การแขวนคอตาย

 oy   

ทำไมเวลาเราทำบุญให้คนที่แขวนคอตาย ต้องทำนอกเขตวัด หากทำในเขตวัดจะไม่ได้รับผลบุญที่ถวายสังฆทานให้ค่ะ




หากทำในเขตวัดจะไม่ได้รับผลบุญที่ถวายสังฆทานให้ค่ะ

ขออภัยครับ ไปวัดใหนมาครับ??!? ขอทราบชื่อและที่อยู่ของวัดด้วยครับจะได้ไปแจ้งศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ว่าคงเป็นพวกนอกศาสนาสอนคนผิดๆครับ ผมเพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรกเนี่ยละครับ ขอชื่อคนที่บอกด้วยนะครับ ไม่ทราบว่านุ่งผ้าเหลืองด้วยรึเปล่า

หรือคุณเข้าใจผิดเอง เอาความคิดนี้มาจากใหนครับ น่ากลัวจริงๆชาวพุทธในทะเบียนบ้านเรา!!!


อ้อ! อนุโมทนาบุญที่ทำด้วยครับ

คราวนี้เรามาดูกันว่าสังฆทานคืออะไร และเขาทำกันยังไงนะครับ...
พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ของท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฎก ค้นผ่านลานธรรม

สังฆทาน = ทานเพื่อสงฆ์,การถวายแก่สงฆ์คือ ถวายเป็นกลางๆ ไม่จำเพาะเจาะจงภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง เช่น จะทำพิธีถวายของที่มีจำนวนจำกัดพึงแจ้งแก่ทางวัดให้จัดพระไปรับตามจำนวนที่ ต้องการหัวหน้าสงฆ์จัดภิกษุใดไปพึงทำใจว่า ท่านมารับในนามของสงฆ์ หรือเป็นผู้แทนของสงฆ์ทั้งหมด ไม่พึงเพ่งเล็งว่าเป็นบุคคลใดคิดตั้งใจแต่ว่า จะถวายอุทิศแก่สงฆ์

มีทานอีกรูปแบบหนึ่งที่คล้าย ๆ สังฆทาน เป็นทานที่มีอาณาเขตกว้างขวางกว่าคือ ทานที่ให้แก่หมู่พวกที่ไม่เฉพาะกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เรียก สาธารณทาน เป็นทานที่ไม่จำกัดเฉพาะในรั้ววัด เป็นการให้ที่ไม่มีขอบเขต สังฆทานเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณทานเช่นนั้น

ส่วนการถวายทานที่ให้เฉพาะพระภิกษุสงฆ์รูปนั้นรูปนี้ เรียก ปาฏิปุคคลิกทาน มีอานิสงส์น้อยกว่าทานสองประเภทข้างต้น เพราะเป็นการจำกัดเฉพาะบุคคลว่าต้องเป็นคนนั้นคนนี้ การให้ทานแก่ส่วนรวมย่อมได้อานิสงส์มากกว่า

เชิญทำความเข้าใจในรายละเอียดที่นี่ครับ

http://www.pantown.com/board.php?id=20549&area=3&name=board2&topic=17&action=view




วัดทางเหนือนะคะ
เวลาแม่ไปทำบุญให้พี่ชายที่แขวนคอตายที่ไรต้องนิมนต์พระให้มานอกวัดทุกทีนะคะ เพราะทำในวัดแล้วอุศส่วนบุญกุศลไม่ได้รับค่ะ

อีกอย่างแม่ไปให้หมอเข้าทรงทีไรร้องไห้ทุกที เพราะคนทรงบอกว่าพี่ชายที่แขวนคอตายไม่ได้กินอะไร ไม่ได้ใส่เสื้อผ้า

และตอนนี้ข้าพเจ้าก็ได้สั่งซื้อหนังสือของคุณอโณทัย (หนังสือเรื่องสิ่งที่ชาวพุทธควรรู้ เล่ม 1&2&3) ไปให้แม่อ่าน เพื่อให้แม่จะได้รับรู้ข้อเท็จจริง

นับถือ
อ้อย


คุณอ้อยครับ...

ผมเห็นด้วยกับท่าน ddman นะครับ อย่าถือมงคลตื่นข่าวเลยครับ

ทำบุญที่ไหน ได้บุญที่นั่น .... อุทิศบุญที่ไหน บุญก็เป็นอันอุทิศที่นั้นเหมือนกัน

อีกอย่าง หากบังเอิญเป็นจริงอย่างหมอเข้าทรงว่า...ก็ควรทำบุญใส่บาตรเป็นประจำ

และควรถวายผ้าไตรจีวรแก่ภิกษุสงฆ์นะครับ ไม่ใช่ปรนเปรอคนทรงเจ้าซะหมด

*******************************

คำตอบนี้เป็นความเห็นส่วนตัว + กับความรู้ทางธรรมอันมีอยู่นิดหน่อยน่ะครับ

อย่าเพิ่งเชื่อ และอย่าเพิ่งปฏิเสธโดยส่วนเดียว

พึงใช้สติปัญญาพิจารณาดูให้ดีก่อนนะครับ


ขอบคุณมากค่ะ แต่ไม่ทราบว่าจะบอกให้แม่อย่างไรดี เพราะเขาเชื่อมากๆ เราก็ได้แต่คอยดูห่าง และคิดว่าสิ่งไหนที่ทำให้แม่สบายใจได้ ก็จะปล่อยให้ทำ เราก็ส่งเงินให้ใช้ทุกเดือน

นับถือ
อ้อย

หมายเหตุ: ทุกวันพระ แม่จะทำกับข้าวที่พี่ชอบแม่ไปให้ โดยผ่านทางพระ แต่นิมนต์มานอกวัด และบอกว่าถ้าเป็นศีลใหญ่ หมายถึง 15 ค่ำ วิญญาณจะมารับส่วนบุญ จริงไหมค่ะ ตามความเชื่อแบบคนทางเหนือ และมีพิธีกรรมหลายๆ อย่างที่ไม่เหมือนที่อื่น


ลองอ่านนี่ดูอีกทีครับผม


วันนี้ดิฉันมีเรื่องขอรบกวนค่ะ
การไหว้บรรพบุรุษแบบจีนคือพอถึงกำหนดวันเสียชีวิต
ในแต่ละครั้งหรืออื่นๆจะมีการจัดไหว้ มีอาหารต่างๆนานา
พร้อมทั้งเวลากำหนดให้การไหว้ แล้วจึงจะลา
เพื่อทุกคนนำมารับประทานกัน

1) จริงหรือไม่ที่วิญญาณจะมารับอาหาร หรือ อะไรก็ตาม
ตามความเชื่อ ในวันนั้นๆ
2) แล้วถ้าเราไม่ไหว้ แต่เราเปลี่ยนเป็นการสวดมนต์
และส่งกุศล ให้แทนเช่นนี้ ได้หรือไม่
3) แบบไหนคือสิ่งที่ทำแล้วดวงวิญญาณของ
บรรพบุรุตจะได้รับมากกว่าและแน่นอนกว่า

ตั้งแต่ดิฉันได้ปฏิบัติธรรม สวดมนต์ ก็ไม่ค่อยเชื่อเรื่อง
การไหว้ดังกล่าวมาเป็นเวลาหลายปีแล้วค่ะ
ถ้าที่บ้านมีการจัดไหว้ถ้าไม่สะดวก หรือบางครั้งก็
ไม่ต้องการไปร่วมไหว้กับทุกๆคน แต่ดิฉันเปลี่ยนเป็นสวดมนต์แทน
รบกวนคุณเดฟ และ ทุกคนช่วยให้ความกระจ่างทีค่ะ

อนุโมทนาสาธุค่ะ


ตอบ
1) จริงหรือไม่ที่วิญญาณจะมารับอาหาร หรือ อะไรก็ตาม
ตามความเชื่อ ในวันนั้นๆ


ทันทีที่เราทุกคนตาย
จะต้องเกิดทันทีคับ
สุดแล้วแต่ว่าจะเกิดในภพภูมิใด สถานะใด
จะเป็น เทวดา เปรต อสุรกาย สัตว์ในนรก
ดิรัจฉาน หรือเกิดเป็นมนุษย์อีก
ก็สุดแล้วแต่กรรมใดจะเป็นชนกกรรมนำเกิด

ส่วนที่เราเรียกว่า วิญญาณ นั้น
ก็คือ จิต นั่นเอง
และในภพภูมิที่มีขันธ์ 5
รูปกาย กับ วิญญาณ (จิต) จะต้องเกิดร่วมกันเสมอ
ไม่ได้มีวิญญาณเปล่าๆ ไปล่องลอยเคว้งคว้างแต่อย่างใด
อย่างที่เราเคยเห็นในหนัง ในละคร

เวลาที่เรากระทำบุญกุศลต่างๆ แล้วอุทิศให้เค้า
เค้าจะได้รับหรือไม่ ขึ้นอยู่กับฐานะของเค้า คือ

1. ต้องเกิดในภพภูมิที่ล่วงรู้การอุทิศได้
2. ต้องมีส่วนบุญกุศลจากการอุทิศเป็นอาหาร
3. ต้องเกิดกุศลจิตอนุโมทนาในบุญกุศลที่อุทิศให้

หากขาดอย่างใดอย่างนึงไป จะเป็น อฐานะ
คือไม่อยู่ในฐานะที่จะรับอานิสงส์ไพบูลย์จากการอุทิศได้

ผู้ที่อยู่ในฐานะนี้ คือ เปรต เท่านั้นคับ (ปรทัตตุปปชีวิกเปรต)
เมื่อเปรตล่วงรู้การอุทิศ และเกิดกุศลจิตอนุโมทนา
ผลจากการอนุโมทนาของเค้านั่นเอง
เป็นอานิสงส์ให้เค้าได้รับอาหารพ้นจากความหิวโหย
และบางครั้งก็อาจพ้นจากสภาพความเป็นเปรตได้

ถ้าเค้าเกิดเป็นเทวดา
เราก็สามารถอุทิศให้ได้เช่นกันคับ
แต่ว่าเทวดามีอาหารทิพย์อย่างเทวดา
ไม่ได้มีส่วนบุญจากการอุทิศเป็นอาหาร
ดังนั้น เมื่อเทวดาล่วงรู้และเกิดกุศลจิตอนุโมทนา
ก็ไม่ช่วยให้เทวดาหายหิวโหย
แต่จะเป็นกุศลจิตที่เกิดขึ้นสั่งสม

คนเป็นก็เช่นกันคับ เราอุทิศให้คนเป็นได้
ด้วยการบอกกล่าวให้เค้าล่วงรู้
จะไปบอกด้วยตนเอง หรือ โทรศัพท์ไปบอก
อีเมล์ไปบอก ฯลฯ ได้ทั้งนั้นเลยคับ
แต่คนก็มีอาหารอย่างคน
เมื่อเค้าล่วงรู้และเกิดกุศลจิตอนุโมทนา
ก็ไม่ได้ทำให้เค้าหายหิวโหย
แต่จะเป็นกุศลจิตที่เกิดขึ้นสั่งสม

ดังนั้น การที่เราบูชาเซ่นสรวงด้วยอาหาร (อามิสบูชา)
ไม่ได้หมายความว่าเค้าจะมากินอาหารนั้นเหมือนอย่างเราน่ะคับ
อาหารที่เราจัดเตรียมก็ยังคงอยู่ เอามากินต่อได้ใช่มั้ยคับ









2) แล้วถ้าเราไม่ไหว้ แต่เราเปลี่ยนเป็นการสวดมนต์
และส่งกุศล ให้แทนเช่นนี้ ได้หรือไม่


ประเพณีการบูชาเซ่นสรวงบรรพบุรุษ
เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีนิยม
ที่พี่น้องชาวจีนปฏิบัติกัน
เพื่อเป็นการระลึกนึกถึงพระคุณของบรรพบุรุษ
แสดงให้เห็นถึงความกตัญญูแม้ท่านจะล่วงลับไปแล้ว
และวันนั้น มักจะเป็นถือว่าเป็นวันรวมญาติด้วย
ใครที่ห่างหายไปไกล
ก็จะกลับมารวมตัวได้พบปะกัน
เป็นการสืบสานสัมพันธ์อันดี
เอื้ออาทรกันในหมู่เครือญาติด้วย

เราจะไม่ทำก็ได้
แต่ญาติพี่น้องอาจจะค่อนขอดเอาได้อ่ะนะคับ

ทั้งนี้.....
ถ้าไม่กล่าวถึงพิธีกรรมตามประเพณีแล้ว
การที่เราจะน้อมระลึกนึกถึงพระคุณของท่าน
และกระทำบุญกุศลแล้วอุทิศให้ผู้ตายนั้น
สามารถกระทำได้มากมายหลายอย่างเลยคับ
และสามารถจะกระทำได้ทุกที่ ทุกวัน ทุกเวลา
โดยไม่ต้องรอเทศกาลใดๆ เลยน่ะคับ

ลองดูรายละเอียดเกี่ยวกับ
บุญกริยาวัตถุ 10 ประการ นะคับ
จะทราบว่า ความดี หรือ บุญกุศลนั้น
กระทำได้มากมายหลายอย่าง
ทั้งทางกาย วาจา และใจ

ซึ่งการสวดมนต์ที่ประกอบด้วยสมาธิ สติ
น้อมไปตามความหมายหรือคำสอนตามบทสวด
ก็เป็นบุญกุศล เป็นคุณความดีอย่างนึงที่ได้กระทำคับ
และการกระทำความดี หรือบุญกุศลทุกอย่าง
สามารถอุทิศส่วนกุศลได้เช่นกันคับ





3) แบบไหนคือสิ่งที่ทำแล้วดวงวิญญาณของ
บรรพบุรุตจะได้รับมากกว่าและแน่นอนกว่า


อ่ะคับ ทั้งหมดได้เรียนให้ทราบดังรายละเอียด
ในข้อ 1 และ ข้อ 2 แล้วน่ะคับ

จะเห็นได้ว่าในส่วนของเรานั้น
เราสามารถกระทำความดีอันเป็นบุญกุศล
ได้ทุกอย่างเลยคับ ไม่ว่าจะเป็น ทาน ศีล ภาวนา
ไม่เลือกว่าจะบุญเล็กบุญใหญ่

ตั้งใจกระทำให้ดีที่สุดทุกๆ อย่าง
ตามโอกาส ตามกำลัง ตามเหตุปัจจัยในส่วนของเรา
แล้วก็เอื้อเฟื้ออุทิศบุญกุศลนั้นให้กับเค้า
นี่จบในส่วนของเราแล้วนะคับ

สำหรับในส่วนของเค้า
จะได้รับหรือไม่นั้นก็ขึ้นกับเหตุปัจจัยของเค้าแล้ว
ว่าอยู่ในฐานะหรือไม่ ดังที่เรียนไว้ตอนต้น

ดังนั้น เราทำในส่วนของเราให้ดีที่สุดน่ะคับ
โดยไม่ต้องไปวิตกกังวลว่าเค้าจะได้รับหรือไม่
เพราะทุกอย่างที่เรากระทำ
ย่อมเป็นผลดีที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น
ไม่ว่าเค้าจะได้รับหรือไม่ก็ตามอ่ะคับ

ทำใจให้สบาย
ไม่ต้องห่วงในส่วนของเค้านะคับ
เรากระทำในส่วนของเราให้ดีที่สุดแค่นั้นเองคับ

อนุโมทนาคับ


เดฟวัดเกาะครับ


เพราะทำในวัดแล้วอุศส่วนบุญกุศลไม่ได้รับค่ะ

ใครบอกครับ รู้ได้อย่างไร?


อีกอย่างแม่ไปให้หมอเข้าทรงทีไรร้องไห้ทุกที

ตรงนี้ "น่ากลัว"แล้วครับ เพราะการร้องไห้ของแม่เกิดจากความเศร้าโศก ซึ่งเป็น "โทสะ" จิตเกิดความเศร้าหมองเป็นประจำ อาจจะเป็นอารมณ์ก่อนตายของคุณแม่ แล้วผลคือจะไปเกิดในอบายภูมิครับ

ควรเตือนคุณแม่ให้เลิกทำสิ่งต่อไปนี้:

1 .เลิกวิตกกังวลถึงลูกที่ตายไปแล้ว เขาไปเกิดใหม่แล้ว ความเกี่ยวข้องก็สิ้นสุดลงแล้ว ถ้าเขาไปเกิดในนรกหรือเป็นสัตว์เดรัจฉาน เขาก็ไม่สามารถ รับบุญกุศลที่แม่แผ่ให้ได้ครับ แต่หากไปเกิดเป็นเปรต ประเภทปรทัตตูปชีวีเปรต เขาจึงจะรับบุญที่แม่อุทิศให้ โดยมีเงื่อนไขว่า ถ้าเขาตั้งจิตอนุโมทนาในกุศลนั้น

ตรงนี้ถ้าจะอธิบายกันตามหลักคำสอนของ"พระพุทธเจ้า"แล้วจะยาวมากเพราะรายละเอียดมากมาย

2. ให้เลิกไปหาคนทรง ตรงนี้ไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ตน (ของแม่)หรือประโยชน์ท่าน(ของลูกที่ตาย)มีแต่ประโยชน์ของคนทรง(ได้เงิน)

สิ่งที่คุณแม่ควรทำคือ ถือเอาพระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ์เท่านั้นเป็นที่พึ่ง โดย ฝึกสวดมนตร์ไหว้พระ หรืออ่านหนังสือธรรมะเพิ่มความรู้ให้เข้าใจถูกต้องว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไร เราควรปฏิบัติอะไร อย่างไร หรือไปวัดที่มีพระสงฆ์ที่สามารถสอนธรรมะที่ถูกต้องได้ ในเชียงใหม่ก็มีเช่น วัดอรัญญวิเวก วัดอรัญญวิเวก (บ้านปง) ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๕๐ โทร. (๐๕๓) ๘๕๗-๕๔๔ ดูเวปนี้

http://www.panyapatipo.com/contact.html


สาธุๆๆๆ อนุโมทนากับคำแนะนำของคุณอรุณ และ*8q* ด้วยครับ


อนุโมทนาด้วยค่ะ


การทำบุญให้คนที่ฆ่าตัวตาย ต้องรักษาศีล แล้วเจริญภาวนา (ปฎิบัติกรรมฐาน) แล้วอุทิศบุญกุศลให้นั้น ถึงจะได้รับบุญ การให้ทาน เช่นใส่บาตร ถวายสังฆทาน นั้นก็ดี แต่ไม่ได้อานิสงส์มากเท่าการถือศีลแล้วเจริญวิปัสสนากรรมฐาน คนที่ฆ่าตัวตายนั้น จัดเป็นกรรมหนักมาก ต้องเจริญภาวนา แล้วอุทิศให้เท่านั้น ไม่อย่างนั้นแล้ว ยากที่จะได้รับบุญ

การปฎิบัติธรรมโดยการรักษาศีลและเจริญกรรมฐาน สามารถทำได้ทั้งที่วัด และที่บ้าน (กรณีคนที่เคยฝึกกรรมฐานมาแล้ว) แต่แนะนำว่า ถ้ามีโอกาส ให้ไปปฎิบัตธรรม (ถือศีล+ปฎิบัติกรรมฐาน) ที่วัด จะดีมาก เพราะมีพระอาจารย์คอยแนะนำ และเวลาเราอยู่ในวัด เราจะสามารถ รักษาศีลได้บริสุทธิ์กว่า (อุโบสถศีล8) 1.ปาณาติปาตา 2.อทินนา 3.อพรมมจริยา 4.มุสาวาทา 5.สุรา 6.วิกาลโภชนา 7.ไม่ใช้เครืองหอม ตกแต่ง ดูหนัง ดูละคร ฟ้อนรำ 8.ไม่นั่งนอน ในที่นอนสูง สบาย เหล่านี้ ถ้าอยู่ที่วัดจะรักษาศีลได้ดีกว่าค่ะ

วัดทุกวัด ดีทุกที่ค่ะ แต่ที่เคยไปปฎิบัติที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง เชียงใหม่ รู้สึกว่าดีที่สุดค่ะ 1.ถ้ามาจากกรุงเทพ ขึ้นรถทัวร์ที่หมอชิต สายกรุงเทพ-จอมทอง รถทัวร์สุดสาย จอดหน้าวัดเลย ขากลับก็ซื้อตั๋ว ฝั่งตรงข้ามวัดเลย สะดวก 2.ปลอดภัย 3.สะอาด ร่มรื่น ทุกอย่างดีหมด เหมาะแก่การปฎิบัติธรรม 4.สอนกลุ่มเล็กๆ เหมาะกับผู้สนใจเรียนกรรมฐานจริงๆ ไม่แออัด ก่อนไปต้องโทรไปแจ้งทางวัดก่อนว่าจะมา 5.พักกุฎิแต่ละคน แยกกัน มีความสันโดษ สงบ เหมาะเป็นอย่างยิ่งในการปฎิบัติกรรมฐาน 6.เป็นวัดพระอารามหลวงชั้นตรี ผู้มา จะได้มีโอกาสมากราบพระบรมสารีริกฐาตุด้วย 7.การเรียนกรรมฐาน จะมีการสอบอารมณ์ทุกวัน เพราะแต่ละคนจริงๆแล้ว ผ่านการปฎิบัติมาไม่เท่ากัน ไม่สามารถให้ทุกคนมาเดินจงกรมและนั่งสมาธิพร้อมๆกัน เช่นเดินนั่ง45นาที เหมือนกันหมดทุกคน เป็นไปไม่ได้ ที่นี่สอบอารมณ์ของแต่ละคน บางคนเดิน+นั่ง15นาที บางคน30นาที บางคน45นาที บางคนปฎิบัตินานหลายชั่วโมง เพราะพื้นฐานแต่ละคน ไม่เท่ากัน 8.สอนวิปัสสนากรรมฐานในแนวทางสติปัฎฐาน4 เป็นทางสายเอกสายเดียวที่เข้าถึงพระนิพพาน จัดว่ามาถูกทาง ผู้เขียนขอเชิญชวนท่านทั้งหลายมาปฎิบัติธรรม ผู้เขียนเคยปฎิบัติมาแล้ว รู้สึกว่าได้รับอานิสงส์มาก หากท่านต้องการสอบถามเส้นทาง สามารถโทรมา 086-8856237 ผู้เขียนยินดีบอกบุญให้ไปปฎิบัติธรรมค่ะ


ขอบคุณทุกท่านที่เมตตาให้คำแนะนำ
ทุกวันนี้ข้าพเจ้าก็ให้แม่ไหว้พระ สวดมนต์ แต่แม่นั่งนานๆ ไม่ได้ เพราะกระดูกทรุดหลายข้อ (เมื่อวานก็ไปหาหมอมานะค่ะ)


ยืนยันสนับสนุนคุณ *8q* ด้วยคนครับ


 เปิดอ่านหน้านี้  3038 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย