พระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้า พระไตรปิฎก หัวข้อธรรม การปฏิบัติธรรม ศาสนพิธี วันสำคัญทางศาสนา ทำเนียบวัดไทย พระพุทธศาสนาในประเทศไทย
หน้าแรก บอกบุญ-ประชาสัมพันธ์ธรรมะ
Share |
เชิญสร้างมหากุศล "สร้างวัด" ฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ ถวายเป็นพระราชกุศลฯ

ขอเชิญสาธุชน ร่วมเป็นเจ้าภาพบริจาคปัจจัย สมทบทุน "สร้างวัด" ถวายเป็นพุทธบูชา ฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ ( สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย ณ บ้านห้วยด่าน ตำบลห้วยยาง อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ )

ด้วยในเขตอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ มีอารามในการปฏิบัติสังฆกรรมของพระสงฆ์จำนวนน้อย ทำให้เกิดความไม่สะดวกต่อการปฏิบัติศาสนกิจ และพิธีกรรมสำคัญๆ ตลอดถึงการปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชน ในการนี้ คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ จึงมีดำริสร้างวัดขึ้น ณ ตำบลห้วยยาง อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ

โครงการ สร้างวัดพระพุทธโคดมบรมนาถ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือ
1.เพื่อเป็นการสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
2.เพื่อเป็นพุทธานุสรณ์ ถวายเป็นพุทธบูชา ในมหามงคล "ฉลองพุทธชยันตี 2600 ปี แห่งการตรัสรู้"
3.เพื่อเป็นสถานที่ประกอบกุศลกิจทางพระศาสนาและสาธารณประโยชน์
4.เพื่อเป็นสถานที่ให้การศึกษาพระธรรมวินัย แก่พระภิกษุสงฆ์-สามเณร ตลอดถึงสาธุชนทั้งหลาย
5.เพื่อเป็นสถานที่อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามตามโบราณประเพณี

........................ ......................

ในการนี้จึงบอกบุญมายังสาธุชน เพื่อร่วมมหากุศลเป็นส่วนแห่งบุญ ในการสร้างวัด ณ ตำบลห้วยยาง อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย ถวายเป็นพุทธบูชา อันจักยังประโยชน์แก่พระศาสนา สังคม และประเทศชาติ เป็นเอนกอนันต์

1.เป็นเจ้าภาพที่ดิน
1.1จำนวน 1 ตารางวา ๆละ 300 บาท
1.2จำนวน 1 งาน (100 ตารางวา) 30,000 บาท
1.3จำนวน 1 ไร่ (400 ตารางวา) 120,000 บาท

2.เป็นเจ้าภาพกุฎีสงฆ์ หลังละ 50,000 บาท

3.เป็นเจ้าภาพสร้างห้องสุขา ห้องละ 5,000 บาท

4.เป็นเจ้าภาพสร้างเสนาสนะอื่นๆ ตามความประสงค์

หรือร่วมมหากุศล ตามกำลังศรัทธา

.................................

ท่านผู้มีจิตศรัทธา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
พระมหานเรศ สาริสฺสโร (ผู้ดูแลการสร้างวัด)
Email:thamma-nantha@hotmail.com

โทร: 02-7141975, 087-8076246

ผู้มีจิตศรัทธาร่วมสร้างมหากุศล บริจาคสร้างวัด ได้ที่
ธนาคารกรุงไทย สาขาร้านสหกรณ์กรุงเทพ(เอกมัย)
เลขที่บัญชี 970-0-02452-0
ชื่อบัญชี พระมหานเรศ เรขาโชค(กองทุนสร้างวัดพระพุทธโคดมฯ)


ขออนุโมทนาบุญกับสาธุชนทุก ๆ ท่าน
พึงสละทรัพเพื่อรักษา​อวัยวะ พึงสละอวัยวะเพื่อรัก​ษาชีวิต พึงสละแม้แต่ชีวิต...​เพื่อรักษาธรรม เกิดมาต้องใช้ชีวิตนี้สร้างคุณประโยชน์ให้ได้มากที่สุด
DT012062
naret
17 ส.ค. 2555 เวลา 16:40 น.

โพสต์: 124
อนุโมทนา: 1
ได้รับอนุโมทนา: 17




การสร้างวัด หรือส่วนประกอบของวัด เพื่อถวายพระสงฆ์ที่มาจากถิ่นฐานต่างๆให้เป็นที่พำนักอาศัยที่ปฎิบัติธรรมที่ประกอบกุศลกิจ อันเป็นประโยชน์ต่อผู้ทรงศีล ทรงคุณธรรมนั้นมีอานิสงส์ คือ ผลดีตอบต่อผู้ถวายอย่างยิ่งใหญ่ไพบูลย์

พระพุทธองค์ ได้ทรงแสดงไว้ ดังนี้ 1. " ผู้ใดให้ที่พักอาศัย ผู้นั้นเชื่อว่าให้สิ่งทั้งปวง " (สังยุตตนิกาย สคาถวรรค) 2. ผู้ให้ที่พักอาศัย ฯลฯ ย่อมมีบุญเจริญในกาลทุกเมื่อ ทั้งกลางวัน ทั้งกลางคืน เขาตั้งอยู่ในธรรม สมบูรณ์ด้วยศีล เป็นผู้ไปสวรรค์ (วนโรปสูตร) 3. ในวิหารทานกถา พระพุทธองค์ทรงยืนยันให้เห็นชัดเจนว่า การถวายวิหาร(วัด)ที่อยู่อาศัยแกภิกษุสงฆ์ เป็นสมุฏฐานก่อให้เกิดประโยชน์สุข ทั้งผู้รับและผู้ถวาย ซึ่งทรงแสดง อานิสงส์ไว้ว่า เป็นยอดของสังฆทาน เป็นปัจจัยให้ประสบความเกษมศานต์ จนบรรลุถึงพระนิพพาน เป็นที่สุด
พึงสละทรัพเพื่อรักษา​อวัยวะ พึงสละอวัยวะเพื่อรัก​ษาชีวิต พึงสละแม้แต่ชีวิต...​เพื่อรักษาธรรม เกิดมาต้องใช้ชีวิตนี้สร้างคุณประโยชน์ให้ได้มากที่สุด
naret 17 ส.ค. 2555 เวลา 20:50 น. โพสต์: 124 อนุโมทนา: 1 ได้รับอนุโมทนา: 17 คำตอบที่ 1

อานิสงส์การถวายวิหารทาน

ในกาลครั้งนั้น สมเด็จพระบรมศาสดา เสด็จประทับอยู่ ณ ลัฏฐิวันสวนตาลหนุ่ม พระองค์เที่ยวโปรดเวไนยสัตว์ให้ได้มรรค ๔ ผล ๔ ในครั้งนั้นพระเจ้าพิมพิสาร ได้ครองราชสมบัติที่กรุงราชคฤห์ก็มีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า แล้วก่อสร้างกุฎีวิหารในพระราชอุทยานเวฬุวัน สวนป่าไม้ไผ่ ให้เป็นวัดแรกในพุทธศาสนาถวายแก่องค์สมเด็จพระพุทธเจ้าพร้อมกับภิกษุสงฆ์ ๕๐๐ รูป พร้อมกับถวายภัตตาหารเป็นสังฆทานสมเด็จพระบรมศาสดา พร้อมกับภิกษุสงฆ์เสร็จภัตตากิจแล้ว พระเจ้าพิมพิสารทูลถามว่า ภนฺเต ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญสาธุชนทั้งหลายมีใจศรัทธา ปสันนาการ เลื่อมใสมาก่อสร้างกุฎีวิหารถวายเป็นสังฆทานนั้น จะได้ผลานิสงส์เป็นประการใด ขอให้พระองค์ทรงแสดงพระธรรมเทศนาให้ข้าพุทธเจ้า พร้อมบริษัททั้งหลายให้รู้แจ้งเห็นจริงด้วยเถิดพระพุทธเจ้าข้า องค์สมเด็จพระบรมศาสดาทรงแสดงพระธรรมเทศนาว่า ดูกรมหาบพิตรพระราชสมภาร บุคคลผู้ใดมีจิตศรัทธาเลื่อมใสพระรัตนตรัยแล้วก่อสร้างกุฎีวิหารศาลาคูหาน้อยใหญ่ ถวายเป็นทาน จะประกอบด้วยผลอานิสงส์มาก เป็นอเนกประการนับได้ถึง ๔๐ กัลป์

พระองค์ทรงนำอดีตนิทานมาเทศนาต่อไปว่า อดีต ในอดีตกาลล่วงมาแล้ว พระพุทธเจ้ายังมิได้อุบัติบังเกิดในโลกยังศูนย์เหล่าอยู่สิ้นกาลช้านานในระหว่างนั้นพระปัจเจกโพธิเจ้าทั้งหลายก็ได้บังเกิดตรัสรู้ในโลกนี้ เมื่อพระปัจเจกโพธิเจ้าก็อาศัยในป่าหิมพานต์ อยู่มาวันหนึ่งมีความปรารถนาเพื่อจะมาใกล้หมู่บ้านอันเป็นว่านแคว้นกาสิกราชมาอาศัยอยู่ในราวป่าแห่งหนึ่งแถบใกล้บ้านนั้นมีนายช้างคนหนึ่งอยู่ในหมู่บ้านนั้น ก็ไปป่ากับลูกชายของตน เพื่อจะตัดไม้มาขายกินเลี้ยงชีพตามเคย ก็แลเห็นพระปัจเจกโพธิเจ้านั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ พ่อลูกสองคนก็เข้าไปใกล้น้อมกายถวายนมัสการแล้ว ทูลถามว่าข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าจะไปไหน จึงมาอยู่ในสถานที่นี้ พระปัจเจกโพธิจึงตอบว่า ดูกรอาวุโส บัดนี้จวนจะเข้าพรรษาแล้ว อาตมาเที่ยวแสวงหากุฏีวิหาร ที่จะจำพรรษา นายช่างก็อาราธนาให้อยู่จำพรรษาในที่นี้พระปัจเจกโพธิ ทรงรับด้วยการดุษณียภาพสองคนพ่อลูกก็ดีใจ จึงขออาราธนา พระผู้เป็นเจ้าเข้าไปสู่เรือน ถวายบิณฑบาตทานแก่พระปัจเจกโพธิสองคนพ่อลูกก็เที่ยวตัดไม้แก่นมาทำสร้างกุฎีวิหารที่ริมสระโบกขรณีใหญ่ และทำที่จงกรมเสร็จแล้วขออาราธนา พระผู้เป็นเจ้าจงอยู่ให้เป็นสุขเถิดพระเจ้าข้า

ครั้นพระปัจเจกโพธิได้รับนิมนต์แล้ว สองคนพ่อลูกตั้งปฏิธานความปรารถนา ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากทุกข์ยากไร้เข็ญใจ และขอให้ข้าพเจ้าทั้งสองนี้ได้เป็นพระอรหันต์ขีณาสพผู้ประเสริฐองค์หนึ่งเถิด พระปัจเจกโพธิก็รับอนุโมทนาซึ่งบุญ นายช่างสองคนพ่อลูกอยู่จนสิ้นอายุขัยแล้วก็ทำกาลกริยาตายไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มีวิมานทองเป็นที่รองรับ และเทพอัปสรแวดล้อมเป็นบริวาร เสวยทิพย์สมบัติอยู่ในสวรรค์สิ้นกาลช้านานจุติจากสวรรค์นั้นแล้วก็ไปบังเกิดเป็นราชบุตรของพระเจ้าสุโรธิบรมกษัตริย์ในเมืองมิถิลามหานคร ทรงพระนามว่ามหาปนาทกุมาร ๆ เจริญวัยขึ้นได้เสวยราชสมบัติ เป็นพระยาจักรพรรดิราช ด้วยอานิสงส์ที่ได้สร้างกุฎีวิหารถวายเป็นทานแก่พระปัจเจกโพธิ ครั้นตายจากชาติเป็นพระยามหาปนาทแล้ว ก็เวียนว่ายตายเกิดในมนุษย์สมบัติสวรรค์สมบัติ แล้วก็มาเกิดเป็นเศรษฐีมีทรัพย์ ๘๐ โกฎิอยู่ในภัททิยนคร ชื่อว่า ภัททชิ ก็ได้ปราสาท ๓ หลัง อยู่ใน ๓ ฤดู ครั้นเจริญวัยได้บวชในศาสนาสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ในศาสนาของตถาคตดังนี้แล ส่วนเทพบุตรองค์พ่อนั้น ยังเสวยทิพย์สมบัติอยู่ในสวรรค์ช้านานจนถึงศาสนาพระศรีอริยเมตไตรย์ลงมาตรัสสัพพัญญู เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในมนุษย์โลก ได้จุติลงมาปฏิสนธิในครรภ์ พระอัครมเหสีสมเด็จพระเจ้ากรุงเกตุมวดี ทรงพระนามว่าสังขกุมาร ครั้นเจริญวัยแล้วก็ขึ้นครองราชย์สมบัติ ทรงพระนามว่าสมเด็จพระเจ้าสังขจักรบรมกษัตริย์ มีทวีปน้อยใหญ่เป็นบริวาร พระองค์จึงได้สละราชสมบัติบ้านเมืองออกไปบรรพชา ในสำนักพระศรีอริยเมตไตรย์ กับทั้งบริวาร ๑ โกฎิ ก็ได้ถึงอรหันต์ได้เป็นอัครสาวกเบื้องขวา ทรงพระนามอโสกเถระ ก็ด้วยอานิสงส์ได้สร้างกุฎีให้เป็นทานนั้นแล อันเป็นบุญให้ถึงความสุข ๓ ประการ คือ มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ



ทิพย์สมบัติปรากฏทันทีที่ถวายวิหารทาน

นันทิยะมาณพ เป็นอุบาสกที่มีความศรัทธาสูงมาก เป็นผู้ชอบให้ทาน บำรุงภิกษุสงฆ์ เขาจัดอาสนะให้พระภิกษุได้ฉันที่เรือนทุกวัน จัดให้มีคนคอยดูแลรับบาตร นิมนต์ให้นั่ง กรองน้ำดื่มให้ ล้างบาตรให้เวลาภิกษุฉันเสร็จ และยังให้ทานโดยหุงข้าวตั้งไว้ที่ประตูเรือนสำหรับคนยากไร้และคนเดินทาง นันทิยะมาณพบริจาคทรัพย์สร้างศาลา ๔ หลัง ที่ อิสิปตนมหาวิหาร และจัดตั้งเตียงตั่งถวายเป็นมหาทานแด่พระภิกษุสงฆ์ ซึ่งทานทั้งหลายของนันทิยะมาณพก็บังเกิดผลเป็นทิพย์สมบัติในเทวโลกทันทีที่ถวายทานเสร็จ และตัวนันทิยะมาณพเองก็ยังมีชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์

วันหนึ่ง พระโมคคัลลานะเถระ ขึ้นไปชมดาวดึงส์เทวโลก เห็นวิมานผุดขึ้นใหม่หลังหนึ่ง เป็นวิมานรัตนะ ๗ ประการ กว้างยาว ๑๒ โยชน์ สูง ๑๐๐ โยชน์ เอิกเกริกไปด้วยเทพธิดาพันหนึ่ง พระโมคคัลลานะจึงถามเทพบุตรที่มาไหว้ว่า วิมานนี้เป็นวิมานของใคร เทพบุตรเหล่านั้นตอบว่าเป็นวิมานของนันทิยะมาณพชาวพาราณสี มาณพนั้นสร้างศาลา ๔ หลังถวายสงฆ์ วิมานนี้จึงบังเกิดขึ้นสำหรับนันทิยะมาณพ เมื่อเทพธิดาพากันมาไหว้พระโมคคัลลานะ พวกนางก็บอกพระเถระว่า พวกดิฉันบังเกิดในวิมานนี้เพื่อเป็นบริจาริกาของนันทิยะ ขอพระคุณเจ้าโปรดบอกแก่เขาว่าทิพย์สมบัติในเทวโลกน่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง ขอให้มาณพอย่ามัวชักช้า รีบทุบหม้อดินแล้วมารับเอาภาชนะทองนี้เถิด พระโมคคัลลานะได้นำเรื่องนี้มากราบทูลพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็ทรงยืนยันว่า ทิพย์สมบัตินั้นบังเกิดขึ้นตั้งแต่เจ้าของยังมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ จริงตามที่พระโมคคัลลานะได้ประจักษ์แล้ว


จาก
อรรถกถาขุททกนิกาย วิมานวัตถุ เรื่องเรวดีวิมาน และ
อรรถกถาขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เรื่องนายนันทิยะ

พึงสละทรัพเพื่อรักษา​อวัยวะ พึงสละอวัยวะเพื่อรัก​ษาชีวิต พึงสละแม้แต่ชีวิต...​เพื่อรักษาธรรม เกิดมาต้องใช้ชีวิตนี้สร้างคุณประโยชน์ให้ได้มากที่สุด
naret 17 ส.ค. 2555 เวลา 20:54 น. โพสต์: 124 อนุโมทนา: 1 ได้รับอนุโมทนา: 17 คำตอบที่ 2

ท่านสมาชิกฯ ยังไม่ได้ Login ครับ !  คลิกที่นี่ ล็อกอิน ก่อนโพสต์ครับ 

หน้าหลัก จำนวนคนอ่าน 568 คน  ปิดหน้านี้




Dhammathai.org on Mobile
Mobile/Tablet

หน้าแรก
ทีมงานธรรมะไทย
แผนผังเว็บไซต์
ค้นหาข้อมูล
ติดต่อธรรมะไทย
สมุดเยี่ยม
ธรรมะในสวน
เครือข่ายธรรมะ
ศูนย์รวมภาพ
สัญลักษณ์ไทย
สมาชิกธรรมะไทย
กวีธรรมะ
บอร์ดบอกบุญ
สถานปฏิบัติธรรม
สนทนาธรรม
ข่าวธรรมะ
ธรรมะกับเยาวชน
ธรรมะจากหลวงพ่อ
บทความธรรมะ
กรรม
 ทาน
พระไตรปิฏก
เสียงธรรม
วีดีโอธรรมะ
เพลงธรรมะ
ธรรมปฏิบัติ
 คลังแสงแห่งธรรม
 คลังหนังสือธรรมะ
 หลักธรรมนำสุขในยุค๒๐๐๐
 กรรมฐานประจำวันเกิด
 ศีล
 สมาธิ
 วิปัสสนา
พระพุทธศาสนา
พจนานุกรมพุทธศาสน์
หัวข้อธรรม
บทสวดมนต์
มิลินทปัญหา
พระพุทธศาสนาในไทย
ทำเนียบวัดไทย
ศาสนพิธี
อุปสมบทพิธี
วันสำคัญทางศาสนา
การเผยแผ่ศาสนา
 งานปริวาสกรรมทั่วประเทศ
พระพุทธเจ้า
พระพุทธประวัติ
ประวัติพระพุทธสาวก
ทศชาติชาดก
นิทานชาดก
 พุทธวจนในธรรมบท
มงคล ๓๘ ประการ
พุทธศาสนสุภาษิต
นิทานธรรมะบันเทิง
สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
พระพุทธรูปปางต่างๆ
พระพุทธรูปสำคัญ
จีรัง กรุ๊ป
เพจธรรมะไทย
© ธรรมะไทย