|
|
"
เมื่อเรามีหลักอยู่ว่า เราจะบำเพ็ญประโยชน์ให้กับคนทั่วไป
คนที่มาหาเรา
ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะไหนเราก็รับได้ เพราะเราตั้งใจไว้ดี
แต่ถ้าหากเราเกิด
มีอารมณ์โกรธ อารมณ์ขุ่นมัวขึ้นมา เราก็พยายามเก็บมันไว้ภายในไม่ให้ใคร
รับรู้ได้ ในตอนแรก ๆ การเก็บอารมณ์นี้ มันจะกระทำได้ยากอยู่
แต่ถ้หากทำ
เป็นประจำ จนกระทั่งเกิดเป็นความเคยชินแล้ว สิ่งเหล่านั้นก็จะหายไปเอง
" |
--------------------------------------------------------------------------------
เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์
( เกี่ยว อุปเสโณ ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
ท่านมีนามเดิมว่า เกี่ยว
โชคชัย พื้นเพภูมิลำเนา เป็นคนบ้านเฉวง ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย
จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถือกำเนิด เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ.
2471 ตรงกับวันอาทิตย์ แรม 8 ค่ำ เดือน 3 ปีมะโรง โยมบิดา
ชื่อ เลื่อน โชคชัย โยมมารดา ชื่อ ยี โชคชัย มีอาชีพทำสวน
มีฐานะค่อนข้างมั่นคงพอสมควร มีบุตรด้วยกันทั้งสิ้น 6 คน
เด็กชายเกี่ยว โชคชัย เป็นบุตรคนที่ 5 ของครอบครัว ชีวิตในวัยเยาว์ของ
เจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้รับการเลี้ยงดู อย่างทะนุถนอมจากบุพการี
ผู้ให้กำเนิด ได้รับความผาสุกตามสภาพที่พึงจะมี พึงจะเป็น
เฉกเช่นบิดามารดาที่จะมีให้แก่บุตร ด้วยความอบอุ่นร่วมกับพี่
ๆ และ น้องที่เกาะสมุย เมื่อกาลเวลาผ่านไป เด็กชายเกี่ยว
เจริญวัยได้พอสมควรแล้ว จึงได้รับการสนับสนุนให้ศึกษาหาความรู้
ในโรงเรียนประชาบาลประจำหมู่บ้าน ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในตำบลบ่อผุด
นั่นเอง จนกระทั่งเรียนจบชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 ในปี พ.ศ.
2483
ด้วยสติปัญญาและความ ตั้งใจจริง
ในอันที่ จะใฝ่หาความรู้ของเด็กชายเกี่ยว โชคชัย ทำให้ผล
การศึกษาเป็นที่พอใจ ของบิดา มารดา และครู อาจารย์เป็นอย่างมาก
ดังนั้นเมื่อท่านแสดงเจตนา ว่าต้องการจะศึกษาต่อในระดับชั้นที่สูง
ๆ ขึ้น ต่อไปอีก จึงได้รับการสนับสนุน จากบิดา มารดา โดยได้ติดต่อโรงเรียนในตัวเมือง
สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีระดับความรู้ที่สูงกว่า เป็นที่ศึกษาต่อไป
แต่ทว่าคงเป็นด้วยบุญวาสนาบารมีที่เคยกระทำไว้แต่ปางก่อน
แม้ว่าปัจจัยในอันที่จะทำให้เด็กชาย เกี่ยวได้ไปเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกศึกษาในตัวจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีพร้อมแล้ว
แต่ท่านก็ไม่มีโอกาสที่จะใช้ ความพร้อมให้เป็นตามที่ตนตั้งในไว้
คือก่อนที่จะถึงกำหนดวันเดินทางไปศึกษาต่อ เด็กชายเกี่ยว
ก็เกิดมีอาการ ป่วยไข้ขึ้นมาอย่างกระทันหัน แม้จะได้รับการเยียวยา
รักษาให้ตามกำลังความสามารถ แต่อาการป่วยไข้ ก็หาได้ ทุเลาลงไม่
มิหนำซ้ำอาการกลับทรุดหนัก รุนแรงขึ้นทุกขณะ มีอาการหนาวสั่น
และเพ้อเพราะพิษไข้กำเริบ อาการป่วยของเด็กชายเกี่ยว ทำให้บิดา
มารดาเป็นทุกข์เป็นร้อนมาก ถึงกับได้บนบานศาลกล่าวว่า (
บนบวช ) หากเด็กชายเกี่ยวหายจากป่วยไข้ ก็จะให้บวชเป็นเณร
เพื่ออุทิศกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวร เป็นการ ทดแทน ภายหลังจากบนบวช
อาการป่วยของเด็กชายเกี่ยวก็ค่อย ๆ ทุเลา และหายเป็นปกติในที่สุด
บิดา มารดา จึงได้กำหนดวันบวชให้เด็กชายเกี่ยว โชคชัย
เด็กชายเกี่ยว บวชเป็นสามเณร
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2489 ที่วัดสว่างอารมณ์ ตำบลบ่อผุด
อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีอธิการพัฒน์ เจ้าอาวาสวัดภูเขาทองเป็นพระอุปัชฌาย์
โดยท่าน คิดว่าจะบวชแก้บน สัก 7 วัน แล้วก็จะลาสึกไปรับการศึกษาในฝ่ายโลกต่อไป
แต่เมื่อบวชแล้วจิตใจสงบ ร่างกายสบาย เป็นสุข จึงทำให้ท่านไม่คิดจะสึกตามที่กำหนดไว้
ในระยะนี้ โยมบิดา ได้พาสามเณรเกี่ยวไปฝากกับหลวงพ่อพริ้ง
( พระครูอรุณกิจโกศล ) เจ้าอาวาสวัดแจ้ง ซึ่งเป็นที่คุ้นเคย
และเคารพนับถือของครอบครัวโชคชัยมาก่อน ดังนั้นสามเณรเกี่ยวจึงย้ายจากวัดสว่างอารมณ์
มาอยู่ที่วัดแจ้ง
จากการที่ได้รับการอบรมสั่งสอน
จากหลวงพ่อพริ้ง ทำให้สามเณรเกี่ยว เกิดมีความอยากจะเรียนรู้
ศึกษาข้อวัตร ข้อธรรมให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก คือการศึกษานักธรรม
ซึ่งท่านก็ได้ศึกษาสมความปรารถนา และ สามารถสอบผ่านนักธรรมชั้นตรีได้ในปีแรกนั่นเอง
หลวงพ่อพริ้ง เห็นว่าสามเณรเกี่ยว มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด
มีจิตใจใฝ่ในธรรม จึงคิดสนับสนุนให้ ศึกษาทางพระในระดับสูง
จึงได้นำสามเณรเกี่ยวเดินทางไปกรุงเทพฯ โดยฝากฝังกับอาจารย์เกตุ
คณะ 5 วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เพื่อจะให้ศึกษานักธรรม และบาลีควบคู่กันไป
ทว่าต่อจากนั้นไม่นาน ก็เกิดสงครามโลกครั้งที่
2 กรุงเทพมหานคร ถูกเครื่องบิน ทิ้งระเบิดอย่างหนัก หลวงพ่อพริ้งจึงมารับตัวกลับ
และพาไปฝากท่านอาจารย์มหากลั่น ศึกษาต่อที่พุมเรียง อำเภอไชยา
เมื่อสงครามสงบ หลวงพ่อพริ้งจึงพาไปฝากที่วัดสระเกศอีกครั้งหนึ่ง
แต่ท่านอาจารย์เกตุ ได้ลา สิกขาบทไปเสียแล้ว ท่านจึงพาไฟฝากไว้กับ
พระครูปลัดเพียบ ( ซึ่งต่อมาได้รับสมณศักดิ์เป็น พระธรรมเจดีย์
และเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ต่อจากสมเด็จพระสังฆราชอยู่ ญาโณทยมหาเถระ
)
จากที่ได้กล่าวแล้วว่า การเข้ามาอยู่กรุงเทพ
ฯ ของสามเณรเกี่ยว ก็ด้วยเจตนาแห่ง การศึกษาหาความรู้ เพื่อความแตกฉานในพระธรรม
ให้สมกับที่ประกาศตนเป็นผู้ถือพรหมจรรย์ด้วยการบวช เป็นสมณะในพระพุทธศาสนา
ฉะนั้นการที่ได้มาอยู่ในสำนักเรียนที่อุดมพร้อมเพรียงด้วยครูบาอาจารย์ที่รอบรู้
แตกฉานใน พระธรรมวินัย ทั้งโดยฝ่ายปริยัติธรรม และปฎิบัติธรรม
โดยเฉพาะมีโอกาส ได้อยู่ใกล้ชิดกับสมเด็จพระสังฆราช ( อยู่
ญาโณทยมหาเถระ ) และ ท่านเจ้าคุณธรรมเจดีย์ ( เพียบ ) สามเณรเกี่ยว
จึงมุมานะร่ำเรียนวิชาความรู้ ด้วยความมานะพากเพียรอย่างเต็มกำลัง
ความสามารถแห่งสติปัญญา
"
การปฏิบัติตนของอาตมา เป็นที่รู้กันดีในหมู่เพื่อนที่เรียนหนังสือ
ด้วยกันว่า
ตั้งแต่สมัยเป็นเณร จนกระทั่งเป็นพระ มีอุปนิสัยชอบในการเรียนหนังสือ
จนกระทั่ง
ท่านเจ้าคุณธรรมเจดีย์ ท่านถึงกับเรียกว่า นางห้อง ทั้งนี้ก็เพราะว่า
เวลาส่วนใหญ่
ของอาตมาจะอยู่ในห้อง เรียนหนังสือ เพราะถือการเรียนหนังสือเป็นสำคัญ
แล้วก็
ช่วยงานวัด ช่วยงานของสมเด็จพระสังฆราช ช่วยงานของท่านเจ้าคุณธรรมเจดีย์
" |
|