กิจกรรมธรรมะในสวน
 
 
หน้าแรก กรรม เรื่องที่ 235
Search By Google
นึกถึงแม่ในวันเกิด
โอปอล์ รัตนาภรณ์ พิมพ์ดี

เก็บมะลิใส่พานพูนทูนเหนือเศียร
พร้อมธูปเทียนกราบแด่แม่ของฉัน
พระคุณแม่มากล้ำสุดรำพัน
ยากจะสรรสิ่งใดทดแทนคุณ
ให้กษีรธาราเลือดในอก
แม่กอดกกลูกน้อยให้ตักหนุน
ลูกเจ็บปวดมีแม่ปลอบด้วยการุณย์
อกแม่อุ่นให้ลูกซบยามโศกทรวง
อันความรักของใครว่าแน่วแน่
ย่อมพ่ายแพ้แม่รักลูกใหญ่หลวง
รักของแม่บริสุทธิ์ไม่หลอกลวง
ชนทั้งปวงควรรู้ค่ามารดาเรา
******************************************************************
ข้าพเจ้าคิดว่าจะหาเรื่องความกตัญญูและมีศีลธรรมที่จะเขียนขึ้น เป็นอนุสรณ์ให้เหมาะสมกับชีวิตของเพื่อนรุ่นพี่ ซึ่งชาตินี้ท่านได้ทิ้งร่างจากไปอย่างไม่มีวันกลับ แม้จะรู้ว่าวิญญาณของท่านไปสู่สุคติบนสรวงสวรรค์ หลุดพ้นทุกข์จากโลกมนุษย์อันแสนเบื่อก็ดี ความรักความอาลัยของเราผู้ยังอยู่ในกิเลส ก็ไม่สามารถจะลืมได้ เพราะสิ่งที่ท่านเหลืออยู่ในโลกนี้ก็คือ ความดีที่ได้สร้างสมไว้ให้เราอาลัยถึง หากท่ายังมีชีวิตยั่งยืนอยู่ต่อไป ก็คงสร้างประโยชน์ให้ทั้งทางโลกและทางธรรมอีกมากมาย เราจึงเสียดายลืมไม่ลง






27 มิย 2551 ไว้ไห้ "ณ วันที่ 28 มิย 2551


“เมื่อถึงวันเกิดโอปอล์ ไม่มีการเลี้ยงดูหรือเชิญแขกหรือเพื่อนฝูงมาร่วมกินอาหาร เมื่อโอปอล์นึกถึงวันเกิด เวลาตกฟากโอปอล์ก็ต้องหวนไปนึกถึงแม่โอปอล์ทันที และจะนึกว่าเป็นเวลาที่แม่ได้รับความเจ็บปวดรวดร้าวแสนทรมาน ก่อนที่จะคลอดโอปอล์ออกมาเป็นตัวเป็นตนเห็นแสงเดือนแสงตะวัน ผมนึกถึงความทุกข์ทรมานของแม่ ความเจ็บปวดแสนสาหัส แม่คงดิ้นทุรนทุราย แม่คงจะร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดท้องจะคลอด สมัยก่อนเขาถือว่าการคลอดบุตรนั้น ว่าเท้าข้างหนึ่งเหยียบอยู่ในบ้านและเท้าข้างหนึ่งเหยียบอยู่ในป่าช้า หมายถึงความเป็นความตายเท่ากันเพราะอันตรายในการคลอดบุตรนั้นมีมาก การแพทย์นั้นยังไม่เจริญเท่าปัจจุบัน

ฉะนั้น เมื่อนึกถึงวันเกิดของโอปอล์แล้ว ผมก็ต้องระลึกถึงพระคุณแม่ตลอดมา คิดถึงเริ่มตั้งแต่คลอดออกมา ตั้งแต่เล็กๆ แม่ใช้เวลาเลี้ยงดูทะนุถนอมเอาใจใส่ การเจ็บไข้ได้ป่วย แม่ก็รับความลำบาก อดหลับอดนอนคอยดูแลเป็นห่วงกลัวลูกจะเป็นอันตราย ลูกร้องไห้ด้วยความเจ็บไข้ได้ป่วย แม่ก็ร้องไห้ด้วยความรักและสงสาร แม่ไม่เคยทิ้งห่างจากลูกไป ความรักและความเป็นห่วงที่แม่มีต่อลูกยากที่จะหาผู้ใดเสมอเหมือนได้ ฉะนั้น เมื่อถึงวันเกิดโอปอล์ก็ต้องระลึกถึงแม่ก่อนอื่น เพราะท่านเหมือนพระองค์หนึ่งที่ควรแก่การเคารพบูชา นึกถึงพระคุณแม่ที่ได้คลอดออกมา นึกถึงความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสของแม่เมื่อเวลาจวนคลอดลูก เมื่อผมเป็นเด็กแม่ต้องลำบาก แต่แม่ก็ไม่เคยทอดทิ้งห่างไกล เมื่อบัดนี้โอปอล์เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว โอปอล์ก็ไม่ยอมทอดทิ้งแม่ให้รับความลำบาก

โอปอล์ถือโอกาสทำบุญกับแม่เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านต้องการสิ่งใด ท่านชอบสิ่งใด ก็มอบสิ่งนั้นให้ท่านหาให้ท่าน ไม่ให้ท่านลำบาก ปฏิบัติท่านให้มีความสบายใจ แล้วตัวโอปอล์ก็ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ในวันเกิด แล้วก็ถือศีล ๕ ศีล ๘ แล้วแต่โอกาสเป็นเวลา ๓ วัน ทำสมาธิให้จิตใจผ่องใสบริสุทธิ์ยกบุญกุศลให้แก่แม่ เพราะผมถือว่าโอปอล์เกิดมาเป็นตัวเป็นตน มีชีวิตอยู่อย่างทุกวันนี้ก็เพราะแม่

ที่โอปอล์พูดนี้มิใช่ว่าโอปอล์ไม่รู้บุญคุณของพ่อ เพราะพระคุณของพ่อก็มากมายเหลือหลาย ที่โอปอล์รู้ว่าแม่ลำบากเมื่อเวลาคลอดโอปอล์ ก็เพราะพ่อเป็นผู้เล่าให้โอปอล์ฟัง แต่เมื่อเราพูดถึงวันเกิดแล้ว โอปอล์ไม่เคยลืมวันเวลาที่แม่ต้องทรมาน ในเวลานั้นนึกเห็นภาพของแม่ได้รับความลำบากเจ็บปวดแสนสาหัส จนกว่าจะคลอดโอปอล์ออกมาเป็นตัวเป็นตนได้ ฉะนั้นวันเกิดของโอปอล์ ก็คือวันระลึกถึงพระคุณของแม่ ใครจะคิดว่าโอปอล์ผิดหรือถูกโอปอลม่สนใจ เพราะคนสมัยนี้ส่วนมากจิตใจต่ำลง คนชั่วมากกว่าคนดี มักจะคิดแต่สิ่งตรงกันข้าม

ฉะนั้น วันเกิดของโอปอล์จะไม่มีการเลี้ยงฉลองสนุกสนาน เลี้ยงเหล้าเลี้ยงอาหาร เชิญเพื่อนฝูงมาเฮฮาเหมือนคนทั้งหลาย ทุกครั้งถึงวันเกิด โอปอล์จะต้องนึกถึงย้อนหลังไปคิดถึงแม่ ผิดกับวันเกิดของคนทั่วๆ ไปคงไม่ค่อยมีใครคิดถึงแม่ แต่โอปอล์คิดแล้วผมจะปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลในธรรม และทั้งไม่เบียดเบียนเนื้อสัตว์เป็นอาหาร โอปอล์ถือว่าการปฏิบัติเช่นนี้ย่อมจะเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง มีแต่กุศลกรรมดีทำให้จิตใจผ่องใสบริสุทธิ์”



***************************************************************
เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ซึ่งเป็นบุญกุศลสดๆ เมื่อท่านเห็นลูกหลานมีความกตัญญู ท่านก็ปลื้มปิติยินดีและทั้งท่านก็จะให้ศีลให้พรจากปากพ่อปากแม่นั้นย่อมศักดิ์สิทธิ์ เพราะออกจากใจจริงของท่าน เราก็ดีใจเมื่อเห็นท่านมีความสุขความสบายใจ ชื่นชมยินดีและเป็นสิริมงคลแก่ตัวเรา และทำให้ท่านอายุยืนเพราะจิตใจสบาย อย่ารอให้ท่านจากโลกนี้ไปก่อน แล้วจึงทำบุญอุทิศไปให้ เราจึงเสียใจภายหลังว่า ยังไม่ได้ทดแทนบุญคุณเต็มที่ เพราะเมื่อท่านมีชีวิตอยู่เราก็ไม่ได้ปฏิบัติดูแลเอาใจใส่ให้ความสุขแก่ท่าน เมื่อคิดได้ก็สายไปเสียแล้ว เราควรจะทำให้ท่านทั้งเวลาที่มีชีวิตอยู่ และเมื่อท่านจากไปแล้วก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน มนุษย์ที่ดีมีศีลธรรมก็จะยกย่องสรรเสริญ เทวดาฟ้าดินก็จะโมทนาสาธุ ในการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจะเป็นสิริมงคลแก่ตัวผู้ปฏิบัติตลอดไป แต่ขออย่าให้วันเกิดของเราเป็นวันตายของสัตว์เพิ่มขึ้น เพื่อเป็นอาหารในวันเกิดของเรา

ที่มา : รัตนาภรณ์ พิมพ์ดี
peicassanovy ส่งเมล์ถึง peicassanovy [DT05346] [ วันเสาร์ ที่ 28 มิถุนายน 2551 เวลา 16:30 น. ]
 แสดงความคิดเห็น - คำแนะนำ
จำนวนคนอ่าน 3522 คน 
เป็นบทความที่ดีมาก เป็นอุทาหรณ์สอนให้เห็นถึงความกตัญญู ต่อบุพการี ตอบแทนท่านตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่จะเป็นบุญกุศลอย่างยิ่งกว่าตอนที่ท่านล่วงลับไปแล้ว คุณเชื่อไหมบุตรที่เกิดจากพ่อแม่ที่มีความกตัญญูรู้คุณต่อบิดา มารดาของตนเอง ลูกของเขาที่เกิดมาจะเป็นเด็กที่เชื่อฟัง ไม่ดื้อ เพราะเขาไม่เคยดื้อต่อพ่อแม่ของเขาใช่ไหมคะ มันเป็นเรื่องของกรรมคะ
สิ่งที่เป็นมงคลสูงสุดคือพรจากบิดา มารดา เป็นพรที่แท้มากกว่าพรใดๆ ในโลก ไปอยู่ไหนก็มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ดิฉันเชื่ออย่างนั้นคะ

ประภัสสร [สุราษฎร์ธานี] ส่งเมล์ถึง ประภัสสร [] [ 29 ก.ย. 2551 เวลา 16:44 น. ] [ 1 ]

บทความข้างต้นดีมากค่ะ


ขอเเสดงความนับถือคุณรัตนาภรณ์ พิมพ์ดี นะคะ


ขอร่วมอนุโมทนา

มาราตี [อุบล] [124.157.229.119] [ 26 พ.ย. 2551 เวลา 14:37 น. ] [ 2 ]

ขอบคุณค่ะ

รัตนาภรณ์ พิมพ์ดี [ขอนแก่น] ส่งเมล์ถึง รัตนาภรณ์ พิมพ์ดี [223.206.250.67] [ 28 มี.ค. 2557 เวลา 19:31 น. ] [ 3 ]


ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น
ข้อความ * :
โดย * :
E-mail :
จังหวัด * :
 

 
   

หน้าหลัก
ปิดหน้านี้
หน้าแรก พระพุทธศาสนา ประวัติพระพุทธสาวก หัวข้อธรรม ธรรมปฏิบัติ ศาสนพิธี วันสำคัญทางศาสนา ทศชาติชาดก วิทยุธรรมะไทย
พุทธศาสนสุภาษิต พจนานุกรมพุทธศาสน์ ทำเนียบวัดไทย คลังแสงแห่งธรรม พระพุทธศาสนาในเมืองไทย ข่าวธรรมะ กิจกรรมธรรมะ สมุดเยี่ยม
ธรรมะไทย - dhammathai.org