคตนะจ๊ะ

ด้วยความปรารถนาดีจ้า รุ่นนี้เก่งนิ


 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [22 ส.ค. 2551 02:37 น.] 70.67.118.238
  Dear a readers เรียนศิษย์ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์

ข้าพเจ้ามีเรื่องให้อ่านกันนะ เกี่ยวกับกสิณ เคยเห็นผู้สนใจฝึกกันเยอะ ครูท่านแรกก็สอนแบบง่ายๆ แล้วเน้นว่า อย่าไปหลงถ้าเราพบอะไรเจออะไร ข้าพเจ้าก็มีหนังสือเกี่ยวกับกสิณ อ่านหลายรอบ ก็ไม่เข้าใจ แม้แต่เพ่งดวงอาทิตย์ตอนเริ่มเช้า และตอนพระอาทิตย์ตก ก็ทำเช่นกัน คือฝึกเล่นๆ ก็ได้แต่คิดว่า "ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย แต่พระอาทิตย์ตอนขึ้นและตก สวยดี เพลินดี" ตั้งแต่นั้นมาก็มองพระอาทิตย์ขึ้นและตกทุกวัน ที่คิดว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะไม่รู้หลักนั่นเอง ไม่มีครูคุม

จนกระทั่งลืมเรื่องการเพ่งกสิณไปหลายปี หนังสือเก็บหมด จนกระทั่งเย็นวันหนึ่งขี่มอเตอร์ไซค์ นั่งข้างหลังนะ มีคนขับอยู่แล้ว ไปกับกลุ่ม เพราะกำลังเซ็งๆเบื่อๆชีวิต เขาชวนก็เลยไปด้วย มีปัญหาที่ว่า อากาศเปลี่ยนกระทันหัน เกิดความหนาวเย็น ใส่เสื้อนอกไม่พออุ่น จิตก็กระหวัดถึงการเพ่งกสิณที่เคยอ่านมา มองเห็นพระอาทิตย์ที่กำลังตกดินที่หมวกกันน้อคของคนขับ ความคิดเกิดขึ้นมาว่า "ต้องใช้แสงพระอาทิตย์ช่วย"

ตอนนั้นคิดถึงเรื่องกสิณไฟ คนขับบอกว่า "ยูมองพระอาทิตย์ตรงกระจกข้างสิ สวยดีนะช่วงใกล้ตกน่ะ " ก็มองพระอาทิตย์ แต่นึกไม่ออกจะบริกรรมอย่างไร จิตนั้นสงบนิ่งมากๆ หนาวก็หนาว ได้ยินเสียงท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ (หลวงพ่อของพวกเรา)

ถามว่า "ขี่มอเตอร์ไซค์ไปไหน"
ข้าพเจ้าตอบ "ขี่เที่ยวกินบรรยากาศเฉยๆเจ้าค่ะ เพราะกลุ่มนี้เขาจะนัดเจอกันอย่างนี้ เป็นการสังสรรค์กันค่ะ" ข้าพเจ้าก็คุยต่อว่า "หลวงพ่อ หนูหนาวจังเลย อากาศเปลี่ยน หลวงพ่อช่วยบอกพระอาทิตย์ช่วยส่องแสงสว่างมากกว่านี้ที อย่าเพิ่งหายไปเลย หนาวมากเลยค่ะ" สักพักหนึ่งแสงของพระอาทิตย์ก็ส่องจริงๆ คนขับ งง บอกว่า "พระอาทิตย์แปลกมาก ทำไมจู่ๆก็มีแสงออกมาอีก" ข้าพเจ้าก็ถามทางจิตต่อว่า "คำบริกรรมกสิณไฟคืออะไร คิดชื่อไม่ออก" คำนั้นผุดขึ้นมาเองว่า "เตโชกสิณังๆๆ" พอข้าพเจ้าบริกรรมบนมอเตอร์ไซค์แล้วสักพักหนึ่ง ร่างกายเกิดความอบอุ่นจากภายในสู่ภายนอกทันที อุ่นจริงๆ เลยได้หลักบริกรรมกสิณไฟ จากความเมตตาของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ ตั้งแต่นั้นมาจำเลย คิดกันเอาเองนะว่า หลวงพ่ออยู่ในวัด คนละซีกโลกเลย ทำไมหลวงพ่อทราบว่า ข้าพเจ้ากำลังขี่แมงกะไช บนถนนอยู่ แล้วสอนหลักการเพ่งกสิณไฟด้วย บุญของข้าพเจ้า พอกลับบ้าน ก็ค้นทางอินเทอร์เน็ท เจอกสิณ สมาธิที่ทรงพลัง ก็ทรงพลังจริงๆน่ะแหละ ทดสอบมาแล้ว

หลวงพ่อมีเมตตามากๆ แนะข้าพเจ้าว่า "คราวหน้าใส่เสื้อข้างนอกให้อุ่นๆนะ" บางวันก็อากาศเปลี่ยนเป็นร้อนกระทันหัน ก็ใช้บริกรรมกสิณลม "วาโยกสิณังๆๆ "คือจิตนึกถึงลมพัดไปมา เข้าสู่ภายในร่างกาย ก็เกิดอาการเย็นสบาย เกิดปัญญาว่า "การฝึกสมาธิและพัฒนาถึงวิปัสสนากรรมฐาน ผลที่ได้ เป็นอย่างนี้นี่เอง นำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้" ทำให้นึกถึงท่านดาไล ลามะ ที่ทนอากาศหนาวเย็นจัดๆได้อย่างสบาย โดยที่ไม่ต้องใส่เสื้อกันหนาวหนาๆอย่างพวกเราธรรมดา

ข้าพเจ้าแค่ระดับเด็กอ่อนหัด ต้องฝึกอีกเยอะ นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้นเอง ข้าพเจ้าทราบแล้วว่า ครูคนที่สอง คือ ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์นี่เอง ฝากนิมนต์ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ด้วยว่า "ข้าพเจ้าขอกราบทางจิตแทบเท้า ในความเมตตาของท่านเจ้าคุณที่มีต่อข้าพเจ้า"

ข้าพเจ้าทดลองทำวิปัสสนาบนมอเตอร์ไซค์ครั้งหนึ่งเพราะอยากพิสูจน์อะไรบางอย่าง แต่ได้ขอให้ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ช่วยคุมระดับจิต (ต้องมีครูคุมด้วยนะ ตอนที่ทำน่ะ มั่นใจเต็มร้อยว่า มีท่านเจ้าคุณพระอาจารย์คุมอยู่ ไม่งั้นตกแมงกะไช แย่เลย) ช่วงที่บริกรรมจิตนิ่ง สงบสักพัก ความรู้สึกเหมือนกับขี่มอเตอร์ไซค์บนท้องฟ้าเลย เบาโหวงมากๆ ทั้งคนขับ ทั้งผู้โดยสาร และทั้งแมงกะไช ความรู้สึกเหมือนลอยเหนือพื้นดิน แต่เสียงของมอเตอร์ไซค์เบามากๆ เป็นที่พอใจแล้ว ก็ค่อยๆบริกรรมให้จิตสู่ปกติ โดยมีท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ควบคุมอยู่

เห็นไหม ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ จะไม่ทอดทิ้งศิษย์นะ ถ้าท่านทราบว่า ถึงเวลาของศิษย์คนใด ขอให้กำลังใจลูกศิษย์ของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ ทุกรุ่นทุกวัย ทุกสภาพสถานะ จงประสบผลสำเร็จในการปฏิบัติธรรม ทั้งภาคสนาม(ยังกับไปรบนิ)หมายถึงภาคปฏิบัติ และภาคทฤษฎี อย่าลืมนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน...ด้วย รู้แล้ว นำไปใช้ ต้องมีความอดทนนะ อย่าท้อแท้

ขอสุขสวัสดี ความเจริญก้าวหน้าทางธรรมและทางโลก จงประสบแด่ลูกศิษย์ทุกท่าน เทอญ..................สาธุ



 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [21 ส.ค. 2551 02:49 น.] 70.67.118.238
  Dear a readers and เรียนลูกศิษย์ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์

ข้าพเจ้าขอชี้แจงกับทุกๆท่านว่า ตัวข้าพเจ้าเองมีพื้นฐานเรื่องการฝึกจิตมาก่อนหน้านี้หลายสิบปีมาแล้ว อาจารย์ท่านแรกที่สอนข้าพเจ้าในชีวิตเลย ก็สิ้นบุญแล้ว ข้าพเจ้าก็ได้ทำตามหลักง่ายๆที่คุณครูท่านแรกได้สอนเอาไว้ เพราะท่านสอนแบบง่ายๆให้กับพวกเราที่เข้าไปพบกับท่าน บางท่านก็ฝึกต่อเนื่องหลายสิบปี สำหรับตัวข้าพเจ้าเองนั้นอดีตครูที่สอนเคยบอกเอาไว้ว่า ถ้าตัวข้าพเจ้ามีความตั้งใจจริง ก็จะทำได้ ถ้าได้พบครูที่ให้หลักเพิ่มเติมและถูกต้อง ก็จะไปได้สวยเลย นั่นคือเหตุการณ์หลายปีที่ผ่านมา ก่อนที่จะได้พบกับหลวงพ่อ

ซึ่งช่วงนั้นข้าพเจ้ายังไม่รู้จักท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ เพิ่งจะรู้จักก็ต่อเมื่อมีพระผู้ใหญ่แนะนำให้มาบวชชีพราหมณ์

ข้าพเจ้าขอยืนยันข้ามแดนว่า มีพื้นฐานเรื่องพวกนี้มาก่อนจากครูคนแรก แล้วมาพบกับหลวงพ่อทีหลัง บุญเพิ่งจะมาส่งผลให้มาพบกับหลวงพ่อ

ข้าพเจ้าเองก็ค้นคว้าเรื่องจิตมาหลายปีเช่นกัน และได้ทำตามหลักของครูคนแรกที่สอนเสมอมา

แม้แต่อาจารย์ที่สอน มโนมยิทธิ ยังแนะข้าพเจ้าเลยว่า ถ้ามีพื้นฐานสมาธิ หรือฝึกจิตมาดีแล้ว จะเป็นเร็ว






 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [20 ส.ค. 2551 01:17 น.] 70.67.118.238
  ข้อสงสัยที่ตามมาคือ ทำไมหลวงพ่อถึงได้แนะนำให้ไปศึกษาพระกรรมฐานเพิ่มเติม แล้วหลวงพ่อรู้ได้อย่างไรในเมื่ออยู่ห่างหลายพันไมล์ ว่า จะมีหลักสูตรพระกรรมฐานที่สหรัฐ รับรู้ด้วยว่าข้าพเจ้ารู้จักเพื่อนที่เป็นครูสอนพระกรรมฐานแบบ "มโนมยิทธิ" ข้าพเจ้าเองไม่รู้และไม่ได้ใส่ใจในสิ่งที่เพื่อนเคยบอกว่า เป็นครูสอนพระกรรมฐานมา 30 ปีในเมืองไทย รู้เพราะหลวงพ่อบอกทางจิตว่า "เธอรู้จักแล้ว" ใกล้เกลือกินด่างจริงๆเลยข้าพเจ้าเนี่ย แบบนี้ต้องให้ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ส่งพลังจิตไปตบบ่อยๆ จะได้ชินและชำนาญในการทำพระกรรมฐาน อยู่ทางนั้นห่างวัดห่างพระ แล้วตัวขี้เกียจมันบัญชาตลอดเวลา

ทุกอย่างต้องมีเหตุผลในตัว แต่ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์เป็นพระอริยสงฆ์พลังจิตระดับพระกาฬ จะไม่บอกหรือสอนเราโดยตรง ขึ้นอยู่กับสติปัญญาของเราเอง จะ get หรือไม่ในขณะนั้นๆ สมองข้าพเจ้าทำงานเหมือนคอมพิวเตอร์ รีบเข้าอินเทอร์เน็ทศึกษาเพิ่มเติมว่า อาการของจิตที่ได้สัมผัสกับพลังชนิดหนึ่ง เช่นวิญญาณของคน หรือกายทิพย์ของเทพเบื้องบน(สวรรค์และพรหม หลายชั้นนะ) และเทพเบื้องล่างนั้น จะต้องทำอย่างไร คำตอบคือ ถ้าอยากจะรู้และเห็นไวๆ ก็ต้องฝึกพระกรรมฐานแบบ "มโนมยิทธิ" ฯลฯ และเราจะรักษาจิตให้ทรงพลังนั้นควรทำอย่างไร

ข้าพเจ้าทราบคำตอบแล้ว กระจ่างใจทุกขั้นตอน ขึ้นอยู่กับความขยันของตัวเองในการทำพระกรรมฐาน ถ้าขี้เกียจก็จบเลย

ถึงว่าทำไมท่านเจ้าคุณพระอาจารย์แนะญาติโยมว่า "ให้ทำสมาธิบ่อยๆจะดี" ดีอย่างไร ต้องค้นคว้ากันเอง ข้าพเจ้าทราบคำตอบแล้วจ้า

มีต่อประสบการณ์เรื่องการใช้กสิณ ไปทำธุระก่อนจ้า


 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [20 ส.ค. 2551 00:45 น.] 70.67.118.238
  Dear a readers and ศิษย์ทุกๆท่านของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์

ก่อนอื่นขอทักทายหนูปวีณาก่อน ขอให้หนูสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนานะหนูนะ "รักษาความดีในการศึกษาธรรมะของตัวเองเอาไว้ แล้วนำไปใช้ในชีวิตประจำวันนะหนูนะ" อธิษฐานจิตขอให้หลวงพ่อขาวช่วยเหลือเมื่อหนูต้องการนะจ๊ะ ศูนย์ปฏิบัติธรรมที่หนูบอกมา สงสัยว่าจะเป็นศูนย์สาขาของวัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม เพราะเคยเจอทางอินเทอร์เน็ทโดยบังเอิญ

เล่าสู่กันอ่านต่อนะ หลังจากที่ข้าพเจ้าทราบว่าจิตอยู่ตรงไหน จากพลังเมตตาจากท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ได้ส่งไปทางโน้น (ศิษย์ที่อยู่ในเมืองไทย และระยะทางใกล้กว่าอีกซีกโลกหนึ่งนั้น ก็ไม่ต้องพูดถึง ถ้าจิตนิ่ง รับพลังจิตจากท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ได้สบายเลย) พวกท่านรู้ไหมว่าข้าพเจ้าคิดและทำอะไร มีคำถามขึ้นมาในใจว่า "หลวงพ่อพยายามจะบอกอะไรเรา มันไม่ใช่แค่บอกว่า จิตอยู่ตรงนี้ ต้องมีอะไรมากกว่านั้น และมันคืออะไร จะรู้ได้อย่างไร ต้องทำอย่างไรต่อไป และจะรักษาจิตให้คงที่หรือไม่กระเพื่อมต่อสิ่งต่างๆรอบด้านได้อย่างไร" คำถามร้อยแปดพันเก้าเกิดขึ้นในสมองที่มีอายุเท่าตัว

ปัญญาเกิดขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ เพราะเคยได้ยินท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ส่งกระแสจิตไปบอกว่า "ทุกอย่างที่เธอสงสัยและอยากรู้ เธอมีอยู่แล้ว" เหมือนมีอะไรดลใจให้ไปค้นหาทันทีแทบพลิกชั้นหนังสือเลยทีเดียว คิดอยู่ในใจว่า "หลวงพ่อบอกว่า เรามีคำตอบอยู่แล้วในสิ่งที่สงสัยตลอดเวลาหลายปี"

ก็ได้พบจริงๆ ในหัวข้อสมาธิทำใจให้สงบ/การทำจิตให้สงบที่ฐานใจ และการประยุกต์ใช้ความสงบเพื่อพัฒนาจิตใจ /สมาธิเผากิเลส/ สมาธิระเบิดกิเลส เป็นเว็ปของ พระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ นั่นเอง เสียดายที่เว็ปข้อความดีๆนี้ได้ถูกนำออกไปแล้ว ก็หลายปีแล้วนะที่เจอน่ะ

ใครสนใจลองเข้า serch หาเอาเอง เป็นข้อความที่ดีมากๆ นำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ก่อนที่จะเข้าวัดถือศีล ฝึกจากข้างนอกก่อน ได้หลักแล้วเข้าวัดฝึกกับท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ช่วงนั่งสมาธิเช้าเย็น จะไปฉิวเลย ถ้าร่างกายไม่เหนื่อยล้าจนเกินไป

แม้แต่หนังสือเกี่ยวกับกสิณต่างๆ ก็เจอด้วย เป็นปรากฎการณ์ที่มหัศจรรย์มากๆ ที่ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ทราบถึงวะระจิตของข้าพเจ้า ทั้งๆที่อยู่กันคนละซึกโลก


มีต่อ



 น.ส ปวีณา เพิ่มขุนทด [85 หมู่ 4 ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด นครราชสีมา] [7 ส.ค. 2551 15:59 น.] 125.26.81.197
  หนูชอบวัดเทพพิทักษ์ปุณณารามมากเพราะที่นั้นเงียบสงบอากาศก็เย็นสบายเหมาะแก่การปฎิบัติธรรมมากหนูชอบค้นคว้าความรู้เกี่ยวกับธรรมะเพราะทำให้ไม่มีความทุกสบายใจมีความสุข หนูชอบไปวัดกับยายเข้าศีลฟังธรรมบำเพ็ญประโยชน์ วัดของหนูชื่อ ศูนย์ปฎิบัติธรรมญาณวรารามบ้านกระชาวที่วัดของหนูก็มี (หลวงพ่อขาว) หนูจะเข้ามาอ่านธรรมะทุกวันค่ะ

 น.ส ปวีณา เพิ่มขุนทด [85 หมู่ 4 ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด นครราชสีมา] [7 ส.ค. 2551 15:52 น.] 125.26.81.197
  หนูชอบวัดเทพพิทักษ์ปุณณารามมากเพราะที่นั้นเงียบสงบอากาศก็เย็นสบายเหมาะแก่การปฎิบัติธรรมมากหนูชอบค้นคว้าความรู้เกี่ยวกับธรรมะเพราะทำให้ไม่มีความทุกสบายใจมีความสุข หนูชอบไปวัดกับยายเข้าศีลฟังธรรมบำเพ็ญประโยชน์ วัดของหนูชื่อ ศูนย์ปฎิบัติธรรมญาณวรารามบ้านกระชาวที่วัดของหนูก็มี (หลวงพ่อขาว) หนูจะเข้ามาอ่านธรรมะทุกวันค่ะ

 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [7 ส.ค. 2551 01:51 น.] 70.67.118.238
  Dear a readers

เรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ได้พบแสงออกจากตัวของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ ข้าพเจ้าได้พบมหัศจรรย์นี้ 3 ครั้ง ช่วงที่จิตสงบนิ่ง ครั้งแรกช่วงที่กลับไปบ้านทางแคนาดาหลังจากเข้ามาพึ่งใบบุญครั้งสุดท้าย สวดมนต์เช้า เย็น ปกติ แล้วจิตนิ่ง ได้พบกับท่านเจ้าคุณในท่าสมาธิ มีแสงสว่างรอบตัวท่านเจ้าคุณ สว่างจ้ามากๆ ครั้งแรกนี้ไม่พบหลวงพ่อขาว

ครั้งที่สอง ได้พบหลวงพ่อขาวก่อนมีแสงสว่างออกมาจากดวงตาที่สาม (กลางหน้าผาก) ของหลวงพ่อขาว จิตของข้าพเจ้าก็ตามแสงสว่างใสนวลนั้น แสงนั้นไปที่ร่างของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ขณะทำสมาธิ เกิดแสงสว่างรอบตัว ครั้งนี้หลายสีเลยทีเดียว และครั้งที่สองนี้ห่างกับครั้งที่สามเพียงแค่ไม่กี่เดือน ได้สอบถามผู้รู้ทางเมืองไทยว่า แสงชนิดนี้เรียกว่าอะไร ครั้งที่สามที่เล่าสู่กันฟังนั่นเอง

ซึ่งเรื่องนี้ข้าพเจ้าได้ยินญาติโยมที่เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อต่างเล่าให้ฟังว่า ขณะทำสมาธิ ลืมตาขึ้นมาเห็นแสงสว่างรอบตัวหลวงพ่อ หลายคนเห็นด้วยตาเนื้อ ได้ยินญาติโยมบอกข้าพเจ้าว่า "หลวงพ่อขาวศักดิ์สิทธิ์มากๆ"

นี่คือก้าวแรกที่ข้าพเจ้าได้เข้ามาพึ่งใบบุญในวัดเทพพิทักษ์แล้วได้ยินเข้า ทำให้เกิดศรัทธาขึ้นในจิต หลังจากนั้นก็ได้เข้ามาพึ่งใบบุญเรื่อยๆ

และข้าพเจ้าได้พิสูจน์หลายๆอย่างด้วยตัวเองมาแล้วในสิ่งที่ได้ยินมาก่อนหน้านั้นในทางลบ

ได้ยินอะไรบ้าง เช่นวัดพระขาว ต้อนรับเฉพาะคนรวยเท่านั้น อยู่แคนาดายังได้ยินเลย ข้อนี้ขัดแย้งกับความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าเข้ามาพึ่งใบบุญ ช่วงวันสุดสัปดาห์ หรือวันเทศกาลสำคัญๆทางพุทธศาสนา จะได้พบญาติโยมเยอะแยะทุกฐานะเลยก็ว่าได้ ข้าพเจ้าเองยังถูกให้เลือกพักกับผู้ที่มาจากชนบทห่างไกลความเจริญคือไม่มีไฟฟ้าใช้(ข้าพเจ้าเคยสัมผัสกับชนบทที่ไม่มีไฟฟ้า หรือห้องน้ำใช้ คือต้องเอาเสียมไปขุดหลุม ที่ใช้เป็นห้องน้ำในป่า แล้วดินที่ขุดขึ้นมานั้นกลบ) ได้พูดคุยกับชีพราหมณ์ที่เข้ามาบวชแก้บนจากชนบทไกลๆ ได้พูดคุยกับญาติโยมที่ศรัทธาเคารพหลวงพ่อ เดินทางออกจากบ้านชนบทตั้งแต่ตีสาม บางคนก็นั่งเกวียนออกจากบ้านมาขึ้นรถข้างนอกหมู่บ้านเพื่อที่จะมาทำบุญในวัดเทพพิทักษ์ ทุกคนพูดคุยถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อขาว ดวงตาที่ใสซื่อบริสุทธิ์ที่พูดถึงหลวงพ่อของพวกเรา อย่างนอบน้อม เคารพ และศรัทธา จากก้นบึ้งของหัวใจ

สิ่งที่ประทับใจสุดๆคือ ได้พบกับผู้ชายคนหนึ่งเดินทางมาไกล จุดประสงค์ของเขาเพื่อเข้ามาล้างเท้าของหลวงพ่อ แล้วนำผ้าขนหนูผืนใหม่มาเช็ดเท้าของหลวงพ่อ ข้าพเจ้าถามเขาว่า "พี่เอาผ้าขนหนูผืนนั้นไปทำอะไร" เขาตอบว่า "ผมจะเอาไปบูชาครับ เพราะผมรักและศรัทธาหลวงพ่อมากๆ" หน้าตาเขาอิ่มเอิบ ข้าพเจ้าได้แต่ตอบว่า "พี่โชคดีที่ได้ทำเช่นนี้ ผู้ชายเท่านั้นที่จะทำได้ และผู้ชายเท่านั้นที่จะได้สัมผัสกับตัวหลวงพ่อ" พวกท่านที่กำลังปรนนิบัติพัดวีหลวงพ่อโชคดีขนาดไหน เคยอ่านเจอถึงอานิสงส์ของผู้ปรนนิบัติพระอริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ อานิสงส์มหาศาลนัก ถ้าทำจากจิตที่ศรัทธาและเคารพ

สำหรับตัวข้าพเจ้าระลึกถึงพระผู้ใหญ่และผู้ใหญ่ที่แนะนำให้มาปฏิบัติธรรมในวัดเทพพิทักษ์เสมอ และคิดว่าตัวเองโชคดีมากๆ ถ้าจิตทิ้งร่างนี้ไปก็ไม่เสียดายเลย เพราะชีวิตนี้ได้พบกับพระอริยสงฆ์ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ข้าพเจ้าได้พบแล้ว แล้วท่านล่ะ พบหรือยัง

ขอคารวะทุกๆท่านที่เข้ามาอ่าน


 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [6 ส.ค. 2551 03:24 น.] 70.67.118.238
  Dear a readers และลูกศิษย์(พระ)ปัจจุบันในวัดเทพพิทักษ์ ในขณะนี้

ข้าพเจ้าขอกราบขอบพระคุณในความเมตตาจากพระคุณเจ้าทุกรูปที่ได้ส่งกระแสพลังจิตไปยังข้าพเจ้า พระคุณเจ้าเล่นใช้หลักนี้ สามัคคีคือพลัง ของแท้ เจอพลังจากกลุ่มพระคุณเจ้าโดยมีท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ควบคุม เล่นเอาข้าพเจ้ามึนตึ้บไปเลย ในครั้งแรก

ครั้งที่สองค่อยเบาหน่อย นิ่มๆนุ่มๆ โดยเฉพาะพลังเมตตาจากท่านแตน (ตอนนี้ได้ตำแหน่งเป็น ท่านมหาฯ) แล้ว ยังจำกันได้ ความพยายามและความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ บวกกับความอดทนของท่าน การช่วยงานท่านเจ้าคุณพระอาจารย์หลายปีผ่านมา ก็มีท่านมหาฯนี่แหละ ที่คนเก่าคนแก่จำกันได้ ไม่เคยลืม ท่านมหาฯได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของลูกศิษย์ที่คอยช่วยงานของท่านเจ้าคุณ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของท่านเจ้าคุณมาตลอดเวลา ท่านมีมานะมากๆ ท่านชนะใจตนเองแล้ว และฟ้ามีตาได้ประทานตำแหน่งท่านมหาฯ ขอให้ท่านมหาฯ รักษาความดีนี้ไปตลอดชีวิตทุกลมหายใจเข้า-ออก ข้าพเจ้าขอให้กำลังใจข้ามแดนมายังท่านมหาฯ คนเก่าคนแก่ยังจำท่านมหาฯ และระลึกถึงท่านมหาฯเสมอ เมื่อทราบว่า ตอนนี้ท่านมหาฯ(ท่านแตน) ทำงานเป็นมือขวาของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา

สำหรับกลุ่มพระลูกศิษย์ใหม่ในปัจจุบันนี้ทุกรูป ข้าพเจ้าขอให้กำลังใจพวกท่าน อย่าย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ ขอให้พวกท่านฟันฝ่าอุปสรรคทุกอย่าง เพื่อศึกษาธรรมจากพระคุณเจ้าพระอาจารย์ให้ได้มากที่สุดช่วงเข้าพรรษานี้ ขอให้พวกท่านประสบความสำเร็จ มีจิตมั่นคง ตั้งมั่น และศรัทธาในสิ่งที่ทำอยู่นี้ หลวงพ่อขาว และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดเทพพิทักษ์ฯคอยปกป้องคุ้มครองพวกท่านอยู่

มีพระหนุ่มรูปหนึ่งส่งกระแสจิตไปยังข้าพเจ้าบอกว่า "ขอให้หายป่วยไวๆนะคร๊าบบบบ" ข้าพเจ้าขอนอบน้อมรับพรนี้จากพระคุณเจ้า

ศิษย์พระของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์รุ่นนี้ พลังจิตไม่ธรรมดา ถ้าตั้งใจศึกษากันอย่างจริงจัง

เอาไว้ข้าพเจ้าจะเข้ามาเล่าอะไรให้อ่านกัน ตอนนี้ต้องขอตัวก่อน เพราะมีธุระต้องทำ

ของฝากจากข้าพเจ้าถึงลูกศิษย์พระของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์

เว็ปนี้เกี่ยวกับ อานิสงส์การรักษาศีล 5 "หญ้าปากคอกที่พวกเรามองข้าม" ละเอียดกว่าที่พวกเราเคยอ่านเจอมา

http://www.pantown.com/board.php?id=12577&area=1&name=board1&topic=143&action=view

กสิณ กรรมฐานที่ทรงพลัง ให้ค้นศึกษาที่บทความฯ ด้านขวามือ
http://www.kasina.org/content/view/29/34/

ตัวอย่างข้อความเกี่ยวกับกสิณที่ว่า....

ผู้ที่มีบุญมากเป็นปัจจัยหนุนให้ก็จะทำให้มีชีวิตที่ดีมีแนวโน้มไปในทางที่ได้รับความสุขสบายมาก มีปัจจัยในการดำรงชีพอย่างพร้อมมูลสะดวกสบาย มีคนคอยช่วยเหลือแบ่งเบาภาระอยู่ตลอดเวลา มียศตำแหน่งหน้าที่การงานที่สูงขึ้น ดำรงตนอยู่ด้วยความสุขสบายท่ามกลางหมู่ญาติมิตรบริวารและบุตรหลาน มีคนจำนวนมากให้เกียรติยกย่องนับถือยำเกรง เป็นที่หวังพึ่งของคนทั่วไป และมีอาหารสมบูรณ์ไม่ขาดตกบกพร่อง

ผู้ที่มีบาปมากเป็นปัจจัยหนุนส่งให้มาเกิด ก็จะมีแนวโน้มไปในทางได้รับความทุกข์มาก หรือมีความทรมานมาแต่กำเนิด เช่น มีอวัยวะพิกลพิการต่าง ๆ และอื่นๆ (อ่านกันเองนะ)

เกี่ยวกับ การชนะใจตนเอง
http://www.novabizz.com/NovaAce/Self/Spiritual/Mind_Control_11.php

เว็ปนี้พระคุณเจ้า (ศิษย์ปัจจุบัน) อ่านกันเอง
http://www.geocities.com/skychicus/pariyat_pigsu.html


ขอให้กำลังใจสู่ลูกศิษย์ทุกๆท่านของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ไม่ว่า ศิษย์เก่าก่อนหน้านั้นหลายสิบปี หรือศิษย์ปัจจุบัน หรือ ผู้ที่กำลังเข้ามาเป็นศิษย์ในอนาคต ขอให้พวกเท่านประสบความสำเร็จทุกด้าน ในชีวิตปัจจุบัน

ขอบุญกุศลที่พวกท่านได้ทำไปแล้ว มาหนุนให้จิตของพวกท่านเข้มแข็ง ฟันฝ่าอุปสรรคทุกด้านไปด้วยดี

ข้อความใดไม่สมควร ได้โปรดอภัยให้กับข้าพเจ้าด้วย เพราะชีวิตทางนั้น ไม่เคยคุยกับพระ ฝากนิมนต์ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ด้วยว่า "เลี้ยงข้าพเจ้าไว้ดูเล่นสักตัว อย่าไปถือสาเรื่องภาษาทางพระเลย"

สงสัยจะได้โดนมึนตึ้บ รอบสองแน่ๆเลย








 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [30 ก.ค. 2551 00:37 น.] 70.67.118.238
  หลังจากที่ข้าพเจ้าพบเหตุการณ์ทางพลังจิตเช่นนี้แล้ว รับรู้ด้วยความปลื้มปิติว่า "เป็นบุญของข้าพเจ้า ที่ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ และหลวงพ่อขาว คอยช่วยเหลือข้าพเจ้ายามที่ต้องการ" และปลื้มปิติที่รู้ว่า "จิต อยู่ตรงไหน เพราะเจอเข้าอย่างจัง" ข้าพเจ้าก็คุยทางจิตต่อท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ว่า

ข้าพเจ้า "หลวงพ่อเจ้าขา หนูควรทำอย่างไรดี ความทุกข์ที่มีถึงจะบรรเทา"
ท่านเจ้าคุณตอบทางจิตกลับไปว่า "ให้ไปศึกษาเรื่องพระกรรมฐานเพิ่มเติม"
ถามต่อว่า "ที่ไหนเจ้าคะ ที่แคนาดาหาวัดสอนยากเจ้าค่ะ จะไปหาเรียนที่ไหน"
ท่านเจ้าคุณตอบทางจิตกลับไปว่า "ก็เธอรู้จักอยู่แล้ว "

ข้าพเจ้าก็กราบขอบคุณในความเมตตาของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ทางจิตทันที แล้วก็คิดว่า "รู้จักใครหว่า" พอนึกได้...

ข้าพเจ้าก็รีบโทรทางไกลเข้าสหรัฐคุยกับเพื่อนที่เป็นอาจารย์สอนพระกรรมฐานแบบ "มโนมยิทธิ" ทันที เล่าเรื่องทางจิตนี้ให้เธอฟัง

เธอชวนข้าพเจ้าไปเรียนพระกรรมฐานเพิ่มเติม เพื่อที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ อุปสรรคปัญหาส่วนตัวเยอะมากๆ ในที่สุดข้าพเจ้าก็ได้ฟันฝ่าอุปสรรคที่มาขวางได้ และเข้าคอร์สเรียนกรรมฐานเพิ่มเติมจากเพื่อนอาจารย์สอนพระกรรมฐานนำไปและช่วยเหลือด้านพลังจิตอยู่เบื้องหลัง

ทุกครั้งที่เข้าคอร์สพระกรรมฐานนี้ ข้าพเจ้าจะระลึกถึงพระคุณความเมตตาของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ตลอดเวลา และจะคุยทางจิตกับท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ทุกครั้งหลังจากฝึกในแต่ละวันว่าได้ฝึกอะไรบ้าง จะเปิดจิตของตัวเองให้ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์รับรู้ทุกระยะ

ข้าพเจ้าเรียนทุกท่านที่เข้ามาอ่านด้วยคำสัตย์นะว่า ตอนที่จิตสงบ ข้าพเจ้าก็คุยกับท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ซะยาวเลย ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ตอบคำเดียวน่ารักๆว่า "เอ........อ"

ข้าพเจ้าได้หลักอย่างหนึ่งจากพระคุณเจ้าพระอาจารย์ที่เป็นหัวหน้าสอนพระกรรมฐานแบบ "มโนมยิทธิ" เริ่มต้นการฝึก ท่านจะแนะว่า "ให้ทิ้งปัญหาต่างๆทางโลกเอาไว้ก่อน ทำจิตให้นิ่งให้สงบ จุดประสงค์ของเราเข้ามาฝึกพระกรรมฐานเพราะอะไร ให้เอาตรงนี้" ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงตัวเองตอนที่เข้ามาพึ่งใบบุญในวัดเทพพิทักษ์ในแต่ละครั้ง ช่วงนั่งสมาธิเช้าและเย็น หรือท่านเจ้าคุณพระอาจารย์กำลังนำให้กลุ่มนั่งสมาธิ แล้วท่านเจ้าคุณแนะว่า "ทำจิตให้นิ่ง" คนที่ทำสมาธิในขณะนั้นถ้าจิตนิ่งได้ช่วงขณะนั้น จะเกิดมหัศจรรย์ทางจิต นั่นเอง

ขึ้นอยู่กับกำลังบุญในตัวของเราเองขณะนั้นด้วย และความเมตตาจากท่านเจ้าคุณพระอาจารย์มาหนุนเสริมพลังจิตของเราอีกที ..... จริงไหม

ขอให้ทุกท่านที่พึ่งใบบุญวัดเทพพิทักษ์ในช่วงเข้าพรรษานี้ ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์ ชี หรือพราหมณ์ ญาติโยม ที่รักษาศีล 5 ศีล 8 หรือ ศีล 10 ช่วง 3 เดือนนี้ หรือมากกว่านั้น จงประสบผลสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการ และขอบุญกุศลที่พวกท่านกำลังทำนี้ คุ้มครองท่านทุกลมหายใจเข้า-ออก เทอญ......สาธุ

เว็ปนี้เกี่ยวกับพลังสมาธิขั้นสูง เว็ปนี้ที่ข้าพเจ้าทราบมาว่า จิตอยู่ใต้ฐานใจ หลายปีมาแล้ว อันนี้ทำใหม่ ของเก่าหาไม่เจอ
http://www.geocities.com/knowledge_meditation/

ภาพคณาจารย์ฝสายพระป่าธุดงค์กรรมฐาน ศิษย์หลวงปู่มั่น ขอต่อเองว่า พลังจิตระดับพระกาฬ เป็นของแถม (ข้าพเจ้าต่อเองนะ) มีท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ (หลวงพ่อ) ของพวกเรารวมอยู่ด้วยหล่ะ เห็นแล้วปลื้ม

http://board.palungjit.com/showthread.php?t=49840&page=6



 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [29 ก.ค. 2551 23:44 น.] 70.67.118.238
  Dear a Readers

กราบขอบพระคุณข้ามแดนที่พวกท่านได้เข้ามาอ่านข้อความต่างๆ และขอกราบขอบพระคุณพระสองรูปที่อยู่ในวัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม ที่ได้แผ่ส่วนกุศลเมตตาไปยังข้าพเจ้า เนื่องในโอกาสวันเข้าพรรษา ข้าพเจ้าขออนุโมทนาบุญที่ท่านจำพรรษาในวัดเทพพิทักษ์ฯ ขอให้ท่านทั้งสองประสบความสำเร็จทางธรรม ขอให้ท่านฟันฝ่าอุปสรรคทุกด้านไปด้วยดี ข้าพเจ้าไม่เคยรู้จักท่าน แต่ข้าพเจ้ารับกระแสเมตตาจากท่านทั้งสองได้ ทำให้รู้จากจิตลึกๆว่า "พลังเมตตานี้มาจากพระในวัดเทพพิทักษ์ส่งไปให้"

ท่านผู้อ่านที่เคารพทุกๆท่าน ข้าพเจ้ามีเรื่องที่จะเล่าสู่กันอ่าน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ข้าพเจ้าทุกข์หนักมากๆ ถ้าพวกเราเคยเกิดความทุกข์ถึงขั้นนอนลงแล้วน้ำตาไหลออกมาเฉยๆ ก็ถือว่าทุกข์หนัก คนอื่นอาจจะคิดว่า "ทุกข์ไม่หนักเพราะไม่โดนกับตัวนั่นเอง" และประจวบกับที่กำลังคิดสิ่งนี้ว่า "จิตมันอยู่ส่วนไหนของใจ(วะ) คิดอย่างนี้จริงๆ เพราะเคยอ่านเจอในเว็ปพลังสมาธิขั้นสูงว่า จิตอยู่ใต้ฐานของใจ" ข้าพเจ้าอ่านเจอมาหลายปี ด้วยความสงสัยบวกกับความทุกข์ คิดแต่เพียงว่า "ทำอย่างไรถึงจะรู้คำตอบว่า จิตอยู่ตรงไหน และถ้าเรารู้ ทุกข์ที่เกิดนี้ก็จะบรรเทาลงได้เยอะ จะได้ปรับจิตได้ถูก เพราะจิตของเรามันคิดตลอดเวลาถึงเรื่องที่ทำให้ทุกข์ ถึงเรื่องที่ทำให้ขุ่นข้องหมองใจ เราทุกข์ก็ทุกข์อยู่คนเดียว คนอื่นที่ทำให้เราทุกข์เขาไม่รู้ บางทีตัวเราก็ทำให้คนอื่นทุกข์"

วันหนึ่งข้าพเจ้าทำสมาธิคุยกับท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ (ก็ไม่รู้จะคุยกับใครนี่นา" คือส่งกระแสจิตพูดคุยนั่นเอง ไม่รู้ว่า ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์จะได้รับข้อความทางจิตหรือเปล่า เพราะความทุกข์นั่นเอง ข้าพเจ้าคุยทางจิตว่า "หลวงพ่อพระอาจารย์เจ้าขา หนูอยากรู้ว่า จิตมันอยู่ตรงไหนของใจ ถ้าปีใดหนูกลับมาเมืองไทย ขอให้หลวงพ่อช่วยหนูให้รู้ว่าจิตอยู่ตรงไหน สงสัยมาหลายปีแล้ว ถ้ารู้จุดนี้ ความทุกข์ก็จะบรรเทาลงไป พลังจิตก็จะเข้มแข็งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ หลวงพ่อรู้จักมวยไทยใช่ไหม แม่ม้วยมวยไทยมีหลายท่า หนูขอเลือกท่าที่หนักๆเลย เช่นท่าจรเข้ฟาดหางน่ะเจ้าค่ะ หรือท่าที่นักมวยกระโดดสูงๆเข้าหาคู่ต่อสู้ แล้วใช้ข้อศอกกระแทกที่ศีรษะน่ะเจ้าค่ะ เอาไว้กลับเมืองไทยปีใด หลวงพ่อช่วยบอกหนูทีว่า จิตอยู่ตรงไหนของใจ "

หลังจากที่จิตสงบคุยกับท่านเจ้าคุณฯพระอาจารย์แล้ว ทำงานไปก็คิดไปว่า จิตมันอยู่ตรงไหนหว่า รู้แต่ว่า อยู่ใต้ฐานใจ เป็นที่เล็กๆตรงฐานใจนั้นแหละคือจิต ข้าพเจ้าถึงขนาดค้นหาเว็ปฝรั่งถึงภาพหัวใจมันเป็นอย่างนี้ แล้วจิตมันควรจะอยู่ตรงไหน ตรงฐานก็เห็นฐานของหัวใจแล้ว ก็คิดไม่ออกอยู่ดี จนกระทั่งผ่านไปหนึ่งวัน จิตก็ยังวุ่นวายกับปัญหาที่ทำให้ทุกข์ มันก็เกิดความเศร้าหมองในจิต มันก็หมดอารมณ์ทำนั่นทำนี่มันเกิดความเบื่อหน่าย เซ็งๆชีวิตขี้นมาทันทีแบบสุดๆ

เข้าวันรุ่งขึ้นตื่นนอน เพิ่งลุกจากเตียง หน้ายังไม่ได้ล้าง ฟันก็ยังไม่ได้แปรง จู่ๆก็ได้ยินเสียงท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ตอบกลับไปว่า "ทำจิตให้นิ่งสิ" ข้าพเจ้าก็รีบนั่งสมาธิทันที นี่คือความเมตตาของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ที่มีต่อข้าพเจ้า ข้าพเจ้ารีบทำจิตให้สงบ โดยให้ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ช่วยทางพลังจิต นิมิตที่ข้าพเจ้าได้พบคือ ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์นั่งอยู่ในท่าสมาธิ จิตได้พบกับหลวงพ่อขาวด้วย สิ่งที่บังเกิดคือ มีพลังแสงออกจากดวงตาที่สาม(หน้าผาก) ของหลวงพ่อขาว ลำแสงเหมือนเพชรพุ่งตรงไปยังดวงตาที่สามของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ ท่านเจ้าคุณอยู่ในท่านั่งสมาธิ แล้วตามร่างของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์มีแสงสว่างออกทั่วตัวสว่างมากเป็นแสงฉัพพันณรังสี มีแสงพุ่งจากตาที่สามของท่านเจ้าคุณพระอาจารย์สู่ฐานใจของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเกิดจิตเย็นซู่แล้วกระแสความเย็นนั้นเข้าสู่ทั่วสรรพางกาย เกิดอาการขนลุกซู่ ข้าพเจ้าก็ทำจิตตอบกลับไปว่า "โอ้ย หลวงพ่อ หนูเจอแม่แม่ไม้มวยไทย เจอหมัดหนักจากหลวงพ่อเข้าเต็มๆ" เหมือนกับท่านเจ้าคุณจะบอกทางกระแสพลังจิตว่า "จิตมันอยู่ตรงนี้ รู้แล้วจำเอาไว้นะ หรือคอยคุมมันเอาไว้นะ"

มีต่อ


 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [9 ก.ค. 2551 23:55 น.] 70.67.118.238
  Dear คุณหน่อย [อุบล] และทุกท่านที่สนใจ ทราบ

ข้าพเจ้าเพิ่งจะค้นพบลิงค์เกี่ยวกับวัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม และเว็ปอื่นๆ เพราะเคยอ่านเจอหลายปีมาแล้ว และอยากรู้จักวัดมากกว่านี้เช่นกัน ขอเชิญคุณหน่อย (อุบล) เข้าไปศึกษาตามสบาย be my guests

เว็ปนี้เป็นปีที่ทางวัดได้รับเลือกให้เป็น วัดส่งเสริมสุขภาพ ให้ท่าน scrolled down ลงไปเรื่อยๆจนถึงบทที่ 5 วัดเทพพิทักษณ์ปุณณาราม หัวมุมบนจะเป็นหน้าที่ 44

http://hp.anamai.moph.go.th/doc/s20.doc

เว็ปนี้ก็เกี่ยวกับวัดเทพพิทักษณ์ปุณณาราม พิธีปัจฉิมนิเทศพระธรรมทูตไปต่างประเทศรุ่นที่ ๑๔/๒๕๕๑ อบรมภาคจิตภาวนา

http://www.mbu.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=1433&Itemid=150&limit=1&limitstart=2

http://www.phrathai.net/node/382

เว็ปนี้เกี่ยวกับญาติโยมสนทนากับหลวงปู่เมตตาหลวง อ่านกันเองนะท่าน
http://www.palungdham.com/t1203.html

ไหว้พระ 9 วัดทางโคราช วัดเทพพิทักษณ์ฯ รวมอยู่ด้วย
http://www.9wat.net/thailand-korat.htm

เกี่ยวกับบทสวดสงบเหตุร้าย (เกี่ยวข้องกับวัดเทพพิทักษ์ด้วย)
http://board.palungjit.com/showthread.php?t=47471


เรื่องอานิสงส์การเจริญเมตตา (เกี่ยวข้องกับวัดเทพพิทักษ์ด้วย)
http://www.board.watsakae.net/index.php?showtopic=71

ประวัติของหลวงปู่ อดีตเจ้าอาวาสวัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม
http://www.relicsofbuddha.com/marahun/page8-2-24.htm

ปะวัติพระธรรมฑูตรุ่นที่ 13 ที่ได้รับการอบรมไปต่างประเทศ มีพระจากวัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม สองรูป ไปประจำต่างประเทศในปีนั้นด้วย ให้คลิกหาที่ด้านขวามือ ภาพสวยๆเยอะ ดูแล้วสดใสสบายตา ได้ความรู้เยอะ

http://www.dechadee.com/

ภาพสวยๆที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยววัดเทพพิทักษณ์ปุณณาราม เท่าที่ข้าพเจ้าดูภาพ มีสิ่งใหม่ๆเพิ่มขึ้น
http://noum1999.multiply.com/photos/album/134

ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คุณหน่อย(อุบล) คงจะได้ความรู้เรื่องวัดเทพพิทักษณ์ ไม่มากก็น้อย

สิ่งที่ข้าพเจ้าอยากจะแนะนำทุกท่านคือ ได้ยิน ได้ฟังอะไร ในทางลบ แต่ละวัดในเมืองไทยนั้น ขอให้ทำใจเป็นกลาง นึกถึงจุดประสงค์ของเราที่เข้าวัดในการเพิ่มบุญกุศลดีกว่า ได้ยินใครพูดอะไรให้ระลึกเสมอว่า นั่นคือปัญหาของเขา ไม่ใช่ของเรา นั่นคือตัวอุปสรรคที่จะมาหยุดเราสร้างบุญ ตัวเราอย่ายอมแพ้ อย่าให้ตัวอุปสรรคในรูปแบบต่างๆมาขัดขวางจิตใจของเรา

เอาจิตของเราและความศรัทธาเป็นหลัก อุปสรรคเป็นรอง

ชนะใจของเราสำคัญที่สุด

บุญกุศลใดๆที่ข้าพเจ้าได้ทำมาตั้งแต่อดีตชาติ จนถึงปัจจุบันนี้ ขอแผ่ส่วนกุศลนั้นๆให้กับลูกหลานของหลวงพ่อขาว และลูกหลาน ลูกศิษย์ทุกท่านของท่านเจ้าคุณฯ พระอาจารย์ และทุกๆท่านที่อยู่ในวัดเทพพิทักษณ์ปุณณาราม ได้รับอนุโมทนาบุญที่ข้าพเจ้าได้กระทำไปแล้ว ขออธิษฐานจิตส่งมายังทุกๆท่านที่เข้ามาอ่านกันทั่วหน้า

ในฐานะที่ชาตินี้พวกเราเป็นศิษย์ที่มีพระอาจารย์เดียวกัน

ด้วยความปรารถนาดีและจริงจัง แถมจริงใจ

ศิษย์ปลายแถว แดนไกล










 หน่อย [อุบล] [7 ก.ค. 2551 16:49 น.] 203.155.165.37 noi_111@hotmail.com
  อยากรู้จักวัดนี้มากกว่านี้

 นิสิต [กรุงเทพฯ] [30 มิ.ย. 2551 11:00 น.] 125.24.160.68
  ขอขอบคุณ คุณศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) มากครับ

 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [29 มิ.ย. 2551 23:16 น.] 70.67.118.238
  ทำสมาธิอย่างง่าย "ล้างอนุสัย แผ่เมตตา"

หลายคนสนใจการทำสมาธิภาวนา แต่ติอยู่ที่ มักจะบ่นกันว่า “ไม่มีเวลา” เพราะมีสาเหตุมาจากส่วนใหญ่เราจะได้รับข่าวสารมาว่า การทำสมาธิต้องหยุดการหยุดงาน ไปนุ่งขาวห่มขาวนั่งหลับตาภาวนา ยิ่งนั่งได้นานยิ่งดี อะไรทำนองนั้น แต่ในความจริงแล้วการทำสมาธิภาวนาไม่จำเป็นต้องหยุดงานหรือต้องหาเวลาเป็นวันเป็นชั่วโมงเพื่อทำสมาธิ เพียงแค่เรามีเวลาหายใจ ก็สามารถทำสมาธิภานาได้แล้ว ง่ายๆๆ

การทำสมาธิแบบนี้ คือการ “ล้างอนุสัย แผ่เมตตา” ซึ่งเป็นแนวการปฏิบัติคำสอนของพระศรีอริยะเมตไตย “ที่ทำได้ทุกคน ทุกศาสนา”

การล้างอนุสัยคืออะไร อนุสัย คือสิ่งที่ติดอยู่ในจิตใจของมนุษย์ มีทั้งที่ดีและไม่ดี แต่ในที่นี้ขอพูดถึงสิ่งที่ไม่ดี เช่น โลภ โกรธ หลง ถือตัว หลงตน พยาบาท อาฆาต ฟุ้งซ่าน คือสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายนั่นเอง แต่ถ้าอนุสัยในสมอง คือสันดาร

การล้างอนุสัย คือการที่เรามีสติระลึกรู้สิ่งที่ไม่ดีในจิตใจของเรา โดยที่ไม่เข้าข้างตนเอง ยิ่งใครคิดว่าเราไม่มีสิ่งที่ไม่ดีในใจเลย นั่นคืออนุสัยที่น่ากลัว เพราะมนุษย์ที่เกิดมาจะมีอนุสัยจากอดีตติดตัวมาทุกคน

ผู้ที่ไม่มีอนุสัยไม่ดีมีพระอรหันต์และพระพุทธเจ้าเท่านั้น หรือถ้ามีขึ้นมาท่านก็ล้างออกได้เร็ว เมื่อเรารู้ว่าจิตของเรามีอะไรไม่ดีก็พยายามละมันเสีย เช่น เราเป็นคนโกรธง่าย ขี้โมโห เมื่อเรารู้ก็พยายามเตือนตนเอง ให้ระวังอารมณ์นั้นๆ ให้รู้ว่าสิ่งนั้นมันไม่ดีกับตัวเรา เมื่ออารมณ์ความรู้สิ่งที่ไม่ดีสงบลง ก็ทำสมาธิแผ่เมตตา

ซึ่งบทแผ่เมตตา คือ

“ขอแผ่เมตตาให้สรรพจิต ให้สู่สุขคติ
ขอแผ่เมตตาให้สรรพชีวิต ให้มีความสุขความเจริญ
กุศลที่ได้รับ
ขออุทิศให้สรรพจิตและสรรพชีวิต”

การทำสมาธิภาวนาแผ่เมตตานี้ เราสามารถทำได้ทุกท่า นั่ง นอน เดิน ยืน เช่น กำลังอาบน้ำก็ทำได้ นั่งทำงาน นั่งขายของ ยามว่างก็ได้ หรือกำลังนั่งรถเมล์หรือเดิน แทนที่เราจะเอาจิตคิดฟุ้งเรื่องอื่น ก็ทำสมาธิแผ่เมตตาไปแทน แต่เราต้อง “ล้างอนุสัย” ก่อน และเมื่อทำสมาธิไปเกิดจิตฟุ้งหรือสิ่งไม่ดีรบกวนจิต ให้หยุดแล้วล้างอนุสัยก่อน เพื่อจิตสงบ ให้ทำสมาธิต่อ หรือเวลาเข้านอน หลับตาทำสมาธิไปเรื่อยๆ จนหลับก็จะดีมาก

การที่เราล้างอนุสัยก่อนแผ่เมตตา เพราะการที่เราจะแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร ถ้าสิ่งที่เราให้เขาไม่บริสุทธิ์ เขาก็อโหสิกรรมให้เราน้อยหรือไม่เลย แต่ถ้าสิ่งที่เราให้เขาบริสุทธิ์เต็มร้อย กรรมที่มีต่อกัน เขาก็จะอโหสิกรรมให้เราเร็วขึ้น หรือหากว่าเรา “กรรมเปิด” โอกาสที่จะได้รับอันตรายจากกรรมเปิดก็ลดลง จากหนักก็เป็นเบา คนที่ป่วยอาการก็จะทุเลาลง หรือคนที่ต้องสิ้นอายุแต่ไปไม่ได้ เพราะติดกับนายเวร เมื่อเราแผ่เมตตาให้เขาก็อโหสิให้ผู้นั้นก็สิ้นอายุโดยสงบ ไม่ต้องทรมาน

อย่าลืมล้างอนุสัยก่อนทุกครั้ง ถ้านึกไม่ออกว่าเรามีอนุสัยอะไรบ้าง ให้คิดว่า เรายังมีสิ่งที่ไม่มีอยู่ในใจอยู่อีก แล้วทำสมาธิแผ่เมตตา............................................“ขอเจริญในธรรมด้วยความเมตตา”

หมายเหตุ ข้าพเจ้าได้ทดลองทำมาสามเดือน ตามข้อความนี้ ได้ผล ขึ้นอยู่กับจิตที่นิ่งของเราเอง ข้าพเจ้าได้ข้อความนี้ทางเมลล์จากเพื่อนๆส่งมาให้อีกที เห็นว่ามีประโยชน์กับชีวิตประจำวันของพวกเรา ท่านใดสนใจ ทดลองทำดู เพราะพวกเรามีนิสัยเหล่านี้จริงๆ ถ้าฝึกบ่อยๆ ทำจนชิน จะเห็นผล ถ้าจิตนิ่ง แผ่เมตตาล้างอนุสัยนี้เลย

ข้าพเจ้าหวังว่า ข้อความล้างอนุสัยนี้คงจะเป็นประโยชน์กับทุกๆท่านที่เข้ามาอ่าน และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

ด้วยความปรารถนาดี







 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [29 มิ.ย. 2551 22:47 น.] 70.67.118.238
  Dear คุณนิสิตมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ทราบ

ข้าพเจ้าอยู่ต่างแดนในเวลานี้ การติดต่อกับวัด ท่านลองติดต่อทางโทรศัพท์ดูก่อน ช่วงเดือนพค.และมิย.นี้ ท่านเจ้าคุณฯพระอาจารย์(หลวงพ่อ) มีหน้าที่ ที่สำคัญมากๆอย่างหนึ่งคือ เดินทางไปส่งพระธรรมฑูตที่สหรัฐและแคนาดา ไม่ทราบว่าหลวงพ่อพระอาจารย์จะเดินทางกลับวัดเทพพิทักษณ์ปุณณารามวันใดเช่นกัน

คุณนิสิต ไม่ลองเดินทางไปเที่ยวก่อน เผื่อเจอเจ้าหน้าที่เช่นคุณแม่ชี หรือ พระอาจารย์ที่ประจำในวัดจะได้สอบถามรายละเอียดได้ ตอนนี้ข้าพเจ้าไม่สามารถให้ข้อมูลใดๆได้เลยจริงๆ เพราะไม่ได้อยู่ในวัด อยู่ต่างประเทศ

ขอให้คุณนิสิตประสบความสำเร็จในสิ่งที่ทำนี้ ทุกประการ

The Best Regards












 ผู้สนใจ [กรุงเทพมหานคร] [28 มิ.ย. 2551 21:22 น.] 125.24.169.177
  ถึงคุณศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที)

คือผมเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพครับ พอดีจะจัดให้มีค่ายอบรบจริยธรรม ได้ค้นหาข้อมูลวัดต่างๆ มาพบวัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม มีความสนใจอยากมาจัดอบรมที่นี่ จึงอยากทราบว่าจะติดต่อได้ทางใดบ้าง ถ้าจะช่วงเสาร์-อาทิตย์จะเหมาะสมมั้ย คนจะเยอะหรือเปล่า แล้วค่าใช้จ่ายคิดเช่นไร สามารถนิมนต์พระมาเป็นวิทยากรบรรยายได้หรือไม่ ขอบคุณครับ


 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [19 มิ.ย. 2551 02:31 น.] 70.67.118.238
  ศิษย์หัวแถว [กทม.] 210.203.186.4 คุณไม่ใช่ศิษย์หัวแถว ศิษย์ของหลวงพ่อ หรือลูกหลานของหลวงพ่อขาวที่แท้จริง รักเคารพศรัทธาในหลวงพ่อขาว จะมีจิตใต้สำนึกในบุญคุณของพระอาจารย์ มีจิตรู้จักผิดชอบชั่วดี จากก้นบึ้งของหัวใจ

ศิษย์หัวแถว [กทม.] ไอพี 210.203.186.4 คุณไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้ที่กล่าวมาเลย คุณอย่ามาอ้างชื่อว่า เป็นศิษย์หัวแถวเลย สื่งที่คุณมีในจิตใจคือ ความเคียดแค้น ความชิงชัง ความอิจฉาริษยา คุณไม่มีความสามารถอะไรเลย ดีแต่ด่าพระ ด่าชี ด่าวัด คิดทำลายและทำร้ายตลอดเวลาทุกลมหายใจเข้าออก และสิ่งเหล่านี้ก็เผาผลาญจิตใจของคุณอยู่ในเวลานี้ แค่คุณโพสต์เพียงคำเดียวว่า "สัส" มันก็เข้าตัวคุณไปแล้ว เพราะจิตของคุณไม่ยอมรับความจริง คุณถึงได้เร่าร้อนเป็นไฟ และคุณกำลังรับกรรมเลวที่คุณกระทำอยู่ในเวลานี้ คือจิตใจของคุณเร่าร้อน อยู่ไม่ได้ ที่เห็นบุคคลอื่นเข้ามาชื่นชม ตลอดชีวิตของคุณจะอยู่ไม่เป็นสุข หาความสุขที่แท้จริงไม่ได้เลยเพราะการกระทำของคุณเอง ตรงนี้ก็พิสูจน์ออกมาได้แล้วว่า ในเวลานี้คุณกำลังได้รับกรรมเลวสนองคุณอยู่

การมองคนมีอยู่ 2 ด้านคือ

ด้านดี-ด้านชั่ว
ด้านถูก - ด้านผิด
ด้านประโยชน์ - ด้านไม่ใช่ประโยชน์
ด้านคุณ - ด้านโทษ
ด้านบุญ - ด้านบาป
ด้านมืด - ด้านสว่าง

มองตรงกลาง มองได้ทุกด้าน ครบหมด

โลกเรามีคนอยู่ 2 ประเภท คือ ทำดีแล้วโดนด่า กับไม่ทำห่าแต่ด่าคน" คำคมเรื่องโลกเรามีคนอยู่ 2 ประเภทนี้ ได้มาจากนสพ.ฉบับหนึ่ง มีคนไปโพสท์เรื่องคนมีอยู่ 2 ประเภท ขอฝากลูหลานของหลวงพ่อขาวทุกท่านที่เข้ามาอ่าน

ฉะนั้นคุณที่อ้างว่าเป็น ศิษย์หัวแถว [กทม.] 210.203.186.4 ทุกท่านที่เข้ามาอ่านรู้ได้ว่า คุณศิษย์หัวแถว [กทม.] ใช้ไอพีคอม 210.203.186.4 เป็นคนประเภทใดใน สองประเภท ดังกล่าวมา

เว็ปนี้เกี่ยวกับ มนุษย์เป็นสัตว์....

http://suwalaiporn.com.www.readyplanet.net/index.php?lay=show&ac=article&Id=420837&Ntype=3

คุณศิษย์หัวแถว [กทม.] 210.203.186.4 โลกส่วนตัวของคุณแคบ เพราะใจคุณแคบ คุณมีแต่ด่าพระ ด่าชี ด่าวัด รับไม่ได้ที่มีคนอื่นมาชื่นชมความดีของคนอื่น ของวัด

สมัยนี้ กรรมมันใช้ระบบ self served and delivery ถึงที่

ข้าพเจ้าโดนหลวงพ่อขาว บริการถึงที่มาแล้ว


 ศิษย์หัวแถว [กทม.] [18 มิ.ย. 2551 19:32 น.] 210.203.186.4
  สัส!

 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [13 มิ.ย. 2551 23:49 น.] 70.67.118.238
  เรื่องคุณแม่ครัว ทำอาหารให้กับวัดเมื่อวัดวัดมีงานบุญ

ข้าพเจ้าจะเห็นคุณแม่ครัวท่านนี้ไม่กี่ครั้งก็ตอนที่มีผู้เข้ามาเป็นคณะ แล้วทางวัดต้องทำอาหารเยอะเพื่อเลี้ยงต้อนรับคณะที่เข้ามา เข้าคอร์สต่างๆ

ข้าพเจ้าจำไม่เคยลืม ในปีสุดท้ายที่อยู่ตรงโรงทาน จำได้ว่ามีคณะครูของรัฐบาลหลายโรงเรียนเลยทีเดียวมาร่วม เต็มอาคารตรงข้ามกับโรงทาน ข้าพเจ้าจำชื่ออาคารนี้ไม่ได้ ก่อนหน้านั้นไม่มีอาคารนี้เลย มาวัดปีใด จะเห็นสิ่งก่อสร้างเพิ่มขึ้นทุกครั้ง ขณะที่ข้าพเจ้าอยู่ร่วมกับญาติโยมในโรงทานนั้น ได้ยินเสียงหลวงพ่อพูดว่า "แม่ครัวนี่ก็เป็นคู่บุญกันมา" คุณแม่ครัวกำลังยุ่งกับการทำอาหาร

ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน คุณแม่ชีโทรตามคุณแม่ครัวบอกท่านว่า "คุณคะ หลวงพ่อต้องการพบค่ะ จะมาพบได้วันไหนคะ มาคุยกันเรื่องทำอาหาร" ข้าพเจ้าอยู่ในห้องปฏิคมด้วยนั่นเอง จะได้ยินเสียงคุยของคุณแม่ชีและมีญาติโยมเยอะมากๆ ไม่นานคุณแม่ครัวก็ปรากฎตัว มาคุยกับหลวงพ่อตกลงกันเรื่องทำอาหารและจำนวนคนที่เข้ามาปฏิบัติธรรม ข้าพเจ้าจำได้ดีว่า ใกล้ๆวันวิสาขบูชาด้วย พอคุณแม่ครัวกลับไปพร้อมทั้งเพื่อนๆแล้ว

ข้าพเจ้าก็ถามคุณแม่ชีว่า "ถ้าคุณแม่ครัวท่านไม่ว่างล่ะพี่ ทางวัดมีใครจะทำอาหารให้กับคณะต่างๆหรือเปล่า" คุณแม่ชีตอบว่า "ถ้าคุณแม่ครัวไม่ว่างจริงๆ ก็จะไปจ้างร้านอาหารมาทำ"

สิ่งที่ข้าพเจ้าได้ยินจากปากคุณแม่ชีว่า "คุณแม่ครัวได้นัดเพื่อนๆไปเที่ยวกันเรียบร้อยแล้ว แล้วจ่ายเงินค่าเดินทางไปเรียบร้อยแล้วด้วย คุณแม่ครัวทราบว่า ต้องมาทำอาหาร ได้ยกเลิกการเดินทางทันที" ข้าพเจ้าพูดว่า "หา ยกเลิกการเดินทางนี่นะ ทั้งๆที่เตรียมตัวไว้แล้วนี่นะ" ข้าพเจ้าเกิดความตื้นตันข้างในมากๆ เพราะคุณแม่ครัวท่านนี้ได้เสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อมาทำอาหารช่วยงานของหลวงพ่อของพวกเรา

และสิ่งที่ทึ่งเป็นครั้งที่สองคือ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่หลวงพ่อให้ไปใช้จ่ายเรื่องซื้อเครื่องปรุง ซื้ออาหารต่างๆนั้น มีเหลือคุณแม่ครัวนำมาคืนหมดเลย นี่คือความเสียสละอีกครั้งหนึ่งในเวลาไล่เลี่ยกัน

สมัยนี้หายากมากๆที่จะเจอผู้ที่เสียสละอย่างนี้ในวัด ข้าพเจ้ามองคุณแม่ครัวอย่างชื่นชมในจิตเป็นอย่างยิ่ง ที่ท่านเสียสละความสุขส่วนตัวในการไปพักผ่อนที่ได้จองทุกอย่างไว้แล้ว เสียสละเงินทอนคืนให้กับหลวงพ่อ

นั่นคือปีสุดท้ายที่ข้าพเจ้าได้พบ ผู้ที่เสียสละเพื่อหลวงพ่อจริงๆ นี่ไงที่เขาเรียกว่า "คู่บุญ" ของหลวงพ่อของพวกเรา ที่เห็นประจำในวัดเทพพิทักษณ์ปุณณาราม หลวงพ่อขาว เป็นพยานได้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดเทพพิทักษณ์ปุณณารามรับรู้ และข้าพเจ้าเชื่อว่า ทุกฝ่ายได้สรรเสริญความดีนี้เช่นกัน เพราะเป็นวันสำคัญทางศาสนาคือ วันวิสาขบูชา เมื่อ 4-5ปีก่อนนั้น ที่ข้าพเจ้าได้มาชำระหนี้สงฆ์

คู่บุญ คืออะไร ใครที่อยากทราบ เข้าไปค้นกันเองในเว็ป google.co.th แค่พิมพ์คำว่า "คู่บุญ" หรือ คู่บารมี ก็จะได้ทราบความหมายที่แท้จริง

ขอชื่นชมทั้งสองท่านนี้มาด้วยใจ ข้ามแดน ขอคารวะในความเสียสละของท่าน ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่อยู่สหรัฐได้ส่งเว็ปเหล่านี้มาให้ เกี่ยวกับการชำระหนี้สงฆ์

http://www.meeboard.com/view.asp?user=namo_satu&groupid=1&rid=15&qid=15

http://www.praruttanatri.com/v1/member/htm/cns.html

http://board.palungjit.com/showthread.php?t=1219


 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [13 มิ.ย. 2551 22:48 น.] 70.67.118.238
  ถึงลูกหลานหลวงพ่อ และลูกหลานของหลวงพ่อขาว ทั่วโลก

เรื่องคุณแม่ค้ายิ้มหวาน(ชื่อคุณแอ๊ด)ขายของหน้าห้องปฏิคม

ข้าพเจ้าเข้าวัดเทพพิทักษณ์ปุณณารามนี้ ได้เรียนรู้หลายๆอย่างด้วยตัวเอง สังเกตุว่า วัดเทพพิทักษณ์ฯ ไม่มีร้านขายของเหมือนวัดอื่นๆที่เห็นทั่วไปในเมืองไทย นี่คือจุดแรกที่เห็นในความแตกต่าง จะมีร้านขายของจากพ่อค้าแม่ค้า เฉพาะช่วงวันเทศกาล เช่นวันวิสาขบูชา (ปีสุดท้ายเข้าวัด เห็นร้านค้าเต็มไปหมด มีระเบียบมาก เมื่อเสร็จงาน พ่อค้าแม่ค้าก็จะเก็บขยะในเขตของตัวเอง )

พวกเราที่รู้จักวัดแห่งนี้ จะเห็นอยู่สิ่งหนึ่งตรงหน้าห้องปฏิคม คือร้านขายของเล็กๆน่ารักๆ อยู่ร้านหนึ่ง เดินทางมาพึ่งใบบุญทีไร ก็จะเห็นร้านที่ตกแต่งได้น่ารักๆนี้ทุกปี และจะเห็นคุณแม่ค้าท่านหนึ่ง ยื้มเก่งมากๆน่ารักมีอัธยาศัยดีท่านนี้ตลอดเวลาทุกครั้งที่มาพึ่งใบบุญ และแม่ค้าท่านนี้ถ้าไม่ป่วย ก็จะมาขายของ ทำให้พวกเราคิดว่า เธอคือเจ้าของร้านน่ารักๆนี้ ทุกเช้าเธอจะเดินทางมาวัดมาจัดของ ข้าพเจ้าก็ช่วยเข็นที่เก็บไอศครีมออกไปวางข้างนอก เข้าวัดเทพพิทักษณ์ฯกี่ปีๆ ก็จะเห็นเธอทุกครั้ง

จนกระทั่งปีสุดท้าย ก็ได้ไปช่วยเธอขายของนิดหน่อย เพราะเป็นวันเสาร์และวันอาทิตย์ สาธุชนเข้าวัดเยอะ ทัวร์ลงเยอะมากๆ เธอไม่ได้ทำแค่ขายของอย่างเดียว บางทีก็ช่วยขายบัตรนักท่องเที่ยวให้กับทัวร์ด้วย เธอน่ารักมากๆ ครั้งแรกที่เห็นเธอนั้น สงสัยอยู่ในใจว่า เธอเป็นใคร บางทีก็เห็นเธอกวาดรอบๆบริเวณห้องปฏิคม บางทีก็เก็บจานชามตรงโต๊ะหินข้างๆห้องปฏิคม ที่ญาติโยมทำเลอะเทอะ ถ้าพวกเราสังเกตุจะเห็นเธอมาหลายปี

ข้าพเจ้ามีโอกาสก็คุยกับเธอ ถามเธอว่า "ร้านนี้เป็นของน้องหรือ" เธอตอบว่า "ไม่ใช่ค่ะ เป็นของหลวงพ่อ หลวงพ่อนำเงินส่วนตัวทำร้านขายของ เพราะวันเสาร์อาทิตย์ญาติโยมมาวัด พวกเขาหิวหรือกระหายน้ำ ก็มาซื้อได้ เป็นของหลวงพ่อค่ะ ไม่ใช่ของหนูเลย" ก็ถามต่อว่า "น้องได้รับเงินเดือนไหมคะ" เธอก็ตอบว่า "หลวงพ่อให้ค่ะ แต่หนูไม่เอา" ถามต่อว่า "น้องช่วยหลวงพ่อขายของมากี่ปีแล้ว เพราะพี่มาทีไรก็เห็นน้องขายของแบบนี้ ก็คิดว่า ร้านนี้เป็นของน้อง ทำร้านได้น่ารักดี" เธอบอกว่า "ช่วยขายมาหลายปีแล้วค่ะ หลวงพ่อออกแบบร้านค่ะ"

ไม่ทราบว่าปัจจุบันเธอยังช่วยหลวงพ่ออยู่หรือเปล่า สิ่งที่ข้าพเจ้าคิดอยู่ในจิตคือ เธอผู้นี้ได้เสียสละอย่างใหญ่หลวงที่ไม่ยอมรับเงินเดือนจากหลวงพ่อ เธอเสียสละมาหลายปีแล้ว เธอบอกข้าพเจ้าด้วยว่า หลวงพ่อให้เงินเดือนเท่าไร แต่เธอไม่รับแม้แต่สลึงเดียว

ข้าพเจ้าบอกเธอว่า "น้องรู้ไหมว่า ที่น้องปฏิเสธไม่รับเงินเดือนจากหลวงพ่อน่ะ คนอื่นเขาไม่รู้นะ คนอื่นคิดว่าร้านนี้เป็นของน้อง แต่น้องน่ะ ได้ทำบุญทุกวันเลยรู้ไหม เพราะหลวงพ่อได้นำเงินของน้องไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นในวัด ก็ถือว่าน้องทำบุญทุกวันนั่นเอง ความดีของน้องจะส่งผลไปยังทายาท มีลูกไหม" เธอก็ตอบว่า มีลูกชายคนเดียวค่ะ โตแล้ว อยู่กรุงเทพฯ ก็แนะเธอต่อว่า สังเกตุไหมว่า เศรษฐกิจตกต่ำไปทั่วโลก ทางตะวันตกก็กระทบไปหมด ทุกอย่างแพงหมด บางคนถึงขั้นตกงานเลยทีเดียว สังเกตุลูกชายไหมว่า เขามีงานประจำตลอดเวลา ทั้งๆที่เพื่อนคนอื่น อาจจะตกงานไปแล้ว แต่ลูกชายทำที่เดิมใช่ไหม เธอก็ตอบว่า ใช่ค่ะ เป็นอย่างที่พี่พูดจริงๆ เพื่อนของเขาโดนออกจากงานหลายคน แต่เขายังอยู่

ข้าพเจ้าก็แนะเธอว่า เพราะแม่เสียสละทำงานให้กับวัด สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านรู้ท่านเห็น ผลของการเสียงสละของแม่นี่เอง ได้ไปสู่ลูก สายเลือดจะถึงกันได้ง่าย เธอบอกว่า เธอไม่เดือดร้อน ลูกชายให้ใช้ มีเวลาว่าง มาช่วยหลวงพ่อขายของ ข้าพเจ้าแนะเธอว่า ถ้ารู้ว่าลูกมีปัญหาอะไรก็บอกหลวงพ่อขาวนะ หลวงพ่อขาวท่านช่วยได้ ถึงอย่างไรหลวงพ่อขาว และเทพต่างๆในวัดแห่งนี้ก็สรรเสริญความดีของน้องอยู่แล้ว

ข้าพเจ้าคิดอยู่คนเดียวว่า เสียดายเหลือเกินที่หลายๆคนที่รู้จักวัดดีไม่รู้ว่า ร้านนี้เป็นของหลวงพ่อ หลวงพ่อเสียสละเงินส่วนตัวทำร้านน่ารักๆ มีรายได้จากกำไรที่ขาย ถึงแม้ว่าบางครั้งไม่มากนัก แต่ก็เป็นทุนซื้อของเข้าร้าน หรือนำกำไรแต่ละครั้ง นำมาใช้จ่ายในวัด พวกเราที่ซื้อของร้านนี้ ได้ร่วมทำบุญอีกทางหนึ่งเช่นกัน มีหลายคนไม่รู้ กลับไปบอกคนที่เข้าวัดไม่ให้ไปซื้อของร้านนี้ เสียนี่

เพราะพวกเขาไม่รู้ว่า ร้านนี้เป็นของหลวงพ่อของพวกเรานั่นเอง


 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [11 มิ.ย. 2551 22:48 น.] 70.67.118.238
  นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษคนนี้ บอกข้าพเจ้าว่า เวลานั่งสมาธิจะเห็นพระขาวปรากฎทุกครั้ง พูดว่า ให้มาเมืองไทยในวัดที่มีพระขาวบนภูเขา เขาก็เลยค้นหาทางอินเทอร์เน็ทว่า พระขาวลักษณะนี้มีไหม แล้วก็สอบถามคนไทยที่รู้จักให้ช่วยค้นหาเว็ปไทยทางอินเทอร์เน็ท ไม่นานเขาก็ได้ภาพ (ดังที่เว็ปธรรมะไทยนี้) เขาดีใจมากๆ ธุรกิจก็ไม่มีปัญหา ทำตามสัญญาที่ได้ให้ไว้กับพระขาว พอได้วันฮอลิเดย์จองตั๋วเครื่องบินมาเมืองไทยเพื่อมาหาพระขาวโดยตรง เขาเล่าว่า หลังจากที่ถึงเมืองไทยแล้ว (เท่าที่ถามการเดินทาง สองวันเท่านั้น ถึงได้เจอ เขาจ้างรถแท็กซี่ ขับจากกรุงเทพฯ โรงแรมที่พัก แล้วมาวัดเทพพิทักษณ์ทันที

ข้าพเจ้าถามเขาว่า "คุณขึ้นไปข้างบนนั้นหรือยัง" เขาตอบอย่างยิ้มๆว่า "ขึ้นไปแล้วครับ ผมมีความรู้สึกว่า ผมมีหนี้อะไรกับพระขาวอยู่และวัดนี้ด้วย มีความรู้สึกลึกๆว่า ต้องมาที่นี่ ผมอยู่ตรงนี้แล้ว ผมต้องทำอย่างไรต่อไป ช่วยแนะผมด้วย" ข้าพเจ้าก็บอกนักท่องเที่ยวคนนี้ว่า "หลวงพ่อขาวก็ไปพบข้าพเจ้าเหมือนกัน บอกให้มาชำระหนี้สงฆ์ เพราะเป็นหนี้วัดนี้อยู่ ข้าพเจ้ามาพึ่งใบบุญในวัดนี้หลายทีแล้ว เช่นกัน" ก็เล่ารายละเอียดให้เขาฟัง เขาฟังไปก็ขนลุกไปด้วย ข้าพเจ้าเองก็ขนลุกเช่นกัน

เขาบอกว่า "ฟังคุณเล่าแล้วขนลุก ที่ผมมาวัดเทพพิทักษณ์นี้ ก็คงเหตุผลอย่างเดียวกับคุณ เพราะคุณมาจากแคนาดา หลวงพ่อขาวศักดิ์สิทธิ์มากๆ"

ข้าพเจ้าก็เลยแนะนำให้เขาทำบุญชำระหนี้สงฆ์ ขอซองคุณแม่ชีให้เขา เขาก็นำปัจจัยในกระเป๋าใส่ซอง แล้วทำตามที่ข้าพเจ้าแนะนำทุกอย่าง ข้าพเจ้าแนะเขาว่า ให้นำซองทูนเหนือศีรษะ แล้วทำจิตให้ตั้งมั่น อธิษฐานจิตบอกหลวงพ่อขาวว่า ขอปัจจัยนี้ชำระหนี้สงฆ์ ในชาติใดๆก็ตามเคยผูกพันกับหลวงพ่อขาวมา และเคยอาศัยวัดแห่งนี้ ขอชำระหนี้สงฆ์ ณ วันนี้" ข้าพเจ้าก็บอกนักท่องเที่ยวชายคนนี้ให้นำซองไปใส่ในกล่องบริจาคทันที เขาไปใส่แล้ว ก็ออกมาบอกข้าพเจ้าว่า "รู้สึกมีความสุขมากๆ ที่ได้ทำบุญในครั้งนี้ ธุรกิจก็เจริญก้าวหน้า หลังจากที่พบกับหลวงพ่อขาว ขอบคุณมากๆ เขาพูดว่า ถ้าไม่พบคุณ ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ผมเข้าใจทุกอย่างแล้วว่า ทำไมผมถึงได้มาตามหาพระขาว เพราะผมเป็นหนี้ท่านนั่นเอง" หน้าตาเขาอิ่มเอิบในบุญ หลังจากนั้นเขาก็เดินทางต่อที่สระบุรี เพราะพักที่นั่น แล้วก็จะไปเที่ยวลพบุรี ต่อไป

ข้าพเจ้าโชคดีบุญยังมีอยู่ ที่พระขาวได้ไปตามถึงแคนาดาให้กลับมาชำระหนี้สงฆ์ นักท่องเที่ยวฝรั่งคนนี้ก็มีบุญมาหนุนเหมือนกัน ที่มาชำระหนี้สงฆ์ในชาตินี้ได้ทันในปีเดียวกันกับข้าพเจ้า และเขาก็ไม่ต้องรอชาติหน้าเลย

สวัสดี


 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [11 มิ.ย. 2551 22:19 น.] 70.67.118.238
  ปีสุดท้ายนั้น ข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่าเหมือนมีอะไรดลจิตใจให้เดินทางช่วงวันวิสาขบูชา ซึ่งเดือนช่วงนั้นเป็นช่วงฤดูร้อน สำหรับคนที่อยู่ต่างแดนนานๆ อยูในอากาศที่สบายๆ ไม่ร้อนอบอ้าว จะทนไม่ค่อยได้ เพราะความร้อนทางเมืองไทยและต่างแดน มันไม่เหมือนกัน

ข้าพเจ้าได้ร่วมงานบุญเยอะแยะ เช่นวันวิสาขบูชา ในวัดมีการทอดผ้าป่าหรือกฐิน นี่แหละ ข้าพเจ้าก็ได้ร่วมด้วย ไม่ว่าจะช่วยเหลืองานบุญอะไร ข้าพเจ้าจะบอกหลวงพ่อขาว ให้เป็นพยานทุกครั้ง

และวันเสาร์-อาทิตย์ ญาติโยมจะพากันมาวัดหนาแน่น เพื่อมาพบกับหลวงพ่อพระอาจารย์ ทัวร์ก็จะลงมาเยอะมากๆ ตรงนี้ที่ข้าพเจ้าสนใจเป็นพิเศษ เพราะนักท่องเที่ยวจะทั่วโลกเลยทีเดียว เท่าที่สอบถามนักท่องเที่ยวต่างชาติ มาจาก จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง ทางยุโรปก็มี ทางอเมริกาเหนือ ก็มี ข้าพเจ้าได้สังเกตุนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง เป็นผู้ชาย ยืนอยู่คนเดียวแล้วเงยหน้ามองหลวงพ่อขาวแล้วยิ้มไปด้วย เขาไม่เข้ากลุ่มกับใคร

ข้าพเจ้าสงสัย ก็ถามไกค์ท่านหนึ่งว่า "นักท่องเที่ยวฝรั่งคนนั้นไม่ได้มากับกลุ่มของพี่หรือ" ไกค์ตอบว่า "ไม่ครับ ผมเห็นเขายืนอย่างนั้นตั้งนานแล้ว" ข้าพเจ้าก็เลยเดินไปที่เขา ทักทาย เพราะคิดว่า เขาคงไม่รู้จักวัดนี้ หรือต้องทำอะไรบ้าง เราสองคนก็คุยกัน เขาถามข้าพเจ้าว่า อยู่ประจำที่นี่หรือ ข้าพเจ้าก็ตอบว่า เปล่า แล้วก็ผายมือบอกเขาว่า "พระที่นั่งอยู่ตรงนั้น คือ ท่านพระอาจารย์ของข้าพเจ้า" เขาก็ยิ้มให้ เขาบอกอย่างเขินๆอายๆว่า "ผมมีเรื่องประหลาดจะเล่าให้ฟัง ไม่รู้ว่าคุณจะเชื่อหรือเปล่า ผมเห็นคุณใส่ชุดขาวเหมือนแม่ชีสองคนนั้น ผมไม่กล้าเล่าให้คนรอบข้างฟัง กลัวเขาจะหาว่าผมสติไม่ดี ผมขอเล่าให้คุณฟังก็แล้วกัน"

นักท่องเที่ยวฝรั่งชายคนนี้เดินทางจากประเทศอังกฤษโดยตรงเพื่อมาที่วัดเทพพิทักษณ์ปุณณาราม เขานั่งสมาธิที่บ้านในประเทศอังกฤษ แล้วเกิดนิมิตองค์พระสีขาวบริสุทธิ์ ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ บอกเขาว่า ให้มาทำบุญในวัดที่มีพระขาว เขาก็คุยทางจิตว่า ถ้าธุรกิจที่ทำเจริญก้าวหน้า ก็จะเดินทางมาแน่นอน เขาขอความช่วยเหลือจากพระขาวทางสมาธิและมีสัจจะกับพระขาว ว่าจะเดินทางมาวัดนี้

มีต่อ


 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [11 มิ.ย. 2551 22:01 น.] 70.67.118.238
  ซึ่งคำว่า "ชำระหนี้สงฆ์" ข้าพเจ้าไม่ค่อยเข้าใจนัก ก็คิดย้อนอดีตก่อนหน้านั้นที่ได้เข้ามาพึ่งใบบุญในวัดเทพพิทักษณ์ปุณณารามนี้ คิดในส่วนของทางโลกว่า "เราเข้าไปวัดก็ไม่ได้ไปยืมเงินพระ หรือยืมเงินแม่ชี นี่นา แล้วเราจะไปเป็นหนี้สงฆ์ หนี้แม่ชี ได้อย่างไร เป็นไปไม่ได้ ก็คุยกับหลวงพ่อขาว ทางจิต ด้วยเช่นกัน เมื่อท่านไปปรากฎให้เห็น ก็บอกท่านว่า "หลวงพ่อขาว หนูไม่เคยยืมเงินใครในวัดสักหน่อย ไม่มีจริงๆ ไม่มีแน่นอน หนูไม่กล้าไปยืมเงินพระยืมเงินแม่ชีหรอก บาปตายเลย ก่อนหน้านั้นที่เข้าวัดน่ะ เข้ามาหลายทีนะหลวงพ่อขาว หนูขอยืนยันว่าไม่ได้ยืมแน่นอนเจ้าค่ะ"

จู่ๆภาพต่างๆก็ปรากฎในสมาธิ เหมือนภาพยนตร์ที่เราดูเลย ภาพที่เห็นชัดเลยคือ ภาพพัดลมในห้องที่เคยพัก ภาพห้องน้ำที่ตึกพัก และภาพโรงทาน และโทรศัพท์มือถือกำลังชาร์ตแบตเตอรี่ นี่กระมังนิมิตที่เรียกว่า เทพนิมิต

ข้าพเจ้ารีบโทรทางไกลหาบิดา ถามท่านว่า "ชำระหนี้สงฆ์คืออะไร" บิดาก็ตอบทันที ข้าพเจ้าเกิดความเข้าใจในสิ่งที่บิดาอธิบาย

บอกคู่ชีวิตเลยว่า จะกลับเมืองไทยนะ คู่ชีวิตก็เป็น งง เพราะคุยกันแล้วว่า รออีกหนึ่งปีค่อยกลับ

ปีนั้นคือปีสุดท้ายที่ข้าพเจ้าเข้าวัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม เงยหน้ามองหลวงพ่อขาว ทำจิตบอกท่านว่า "ข้าพเจ้ามาถึงวัดแล้ว ควรใช้หนี้สงฆ์อย่างไร ให้หลวงพ่อขาวดลจิตใจของข้าพเจ้าได้ ช่วงที่อยู่ในวัดนี้" ทุกครั้งข้าพเจ้าขอให้หลวงพ่อขาวเป็นพยานในการใช้หนี้สงฆ์ และหลวงพ่อขาวเป็นผู้แนะนำว่า หนี้สงฆ์นี้ให้มุ่งมาที่หลวงพ่อพระอาจารย์ โดยตรง

นั่นคือปีสุดท้ายที่ข้าพเจ้าต้องกลับมาพึ่งใบบุญของวัดเทพพิทักษณ์ปุณณารามนี้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อชำระหนี้สงฆ์

มีต่อ


 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [11 มิ.ย. 2551 21:36 น.] 70.67.118.238
  ถึงลูกหลานของหลวงพ่อ และลูกหลานของหลวงพ่อขาว ที่เข้ามาอ่านทุกท่าน ข้าพเจ้ามีเรื่องสำคัญจะพิมพ์ให้พวกท่านได้อ่าน ซึ่งเรื่องมหัศจรรย์นี้ได้เกิดขึ้นเมื่อ 4-5 ปี ที่ผ่านมา เรื่องนี้ข้าพเจ้าไม่ได้เล่าให้ใครฟังเลย เข้าวัดเทพพิทักษณ์ ก็ไม่กล้าเล่าให้หลวงพ่อฟัง หรือเพื่อนในวัดฟัง หรือแม่ชีฟัง เพราะเกรงทุกคนจะพูดคำว่า "บ้า -เพี้ยน หรือมันชักจะยังไง"

ปีสุดท้ายนั้น ข้าพเจ้าไม่มีแผนจะกลับเมืองไทย นี่เป็นคำสัตย์ วางแผนไว้ว่าจะยืดเวลาออกไปอีกสักปี ค่อยๆสะสมเงินเป็นค่าเดินทางและค่าใช้จ่าย ได้ตามจำนวนที่ต้องการแล้วค่อยกลับ

แต่มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นกับตัวข้าพเจ้าเอง แผนที่จะกลับเมืองไทยอีกหนึ่งปีข้างหน้าที่วางไว้ ต้องยกเลิกไป แล้วกลับเมืองไทยก่อนกำหนด 1 ปี เพราะเสียงลึกลับที่ได้ยินนั่นเอง ข้าพเจ้าจะสวดมนต์ทำสมาธิเป็นพิเศษช่วงเทศกาลทางเมืองไทยเช่นวันพระเป็นต้น เพราะจะเช็คทางเว็ปธรรมะว่า มีวันสำคัญทางศาสนาอะไรบ้าง วันไหนบ้าง เป็นต้น เสียงลึกลับที่ได้ยินนั้น ช่วงที่ทำสมาธิพูดว่า

"มีหนี้ ที่ต้องใช้" นี่คือครั้งที่ 1 พอสิ้นเสียงนั้น ข้าพเจ้าก็คิดว่า เอ...ชีวิตนี้ไม่เคยยืมเงินใครนี่ แล้วเราจะเป็นหนี้ใครได้อย่างไร กลับเมืองไทยไป ก็ไม่เคยขอยืมเงินใคร อยู่แคนาดามาหลายปี ก็ไม่เคยขอยืมเงินใคร

เสียงลึกลับครั้งที่ 2 พูดว่า "ให้กลับเมืองไทยปีนี้ ไปใช้หนี้" ครั้งนี้ไม่ได้นั่งสมาธิ เพราะเป็นช่วงกลางวันแสกๆ อยู่ท่ามกลางเพื่อนฝรั่งทั้งนั้น ไม่มีคนไทยสักคน ภาษาไทยชัดแจ๋ว คิดอยู่ในใจ มันชักจะอย่างไรแล้ว ไม่กล้าถามคนนั่งข้างๆว่า ได้ยินอะไรไหม

ครั้งที่ 3 นี่ชัดเลย แล้วนิมิตผู้ที่มาปรากฎบอกด้วยว่า "ให้กลับเมืองไทยไปชำระหนี้สงฆ์ ปีนี้" เสียงนั้นคือ เสียงของหลวงพ่อขาว และนิมิตที่เห็นคือ พระพุทธสกลสีมามงคล หรือ หลวงพ่อขาว นั่นเอง

หลวงพ่อขาวไปตามข้าพเจ้าถึงแคนาดา ให้กลับเมืองไทยชำระหนี้สงฆ์

มีต่อ.



 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [[British Columbia, Canada]] [1 มิ.ย. 2551 01:19 น.] 70.67.118.238
  ถึงท่านที่ใช้คอมไอพี 210 203 186 92 สรุปว่าท่านได้ในสิ่งที่ท่านต้องการแล้ว คือ ความสะใจ ท่านหยุดนะ ถ้าท่านหยุดได้ ท่านจะชนะใจตนเอง ถ้าท่านให้อภัย ท่านจะมีความสุข ถ้าอคติในจิตที่หยั่งลึกแล้วไม่มาบังหัวใจของท่าน จนเกินไป

ถ้าท่านใช้คอมด้วยไอพี นัมเบอร์อื่น หรือไปโพสท์เว็ปอื่นอย่างที่ทำในนี้ ลูกหลานของหลวงพ่อทั่วโลก และลูกหลานของหลวงพ่อขาวทั่วโลกจะรู้ทันทีว่าคือท่านนั่นเอง คนที่ใช้สติปัญญาจะดูออก

ลูกหลานของหลวงพ่อที่แท้จริง จะไม่ชำระหนี้สงฆ์ อย่างที่ท่านใช้คอมไอพี 210 203 186 92 ทำแน่นอน ชาตินี้ท่านเป็นหนี้สงฆ์อย่างมหันต์ เพราะท่านใช้คอมไอพี 210 203 186 92 ด่าพระ ด่าชี ด่าวัด ด้วยคำหยาบคาย ทั้งๆที่ตัวท่านเองก็เคยอาศัยใบบุญในวัดเทพพิทักษ์อยู่ แล้วคิดดูง่ายๆว่า ถ้าท่านไปอาศัยวัดอื่น แล้วคนในวัดไม่ให้หรือไม่ทำในสิ่งที่ท่านต้องการ ท่านก็จะทำวิธีเดียวกันที่ทำนี้ ใช่ไหมท่าน

ท่านเคยทานอาหารในวัดใช่ไหม ท่านทานอาหารที่ญาติโยมใส่บาตรพระใช่ไหม "การเป็นหนี้สงฆ์ จะทำให้ชีวิตขัดสนไม่ร่ำรวย" มันถึงขั้นติดภพติดชาติไปเลยทีเดียว ท่านใช้คอมไอพี 210 203 186 92 ท่านใช้หนี้สงฆ์ในชาตินี้ ด้วยวิธีด่าพระด่าชีด่าวัด หรือ?

ข้าพเจ้าขอชี้แจงสู่ลูกหลานของหลวงพ่อและลูกหลานหลวงพ่อขาวทุกท่านทั่วโลกที่เข้ามาอ่านว่า ที่ข้าพเจ้ารู้ว่า คนเข้าวัดเยอะแล้วคุณแม่ชีท่านบอกทางโทรศัพท์ เพราะข้าพเจ้าได้ยินเสียงคนเยอะในวัดเป็นแบคกราว ขณะที่คุยกับคุณแม่ชี หรือกับผู้ที่รู้จักนั่นเอง ไม่ใช่แค่ท่านแม่ชีพูดหรือเพื่อนในวัดพูดก็เชื่อแล้ว โดยที่ไม่เห็นกับตา แต่การฟังนั้นก็รู้ได้ชัดเจนแน่นอน ถึงแม้จะอยู่ห่างกันถึงหลายพันไมล์ก็ตาม

สำหรับตัวข้าพเจ้าเอง ข้าวทุกเม็ด อาหารทุกมื้อ น้ำทุกหยด ที่ได้รับจากวัดเทพพิทักษ์ฯ คืออาหารทิพย์ที่ดีที่สุด และอร่อยที่สุดในชีวิต เพราะอาหารที่ญาติโยมนำมาถวายใส่บาตรพระทุกรูป เป็นอาหารที่ผสมด้วย ความรักความศรัทธา ความเชื่อมั่น ความเคารพ เป็นอาหารที่ชั้นเลิศ

ภาพที่เห็นหลวงพ่อนำพระออกไปบิณฑบาตตอนเช้า แล้วกลับมา เห็นน้องๆในวัดต่างช่วยกันนำกาละมัง กระป๋องที่ใส่อาหารจากญาติโยมมาเทลงบนเคาเตอร์ แล้วพวกเราก็ช่วยกันแยกอาหารออกเป็นหมวดหมู่ เช่นถุงแกง ถุงอาหารแห้ง ขนม แยกกันออกไป แล้วพากันจัดใส่จาน ชามถ้วย เป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก หาดูได้ในวัดทุกแห่งในเมืองไทย

อาหารที่คุณแม่ครัวทำทุกมื้อเมื่อวัดมีงานบุญ หรือมีคณะต่างๆเข้ามาศึกษาธรรมในวัด อาหารมื้อนั้นอร่อยมากๆ อร่อยที่สุด เพราะปนไปด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้มของคุณแม่ครัวและลูกมือ เพราะทุกท่านปรุงจากใจ จากความเคารพในตัวหลวงพ่อ จากความรักความศรัทธา เครื่องปรุงนี้ต่างหากที่อร่อยสุดยอด หาไม่ได้ข้างนอกวัด

ท่านใช้คอมไอพี 210 203 186 92 ท่านโพสท์ว่า "วัดนี้มีดีที่หมา เพราะมีแต่หมาๆ ชีก็หมาก(แถมยังปากหมาอีกต่างหาก) พระก็หมา ชีหมาเพราะเอาผ้าถุงคุมหัวพระ พระหมาเพราะปัญญาอ่อนหลงคารมชี หมาเท่านั้นจึงจะอยู่ดีกินดีในวัดนี้ได้ แถมยังมีคนจากนอกร่วมกับชีแสวงหาผลประโยชน์จากวัดอีกด้วย พวกนี้ผุดมาจากนรกจริงๆ " ทุกคำที่ท่านโพสท์ออกมา มันเข้าตัวท่านหมดเลย

ท่านใช้คอมไอพี 210 203 186 92 ท่านต้องระวังไม่ว่าท่านจะเดินไปที่ใด สิ่งที่ท่านกระทำอยู่นี้ มันเป็นชนักปักหลังของท่านตลอดเวลา ทุกลมหายใจเข้าออก ท่านเคยได้ยินไหมว่า

ในอดีตมีคนที่เคยเกลียดพระเกลียดชีอย่างท่าน สาปแช่งแม่ชีให้ฟ้าผ่า ปรากฎว่าตัวเองโดนฟ้าผ่า หลายปีมาแล้ว เคยได้ยินไหมเคยรับรู้ไหม

ในอดีต มีคนเคยตบหน้าคุณแม่ชี ไม่นานคนๆนั้นมีอาการเป็นง่อย ปากเบี้ยว พูดไม่ได้จนกระทั่งทุกวันนี้ เดินไม่ได้ทุกวันนี้ ข้าพเจ้าอยู่ห่างหลายพันไมล์ ยังรู้เรื่องเหล่านี้เลย กรรมสมัยนี้ติดจรวดนะท่านที่ใช้คอมไอพี 210 203 186 92

ท่านที่ใช้คอมไอพี 210 203 186 92 ถ้ากรรมไม่ดีของท่านมาส่งผลชาตินี้ ท่านหนีไม่พ้นกรรมที่ท่านต้องชำระหนี้สงฆ์ แน่นอน

ถึงอย่างไร ท่านก็เคยเข้าวัดอาศัยวัดอยู่มิใช่หรือ ท่านเคยอาศัยทานอาหารในวัด มิใช่หรือ ท่านเคยอาศัยน้ำดื่มในวัดมิใช่หรือ ท่านเคยอาศัยอากาศในวัด หายใจมิใช่หรือ

ข้าพเจ้าขอแนะนำท่านข้ามแดนว่า ท่านเป็นหนี้สงฆ์อย่างมหันต์ ชาตินี้ก็ใช้ไม่หมด เพราะกรรมจากเจตนาของท่านที่ก่อขึ้นในครั้งนี้ทางกระทู้นี้

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดเทพพิทักษณ์ฯเยอะนะท่าน แล้วก็ศักดิ์สิทธิ์ด้วย

อย่างดีก็ลูกหลานของหลวงพ่อ และลูกหลานของหลวงพ่อขาวอ่านข้อความของท่าน ก็ได้ตำหนิท่านแล้ว อยู่ในจิต

ท่านใช้คอมไอพี 210 203 186 92 ท่านได้ความสะใจของท่านแล้ว ท่านคงจะนอนหลับสบายดีนะ มองหน้าคนรอบข้างอย่างไม่กระอักกระอ่วนใจดีนะ ท่านหนีคนอื่นได้ แต่ท่านหนีใจ หนีการกระทำของตัวเองในครั้งนี้ไม่ได้

ข้าพเจ้ารักความยุติธรรม รักความถูกต้อง หลายๆฝ่ายก็ได้รับกรรมนั้นของตัวเองที่ทำไปแล้ว ถึงอย่างไรข้าพเจ้าก็เคยเข้ามาอาศัยใบบุญวัดแห่งนี้ และก็เป็นศิษย์ของหลวงพ่อเหมือนกับศิษย์หลายๆท่านทั่วโลกเช่นกัน

กรรมใครก็กรรมมันละกัน ท่านใช้คอมไอพี 210 203 186 92 หรือท่านคิดกำลังจะเปลี่ยนหาคอมไอพีอื่นมาโพสท์ หรือท่านกำลังคิดจะหาเว็ปอื่นด่าพระด่าชี ด่าวัด มันก็คือท่านอยู่ดี ใช่ไหม ท่านอย่าหลอกตัวเองด้วยการใช้นามแฝงอื่นเลย

ท่านใช้คอมไอพี 210 203 186 92 ท่านต้องหยุดที่ตัวเอง ถ้าท่านคิดได้ ยิ่งท่านเข้ามาโพสท์ผลเสียจะอยู่ที่ท่านมากที่สุด ชีวิตของท่านจะเจอแต่ปัญหา เพราะท่านใช้หนี้สงฆ์ ด้วยวิธีที่ผิด

ด้วยความปรารถนาดีข้ามแดน


 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [28 พ.ค. 2551 23:58 น.] 70.67.118.238
  ว่าแล้ว....ลงคำว่า ปะทะคารม ท่านที่มีไอพีนี้ 210 203 186 92 ก็เอามาเป็นหัวเรื่อง จริงไหมล่ะ ที่ว่า "คนเราถ้ามีแต่อคติเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าใครจะชี้แจงอย่างไร ให้ข้อเท็จจริงอย่างไร เขาก็ไม่รับอยู่ดี" เพราะอคติในจิตที่หยั่งลึกแล้ว ข้าพเจ้าเดาแล้วอยู่ในใจว่า ต้องมีผู้เข้ามาโพสท์แบบอคติ ก็เป็นจริง เพราะมีคำว่า "ปะทะคารม " เป็นจุดเด่น

ก่อนที่ข้าพเจ้าจะรู้จักวัดเทพพิทักษณ์นี้ ได้ไปวัดอื่นๆทั่วไทยมาแล้วเช่นกัน จะเจอคนในวัดบ่นให้ฟังเรื่องสิ่งเหล่านี้ ก็แสดงว่ามีเหตุการณ์เหล่านี้ทุกวัดทั่วเมืองไทย

ข้าพเจ้ามีเพื่อนเป็นคนจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น ที่เป็นชาวพุทธ ต่างเล่าสู่กันฟังว่า ไปบวชพระในวัดนั้นๆ ไปถือศีลชั่วคราว พระหรือแม่ชีทางนั้นก็โดนโจมตีเยอะเหมือนกัน จากคนที่ไม่ชอบวัด ไม่ชอบพระ ไม่ชอบชี ในวัดแต่ละแห่ง เพื่อนๆถามว่า "วัดที่เมืองไทยโดนไหม" ก็ตอบว่า มีเยอะเลยทีเดียว ก็เหมือนๆกับประเทศของพวกคุณ นี่ถ้าไม่คุยกันก็จะไม่รู้ว่าประเทศเหล่านี้ก็มีโดนเหมือนกัน

คนเรานี่นะ ถ้ามีจิตอคติหยั่งลึกแล้ว จะจับผิดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

มีสองสิ่งที่ท่านใช้คอมไอพี 210 203 186 92 โพสท์ออกมา ทำให้รู้ว่า ท่านก็คือ..........นั่นเอง





 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [นครปฐม] [28 พ.ค. 2551 13:23 น.] 210.203.186.92
  นี่นะรึพวกที่อยู่ในศีลกินในธรรม มาปะทะคารมกันเหมือนหมากัดกัน วัดนี้มีดีที่หมา เพราะมีแต่หมาๆ ชีก็หมาก(แถมยังปากหมาอีกต่างหาก) พระก็หมา ชีหมาเพราะเอาผ้าถุงคุมหัวพระ พระหมาเพราะปัญญาอ่อนหลงคารมชี หมาเท่านั้นจึงจะอยู่ดีกินดีในวัดนี้ได้ แถมยังมีคนจากนอกร่วมกับชีแสวงหาผลประโยชน์จากวัดอีกด้วย พวกนี้ผุดมาจากนรกจริงๆ สะใจจังศาสนากำลังจะเสื่อมเพราะจิตใจพวกนี้ อิอิอิ

 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [26 พ.ค. 2551 02:34 น.] 70.67.118.238
  ข้าพเจ้าเองก็ปะคารมกับแม่ชีหลายคนในวัดบ่อยครั้งจะตาย อันที่จริงก็ไม่สมควรทำ แต่ก็อดไม่ได้ เพราะอยู่ด้วยกัน มันก็ต้องมีเป็นธรรมดา รู้เขารู้เรา ถ้าอยู่รวมกัน มีทุกสถาบันนั่นแหละ

คุณแม่ชีท่านนี้ เป็นคนที่พูดไม่เพราะ พูดห้าวๆ แต่จริงใจ คนที่ไม่ได้ใกล้ชิดจะไม่รู้ คนใกล้ชิดรู้แต่แกลังไม่รู้ เพราะมีอคติอยู่แล้ว นั่นเอง

ท่านใดที่โพสท์ว่า คนโง่เท่านั้นที่เข้าวัดนี้เพราะท่านมีอคติกับวัด ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า ไม่จริง ข้าพเจ้าเข้าวัดนี้แล้วฉลาดขึ้นเยอะ เพราะเป็นคนช่างสังเกตุ ใครพูดอะไรมาจะไม่เชื่อทันที จะสังเกตุก่อนอื่น

พวกท่านจะเชื่อไหมถ้าข้าพเจ้าพูดว่า "เห็นหลวงพ่อใช้บันใดปีนขึ้นไปตรงหลังคาห้องน้ำ เพื่อทำความสะอาดหลังคาที่มีใบไม้ตกหล่นตรงรางน้ำ ทุกห้องน้ำเลยในวัด" ข้าพเจ้าเดินออกกำลังกายแล้วไปเห็นเข้า นึกอยู่ในใจว่า นี่หลวงพ่อของพวกเรา ทำงานขนาดนี้เลยหรือ ข้าพเจ้าก็ไปถามคุณแม่ชีว่า "พี่แม่ชี หนูเห็นหลวงพ่อทำความสะอาดหลังคาตรงรางน้ำ ที่มีใบไม้เยอะๆน่ะ สงสารท่านนะ บางทีก็เห็นท่านล้างรอบๆห้องน้ำ ปัดหยักไย่ห้องน้ำด้วยนะพี่ หนูเห็นกับตาเลยหล่ะ นี่ถ้าหนูไปพูดข้างนอก คงจะไม่มีใครเชื่อ หนูไม่กล้าเข้าไปช่วย เพราะกลัวคนอื่นเข้าใจผิด คนทำงานไม่มีนะพี่ " ท่านแม่ชีก็ตอบว่า "ใช่ คนอยู่ประจำน้อย หรือไม่มีเลย"

ท่านที่โพสท์ว่าจำเป็นหรือที่คนเข้าวัดต้องให้เงินกับพระหรือแม่ชี ข้าพเจ้าขอตอบข้ามแดนว่า "แล้วแต่จิตอันเป็นกุศลของท่านในเวลานั้น อยากทำก็ทำ ไม่อยากทำ ก็ไม่ต้องทำ" แต่เราเข้าไปในวัดจุดประสงค์เพื่ออะไร ท่องเที่ยวอย่างเดียวหรือ เพราะวัดแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้วย เฉพาะต่างชาติเท่านั้นที่ต้องซื้อบัตร ใช่ไหม ถ้าท่านอยากบริจาคใส่กล่องที่เห็นนั้นก็ได้ การที่แม่ชีขอบริจาคนั้น ท่านอาจจะมีเหตุผลส่วนตัว เช่น ช่วงนี้เศรษฐกิจแย่ในประเทศ ท่านอาจจะขอเอาไว้เพื่อไว้รักษาตัวเมื่อป่วย และไปหาหมอ หรือเอาไว้จ่ายค่ารถเวลาไปทำธุระนอกวัดก็ได้ หรือเอาเงินไว้จ้างคนมาช่วยงานก็ได้ เพราะเคยถามท่านแม่ชี ช่วงที่ข้าพเจ้าโทรทางไกลคุยด้วย ท่านแม่ชีตอบว่า ตอนนี้กำลังจ้างคนมาช่วยจัดชุดสังฆทานให้กับญาติโยมอยู่

สำหรับเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ คุณแม่ชีก็ได้รับกรรม(ไม่ดี)นั้นไปแล้ว คนเรามีกรรมดีและไม่ดีทุกคน ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นว่า ช่วงไหนกรรมดีส่งผล และกรรมไม่ดีส่งผล

คนเราก็มีส่วนดีและไม่ดีในตัวเอง ผู้ที่เป็นชี เป็นพระก็เช่นกัน ถ้าเรามองแต่ส่วนไม่ดี เพราะมีอคติอย่างเดียวกับบุคคลนั้น ต่อให้เทวดามาพูดว่า เขาหรือเธอก็มีความดีมากนะ ก็ไม่เห็น เพราะอคติตัวเดียว นั่นเอง จริงไหม ลูกหลานของหลวงพ่อทุกท่าน

ข้าพเจ้ารู้จักคุณแม่ชีดีทั้งสองด้าน สิ่งที่ข้าพเจ้าขอร้องพวกท่านคือ "ให้อภัยคุณแม่ชีในจุดที่ท่านได้ทำให้พวกท่านไม่พอใจ" ความดีของคุณแม่ชีก็เยอะมากๆ ที่ช่วยงาน แบ่งเบาภาระของหลวงพ่อของพวกเราได้เยอะ

เหตุผลที่ข้าพเจ้าเข้ามาชี้แจงนี้ เพื่อให้พวกท่านได้รับรู้อีกส่วนหนึ่งของคุณแม่ชี ที่ข้าพเจ้าเห็นมากับตาทุกปีที่เข้ามาพึ่งใบบุญในวัดแห่งนี้ วัดแห่งนี้ได้สอนข้าพเจ้าหลายๆอย่าง

ถ้าบุญมีอยู่ คงจะได้มาพึ่งใบบุญในวัดเทพพิทักษ์ปุณณารามนี้อีก คิดถึงบรรยากาศอันสงบร่มรื่นมากๆ คิดถึงบรรยากาศกลางคืนของหลวงพ่อขาวยามแสงไฟกระทบกับท่าน

วัดแห่งนี้ได้สอนให้ข้าพเจ้าฉลาดมากกว่าเก่าเยอะเลย

ด้วยความปราถนาดีและจริงใจ

ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) หรือนานๆ โผล่มาที นี่คือความหมาย ศิษย์ปลายแถว ก็ปลายจริงๆนะ ที่นานๆโผล่มาทีน่ะ


 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [26 พ.ค. 2551 01:39 น.] 70.67.118.238
  ข้าพเจ้าเห็นการทำงานของคุณแม่ชีแล้วทึ่งถามท่านว่า "นี่พี่แม่ชี ทำงานช่วยเหลือหลวงพ่อขนาดนี้เชียวหรือ" ท่านก็ตอบว่า "ถ้าฉันไม่ทำ ก็ไม่มีใครทำ" ข้าพเจ้าสังเกตุ ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ทุกคนที่เข้ามาติดต่อในวัด จะติดต่อกับบุคคลอื่นก่อนที่เห็น แต่ทุกคนก็บอกว่า "ให้ติดต่อกับคุณแม่ชี" นอกจากคนเก่าคนแก่จะรู้จักคุณแม่ชีดี เพราะท่านอยู่วัดนี้พึ่งใบบุญวัดแห่งนี้มาได้ สิบกว่าปีแล้ว ตั้งแต่สุขภาพแข็งแรง ตอนนี้อายุมากขึ้น สุขภาพก็เสื่อมลง เป็นธรรมดา ข้าพเจ้าเองยังเคยนึกอยู่ในจิตเลยว่า "หลวงพ่อโชคดี ที่ได้แม่ชีท่านนี้มาช่วยงานกุศลในวัด ท่านทำทุกอย่าง ไม่หยุดนิ่ง ยกเว้น ป่วยหนักเท่านั้นถึงได้หยุด จะมีใครเห็นจุดนี้บ้างหนอ"

จริงอยู่ท่านอาจจะจู้จี้กับญาติโยมที่เข้ามาในเขตวัด เพราะท่านทำเพื่อส่วนรวม แต่ท่านทำงานช่วยเหลือหลวงพ่อของพวกเราเยอะมากๆ มีหลายครั้งข้าพเจ้าเห็นญาติโยมทิ้งของลงพื้นบริวเวณวัด เช่นพวกกระป๋องน้ำอัดลม ถ้วยกาแฟพลาสติค หรือแม้แต่ จานที่ทานอาหารหมดแล้ว ทิ้งกันเละเทะ ไม่เก็บไปทำความสะอาด คุณแม่ชีท่านเห็นก็พูดออกมาว่า "นี่คุณทิ้งขยะลงถังขยะด้วยสิ รู้จักเอามากิน แต่ไม่รู้จักทิ้งลงขยะ ขยะก็มีให้ทุกจุด แต่ก็ยังทิ้งอยู่นั่นแหละ" ข้าพเจ้าก็ถามคุณแม่ชีว่า "พี่แม่ชี พูดอย่างนี้ไม่กลัวญาติโยมเขาโกรธเอาเหรอ" ท่านตอบข้าพเจ้าว่า "ถ้าไม่พูดใครจะพูด ในวัดมีคนน้อย และไม่มีคนทำ" เชื่อไหมพวกเราลูกหลานของหลวงพ่อฯ หลังจากที่ญาติโยมกลับไปแล้ว ขยะเต็มหมดเลย โดยเฉพาะรอบๆปฏิคม พวกท่านรู้ไหมว่า ใครที่เป็นคนเก็บขยะที่พวกท่านเข้าไปทำสกปรก หลวงพ่อตามเก็บขยะ ลงถังลงตระกร้าใส่ขยะ ข้าพเจ้าเห็นภาพนั้นแล้วน้ำตาตกใน นึกอยู่ในใจว่า ลูกหลานของหลวงพ่อจะรู้ไหมหนอว่า สิ่งที่พวกเขาทำสกปรก หลวงพ่อที่พวกเขารักและเคารพศรัทธา กำลังเก็บขยะต่างๆรอบวัดอยู่ในขณะนี้ บางทีพระก็ตามเก็บขยะต่างๆที่ญาติโยมไปทิ้งในพุ่มไม้ สิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ ถ้ามากเข้าก็เป็นเรื่องใหญ่ได้ จริงไหม

ข้าพเจ้าจำติดตาจนทุกวันนี้ พวกท่านที่เข้าวัดทำความสกปรกอย่างแรง ทั้งๆที่ทางวัดได้ปิดประกาศว่า "โปรดช่วยกันรักษาความสะอาด" ประโยคนี้หมายความว่า ทิ้งขยะก็ให้ลงในถัง จานชามที่ทานกันแล้วก็นำไปล้างคว่ำให้สะอาด จานใครจานมัน ชามใครชามมัน ถ้วยใครถ้วยมัน เราถือมาได้ ก็นำไปทิ้งขยะด้วยตนเองได้ ข้าพเจ้าเองก็เคยล้างจานที่ญาติโยมทิ้งเอาไว้ ตรงโรงทาน จนอาเจียนเลย นี่บอกตรงๆ นึกในใจว่า "ทำไมญาติโยมถึงได้ทำอย่างนี้" ถึงแม้จะมีคนงานที่ทางวัดจ้างให้ล้างจาน ก็ยังมีปัญหาอยู่ แล้วใครล่ะที่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ ก็คุณแม่ชีนั่นแหละ เพราะท่านรู้งาน นั่นเอง สำหรับคนที่ไม่เข้าใจ จะมองมุมเดียวว่า คุณแม่ชีมีอำนาจ จริงๆแล้วไม่ใช่ ท่านจำเป็นต้องแก้ปัญหา เพื่อคนหมู่มาก เพื่อความมีระเบียบเรียบร้อยในวัด

ข้าพเจ้าเคยเกริ่นกับคุณแม่ชีว่า "นี่ถ้าหนูไม่ได้มาอยู่ประจำที่วัด แล้วเห็นอะไรต่ออะไร หนูจะเข้าใจคุณแม่ชีผิดนะนี่ โชคดีที่หนูเห็นความจริงทุกอย่างในสิ่งที่คุณแม่ชีทำ"

มีต่อ


 ศิษย์ปลายแถว (นานๆมาพึ่งใบบุญที) [British Columbia, Canada] [26 พ.ค. 2551 01:08 น.] 70.67.118.238
  จากศิษย์แดนไกล ที่รู้จักคุณแม่ชีดี มีหลายๆอย่างที่พวกท่านไม่รู้ ข้าพเจ้าไม่ได้รับสินบนจากใครทั้งนั้นในการเข้ามาชี้แจง แต่ข้าพเจ้าปรารถนาให้ทุกท่านได้รู้จักคุณแม่ชี อีกมุมหนึ่ง เพราะท่านที่โพสท์ออกมา รู้จักแค่มุมเดียว คือด้านลบ (ขอให้ข้อคิดว่า คำพังเพยของไทยที่ว่า เหรียญมีสองด้านเสมอ เป็นความจริง) ความดีของคุณแม่ชีก็มีเยอะ บอกตรงๆว่า คุณแม่ชีจะออกจากวัดนี้หลายทีแล้ว เพราะวิบากกรรมที่เจอรอบด้าน

แต่ข้าพเจ้านี่แหละขอร้องเอาไว้ว่า ให้อยู่ช่วยงานของหลวงพ่อ พี่แม่ชีต้องรับปากก่อนว่า จะไม่ทิ้งวัด ไปที่ไหน เพราะงานในวัดเยอะมากๆ วัดใหญ่แต่คนอยู่ประจำน้อย คนช่วยเหลืองานน้อย หรือแทบจะไม่มีเลย

เท่าที่ข้าพเจ้ารู้จักคุณแม่ชีท่านนี้ ในหลายๆครั้งที่กลับเมืองไทยแล้วได้มาพึ่งใบบุญของวัดเทพพิทักษณ์ปุณณารามแห่งนี้ ได้รับฟังประวัติของท่านอย่างละเอียด รู้สึกทึ่งในความเด็ดเดี่ยวกล้าตัดสินใจทิ้งความสุขสบายทางโลก เพื่อด้านธรรมโดยตรง ก่อนที่ท่านจะรู้จักวัดเทพพิทักษ์ฯแห่งนี้(หลายสิบปีที่ผ่านมา) ท่านได้ออกตามหาวัดที่มีพระขาวจากความฝันที่เกิดบ่อยครั้งว่า "ถ้าอยากหายป่วย ให้ไปบวชชีที่วัดพระขาว และมีบันได 1250 ขั้น" ท่านใช้เวลา 3 ปี ถึงได้เจอ ท่านเองก็ได้ขออนุญาตลูกๆและสามีอันเป็นที่รักแล้ว เช่นกันในการสละทางโลก แล้วครอบครัวก็อนุมัติให้ท่านออกบวช ท่านถึงได้มาอยู่ประจำที่วัดแห่งนี้ แล้วท่านก็เจอวิบากกรรมเยอะมากๆ นอกจากคนที่ใกล้ชิดจริงๆถึงจะรู้เรื่องนี้ (คนนั้นก็คือ ตัวข้าพเจ้าเอง)

ครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้รู้จักคุณแม่ชี เพราะท่านเป็นพี่เลี้ยงนั่นเอง และได้สังเกตุท่านทำงานตั้งแต่เช้า.....ทุกครั้งที่เดินทางจากแคนาดาสู่เมืองไทยและได้พึ่งใบบุญในวัดแห่งนี้ ได้เห็นกับตาทุกมุมในวัดว่าคุณแม่ชีท่านเสียสละทุ่มเทกับงานต่างๆจริงๆ ท่านรู้งาน นั่นเอง

ออกาไนซ์ทำอาหารให้กับหลวงพ่อ
หลังทำเสร็จท่านก็ไปเปิดห้องปฏิคม เก็บกวาดถู (ปัจจุบันทำไม่ไหวแล้วเพราะสุขภาพ อายุมากขึ้น ก้มๆเงยๆไม่ไหวแล้ว)
รับโทรศัพท์ที่ญาติโยมโทรเข้ามา เพื่อที่จะมาทำบุญกุศล หรือนัดมาพบกับหลวงพ่อ (จนเพื่อนที่ช่วยเหลือพูดเลยว่า พอได้ยินโทรศัพท์ในห้องปฏิคมดัง ฉันจะวิ่งหนีเลย เพราะดังตลอดเวลา) ข้าพเจ้าเคยรับสายตอนที่มาพึ่งใบบุญ แต่ทำไม่ถูกนั่นเอง
ออกาไนซ์ชุดสังฆทานถ้ามีญาติดโยมติดต่อเข้ามาเพื่อทำสังฆทาน
ออกาไนซ์ซักผ้าจีวรเตรียมให้พระที่จะมาบวชช่วงงานพุทธศาสนา
ท่านเป็นด่านแรกที่คอยต้อนรับญาติโยมทำบุญในห้องปฏิคม (บางครั้งข้าพเจ้าโทรทางไกลคุยกับท่าน ท่านไม่มีเวลาคุยด้วย พูดแต่ว่า ไม่ว่างคุยนะคะ เพราะญาติโยมมาเต็มวัดเลย หรือบางที มีพระสงฆ์มาเต็มสองสามคันรถเลย) หรือ อาทิตย์นี้ญาติโยมเต็มห้องปฏิคม หรือ มีทัวร์ลงเยอะมากๆหลายคันรถ ถ้าพวกท่านเป็นคนที่ช่างสังเกตุ จะรู้ได้ว่าในวัดมีพระและแม่ชีอยู่ประจำกี่คน กี่รูป แล้วเข้าห้องปฏิคมจะเจอใครก่อน ต้องเป็นนักสังเกตุ ถึงจะรู้ การมองคนอย่ามองแค่มุมเดียว ถ้ามีอคติ จะไม่เห็นความดีที่เขาทำเลย จริงไหม

มีต่อ.... ถ้าเว็ปไม่เข้ายากเกินไป จะเข้ามา


 ลูกแม่นอม [กทม.] [4 พ.ค. 2551 20:46 น.] 202.149.24.161
  พวกมรึงดีแค่ไหนว่ะ คิดจะว่าคนอื่นดูตัวมรึงหน่อย ใครพูดมากจะเอาตีนลูบหน้าให้ดู ชีเป็นเจ้าอาวาสแล้วมันหนักหัวกระบานใครว่ะ ให้รู้ไว้

 พระไชยวัฒน์ [นครราชสีมา] [22 เม.ย. 2551 16:12 น.] 202.149.25.225 phrachaiwat@hotmail.com
  คนโง่เท่านั้นจึงจะอยู่วัดนี้ได้

 ชาญศักดิ์ [นครนายก] [18 เม.ย. 2551 10:45 น.] 125.25.44.48 chansakke@hotmail.com
  เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ไม่ชอบชี ย่อมระงับด้วยการไม่กินกล้วยบวชชี

 ชาญศักดิ์ [นครนายก] [18 เม.ย. 2551 10:41 น.] 125.25.44.48 chansakke@hotmail.com
  เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ไม่ชอบแม่ชี ก็ย่อมระงับด้วยการไม่กินกล้วยบวชชี

 มวกเหล็ก [สระบุรี] [6 มี.ค. 2551 เวลา 17:07 น.] 202.149.25.225
  วัดนี้ดีทุกอย่างเสียอย่างเดียวที่มีอีประนอมที่มันอยู่ศาลาปฏิคมมันชอบด่าพระด่าคนที่ไปทำบุญ

 กานดา [สระบุรี] [27 ก.พ. 2551 เวลา 19:22 น.] 202.149.25.225
  ประนอมมันเอาผ้าถุงคุมหัวพระแล้ว

 กานดา [สระบุรี] [27 ก.พ. 2551 เวลา 19:15 น.] 202.149.25.241
  ชีประนอม เป็นเจ้าอาวาสไม่รู้หรอพวกโง่

 ศิษย์หลวงปู่ตัวจริง [กทม.] [9 ก.พ. 2551 เวลา 19:55 น.] 202.149.25.241
  คนถูกหลอกยังกล้าไปซ้ำเติมเขา.....เราก็โดนหลอกเหมือนกัน......พวกคุณๆทั้งหลายรู้ว่าเข้าข้างกันดีอย่ามาอ้างว่าเป็นศิษย์หลวงปู่เลย........ศิษย์หลวงปู่ไม่เคยสอนให้ใครพูดและให้ทำแบบนี้กัน.........พวกคุณไม่ต้องถามหายมบาลกันหรอกนะ.....ได้เจอกันแน่ๆกะพวกที่ชอบแอบอ้าง....เพราะตอนนี้พวกคุณก็เหมือนจะเป็นเปรตตั้งแต่ยังไม่ตายแล้วรู้ตัวไว้ด้วย.....พวกเปรต

 ศิษย์หลวงปู่ [khorat] [1 ก.พ. 2551 เวลา 23:09 น.] 202.149.25.241 www.maha-oh@hotmail.com
  คนถูกหลอกให้ทำบุญได้นั้น คนได้บุญคือคนที่หลอกด้วยเล่ห์หรือคำหวานจนคนถูกหลอกเชื่อ ฉะนั้นคนถูกหลอกคือ คนบาป เชื่อคนง่ายเกินไป และคิดที่จะขอเงินคืนจากเขาอีกแสดงว่าจิตยังยึดติดกับเงินก้อนนั้น ขอคืนได้สิ.......จาก........ยมพบาล ไงล่ะ

 มหา [โคราช] [30 ม.ค. 2551 เวลา 18:13 น.] 202.149.25.225 maha_oh@hotmail.com
  คงตอบได้ว่า กมฺมุนา วตตีโลโก

 ยังทาทา [-] [24 ม.ค. 2551 เวลา 19:42 น.] 117.47.79.206
  ดี


 ลุกศิษย์หลวงปู่เมตตาหลวง [กรุงเทพมหานคร] [21 ม.ค. 2551 เวลา 12:51 น.] 202.149.24.161 goasgla256@hotmail.com
  นมัสการค่ะ หนูอยากทราบว่าคุณประนอมเป็นใครในวัดเหรอค่ะ ทำไมถึงได้มีอำนาจกำกับทุกอย่างค่ะ แถมยังด่าดิฉันกับนักท่องเที่ยวด้วยว่าทำบุญน้อยเป็นคนงก แถมยังหลอกเอาเงินเพื่อนดิฉันด้วย ไม่ต้อนรับคนจน คนทำบุญจำเป็นด้วยเหรอค่ะว่าจะต้องเอาเงินให้วัดให้พระ ดิฉันก็เห็นค่ะที่คุณประนอมถูกพระอาจารย์ตบต่อหน้าคนเยอะๆ และคุณประนอมไม่ใช่ชีด้วยค่ะ แต่เป็นคนที่หนีปัญหามาอาศัยวัดค่ะ ดิฉันรู้ดีว่าคุณประนอมถูกผัวทิ้ง แต่ไม่คิดว่าจะมาเป็น.......................ค่ะฯลฯ อยาทราบว่าถูกหลอกให้ทำบุญแล้วจะได้บุญรึป่าว แล้วเงินที่ถูกหลอกให้ทำบุญจะถึงวัดรึป่าวและจะติดต่อขอเงินคืนได้ที่ไหนค่ะ ช่วยหน่อยนะค่ะดิฉันจะรอคำตอบค่ะ

 พระมหาวชิรธร สุรปญฺโญ [วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม] [15 ม.ค. 2551 เวลา 20:18 น.] 202.149.24.129 maha_oh@hotmail.com
  เจริญพรและสวัสดีทุกๆท่านที่แสดงความคิดเห็นต้องการถาม-ตอบปัญหา มีข้อสงสัยเกี่ยวกับธรรมะ/เป้าหมายความหมายของชีวิตหรือสนทนาธรรม ธรรมบันเทิงสนุกกัน ทาง msn กับมหาที่ maha_oh@hotmail.com

 สาวน้อย [-] [15 ม.ค. 2551 เวลา 11:56 น.] 124.157.158.4
  ตอนนี้แฟนไปบวชที่นั้นค่ะ..

สงบจริงๆๆ

คิดถึงมากๆ..-*-


 55555 [เชียงใหม่] [13 ม.ค. 2551 เวลา 00:59 น.] 222.123.133.112
  แฟนเคยไปบวชเป็นวัดที่สงบมาก

 นิรนาม [กทม.] [10 ม.ค. 2551 เวลา 18:01 น.] 125.26.86.159
  ไม่อยากให้หลวงพี่มหากับหลวงพี่หน่องไปไหนเลยครับ วัดจะได้มีพระที่ทรงความรู้ และสวดพระปาฏิโมกข์ช่วยหลวงพ่อ

 พิบูลย์ [กทม.] [3 ม.ค. 2551 เวลา 19:06 น.] 124.121.85.57
  คิดถึงหลวงพ่อ, มหา ,หลวงพี่หน่อง และพระรูปอื่น ๆ รวมถึงตาแหยมด้วยครับ เคยไปบวชมา 15 วัน ได้อะไร ๆ เยอะมาก โดยเฉพาะ วัตรปฏิบัติของหลวงพ่อสุดยอดครับ

 ฟ้า [สมุทรปราการ] [3 ม.ค. 2551 เวลา 17:56 น.] 202.149.24.129
  เห็นแม่ชีที่วัดโดนตบด้วย แม่ชีปากหมา

 ประเสริฐ [กทมฯ] [1 ม.ค. 2551 เวลา 11:39 น.] 202.149.25.225
  ต้องการเข้ามาบวช ศ๊กษาและปฎิบัติธรรมวินัย ตลอดชีวิต ต้องทำอย่างไรบ้างคับ

 ทัด [กทม] [27 ธ.ค. 2550 เวลา 22:01 น.] 202.149.24.161
  หลวงพี่มหาน่ารักคับ

 ธีระ จึงธีรพานิช [สระบุรี] [20 ธ.ค. 2550 เวลา 16:30 น.] 58.147.56.174 ko_teera@yahoo.com
  เป็นวัดที่ดีมากครับ เพิ่งบวชมาแค่สองสัปดาห์ แต่ได้อะไรมากกว่าที่คิด ประสบการณ์การทำวัตร การทำสมาธิ การบิณฑบาตร หลักธรรมคำสอน ยังอยู่ในความทรงจำ ต้องกราบขอบพระคุณหลวงพ่อมาก ท่านเป็นพระผู้ใหญ่ที่น่าเคารพยกย่องมากครับ

 ดร.กรรไชย วัฒนะพานิช [นครราชสีมา] [12 ธ.ค. 2550 เวลา 20:06 น.] 202.149.24.129
  เป็นวัดที่ร่มรื่นดีคับ ผมไปบวชมา 3 เดือนได้อะไรหลายๆอย่าง ต้องขอบพระคุณหลวงพ่อ และทุกคนที่นั่น เป็นความทรงจำที่ดีที่น่าจดจำครับ ขอบพระคุณครับ


 วารินค่ะ [กรุงเทพฯ] [11 ธ.ค. 2550 เวลา 17:25 น.] 202.149.24.129
  นับถือหลวงพี่หน่องค่ะ

 กิตติ [กรุงเทพฯ] [11 ธ.ค. 2550 เวลา 17:20 น.] 202.149.24.177
  ผมได้สนทนาธรรมกับหลวงพี่มหาได้ความรู้มากเลยคับ

 พรนภา เกตุรัตนกุล [กทม.] [4 ธ.ค. 2550 เวลา 17:39 น.] 202.149.24.129 nakata69_th@hotmail.com
  วัดนี้อะไรว่ะ มีแต่พระหล่อๆ

 ดอนเมือง [กทม.] [4 ธ.ค. 2550 เวลา 17:35 น.] 202.149.24.129 o_kab2007@hotmail.com
  วัดนี้ดีสุดๆเลย....การปฏิบัติก็น่าประทับใจ....ใครไปแล้วบอกคำเดียวว่าดี


 มนตรา---ตรีเมฆ---หมู [นนทบุรี] [1 พ.ย. 2550 เวลา 14:53 น.] 58.136.98.13
  สวัสดีครับทุกท่าน---

 โต้ง [ร้อยเฮ็ด] [20 ต.ค. 2550 เวลา 11:46 น.] 125.27.173.81
  อยากไป

 พรทิพย์ ปนสุงเนิน [นครราชสีมา] [30 ก.ย. 2550 เวลา 13:18 น.] 222.123.223.141 thipbox@hotmail.com
  ขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการเข้าปฏิบัติธรรมที่วัดแห่งนี้ค่ะ
พอดีว่าอยากเข้าปฏิบัติธรรมในช่วงปิดภาคเรียน ระหว่างวันที่ 28-30 ต.ค. 50
ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ


 สุขนิรันดร์ ดาวเรือง [นนทบุรี] [27 ก.ย. 2550 เวลา 11:23 น.] 125.25.82.247 jeab@technonpao.com
  วิ่งรถไปตามถนนมิตรภาพ พอเลยมวกเหล็ก ให้ชิดขวาจนมองเห็นหลวงพ่อขาว "พระพุทธสกลสีมามงคล" ให้กลับรถเข้าถนนแถบใน

 ชาญณรงค์ [กรุงเทพมหานคร] [25 ก.ย. 2550 เวลา 08:32 น.] 203.113.0.199 meroo_iro@hotmail.com
  อยากได้แผนที่ของทางวัดนะครับไครพอจะมีบ้างครับ

 มนตรา--ตรีเมฆ--หมู [นนทบุรี] [22 ก.ย. 2550 เวลา 12:24 น.] 58.136.99.241
  สวัสดีครับทุกท่าน

*ชื่อ :
อีเมล :
*จังหวัด :
*ความคิดเห็น :
Security Code
 
หน้าแรก พระพุทธศาสนา ประวัติพระพุทธสาวก หัวข้อธรรม ธรรมปฏิบัติ ศาสนพิธี วันสำคัญทางศาสนา ทศชาติชาดก วิทยุธรรมะไทย
พุทธศาสนสุภาษิต พจนานุกรมพุทธศาสน์ ทำเนียบวัดไทย คลังแสงแห่งธรรม พระพุทธศาสนาในเมืองไทย ข่าวธรรมะ กิจกรรมธรรมะ สมุดเยี่ยม
ธรรมะไทย - dhammathai.org [