เที่ยว"วัดพิชัยญาติ" ชมภาพสลักสามก๊กหนึ่งเดียวในประเทศ
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 12 กรกฎาคม 2548 15:17 น.
โดย : หนุ่มลูกทุ่ง
|
|
|
อุโบสถวัดพิชัยญาติซึ่งได้รับอิทธิพลจากศิลปะจีน
มองเห็นยอดพระปรางค์อยู่ด้านหลัง |
ฉันเคยได้ยินบางคนเอ่ยบางประโยคขึ้นมาว่า
"หากยังไม่ได้อ่านสามก๊ก อย่าเพิ่งคิดการใหญ่
"
และอีกประโยคคุ้นหูที่ว่า "ผู้ใดอ่านสามก๊กจบสามหน นับว่าคบไม่ได้
"
นั่นก็แสดงว่า หากใครคิดจะทำการใหญ่ ต้องอ่านสามก๊กให้จบหนึ่งรอบขึ้นไป
แต่อย่าอ่านให้ถึงสามรอบล่ะ ไม่อย่างนั้นอาจจะไม่มีคนคบ!!
แต่สำหรับใครที่อยากคบกับฉันแล้วก็ไม่ต้องห่วง สามารถคบได้อย่างสบายใจ
เพราะฉันยังอ่านสามก๊กไม่จบเลยสักรอบหนึ่ง เพียงแต่เคยอ่านในบางตอน
เช่น ตอนจูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊า ซึ่งเป็นบทเรียนวิชาภาษาไทยที่ฉันเคยเรียนเมื่อตอนสมัยหนุ่มๆ
เอ้อ...เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง
 |
|
ภาพสลักหินเรื่องสามก๊กในตอน
"ขงเบ้งดีดพิณลวงสุมาอี้" |
ที่ยกเอาวรรณกรรมเรื่องเยี่ยมของชาวจีนที่ได้รับยกย่องจากคนอ่านทั่วโลกมาพูดถึงในวันนี้
ก็เพราะฉันกำลังจะไปเที่ยว "วัดพิชยญาติการาม" หรือที่ชาวบ้านเรียกกันแบบสะดวกปากว่า
วัดพิชัยญาตินั่นเอง
อ้าว...อย่าเพิ่งงงไปกันใหญ่ เดี๋ยวฉันจะเฉลยให้ฟังว่า สามก๊กกับวัดพิชัยญาติมาเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร
แต่ก่อนอื่น ฉันขอเท้าความย้อนไปถึงเมื่อสมัยแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 3 ก่อน ซึ่งหลายๆ คนคงจะทราบว่า วัดส่วนมากที่สร้างหรือบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นในช่วงนี้
มักจะมีลักษณะรายละเอียดสถาปัตยกรรมที่ออกไปในแนวจีนๆ มากสักหน่อย
เพราะถือเป็นพระราชนิยมของรัชกาลที่ 3
วัดพิชัยญาติก็เช่นเดียวกัน แต่เดิมวัดนี้เป็นวัดร้าง และสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ
หรือสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อยได้บูรณะขึ้นใน พ.ศ.2384 แล้วถวายให้เป็นพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่
3 ส่วนชื่อวัดพิชยญาติการามนี้รัชกาลที่ 4 ทรงตั้งให้ในภายหลัง
 |
|
พระพุทธสิทธารถ
หรือที่ชาวบ้านเรียก
หลวงพ่อสมปรารถนา พระประธานในอุโบสถ |
เมื่อแรกที่เดินผ่านประตูวัดเข้าไป
ก็รู้สึกถึงความเป็นจีนได้ทันทีจากรูปทรงของหลังคาพระอุโบสถ ซึ่งมีลักษณะเหมือนเก๋งจีน
ไม่มีช่อฟ้าใบระกา หน้าบันเป็นลายปูนปั้นรูปมังกรประดับกระเบื้องสี
และด้านหน้าพระอุโบสถก็ยังมีการประดับเสาแบบจีน มีลวดลายมังกรและลายต้นกัลปพฤกษ์แสดงถึงสิ่งที่เป็นสิริมงคล
และที่ขาดไม่ได้คือตุ๊กตาศิลาจีนที่ยืนคุมเชิงอยู่สองข้างประตูทางเข้าโบสถ์
ภายในอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานของพระประธานที่มีนามว่า
"พระสิทธารถ" พระพุทธรูปเก่าแก่สมัยสุโขทัยที่อัญเชิญมาจากเมืองพิษณุโลก
ชาวบ้านนิยมเรียกท่านว่า "หลวงพ่อสมปรารถนา" แสดงว่าน่าจะมีคนที่เคยมากราบขอพรจากท่านแล้วสมหวังกลับไปหลายรายทีเดียว
โดยส่วนตัวแล้ว ฉันชื่นชมวัดในแบบพระราชนิยมของรัชกาลที่ 3 มากทีเดียว
เพราะรู้สึกว่าความเป็นไทยกับความเป็นจีนสามารถผสมกลมกลืนกันได้เป็นอย่างดี
เหมือนกับคนทั้งสองเชื้อชาติที่แตกต่าง แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข
|
|
|
รอบฐานอุโบสถวัดพิชัยญาติ
มีรูปสลักหินเรื่องสามก๊ก
อยู่ทั้งหมด 22 ตอนด้วยกัน |
ทีนี้ก็มาถึงเรื่องสามก๊กที่เกริ่นไว้ในตอนแรกกันบ้าง
ตามปกติแล้ว ถ้าพูดถึงจิตรกรรมฝาผนังหรือภาพสลักหินของวัดในศาสนาพุทธ
เรื่องราวต่างๆ ที่มักจะวาดหรือแกะสลักกันนั้นก็มักจะหนีไม่พ้นเรื่องราวยอดนิยมอย่างพุทธชาดกหรือรามเกียรติ์
อย่างที่เห็นกันในภาพจิตรกรรมฝาผนังของวัดพระแก้ว หรือภาพสลักนูนต่ำที่ระเบียงพระอุโบสถวัดโพธิ์
แต่เมื่อเป็นวัดที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะจีนอย่างวัดพิชัยญาตินี้ แน่นอนว่าเรื่องราวย่อมต้องแตกต่างไป
ซึ่งแทนที่จะเป็นเรื่องของยักษ์กับลิง หรือเรื่องพระเรื่องเจ้าต่างๆ
ก็กลับกลายเป็นเรื่องสามก๊กไปเสียนี่ โดยเป็นภาพสลักหินอยู่ตรงฐานอุโบสถด้านนอก
ระหว่างเสาพาไลแต่ละต้นก็จะมีภาพสลักหินเรื่องสามก๊กนี้อยู่รวมทั้งหมด
22 ภาพ ด้วยกัน
ทั้ง 22 ภาพที่ว่านั้นไม่ได้เป็นเรื่องราวที่ต่อกัน
แต่เป็นการยกเรื่องราวเด่นๆ ในแต่ละตอนมาแกะสลักไว้ อย่างเช่น ตอนขงเบ้งดีดพิณลวงสุมาอี้
ตอนเล่าปี่ กวนอู เตียวหุย สู้รบกับลิโป้ ตอนจูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊า
ตอนกวนอูปล่อยโจโฉ หรือตอนม้าเฉียวแตกทัพโจโฉ เป็นต้น แต่ภาพบางตอนนั้นก็สึกกร่อนไปตามกาลเวลา
ทำให้บอกไม่ได้ว่าเป็นเรื่องราวที่อยู่จากตอนไหนกันแน่
เท่าที่ฉันหาข้อมูลมานั้น ก็ไม่ปรากฏหลักฐานว่าภาพสลักเหล่านี้สร้างขึ้นมาเมื่อไหร่
แต่ก็มีคนสันนิษฐานไว้ว่าน่าจะทำขึ้นทางตอนใต้ของประเทศจีน เรื่องนี้ยังไม่มีใครชี้ชัดได้
แต่ที่แน่ๆก็คือภาพแกะสลักหินเหล่านี้ล้วนมีเรื่องราวที่น่าสนใจชวนให้ชมยิ่งนัก
โดยเฉพาะใครที่ชอบวรรณกรรมเรื่องสามก๊กอยู่แล้วคงจะเดินดูรูปสลักเหล่านี้รอบโบสถ์ได้เพลินทีเดียว
แต่สำหรับฉันผู้ไม่ค่อยสันทัดเกี่ยวกับสามก๊กเท่าไรนักก็อาศัยอ่านป้ายชื่อตอนที่เขาติดเอาไว้
แล้วก็พยายามนึกถึงเนื้อเรื่องเอา นึกได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็เพลินไม่ใช่น้อยกับฝีมือของช่างสลักที่สามารถแกะตัวละครแต่ละตัวให้ดูมีชีวิตชีวาได้
 |
|
พระปรางค์สามยอดสูงใหญ่ในวัดพิชัยญาติ |
นอกจากภาพสลักหินเหล่านี้แล้ว อย่าเพิ่งคิดว่าวัดพิชัยญาติจะมีสิ่งที่น่าสนใจเพียงแค่นั้น
เพราะเมื่อฉันเดินไปทางข้างหลังอุโบสถ ก็ได้พบกับความอลังการที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
นั่นก็คือพระปรางค์ 3 ยอด องค์สูงใหญ่ตั้งตระหง่านเป็นสง่าอยู่นั่นเอง
ที่ฉันบอกว่าเป็นความอลังการที่ซ่อนอยู่นั้น
จริงๆ ก็ไม่ถูกเสียทีเดียวนัก เพราะพระปรางค์ที่ว่ามีขนาดใหญ่มากจนไม่น่าจะถูกซ่อนได้
คือมีความสูง 21 วาเศษ หรือประมาณ 40 กว่าเมตรเลยทีเดียว แม้จะมีความสูงไม่เท่ากับพระปรางค์วัดอรุณ
แต่ก็ได้เปรียบกว่าตรงที่มีสามยอด โดยภายในพระปรางค์องค์ใหญ่ซึ่งอยู่ตรงกลางนั้นประดิษฐานพระพุทธเจ้า
4 พระองค์ไว้ คือพระกกุสันธะพุทธเจ้า พระโกนาคมนะพุทธเจ้า พระกัสสปะพุทธเจ้า
พระโคตมะพุทธเจ้า ประดิษฐานไว้ในลักษณะที่ทั้งสี่องค์นั่งหันหลังชนกันหันหน้าออกไปด้านนอกทั้งสี่ทิศ
 |
|
พระพุทธเจ้า
4 องค์ ประดิษฐานอยู่ในพระปรางค์องค์กลาง |
ส่วนพระปรางค์องค์เล็กทางซ้าย ประดิษฐานพระพุทธเมตเตยยะพุทธเจ้า
หรือพระศรีอาริยเมตไตร ส่วนทางขวาประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองไว้ 4 รอย
ผู้มีจิตศรัทธาส่วนมากก็จะหย่อนเงินลงไปเพื่อร่วมทำบุญกับทางวัด
หลังจากผจญกับแดดที่ร้อนเปรี้ยงๆ มาตลอดทางจนตัวแทบจะสุก แต่พอฉันขึ้นไปบนองค์พระปรางค์ปุ๊บ
อากาศร้อนนั้นก็แทบจะหายไปทันที ทั้งที่แดดยังแรงเท่าเดิม แต่ด้วยร่มเงาของพระปรางค์รวมทั้งลมเย็นๆ
ที่พัดมาตลอดเวลาก็ทำให้ร่างกายผ่อนคลายความร้อนไปได้ และไม่ใช่แค่เพียงร่างกายเท่านั้นที่เย็นลง
เพราะการที่ได้มากราบพระในบรรยากาศเงียบสงบแบบนี้ก็ช่วยให้จิตใจไม่ร้อนไปตามอากาศได้ดีทีเดียว
ใครอยากจะลองมาหาความสงบทั้งกายทั้งใจ และได้มาชมสิ่งที่น่าสนใจทั้งหลายเหมือนฉันละก็
ขอเชิญที่วัดพิชัยญาติแห่งนี้ได้
วัดพิชยญาติการามวรวิหาร ตั้งอยู่ที่
685 ถนนประชาธิปก แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600
เมื่อลงจากสะพานพระปกเกล้าฯ มาแล้วให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสมเด็จเจ้าพระยา
เข้าไปประมาณ 100 เมตร วัดจะอยู่ทางฝั่งขวามือ มีรถเมล์สาย 6 ผ่าน
สนใจสอบถามรายละเอียดโทร. 0-2861-4319, 0-2438-4442
|