หน้าแรก ทำเนียบวัดไทย กรุงเทพมหานคร วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร
วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร
  พระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ ชนิดราชวรมหาวิหาร วัดประจำรัชกาลที่ ๒

   วัดอรุณราชวราราม เป็นวัดโบราณสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เดิมเรียกว่า "วัดมะกอก" ตามชื่อตำบลบางมะกอกซึ่งเป็นตำบลที่ตั้งวัด ภายหลังเปลี่ยนเป็น "วัดมะกอกนอก" เพราะมีวัดสร้างขึ้นใหม่ในตำบลเดียวกันแต่ อยู่ลึกเข้าไปในคลองบางกอกใหญ่ชื่อ "วัดมะกอกใน" ต่อมาใน พ.ศ. ๒๓๑๐ เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมีพระราชประสงค์จะย้ายราชธานีมาตั้ง ณ กรุงธนบุรีจึงเสด็จกรีฑาทัพล่องลงมาทางชลมารคถึงหน้าวัดมะกอกนอกนี้เมื่อเวลารุ่งอรุณพอดี จึงทรงเปลี่ยนชื่อวัดมะกอกนอกเป็น "วัดแจ้ง" เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งนิมิตที่ได้เสด็จมาถึงวัด นี้เมื่อเวลาอรุณรุ่ง

เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดให้ย้ายราชธานีจากกรุงศรีอยุธยามาตั้ง ณ กรุงธนบุรีและได้ทรงสร้างพระราชวังใหม่ มีการขยายเขตพระราชฐาน เป็นเหตุให้วัดแจ้งตั้งอยู่กลาง พระราชวังจึงไม่โปรดให้มีพระสงฆ์จำพรรษา นอกจากนั้นในช่วงเวลาที่กรุงธนบุรีเป็น ราชธานี ถือกันว่าวัดแจ้งเป็นวัดคู่บ้าน คู่เมือง เนื่องจากเป็นวัดที่ประดิษฐาน พระแก้วมรกตและพระบาง ซึ่งสมเด็จ พระยามหากษัตริย์ศึก (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) ได้ อัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญ ๒ องค์นี้มาจากลาวในคราวที่เสด็จตีเมืองเวียงจันทร์ ได้ในปี พ.ศ. ๒๓๒๒โดยโปรดให้อัญเชิญ พระแก้วมรกตและพระบางขึ้นประดิษฐาน

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช รัชกาลที่ ๑ เสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติ ได้โปรดให้สร้างพระนครใหม่ฝั่งตะวันออก ของแม่น้ำเจ้าพระยา และรื้อกำแพงพระราชวังกรุงธนบุรีออก วัดแจ้งจึงไม่ได้อยู่ในเขตพระราชวังอีกต่อไป พระองค์จึงโปรดให้วัดแจ้งเป็นวัดที่มี พระสงฆ์จำพรรษาอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนั้นพระองค์ทรงมอบหมายให้สมเด็จ พระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร (ร. ๒) เป็นผู้ดำเนินการปฏิสังขรณ์วัดแจ้ง ไว้ในมณฑป และมีการสมโภชใหญ่ ๗ คืน ๗ วัน(ในปี พ.ศ. ๒๓๒๗ พระแก้วมรกตได้ย้ายมาประดิษฐาน ณ วัด พระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมหาราชวัง ส่วนพระบางนั้นสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้โปรด พระราชทานคืนไปนครเวียงจันทร์) แต่สำเร็จเพียงแค่กุฎีสงฆ์ก็สิ้นรัชกาลที่ ๑ ใน พ.ศ. ๒๓๕๒ เสียก่อน

ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ พระองค์ทรงดำเนินการปฏิสังขรณ์ต่อจนเสร็จ ทั้งได้ทรงปั้นหุ่นพระพุทธรูปด้วยฝีพระหัตถ์ และโปรดให้หล่อขึ้นประดิษฐานเป็นพระประธาน ในพระอุโบสถ และโปรดให้มีมหรสพสมโภชฉลองวัดในปี พ.ศ. ๒๓๖๓ แล้วโปรดพระราชทาน พระนามวัดว่า "วัดอรุณราชธาราม"

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ได้ทรงปฏิสังขรณ์วัดอรุณฯ ใหม่หมดทั้งวัด พร้อมทั้งโปรดให้ลงมือก่อสร้างพระปรางค์ตามแบบที่ทรงคิดขึ้น จนสำเร็จเป็นพระเจดีย์สูง ๑ เส้น ๑๓ วา ๑ ศอก ๑ คืบ กับ ๑ นิ้ว ฐานกลมวัดโดยรอบได้ ๕ เส้น ๓๗ วา ซึ่งการก่อสร้างและปฏิสังขรณ์สิ่งต่าง ๆ ภายในวัดอรุณฯ นี้สำเร็จลงแล้ว แต่ยังไม่ทันมีงานฉลองก็สิ้นรัชกาลที่ ๓ ในปี พ.ศ. ๒๓๙๔

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ เสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติ พระองค์ได้โปรดให้สร้างและปฏิสังขรณ์ สิ่งต่าง ๆ ในวัดอรุณฯ เพิ่มเติมอีกหลายอย่าง ทั้งยังได้อัญเชิญพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มาบรรจุไว้ที่พระพุทธอาสน์ของ พระประธานในพระอุโบสถที่พระองค์ ทรงพระราชทานนามว่า "พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก" และเมื่อได้ทรงปฏิสังขรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้พระราชทานนาม วัดเสียใหม่ว่า "วัดอรุณราชวราราม" ดังที่เรียกกันมาจนถึงปัจจุบัน

ครั้นถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เกิดเพลิงไหม้พระอุโบสถ จึงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์พระอุโบสถใหม่เกือบทั้งหมด โดยได้โปรดให้กรมหมื่นปราบปรปักษ์เป็นแม่กองในการบูรณะ และโปรดเกล้าฯให้นำเงิน ที่เหลือจากการบริจาคของพระบรมวงศานุวงศ์ไปสร้างโรงเรียนตรงบริเวณกุฎีเก่า ด้านเหนือ ซึ่งชำรุดไม่มีพระสงฆ์อยู่เป็นตึกใหญ่แล้วพระราชทานนามว่า "โรงเรียนทวีธาภิเศก" นอกจากนั้นยังได้โปรดให้พระยาราชสงครามเป็นนายงานอำนวยการปฏิสังขรณ์พระปรางค์ องค์ใหญ่ และเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงโปรดให้มีการฉลองใหญ่รวม ๓ งานพร้อมกันเป็นเวลา ๙ วัน คือ งานฉลองพระไชยนวรัฐ งานบำเพ็ญพระราชกุศลพระชนมายุสมมงคล คือ มีพระชนมายุเสมอพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และ งานฉลองพระปรางค์ ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ มีการบูรณะปฏิสังขรณ์หลายอย่าง โดยเฉพาะพระปรางค์วัดอรุณฯ ได้รับการปฏิสังขรณ์ เป็นการใหญ่มีการประกอบพิธีบวงสรวงก่อนเริ่มการบูรณะพระปรางค์ใน วันพุธที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๑๐ และการบูรณะก็สำเร็จด้วยดีดังเห็นเป็นสง่างามอยู่จนทุกวันนี้


พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

วัดประจำรัชกาลที่ ๒ 
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร

วัดประจำรัชกาลที่ ๒ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  คือ “วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร” หรือ “วัดแจ้ง”  เมื่อครั้งที่พระองค์ท่านดำรงตำแหน่งเป็นวังหน้าในรัชกาลที่ ๑  ที่ประทับของท่านจะอยู่ที่พระราชวังเดิม ฝั่งธนบุรี และวัดที่อยู่ใกล้กับ พระราชวังเดิมที่สุดก็คือวัดอรุณราชวราราม พระองค์ท่านจึงได้โปรดเกล้าฯ  ให้มีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดอรุณฯ และยังได้ทรงลงมือปั้นหุ่นพระพักตร์ ‘พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก’  พระประธานในพระอุโบสถ ด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เองอีกด้วย  และเมื่อพระองค์ท่านทรงเสด็จสวรรคต พระบรมอัฐิของพระองค์ ก็ถูกนำมาประดิษฐานไว้ที่พระอุโบสถวัดอรุณราชวรารามแห่งนี้

วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร เป็นวัดโบราณเก่าแก่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา  ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา  ไม่พบหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้างวัดในสมัยโบราณ  ตามหลักฐานเท่าที่ปรากฏมีเพียงว่า เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา  มีมาก่อนรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พุทธศักราช ๒๑๙๙-๒๒๓๑)  เพราะมีแผนที่เมืองธนบุรีซึ่งเรือเอก เดอ ฟอร์บัง (Claude de Forbin)  กับนายช่าง เดอ ลามาร์ (de Lamare) ชาวฝรั่งเศส ทำขึ้นไว้เป็นหลักฐานในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  อีกทั้งวัดแห่งนี้ยังมีพระอุโบสถและพระวิหารของเก่าที่ตั้งอยู่ ณ  บริเวณหน้าพระปรางค์ ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือช่างสมัยกรุงศรีอยุธยา

มูลเหตุที่เรียกชื่อวัดนี้แต่เดิมว่า “วัดมะกอก” นั้น ตามทางสันนิษฐานเข้าใจว่า คงจะเรียกคล้อยตามชื่อตำบลที่ตั้งวัด ซึ่งสมัยนั้นมีชื่อว่า ‘ตำบลบางมะกอก’  (เมื่อนำมาเรียกรวมกับคำว่า ‘วัด’ ในตอนแรกๆ คงเรียกว่า ‘วัดบางมะกอก’ ภายหลังเสียงหดลงคงเรียกสั้นๆ ว่า ‘วัดมะกอก’) ตามคติเรียกชื่อวัดของไทยสมัยโบราณ  เพราะชื่อวัดที่แท้จริงมักจะไม่มี จึงเรียกชื่อวัดตามชื่อตำบลที่ตั้ง  ต่อมาเมื่อได้มีการสร้างวัดขึ้นใหม่อีกวัดหนึ่งในตำบลเดียวกันนี้  แต่อยู่ลึกเข้าไปในคลองบางกอกใหญ่ ชาวบ้านเรียกชื่อวัดที่สร้างใหม่ ว่า “วัดมะกอกใน” (ในปัจจุบันคือ วัดนวลนรดิศวรวิหาร)  แล้วเลยเรียก ‘วัดมะกอก’ เดิมซึ่งอยู่ตอนปากคลองบางกอกใหญ่ ว่า “วัดมะกอกนอก” เพื่อให้ทราบว่าเป็นคนละวัด

ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๓๑๐ เมื่อ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  หรือสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงมีพระราชประสงค์จะย้ายราชธานี มาตั้ง ณ กรุงธนบุรี จึงเสด็จกรีฑาทัพล่องลงมาทางชลมารคถึงหน้า  ‘วัดมะกอกนอก’ แห่งนี้เมื่อเวลารุ่งอรุณพอดี จึงทรงเปลี่ยนชื่อวัดมะกอกนอก  เป็น ‘วัดแจ้ง’ เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงการได้เสด็จมาถึงวัดนี้เมื่อเวลาอรุณรุ่ง

เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดให้ย้ายราชธานีจากกรุงศรีอยุธยา มาตั้ง ณ กรุงธนบุรี ในปี พ.ศ.๒๓๑๑ และได้ทรงสร้างพระราชวังใหม่  มีการขยายเขตพระราชฐาน เป็นเหตุให้วัดแจ้งตกเข้ามาอยู่กลางพระราชวัง จึงโปรดไม่ให้มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษา  การที่เอาวัดแจ้งเป็นวัดภายในพระราชวังนั้น  คงจะทรงถือแบบอย่างพระราชวังในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่มีวัดพระศรีสรรเพชญ์อยู่ในพระราชวัง  การปฏิสังขรณ์วัดเท่าที่ปรากฏอยู่ตามหลักฐานในพระราชพงศาวดาร ก็คือ ปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ และพระวิหารหลังเก่าที่อยู่หน้าพระปรางค์ กับโปรดให้สร้างกำแพงพระราชวังโอบล้อมวัด  เพื่อให้สมกับที่เป็นวัดภายในพระราชวัง แต่ไม่ปรากฏรายการว่า  ได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์หรือก่อสร้างสิ่งใดขึ้นบ้าง

ในสมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานี ถือกันว่าวัดแจ้งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง เนื่องจากเป็นวัดที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตและพระบาง  ซึ่ง สมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก  (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑)  ไปตีเมืองเวียงจันทน์ได้ในปีกุน เอกศก จุลศักราช ๑๑๔๑ (พ.ศ.๒๓๒๒)  แล้วอัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญ ๒ องค์คือ พระแก้วมรกตและพระบาง  ลงมากรุงธนบุรีด้วย และมีการสมโภชเป็นเวลา ๒ เดือน ๑๒ วัน  จนกระทั่งถึงวันวิสาขปุณณมี วันเพ็ญกลางเดือน ๖ ปีชวด โทศก  จุลศักราช ๑๑๔๒ (พุทธศักราช ๒๓๒๓) โปรดเกล้าฯ  ให้อัญเชิญพระแก้วมรกตและพระบางขึ้นประดิษฐานไว้ในมณฑป  ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังพระอุโบสถเก่าและพระวิหารเก่า หน้าพระปรางค์  อยู่ในระยะกึ่งกลางพอดี มีการจัดงานสมโภชใหญ่ ๗ คืน ๗ วันด้วยกัน

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑  เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ได้โปรดให้สร้างพระนครใหม่ข้างฝั่งตะวันออก ของแม่น้ำเจ้าพระยา และรื้อกำแพงพระราชวังกรุงธนบุรีออก  ด้วยเหตุนี้วัดแจ้งจึงไม่ได้อยู่ในเขตพระราชวังอีกต่อไป  พระองค์จึงโปรดให้วัดแจ้งเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาอีกครั้งหนึ่ง  โดยนิมนต์ พระโพธิวงศาจารย์ จากวัดบางหญ้าใหญ่  (วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ) มาครองวัด พร้อมทั้ง พระศรีสมโพธิและพระภิกษุสงฆ์จำนวนหนึ่งมาเป็นพระอันดับ

นอกจากนั้นพระองค์ทรงมอบหมายให้ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร (รัชกาลที่ ๒)  เป็นผู้ดำเนินการปฏิสังขรณ์วัดแจ้ง  แต่การปฏิสังขรณ์คงสำเร็จเพียงกุฏิสงฆ์ ส่วนพระอุโบสถและพระวิหาร ยังไม่ทันแล้วเสร็จ ก็พอดีสิ้นรัชกาลที่ ๑ ในปี พ.ศ.๒๓๕๒ เสียก่อน (เมื่อปี พ.ศ.๒๓๒๗ พระแก้วมรกตได้ย้ายมาประดิษฐาน  ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง  ส่วนพระบางนั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  ได้โปรดพระราชทานคืนไปยังนครเวียงจันทร์ ประเทศลาว)

ต่อมาในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  รัชกาลที่ ๒ พระองค์ทรงดำเนินการปฏิสังขรณ์ต่อจนเสร็จ  มีการจัดงานสมโภชใหญ่ถึง ๗ วัน ๗ คืน  แล้วโปรดพระราชทานพระนามวัดว่า ‘วัดอรุณราชธาราม’

ส่วนยอดสุดขององค์พระปรางค์ใหญ่ เป็น ‘ยอดนภศูล’ ครอบด้วยมงกุฎปิดทองอีกชั้นหนึ่ง

ในสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓  ได้ทรงปฏิสังขรณ์วัดอรุณฯ ใหม่หมดทั้งวัด พร้อมทั้งโปรด ให้ลงมือก่อสร้างพระปรางค์ตามแบบที่ทรงคิดขึ้นด้วย  ซึ่งการก่อสร้างและปฏิสังขรณ์สิ่งต่างๆ ภายในวัดอรุณฯ นี้สำเร็จลงแล้ว  แต่ยังไม่ทันมีงานฉลองก็สิ้นรัชกาลที่ ๓ ในปี พ.ศ.๒๓๙๔

เมื่อ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔  เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ในปี พ.ศ.๒๓๙๔ พระองค์ได้โปรดให้สร้างและปฏิสังขรณ์สิ่งต่างๆ ในวัดอรุณฯ  เพิ่มเติมอีกหลายอย่าง อีกทั้งยังได้อัญเชิญ พระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  มาบรรจุไว้ที่ พระพุทธอาสน์ของพระประธานในพระอุโบสถ  ที่พระองค์ทรงพระราชทานนามว่า ‘พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก’  และเมื่อได้ทรงปฏิสังขรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว  จึงได้พระราชทานนามวัดเสียใหม่ว่า  ‘วัดอรุณราชวราราม’ ดังที่เรียกกันมาจนถึงปัจจุบัน

** สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ข้อมูลวัด
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา
เลขที่ ๓๔ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงวัดอรุณ
เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๖๐๐
โทร. ๐๒-๔๖๖-๓๑๖๗, ๐๒-๔๖๕-๗๗๔๐, ๐๒-๔๖๒-๓๗๖๒
ความสำคัญ : พระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร ๑ ใน ๖ ของไทย และวัดประจำรัชกาลที่ ๒
สังกัดคณะสงฆ์ : มหานิกาย
เว็บไซต์วัด : คลิ๊กดูเว็บไซต์วัด
ข้อมูลภาษาอังกฤษ : English
แผนที่วัด : คลิ๊กดูแผนที่

กลับสู่หน้าวัดไทย
[ จำนวนคนอ่าน คน ]
• โครงการทำบุญถังน้ำ
• ร่วมเป็นเจ้าภาพเททองหล่อพระ หลวงพ่อขาว วัดไผ่เหลือง บางบัวทอง
• ขอเชิญร่วมธรรมจาริก แสวงบุญ(ครั้งที่ ๒) ณ ดินแดนบุญถิ่นล้านนา ทางภาคเหนือ (อิ่มบุญ-อิ่มใจ) เพิ่มศิริมงคลรับปีมังกฏ
• ขอเชิญร่วมธรรมจาริก แสวงบุญ(ครั้งที่ ๒) ณ ดินแดนบุญถิ่นล้านนา ทางภาคเหนือ (อิ่มบุญ-อิ่มใจ) เพิ่มศิริมงคลรับปีมังกฏ
• มาฆปูรมีศรีปราจีน ๒๕๕๕ ครั้งที่ ๒๖ (๒๙ ก.พ- ๘ มี.ค ๒๕๕๕)
• ประธานกล่าวเปิดงาน ปิดทอง วัดสบู ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ นายยกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย
• หลวงพ่อเมตตาใหญ่ ในอุโบสถ วัดสบู
• (ขออนุญาติยกกระทู้เก่ามาบอกบุญกันอีกรอบครับ-ใกล้เข้ามาเเล้วครับกับงานบุญสร้างพระประธานองค์ใหญ่ ณ.วัดป่าโคกอาหงวน
• อนุโมทนา ขอบคุณ ที่มาร่วมบุญ
• เชิญร่วมมหากุศล ซื้อที่ดินสร้างวัด
• บ้านอารีย์เชิญร่วมฟังธรรมจาก พระครูสังฆกิจพิมล (พระอาจารย์สุรศักดิ์ สุรญาโณ) จากวัดชลประทานรังสฤษฎ์ จ. นนทบุรี
• ขอเชิญร่วมพิมพ์หนังสือคติธรรมของพระราชภาวนาพินิจหรือหลวงพ่อสนธิืแจกจ่ายเป็นธรรมทานสร้างบุญ บารม
• ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างลานปฎิบัติธรรมพระพุทธเมตตาอุดมทรัพย์ (ปางลีลา)
• ปฏิบัติธรรม แบบเจโตวิมุติ 3-5 กุมภาพันธ์ 2555 ณ ปัณฑิตารมย์ พัทยา
• ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพ โครงการ “ผ้าป่ากองทุนบุญที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯ”
• ขอยกกระทู้เก่าขอเชิญร่วมสร้างพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ จ.ร้อยเอ็ดมาลงอีกครั้ง นามว่า “พระเจดีย์เทวธรรม”
• (ด่วนก่อนเต็ม)ขอเชิญร่วมธรรมจาริก แสวงบุญ(ครั้งที่ ๒) ณ ดินแดนบุญถิ่นล้านนา ทางภาคเหนือ (อิ่มบุญ-อิ่มใจ) ทำบุญ..ไหว้พระ...เพิ่มศิริมงคลรับปีมังกร
• ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพจัดซื้อคอมพิวเตอร์ผลิตสื่อเผยแผ่ธรรม
• ขอเชิญท่านผู้ใจบุญร่วมบริจาคเงินสร้างเมรุ ณ วัดป่าเกษมคงคาราม
• เชิญร่วมกราบนมัสการ และฟังธรรม จากพระอาจารย์มานพ อุปสโม ณ บ้านอารีย์

  บอกบุญ ~ ประชาสัมพันธ์

• ไอศครีมพีนัทบริการรับเลี้ยงไอศครีมที่ถูกกฎพระสงฆ์ค่ะล่าสุดได้ร่วมจัดเลี้ยงในงานพระธุดงค์ธรรมชัย________________________________________
• โครงการทำบุญต้นไม้ฟื้นฟูพุทธมณฑล
• มาฆปูรมีศรีปราจีน ๒๕๕๕ ครั้งที่ ๒๖ (๒๙ ก.พ- ๘ มี.ค ๒๕๕๕)
• สุขใจด้วยธรรมะ สุขกายด้วยน้ำผลไม้อินทรา
• ขอเชิญท่านผู้ใจบุญร่วมบริจาคเงินสร้างเมรุ ณ วัดป่าเกษมคงคาราม
• ขอเชิญร่วมบุญใหญ่..ร่วมสร้างฐานองค์พระประธาน..เพื่อความมั่นคงในครอบครัว....ฐานอาชีพ...ฐานชีวิต..เเละฐานเเห่งพระพุทธศาสนา
• ขอเชิญร่วมงานหล่อพระพุทธสุนันทปรมาภิมงคล ณ อาคารปฏิบัติธรรมพระอาจารย์มิตซูโอะ กรุงเทพฯ
• ขอเชิญร่วมพิมพ์หนังสือคติธรรมของพระราชภาวนาพินิจหรือหลวงพ่อสนธิืแจกจ่ายเป็นธรรมทานสร้างบุญ บารมี
• ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างลานปฎิบัติธรรมพระพุทธเมตตาอุดมทรัพย์ (ปางลีลา)
• โปรแกรมสมาธิบำบัด ฝึกได้ด้วยตนเอง
• พระไตรปิฎกภาษาไทย พุทธศักราช 2549 ฉบับเฉลิมพระเกียรติ-โดยมหาเถรสมาคมเผยแพร่
• พระธุดงค์ธรรมชัย ณ วัดปากน้ำภาษีเจริญ 22 ม.ค.55
• (ด่วนก่อนเต็ม)ขอเชิญร่วมธรรมจาริก แสวงบุญ(ครั้งที่ ๒) ณ ดินแดนบุญถิ่นล้านนา ทางภาคเหนือ (อิ่มบุญ-อิ่มใจ) ทำบุญ..ไหว้พระ...เพิ่มศิริมงคลรับปีมังกร
• ถวายสังฆทาน 286 วัด 4 จังหวัดชายแดนใต้ 21 ม.ค.55
• รายงานความคืบหน้าในการฟื้นฟูพุทธมณฑลจาก Voice TV
• โอกาสทองของสาธุชนมาถึงแล้วที่จะได้พบพระสุปะฏิปันโน ซึ่งมิใช่จะพบเห็นได้โดยง่าย
• ศูนย์เผยแผ่ธรรมะออนไลน์กัณฑกะ ตอนการแบ่งพระสรีระพระพุทธเจ้า
• ศูนย์เผยแผ่ธรรมะออนไลน์กัณฑกะ ตอนอปริหานิยธรรม
• พุทธศาสตร์...ศาสตร์แห่งความสุข
• "ตามรอยธุดงค์ธรรมชัย ไป จ.นครปฐม"

  กระทู้ธรรมะไทย

สิ่งนี้เยี่มยอดมาก

----------------------- [เชียงใหม่] ส่งเมล์ถึง ----------------------- [ 5 ธ.ค. 2554 เวลา 12:49 น. ]

น่าไปท่องเที่ยว

pattiya [ระยอง] ส่งเมล์ถึง pattiya [ 10 ก.ย. 2554 เวลา 20:20 น. ]

สวยมาก

คน่ารัก [นครศรีธรรมราช] [ 7 ก.ย. 2554 เวลา 19:15 น. ]

วัดสวยมาก ขอบคุณที่ให้ความรู้คะ

jaijai [กรุงเทพมหานคร] ส่งเมล์ถึง jaijai [ 12 ส.ค. 2554 เวลา 13:05 น. ]

ขอฝากประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ธรรมะค่ะ www.siammelodies.com

สยามเมโลดี้ [กรุงเทพ] ส่งเมล์ถึง สยามเมโลดี้ [ 21 ก.ค. 2554 เวลา 08:53 น. ]

ขออนุญาตนำเสนอ === เก้าอี้ ทำบุญเข้าวัด ===
**ขายส่ง** โต๊ะเก้าอี้Superware ซึ่งเป็นสินค้าที่นิยมกันมาก
** สั่งซื้อเก้าอี้พลาสติก 100 ตัวขึ้นไป สกรีนฟรี **
{{ซื้อของราคาถูก ไม่มีคุณภาพ ใช้งานได้น้อย ไม่คุ้มค่า ใครๆ ก็ต้องกลับมาซื้อของ Superware ทนคุ้มค่า มีคุณคุณภาพ }}
**โต๊ะเก้าอี้ Superware สะดวกในการใช้งาน นำบริจาค/ทำบุญตามวัด/โรงเรียนต่าง ๆ พร้อมพิมพ์ชื่อฟรี ได้ทั้งบุญและเห็นทั้งของและงานประมูลตามราชการ, บริษัทต่างๆ (เก้าอี้พลาสติก คุ้มค่า ทนทาน เนื้อหนา แข็งแรง ทนแดด ทนฝน มองหายี่ห้อSuperware เป็นสินค้าที่ได้รับ ISO 9002 คุณภาพมาตรฐาน เชื่อถือได้)
เชิญดูได้ที่..http://www.s-sirithaitrading.com E-mail : s-sirithaitrading@hotmail.com
http://www.ilovemyshopping.com/th/?grace1999
http://www.tarad.com/s_sirithai_trading/
http://www.pantipmarket.com/mall/ssirithaitrading/?node=showroom

***3011097946 เลขทะเบียนการค้า ...ซื้อสินค้าทุกชิ้น ได้รับของชัวร์ 100 %
**สนใจสั่งซื้อได้ที่ บริษัท ส.ศิริไทยเทรดดิ้ง จำกัด (ตัวแทนจำหน่วยเฟอร์นิเจอร์สินค้าโต๊ะเก้าอี้พลาสติก Superware)เป็นเวลานานกว่า 20 ปี
** คุณสราวุธ โทร. 081-6385473 /081-774-4332 / 02-8708424 / Fax.02-8708425
ราคา : ขายส่ง คุณภาพทนทาน คุ้มค่า บาท

การจัดส่ง...ตามข้อตกลง / ทั่วกรุงเทพฯ /ตามปริมณฑล
ต่างจังหวัด...จัดส่งที่...ขนส่ง ทางลูกค้าต้องชำระค่าขนส่งเอง

ชำระเงิน - ชำระเงินก่อน 50% ชำระส่วนที่เหลือ เมื่อของถึงมือลูกค้าตามข้อตกลง/ทั่วกรุงเทพฯ /ตามปริมณฑล
ส่วนต่างจังหวัด...ชำระตามข้อตกลง โดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร




สราวุธ [กทม] ส่งเมล์ถึง สราวุธ [ 1 มิ.ย. 2554 เวลา 09:58 น. ]

รัก m จาก n

n... [กรุงเทพมหานคร] ส่งเมล์ถึง n... [ 24 พ.ค. 2554 เวลา 21:07 น. ]

นี่แหละความรู่ค่ะ

เกว จาก kiss me five จริงๆเลยจ้า [กรุงเทพจ้า] [ 24 พ.ค. 2554 เวลา 21:04 น. ]

สวยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ฟ้า [สิงห์บุรี] ส่งเมล์ถึง ฟ้า [ 6 พ.ค. 2554 เวลา 14:33 น. ]

สวยมาก

รัวนร่ [on,v,y] [ 5 เม.ย. 2554 เวลา 11:24 น. ]


ความคิดเห็นเพิ่มเติม-คำแนะนำ
ข้อความ * :
โดย * :
E-mail :
จังหวัด * :
รหัสความปลอดภัย
 


Javascript DHTML Image Web Scroller Powered by dhtml-menu-builder.com
หน้าแรก ชมรมธรรมะไทย ทีมงานธรรมะไทย แผนผังเว็บไซต์ ค้นหาข้อมูล ติดต่อธรรมะไทย สมุดเยี่ยม บอร์ดบอกบุญ
คลังแสงแห่งธรรม พระพุทธศาสนาในเมืองไทย ข่าวธรรมะ ธรรมะในสวน ธรรมะกับเยาวชน ศูนย์รวมภาพ สถานปฏิบัติธรรม
เพลงธรรมะ เสียงธรรม DhammaTube พุทธศาสนสุภาษิต พจนานุกรมพุทธศาสน์ ทำเนียบวัดไทย กวีธรรมะ สนทนาธรรม
พระพุทธศาสนา  พระพุทธเจ้า ประวัติพระพุทธสาวก หัวข้อธรรม ธรรมปฏิบัติ ศาสนพิธี วันสำคัญทางศาสนา ทศชาติชาดก
นิทานชาดก  มงคล ๓๘ ประการ  มิลินทปัญหา  นิทานธรรมะบันเทิง  ธรรมะจากหลวงพ่อ  กรรม   การเผยแผ่ศาสนา
มูลนิธิรัศมีแห่งธรรม Jirung Group
© ธรรมะไทย