กิจกรรมธรรมะในสวน
 
 
หน้าแรก กรรม เรื่องที่ 44
Search By Google
บุพกรรมของพระสีวลี
หนูนิด


บุพกรรมของพระสีวลี

พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ยกย่องพระสีวลีเถรเจ้าด้วยพระวาจาว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้เป็นสาวกของเราตถาคต พระสีวลีเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยลาภ” และตามคัมภีร์มโนรถปูรณี ในเรื่องของพระสีวลีก็ได้กล่าวไว้ว่ายกเว้นแต่พระตถาคตเจ้าแล้ว ไม่มีผู้ใดเลิศด้วยลาภเหมือนพระสีวลีเถรเจ้า

ในอดีตชาติ (ครั้งพุทธกาลแห่งพระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้า) มีกุลบุตรผู้หนึ่งได้เกิดในบ้านเล็ก ๆ ตำบลหนึ่งใกล้เมืองพันธุมดี ในสมัยนั้นชาวเมืองกับพระราชาได้จัดการถวายทานแด่พระวิปัสสีพระพุทธเจ้าเป็นการแข่งขัน วันหนึ่งพวกชาวเมืองเตรียมจะกวายทานก็ได้พบว่าในทางของพวกตนนั้นขาดน้ำผึ้งและเนยแข็ง จึงได้จัดคนส่งออกไปหาน้ำผึ้งกับเนยแข็ง โดยคอยดักดูผู้คนจากชนบทที่เดินทางเข้าเมืองว่าผู้ใดมีสิ่งที่พวกตนต้องการบ้าง

บังเอิญวันนั้นกุลบุตร (คือพระสีวลีในชาติต่อมา) ก็จะเดินทางเข้าเมือง โดยนำกระบอกเนยแข็งมาด้วยหมายจะแลกสิ่งของในเมือง แต่ระหว่างทางก่อนจะเข้าเมือง ในที่นั้นได้พบรวงผึ้งรวมหนึ่งโตขนาดงอนไถ เมื่อเดินทางเข้าสู่เมือง ชาวเมืองจึงได้ขอซื้อในราคาถึงหนึ่งพันมหาปนะ ซึ่งทำความแปลกใจให้กุลบุตรเป็นอย่างมาก เพราะลำพังเนยแข็งกับน้ำผึ้งไม่ใช่ของมีราคาเพียงนี้ จึงทำเป็นไม่ขาย เพื่อใคร่รู้ราคาที่แท้จริง ชาวเมืองเกรงจะแพ้พระราชา จึงขึ้นราคาให้ถึงสองพันมหาปนะ

พอรู้ว่าจะไปถวายทานแด่พระวิปัสสีพระพุทธเจ้า ก็เกิดความคิดว่า ตนเองมีสิ่งของที่เป็นของสำคัญในการถวายทาน ก็ควรจะเป็นผู้ถวายทานครั้งนี้ด้วย จึงบอกกับชาวเมืองว่าตนไม่ขายแล้ว แต่จะขอร่วมถวายทานด้วยมือของตน ครั้นถวาย เมื่อพระวิปัสสีพระพุทธเจ้า ทรงรับทานของกุลบุตรแล้วก็อธิษฐานว่า อย่าให้น้ำผึ้งของกุลบุตรหมดไปจนกว่ากุลบุตรจะได้ถวายทานแด่พระภิกษุสงฆ์ครบทุกองค์ ซึ่งทำให้กุลบุตรได้ใส่บาตรด้วยน้ำผึ้งครบทุกองค์ และได้ขอพรจากพระวิปัสสีพระพุทธเจ้าว่า

“ด้วยผลแห่งกุศลที่ตนได้กระทำ ขอให้ตนเองเป็นผู้เลิศด้วยลาภเถิด” พระองค์ก็ทรงอนุโมทนาให้ ต่อมากุลบุตรนั้นก็ได้สร้างกุศลอยู่เสมอจนสิ้นชีวิต


ครั้นในชาติต่อมาคือในสมัยพระโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรานี้ กุลบุตรนั้นถือปฏิสนธิในพระครรภ์ของพระนางสุปปวาสาธิดาแห่งโกลิยวงศ์ พระนางต้องทรงพระครรภ์ถึง 7 ปี 7 เดือน มิได้ประสูตรพระกุมาร พระนางต้องได้รับทุกขเวทนาในการเจ็บพระครรภ์เป็นอย่างมาก พระนางจึงให้พระสวามีไปกราบถวายบังคมพระศาสดา พระองค์ก็ทรงตรัสประทานพรให้ว่า “พระนางสุปปวาสา ผู้เป็นพระราชธิดาของพระเจ้ากรุเทวทหะ จงเป็นหญิงมีความสุขปราศจากโรคาพยาธิ ประสูติพระราชบุตรผู้หาโรคมิได้เถิด”

ครั้งครบ 7 วันแล้วก็ทรงประสูติได้อย่างง่ายดายเปรียบประดุจน้ำไหลออกมาจากหม้อ ด้วยอำนาจแห่งพุทธานุภาพ และในระหว่างที่พระนางทรงครรภ์อยู่นั้น ก็บริบูรณ์ไปด้วยลาภสักการะ ด้วยมีผู้นำมาถวายทั้งเช้าและเย็น พระนางทรงใช้สอยไปอย่างๆก็ไม่รู้จักพร่อง ทั้งนี้เป็นด้วยอำนาจของบุญกุศลของบุตรที่อยู่ในครรภ์ อันเนื่องมาจากศุภนิมิตอันเป็นมงคลนี้พระญาติทั้งหลายจึงได้ถวายพระนามพระโอรสของพระนางว่า
“สิวลีราชกุมาร



เนื่องจากพระสีวลีราชกุมาต้องอยู่ในครรภ์ถึง 7 ปี 7 เดือน 7 วัน พอประสูติออกมาจึงมีความรู้มาก ในวันที่เจ็ดพระสารีบุตรได้สนทนากับพระสีวลี พระนางสุปปวาสาเห็นพระโอรสประสูติได้เจ็ดวันก็พูดได้ก็ถามพระสารีบุตรว่า พระสีวลีกล่าวว่าอย่างไร พระสารีบุตรตอบว่า พระสีวลีบอกถึงการระลึกถึงทุกข์ที่อยู่ในครรภ์ตลอดมา ถ้าหากได้รับอนุญาตให้บรรพชาก็จะขอบรรพชา พระนางก็ทรงอนุญาต

ขณะเมื่อบรรพชาพระสารีบุตรได้สอนให้พระสีวลีพิจารณาถึงทุกข์ที่อยู่ในครรภ์ โดยให้พิจารณาเป็นทุกข์ลักษณะขึ้น ครั้นในขณะที่จรดมีดโกนเพื่อปลงผมในครั้งแรกนั้น พระสีวลีก็ได้สำเร็จโสดาปัตติผล เวลาจรดมีดลงในครั้งที่สองก็ได้สกิทาคามิผล และได้อนาคามิผลในเวลาโกนผมเสร็จ คือพอหมดศีรษะก็สำเร็จเป็นพระอรหันต์ขีณาสพ

นับแต่พระสีวลีได้บรรพชาแล้ว ก็มีปัจจัยลาภเกิดแก่หมู่สงฆ์ ตามปรารถนาเสมอมา แม้นท่านจะไปอยู่ที่ไหนจะไปอยู่ที่ใด ๆ แม้นแต่พระพุทธเจ้าจะเสด็จพาพระสงฆ์ไปในที่กันดารก็ยังต้องเอาท่านไปด้วย มีอยู่คราวหนึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จไปกรุงสาวัตถี พระสีวลีได้ทูลขอทดลองในบุญของท่าน โดยขอพระภิกษุสงฆ์ 500 องค์ พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตครั้งนั้นเทวดาที่สิงสถิตอยู่ที่นั้นก็ได้ถวายทานแก่พระภิกษุสงฆ์ทั้ง 500 องค์นั้น โดยมีพระสีวลีเป็นประธานอยู่ตลอด 7 วัน จากสาเหตุนั้นเอง สมเด็จพระบรมศาสดาทรงตั้งพระสีวลีไว้ในตำแหน่งอันเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้ถึงซึ่งความเลิศด้วยลาภในพระพุทธศาสนา หลังจากนั้นพระสีวลีก็ดำรงชีวิตอยู่ถึงอายุขัยของท่าน แล้วก็เสด็จเข้าสู่นิพพาน

ส่วนในคัมภีร์พระธรรมบทนั้น กล่าวถึงสาเหตุที่พระนางสุปปวาสารทรงตั้งครรภ์อยู่ถึง 7 ปี 7 เดือน 7 วัน นั้นก็เนื่องมาจากบุพกรรมในอดีตชาติเมื่อครั้นเสวยชาติเป็นพระราชา ได้ทรงยกกองทัพไปล้อมเมือง โดยชาวเมืองนครนั้นที่ถูกล้อมนั้น ได้เข้าออกเพื่อนำฟืน และน้ำเป็นต้นจากภายนอกทางประตูเล็กของนคร จึงสามารถครองตนอยู่ได้แม้ถูกข้าศึกล้อมอยู่ ถึง 7 ปี 7 เดือน 7 วัน พระราชชนนีจึงแนะนำพระราชา(พระสีวลีในอดีต)ว่าให้ปิดประตูเล็กเสีย พระราชาทรงปฏิบัติตาม เมื่อชาวเมืองออกไปภายนอกไม่ได้ จึงปลงพระชนม์พระราชาของตนเองเสียในวันที่ 7 แล้วถวายราชสมบัติแก่พระราชา(พระสีวลีในอดีต)นั้น

ด้วยบุพกรรมนี้ติดตามมาสนองท่านพร้อมกับพระมารดาพระนางสุปปวาสาในชาตินี้

ที่มา : หนังสือ"พระปัจเจกพุทธเจ้า" รุจน์ มัณฑิรา
nuunidjaa [DT0114] [ วันอังคาร ที่ 3 ตุลาคม 2549 เวลา 21:33 น. ]
 แสดงความคิดเห็น - คำแนะนำ
จำนวนคนอ่าน 3625 คน 
สาธุ

เพลงพราย [กทม.] [125.24.217.224] [ 15 ต.ค. 2549 เวลา 13:29 น. ] [ 1 ]

สาธุครับ

cuz [สงขลา] [202.69.141.253] [ 27 ต.ค. 2549 เวลา 11:00 น. ] [ 1 ]

โมทนา สาธุ สาธุ

ทิพพพพ [บุรีรัมย์] [222.123.72.180] [ 30 พ.ย. 2549 เวลา 13:59 น. ] [ 1 ]

ไพเราะมาก มาก มาก



สามเณร [ภูธร] [125.25.152.228] [ 27 ม.ค. 2550 เวลา 16:10 น. ] [ 1 ]

รู้ไหมครับว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้มีแค่1องค์นะครับแต่แท้ที่จริงแล้วนะครับพระพุทธเจ้ามีถึง3แสนองค์นะครับแต่พระพุทธเจ้าที่เรากราบว่ายปัจจุบันนี้นะครับคือพระพุทธโคดมเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่3และเป็นผู้ ประกาศศสนาพุทธ ด้วนนะครับ ทำไมพอนพระพุทธเจ้าประสูตรออกมาจึงเดินได้รู้ไหมครับ เพราะ พุทธเจ้าประสูตรออกมาก็เดินได้7เก้านั้น พระพุทธจึงจะเผิยแผ่ ธรรมะ ได้7แค้วน นั้นเองนะครับ และพระพุทธเจ้าองค์ที่1นั้นมีพระนามว่า พระพุทธเจ้าธีปังกร องที่2ผมไม่ค่อยแน่ใจนะครับ แต่ องค์ที่3 คือ พระพุทธโคมดนะครับ

นัด [ก.ท.ม.] ส่งเมล์ถึง นัด [58.8.35.112] [ 9 พ.ค. 2550 เวลา 19:12 น. ] [ 1 ]

สาธุ

นัด [กทม] [58.8.35.112] [ 9 พ.ค. 2550 เวลา 19:13 น. ] [ 1 ]

ทำไมพระสีวลีจึกต้องไปเกิดในครรภ์มารดา ถึง 7ปี7เดือน7วันรู้ไหมครับ ไม่ใช่ว่ามีบุญบานมีสูงนะครับตรงกันข้ามเลย เพราะว่า ในอดีตชาติๆหนึ่งพระสีวลีได้สร้างบุญบารมีไว้มากจึงได้เกิดมาเป็น พระหมากษัตย์ เมืองๆหนึงจากนั้นอยากได้เมืองๆนึงเป็นเมืองขึ้นแต่เมืองๆนี้เป็นเมืองเล็กๆ จึงไปเจรจากับเจ้าเมืองๆนี้แต่ว่าเจ้าเมืองๆนี้ได้ยอม พระหมากษัตย์ (ชาติที่ก่อนเป็นพระสีวลี) จึงสั่งทหารล้มลอลเมืองนี้ไว้นานถึง7ปี7เดือน แต่ว่าทำไมเมืองนี้นั้นไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย พระมานดาของพระมหากษัตย์ (แม่ของพระสีวลี) ใน ครั้งนั้มาบอกกับพระมหากษัตย์ว่า ตนไปสืบมาได้ความว่าเมืองนี้ยังมีประตูเข้าออกอีกทางซึ่งเป็นประตู รับ ที่ตอนนี้ประชาชนเข้าอกกันอยู่ พอพระมหากษัตย์ ได้ทรงทราบจากพระมารดาของตนจึงได้ส่งทหารไปล้อบไม่ให้ประชาชนเข้าออกกันพอครบ7วัน เจ้าเมืองๆนี้ที่เป็นเมืองเล็กๆนั้นก็ยังไม่ยอมเป็นเมืองขึ้น ได้บอกเหตุผลแก่ประชาชนของตนว่าตนไม่ได้เป็นต้นเหตุและยังไม่ยอมเป็นเมืองขึ้นดังนั้น ประชาชนจึกได้สังหารเจ้าเมืองๆนั้นแล้วยอมเป็นเมืองขึ้นแก่พระมหากษัยต์ (ชาติก่อนเป็นพระสีวลี) หลังจากที่ได้ตายไปนั้น พระสีวลีต้องได้ไปรับโทษหลายกับหลายกันที่นรกแล้วเศสของกรรที่ยังตกค้างอยู่นี้จึกต้องเกิดในครรนภ์มารดาและรั่วมกันใช้กรรมด้วยกันเพราะพระมหากษัตย์ได้ล้อมเมืองไว7ปี7เดือน7วัน พระมารมาก็มาบอกแก่พระมหากษัตย์ ว่ามีทางเข้าออกอีกทางที่เป็นทางลับจึงต้องรับกรรมต้องทนทุกทรมารมีบุตรอยู่ในท้อง7ปี7เดือน7วัน

นัด [ก.ท.ม.] ส่งเมล์ถึง นัด [58.8.35.112] [ 9 พ.ค. 2550 เวลา 19:44 น. ] [ 1 ]

ฉันรู้สึกดีมากที่ได้อ่านคะ

เเตงโม [นนทบุรี] [124.121.59.212] [ 1 มิ.ย. 2550 เวลา 14:12 น. ] [ 1 ]

ฉันรู้สึกดีมากที่ได้อ่านคะ

เเตงโม [นนทบุรี] [124.121.59.212] [ 1 มิ.ย. 2550 เวลา 14:12 น. ] [ 1 ]

I_Iซึ้งมากนะ

PkIndy [ระยอง] ส่งเมล์ถึง PkIndy [203.172.175.120] [ 21 ส.ค. 2550 เวลา 14:44 น. ] [ 1 ]

สาธุ ค่ะ

สาวนุ้ย [สงขลา] [222.123.181.42] [ 7 มิ.ย. 2551 เวลา 19:23 น. ] [ 1 ]


ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น
ข้อความ * :
โดย * :
E-mail :
จังหวัด * :
 

 
   

หน้าหลัก
ปิดหน้านี้
หน้าแรก พระพุทธศาสนา ประวัติพระพุทธสาวก หัวข้อธรรม ธรรมปฏิบัติ ศาสนพิธี วันสำคัญทางศาสนา ทศชาติชาดก วิทยุธรรมะไทย
พุทธศาสนสุภาษิต พจนานุกรมพุทธศาสน์ ทำเนียบวัดไทย คลังแสงแห่งธรรม พระพุทธศาสนาในเมืองไทย ข่าวธรรมะ กิจกรรมธรรมะ สมุดเยี่ยม
ธรรมะไทย - dhammathai.org