อกุศลกรรม กับ ทำบาป เหมือนกันหรือไม่ครับ ?

 puvanart   


1.อกุศลกรรม กับ ทำบาป เหมือนกันหรือไม่ครับ ?

2.เมื่อผิดศีล จะตกสู่อบายภูมิ จิตเท่านั้นที่ตกสู่อบายภูมิหรือเปล่าครับ ?

3.การตัดกิเลส คือตัดสิ่งที่ทำให้จิตไม่เกิดความเศร้าหมอง ใช่หรือไม่ครับ ?

4.พระองค์ท่านตรัสว่า "สุข-โสมนัสใดๆ ที่อาศัยเวทนาแล้วเกิดขึ้น

สุขและโสมนัสนั้นแล เป็นรสอร่อยของเวทนา ...... เวทนาไม่เที่ยง .... ฯ"

แล้ว สุข ที่เกิดในปฎมณาน เป็นรสอร่อยของเวทนาหรือไม่ครับ ?


5.สุขในความสงบ เป็นรสอร่อยของเวทนาหรือไม่ครับ ?



ขอบคุณครับ เจริญในธรรมครับ








อกุศลกรรม หมายถึงความชั่ว, สิ่งที่ไม่ดี ใช้แทนคำว่า บาป ก็ได้ บางครั้งก็ใช้คู่กันไปเป็น บาปอกุศล และเป็นคำตรงกันข้ามกับคำว่า กุศล ซึ่งแปลว่า ความดี

อกุศลกรรม เป็นคำที่ถูกนำมาใช้นำหน้าคำอื่นมากและทำให้มีความหมายไปในทางที่ไม่ดี เช่น
อกุศลกรรม หมายถึงความชั่ว, บาป
อกุศลกรรมบท หมายถึงทางแห่งความชั่ว, ทางบาป
อกุศลจิต หมายถึงจิตชั่ว, ความคิดชั่ว
อกุศลเจตนา หมายถึงเจตนาไม่ดี
อกุศลมูล หมายถึงรากเหง้าแห่งความชั่ว ได้แก่ โลภะ โทสะ โมหะ

การตัดกิเลส คือตัดสิ่งที่ทำให้จิตไม่เกิดความเศร้าหมอง นั้นถูกต้องครับแต่ยังไม่ถูกต้องหมดเพราะกิเลสนั้นสามารถที่จะแบงออกเป็นกิเลสในด้านดีหรือที่เราเรียกกันว่ากุศลกรรม และอีกอย่างหนึ่งคือกิเลสในด้านที่ไม่ดีคืออกุศลกรรม ซึ่งส่วนมากแล้วมนุษย์ปถุชนธรรมดาจะสามารถที่จะตัดกิเลสในด้านที่ไม่ดีคืออกุศลกรรม ได้บางแต่ส่วนมากจะไปติดอยู่ที่กิเลสในด้านดีหรือกุศลกรรม ยกตัวอย่างเช่นการที่เราต้องการที่นั้งสมาธิให้ได้ญาณอย่างนี้ก็ถือว่าเป็นกิเลสแต่เป็นกิเลสในด้านดีพระพุทธเจ้าไม่ได้ห้ามแต่พระองค์สอนไว้ว่าทุกอย่างในโลกนี้รวมทั้ง ขัน 5 ซึ่งประกอบไปด้วย
1.) รูปขันธ์
2.) เวทนาขันธ์
3.) สัญญาขันธ์
4.) สังขารขันธ์
5.) วิญญาณขันธ์
นั้นไม่เทียงย่อมเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปในท้ายที่สุดหรือ เป็น ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา
ฉะนั้นถ้าเรา ปรารถนาที่จะพ้นทุกข์อย่างจริงจังเพื่อเข้าสู่กระแสพระอรหันเราต้องพิจารณาตรงนี้ให้มาก เช่นกันความสุขที่เกิดจากเวทนาก็เป็นเช่นนี้เพราะฉะนั้นเราอย่าไปติดยึดกับมันเลยมันไม่ใช่ของจริงแท้แน่นอน...แต่ที่จริงแท้คือ มัชฌิมาปฏิปทาหรือคำสอนของพระพุทธเจ้าที่พระองค์ได้ท้งเอาไว้ให้เราทุกคนแล้ว...แล้วเราจะไปส่งสัยอะไรอีกหรือเมื่อส่งสัยก็จงหาคำตอบจากคำสอนของพระองค์เทอน...แล้วท่านจะรู้แจ้งโดยที่ไม่มีข้อส่งสัยใดๆอีกเลย




1.อกุศลกรรม กับ ทำบาป เหมือนกันหรือไม่ครับ ?

เป็นสิ่งเดียวกันครับ

2.เมื่อผิดศีล จะตกสู่อบายภูมิ จิตเท่านั้นที่ตกสู่อบายภูมิหรือเปล่าครับ ?

สัตว์ในทุกภูมิ ยกเว้นอรูปพรหมภูมิจะต้องมีทั้งจิตและกายด้วยครับ ดังนั้นผู้ที่ต้องไปนรกเมื่อตายจากมนุษย์แล้วจะเกิดขึ้นทันทีเป็นสัตว์นรกที่มีทั้งร่่างกายและจิตใจเพื่อรับผลของบาปที่ทำไว้ สัตว์นรกนี้จะมีสุขภาพดีมากคือไม่ป่วยด้วยโรคใดๆ ทั้งยังมีความสามารถในการรับสัมผัสที่ยอดเยี่ยมชนิดที่มนุษย์ไม่สามารถเทียบได้เลย เพื่อรับผัสสะที่ทุกข์ทรมานอย่างเต็มที่ เรียกว่าไม่มีจุดใหนของร่างกายตายด้านหรือหมดความรู้สึกเลย
เรื่องการเป็นอัมพฤกอัมพาตนั้นไม่เกิดแก่สัตว์นรกได้เลย เพราะกรรมที่ทำไว้นั้นมีผลให้ต้องได้รับความเจ็บปวดทรมานอย่างสาหัสแต่อย่างเดียว ทั้งยังตายยากอีกต่างหาก คือแม้อาจถูกเผาไหม้ไปแล้วก็ยังฟื้นแล้วๆเล่าๆเพื่อรับผลกรรมจนกว่าจะสมควรแก่เจตนานั่นแหละ จึงอาจจะพ้นจากนรกหรืออบายภูมิ


3.การตัดกิเลส คือตัดสิ่งที่ทำให้จิตไม่เกิดความเศร้าหมอง ใช่หรือไม่ครับ ?

ถูกต้องแล้วครับ กิเลสเกิดขึ้นที่ใจครับ ไม่เกิดที่กายหรือรูปร่างที่ภาษาธรรมเรียก รูปธรรม
คำว่ากิเลสนั้นมีความหมายเป็น "อกุศล"แต่อย่างเดียวครับ มี 10 อย่างคือ

กิเลส หมายถึงธรรมชาติที่เป็นเครื่องให้เศร้าหมองหรือเร่าร้อน กิเลสมี ๑๐ คือ

(๑) โลภะ ความยินดีพอใจในโลกียอารมณ์ต่างๆ

(๒) โทสะ ความโกรธ ความไม่พอใจ

(๓) โมหะ ความหลง ความโง่

(๔) มานะ ความเย่อหยิ่ง ถือตัว

(๕) ทิฏฐิ ความเห็นผิด

(๖) วิจิกิจฉา ความสงสัยลังเลใจในสิ่งที่ควรเชื่อ

(๗) ถีนะ ความหดหู่

(๘) อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่าน

(๙) อหิริกะ ความไม่ละอายต่อทุจริต

(๑๐) อโนตตัปปะ ความไม่สะดุ้งกลัวต่อทุจริต
จาก คู่มือการศึกษาหลักสูตรจูฬอาภิธรรมิกะโท ฝ่ายวิชาการ อภิธรรมโชติกะวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ที่มา :http://www.dharma-gateway.com/dhamma/misc-39.htm

4.พระองค์ท่านตรัสว่า "สุข-โสมนัสใดๆ ที่อาศัยเวทนาแล้วเกิดขึ้น สุขและโสมนัสนั้นแล เป็นรสอร่อยของเวทนา ...... เวทนาไม่เที่ยง .... ฯ" แล้ว สุข ที่เกิดในปฎมณาน เป็นรสอร่อยของเวทนาหรือไม่ครับ ?

ตอบโดยหลัก ตราบใดที่ยังเป็นโลกียญาณอยู่ สุข ที่เกิดในปฎมณานก็ยังเป็นรสอร่อยของเวทนาครับ

5.สุขในความสงบ เป็นรสอร่อยของเวทนาหรือไม่ครับ ?

ตรงนี้คำว่าสงบหมายถึงนิพพาน ซึ่งเป็นสภาพธรรมขั้นโลกุตระแล้ว คือพ้นจากปัจจัยปรุงแต่งหรือสังขารแล้วสุขในขั้นนี้ไม่ใช่รสอร่อยของเวทนาแล้วครับ เพราะสังขารทั้ง 5ถูกวิชชาทำลายได้แล้ว สภาพแห่งการติดยึดที่เรียกว่า "รสอร่อยของเวทนา" จึงไม่มีครับ




ขอเรียนเชิญทัวร์นรกที่นี่ครับ:

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=mscc2&topic=733

http://larnbuddhism.com/godgram/nr/01.html

http://www.lannaworld.com/cgi/lannaboard/reply_topic.php?id=17836




 เปิดอ่านหน้านี้  3926 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย