อยากทราบผลของการกรวดน้ำครับ

 asd   

คำถามเรื่องการกรวดน้ำนี้ดูเหมือนกระผมได้อ่านเจอมาแล้วครั้งหนึ่งในคำตอบที่ได้อ่านในเวบนี้ แต่ด้วยด้อยปัญญาของกระผมจึงไม่ค่อยเข้าใจที่เป็นภาษาธรรมะยากๆครับ ครานี้ได้โปรดเมตตาตอบให้กระผมด้วยภาษาที่คนปัญญาน้อยอย่างกระผมให้เข้าใจง่ายๆ โดยขอเมตตาช่วยตอบตรงประเด็นคำถามเลย กล่าวคือ กระผมไปทำบุญอุทิศส่วนกศลไปหาญาติที่ล่วงลับไปแล้วเป็นประจำ บางวัดเราก็กรวดน้ำเองได้ แต่บางวัดพระท่านบอกกว่าท่านจะเป็นคนกรวดน้ำให้ จึงขอเมตตาขอคำตอบว่า การที่เรากรวดน้ำเองกับพระกรวดน้ำให้เรา ผลที่เราตั้งใจจะอุทิศส่วนกุศลไปหาผู้ล่วงลับนั้นผลที่ได้จะต่างกันหรือไม่ครับ ขอท่านผู้รู้เมตตาให้คำตอบด้วยครับ กราบขอบพระคุณล่วงหน้ามากๆครับ




การที่เรากรวดน้ำเองกับพระกรวดน้ำให้เรา ผลที่เราตั้งใจจะอุทิศส่วนกุศลไปหาผู้ล่วงลับนั้นผลที่ได้จะต่างกันหรือไม่ครับ

ค่อยๆอ่านไปนะครับ อย่า "ดูถูกตนเองว่าปัญญาน้อย"เลยครับ เพราะเมื่อใดคิดเช่นนั้น ก็จะเป็นการ "ปิดกั้นตนเอง" ทางปัญญา ในชั้นแรก ควรตั้งความคิดไว้ว่า เราสามารถเรียนรู้และเข้าใจเรื่องที่เราสนใจได้แน่นอน ซึ่งตรงนี้จะเป็นพลังเสริมปัญญาให้เกิดขึ้นได้ครับ

ต่อไปนี้เป็นคำตอบนะครับ ถ้ามีคำถามเพิ่มเติมก็ถามได้ครับ

ผลของการกรวดน้ำเองย่อมต่างจากผลของพระกรวดน้ำให้ครับ ต่างกันคือ

1. คุณจะอุทิศส่วนบุญกุศลให้ใครก็ตาม แล้วคุณมีกุศลจริงหรือเปล่า คุณจะให้ หรืออุทิศอะไรให้ใคร คุณก็ต้องมีสิ่งนั้นก่อน ผู้รับถึงจะได้ เหมือนคุณเรียกคนกินบ้าว ถ้าไม่มีข้าว...คนมารับจะได้กินข้าวได้ยังงัย

สิ่งที่เรียกว่ากุศล โดยหลักมี 3 อย่างคือ ทาน =การให้, ศีล (อย่างน้อยศีล 5) และ ภาวนา =การทำสมาธิ และ วิปัสสนา

ถ้าเป็นพระดี (เรียกว่าพระสุปฏิปันโน ที่มีข้อวัตรปฏิบัติเคร่งครัดตามพระวินัย) ผลของกุศลที่ท่านแผ่ไปย่อมมากกว่าเราที่ยังเป็นปุถุชนอยู่

2. คุณมี "กำลังแรงส่ง" มากพอที่จะส่งไปให้อย่างกว้างไกล ไปถึงหรือเปล่า กำลังส่ง ที่มีแรงมากมาย เกิดจากการตั้งใจจริง ตั้งใจมั่น บริสุทธิ์ใจในการอุทิศ นั่นก็คือมี "สติ" ในการอุทิศ (มีสติ ก็จะมีสมาธิ) มี "สติ" มากๆ ก็จะมีกำลังส่งทะลุทะลวงไปได้ไกล ไม่มีขอบเขตจำกัด

คุณกับพระ ใครมีสติ สมาธิ และจิตที่ดีกว่ากัน? ถ้าคุณเป็นผู้รักษาศีลเป็นปรกติ ทำสมาธิทุกวัน แต่พระ เป็นอลัชชี ทำผิดพระวินัยตลอด ผลของการอุทิศกุศลของคุณย่อมมีมากว่าพระ

จำเป็นไหมที่ต้องกรวดนำหลังทำบุญทุกครั้ง หากไม่กรวดนำบุญกุศลเหล่านี้จะถึงพวกเขาหรือไม่?

ไม่จำเป็นหรอกครับ การกรวดน้ำเป็นแค่วิธีหนึงที่ใช้ประกอบในการอุทิศส่วนบุญกุศลเท่านั้น ไม่กรวดน้ำ ก็สามารถอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลได้ เพราะจุดประสงค์ก็คือ อยากจะอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล เลยใช้วิธีการกรวดน้ำเป็นสื่อแทน ถ้าเราได้ไปทำบุญทำกุศลมา แล้วอยากจะอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลนั้นให้ใครก็ตาม เพียงแค่นึกอย่างมี "สติ" (อย่างที่เขียนข้างบน) แค่นี้ก็ไม่จำเป็นต้องกรวดน้ำหรอกครับ แต่อยากกรวด ก็กรวดไป ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดศีลธรรม อยากทำก็ทำครับ ถ้าไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร อยากทำเพราะดูแล้วมัน "ขลัง" ดี ก็ตามใจ เพียงแต่ว่า "มันไม่ได้สาระ" เท่าที่ควร...เท่านั้นเอง

ขอแนะนำให้ไปหาหนังสือ "สิ่งที่ชาวพุทธควรรู้"ซึ่งมีเนื้อหาสาระอ่านง่ายเกี่ยวกับเรื่องต่างๆที่เราๆท่านๆควรทราบไว้บ้าง ลองไปดูตัวอย่างที่นี่ครับ

http://www.extrasoul.com/




ก็จะได้ยินและฟังบ่อยมากเลยครับกับคำนี้ว่าทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ

การทำบุญไม่จำเป็นต้องกรวดน้ำเสมอไปหรอกครับเพราะวิญญาญที่จะได้รับหรืออนุโมทนาบุญกับเรานั้นต้องอยู่ตามภูมิที่เหมาะสมเท่านั้นครับ



กรวดน้ำ

หลวงพ่อ
น้ำไม่ต้องไปกรวดมันหรอก กรวดน้ำทำยังไง? ก็ต้องไปดู ดูว่าน้ำในถังมันเหลือเท่าไหร่ ในคลองมันแห้ง ลาไปหรือมากขึ้นมา อย่างนั้นกระมัง เพราะสำรวจกับตรวจ มันศัพท์เดียวกัน ไอ้ "กรวด" ก็ไม่ถูกอีกน่ะแหละ สำนวนทางศาสนาเขาเรียก "อุทิศ" แปลว่า เจาะจง คือ ไม่เห็นต้องใช้น้ำ การ "กรวดน้ำ" มันเริ่มสมัยเปรต มาทวงขอบุญกุศล จากพระเจ้าพิมพิสาร พระพุทธเจ้า ทรงบอกวิธีทำให้ว่า ให้พระองค์ ถวายภัตตาหาร กับพระสงฆ์แล้วอุทิศส่วนกุศลให้ซี ท่านก็ทำแบบนั้น อีตอนอุทิศส่วนกุศล ท่านเป็นคนมาจาก พราหมณ์ ที่มีธรรมเนียมว่า จะให้ของใคร ก็ต้องเอาน้ำราดมือผู้รับ แสดงเป็นอาการว่า ยกให้ ท่านก็เอาน้ำในคนโท เทราดพระหัตถ์พระพุทธเจ้า เลยรับกันต่อๆ มาว่า อุทิศส่วนกุศลต้องราดน้ำด้วย

อุทิศ นี่แปลว่า เจาะจง เราทำบุญเจาะจงไปให้ ถ้าไปใช้น้ำก็เจ๊ง เพราะใจมัวเป็นห่วงน้ำ ห่วงมือ ใจก็แกว่ง ใช้ไม่ได้หรอก เสียผลตั้งเยอะ เคยเห็นผีมาหลายรายแล้ว ที่มารับส่วนกุศล แต่ไม่ได้กิน บางครั้งเวลาทำบุญนะ คนที่นำอุทิศส่วนกุศลน่ะ มันให้แต่ เฉพาะญาติ พวกที่ไม่ใช่ญาติ ก็เดินร้องไห้ไปเลย น้ำตาไหล เพราะไม่ใช่ญาติ ไม่มีโอกาส นี่เป็นยังงี้ เป็นผีแล้วมันแย่งกันกินไม่ได้

ทีหลังไม่ต้อง "กรวดน้ำ" นะ ตั้งใจเฉยๆ มีผลกว่าตั้งเยอะ ฉันไม่ใช้เลยแหละ แล้วเวลาอุทิศส่วนกุศลจริงๆ นี่ใช้ภาษาบาลีไม่ดีหรอก เพราะอะไรรู้ไหม เพราะบางทีไอ้ภาษาบาลีนี่ มันไม่ตรงกับเจตนาที่จะให้
อย่างฉันเจริญกรรมฐานกับหลวงพ่อปานนี่ คืนที่ 3 มีผีมานั่งอยู่ตรงหน้า ยายคนหนึ่งอ้วนยังกะพ้อม มีไอ้เจ้าคนหนึ่งผอมกะหงองก๋อง ยายนั่นแกบอก เอ้า จะพูดอะไรก็พูดซี จะขออะไรท่านก็ขอ ไอ้เราก็มองดู เอ...ไอ้นี่ มันคงอด อาจารย์ฉัตรท่านเคยบอกว่า ถ้าไม่ขอก็อย่าให้ แต่มานึกดูว่า เอ๊ ไอ้นี่มันพูดไม่ได้เราจะไปรอให้ มันขอทำไม ก็เลยให้เวลาให้ก็ "อิมินา" เข้าให้ อิมินาปุญญกุเม อุปัชฌาย์ ฯลฯ แปลไปเถอะไม่ได้ ตรงกับหมอนั่นเลย ไปให้เอาครูอาจารย์ ที่ไหนก็ไม่รู้ ไอ้คนนั่งตรงหน้า ไม่ได้ให้ ว่าไปไม่ถึงครึ่ง พวกมาแล้วโซ่คล้องคอหมับ ลากไปเลย

ตอนเช้าไปบิณฑบาตกลับมา ก็ฉันข้าว หลวงพ่อปาน โดยปกติสังเกตได้ ถ้าไม่มีเรื่องอะไรจะพูด ฉันข้าวเสร็จ ท่านต้องเช็ดบาตร เช็ดช้อน เช็ดชามของท่าน พระอื่น ก็ต้องทำเหมือนกัน แล้วข้าวแกง ที่กินหมด แล้วก็ไม่ใช่โยนให้เด็กล้าง พระต้องล้างเองเช็ดเอง เช็ดถ้วยเช็ดชามเสร็จ ท่านก็จะยถาทันที วันไหนเช็ดชามเสร็จยังไม่ยถา วันนั้นแปลว่า มีเรื่องแล้ว อีวันนั้น มองไปมองมา พอเจอะหน้ากัน ท่านก็พยักหน้าถามว่า

ยังไงพ่ออิมินาคล่อง แล้วมันจะได้แดกรึ?
แล้วกัน เอาเราเข้าแล้ว รู้เสียด้วยนะ ท่านอยู่ในกุฏิเราอยู่ใน ป่าช้า โกหกท่านไม่ได้ ผีพวกนั้นน่ะมันไปเร็วมาเร็ว ต้องใช้เวลาเร็วๆ ถามว่า ทำยังไง ท่านบอกว่า เอางี้ พอเห็นหน้ามันปั๊บ ก็ตั้งใจเลยว่า

ฉันบำเพ็ญกุศลมาตั้งแต่ต้นจนบัดนี้ บุญบารมีจะมีแก่ฉันเพียงใด เธอจงโมทนาและมีประโยชน์อย่างเดียวกับที่ฉันจะพึงได้รับ

เอาแค่นี้ อย่าให้ยาวกว่านี้ ถ้าสั้นกว่านี้ได้เท่าไรยิ่งดี เพราะว่า มันคอยนานไม่ได้

ถาม - คนไปนิพพานแล้วอุทิศให้ได้หรือไม่?

ได้ แม้แต่พระพุทธเจ้าเราก็ควรอุทิศให้ได้ เพราะเป็นการสนองคุณ แสดงความกตัญญูกตเวที ความจริง ท่านไม่ต้องการหรอก ของท่านมีจนล้นแล้ว ถึงแม้ท่านจะไม่รับ แต่อย่าลืม อย่างเราเป็นพ่อแม่เขาน่ะ ถ้าไอ้ลูกมันอยู่บ้านไกล นานๆ มาหาที เอาของอะไรมาให้ ถึงแม้ว่าของนั้นไม่มีค่าอะไรเราก็ยังดีใจ ใช่ไหม เห็นว่า ลูกน่ะมีน้ำใจ มีกตัญญูรู้คุณ อันนี้ ก็เหมือนกัน ถ้าหากว่า เราอุทิศส่วนกุศลให้พระพุทธเจ้า ก็แสดงว่า เรากตัญญูรู้คุณของพระพุทธเจ้า การบูชาคุณของพระพุทธเจ้าด้วยกตัญญูรู้คุณนี่
เป็นเหตุให้เราไม่ลงนรก ท่านจะรับหรือไม่รับนี่ไม่สำคัญ สำคัญที่ว่า ให้ใจของเราตามระลึกถึงอยู่เสมอก็แล้วกัน

พระราชพรหมยาน(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)ท่านตอบให้หมดแล้วครับ หวังว่าคงกระจ่างนะครับ


ยังไงเข้าไปอ่านในนี้ได้ครับ

http://xchange.teenee.com/index.php?showtopic=30922

อนุโมทนาครับท่านddman



สาธุ สาธุ สาธุ!ขอรับท่าน*8q*


ก่อนกรวดน่ำต้องท่องนะโมก่อนไหม


 เปิดอ่านหน้านี้  4003 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย