สือบเนื่องจากคำถามที่ 0927 เรื่องจิตและวิญญาน

 asd   

ทุกท่านตอบได้ดีมากกราบขอบคุณครับ แต่สำหรับตัวกระผมเองอ่านดูยังมีข้อสงสัย คือ พวกเปรต หรือเทวดาที่มาหาในรูปแบบต่างๆนั้นเขาคงรู้ว่าญาติๆที่เขามาหานั้นกำลังอยู่ไหน ทำอะไร พูดอะไรที่เกี่ยวกับเขาอยู่เชื่อว่าเขารับรู้ในสิ่งที่ญาติๆพูดถึงเขากระผมเชื่ออย่างนั้น ถ้าเป็นเช่นนี้หากพวกญาติๆที่อยู่พูดถึงเขากระผมก็เชื่ออีกเช่นกันว่าพวกเขาก็คงรับรู้เช่นกัน (ขอย้ำว่าเขาคงรับรู้สิ่งที่เราพูดถึงเขาเช่นกัน) เพียงแต่สื่อกันไม่ได้เท่าเองเพราะอยู่คนละภพ ความเข้าใจของกระผมถูกหรือไม่ครับ ช่วยเมตตาอธิบายให้ด้วย




ลองอ่านคำถามคำตอบนี้ เผื่อเข้าใจเพิ่มขึ้นครับ ที่จริงท่านเข้าใจไม่ผิด แต่มีรายละเอียดมากที่ต้องเรียนรู้ แต่ไม่ต้องกังวลครับ ค่อยๆเรียนรู้ไปก็จะรู้ได้ละเอียดขึ้นครับ :

มีสัมผัสพิเศษเห็นวิญญาณ เป็นคนดวงแข็งหรือเปล่า?

ดิฉันต้องการมีความประสงค์ใคร่จะขอถามว่า การที่เรามีเซนต์ ติดต่อกับวิญญาณได้นั้น เป็นเพราะดวงของเราแข็งหรือเปล่าคะ เพราะดิฉันเคยเห็นวิญญาณเจ้าที่บ่อย ๆ เลยแปลกใจตัวเอง เป็นอย่างนี้มานานแล้วค่ะ แล้วการที่เราไปทำแท้งนี้จะมีผลกรรม จะมีมากไหมคะ เพราะการทำแท้งนี้เขายังไม่มีชีวิต เลยนะคะ แค่ 2 เดือนกว่าเอง จะตกนรกไหมคะ

ตอบ


เซนต์ที่คุณเขียนมาหมายความว่า ลายเซนต์ หรือไม่มีตังค์ แล้วเซ็นต์เอาไว้ก่อนนะครับ จริง ๆ คือ เซ้นส์ (sense) แปลว่า ประสาทสัมผัส ซึ่งทุกคนมีอยู่แล้ว (ตา หู จมูก ลิ้น ผิวหนัง…..) แต่พอพูดอย่างนี้ คน ทั่วไปมักจะนึกว่าเป็นประสาทสัมผัสพิเศษ ซึ่งคำเต็ม ๆ จริง ๆ ก็คือ sixth sense หรือประสาทสัมผัสที่ 6 (คือ ใจ) จริง ๆ แล้วการเห็นผี หรือวิญญาณนี่ ไม่จำเป็นต้องดวงแข็งหรอกครับ ดวงอะไรถ้าจะเจอก็เจอได้ คนที่จะเห็นวิญญาณได้นั้นมี องค์ประกอบหลายอย่างครับ เช่น ต้องมีสมาธิดี (สามารถเห็นมิติอื่นได้) ต้องมีจิตดี (เมื่อจิตดี วิญญาณเค้าอยากเจอ อยากให้เห็น จะได้ ขอความช่วยเหลือ เหมือนคุณเป็นคนดี ใคร ๆ ก็อยากเจอ อยากขอความช่วยเหลือ) ต้องดวงซวยจริง (เพราะวิญญาณที่ไม่ดีกะจะเล่น งานคุณ หรือวิญญาณ ดี ๆ เค้าก็อยากมาเตือน มาช่วยคุณ) หรือคนทีมีหน้าที่จะต้องทำอะไรบางอย่างหรือหลายอย่าง วิญญาณเก็มาบอก มาเตือน หรือวิญญาณที่ขี้เล่น เค้าก็พยายามมาล้อเล่นกับคุณ วิญญาณอาฆาต วิญญาณพยาบาท ฯลฯ เห็นไหมครับ? การเจอวิญญาณนั้น ใคร ๆ ก็เจอได้ ไม่จำเป็นต้องดวงแข็งอย่างเดียว แต่จะมีหลักใหญ่ใหญ่ ๆ ก็คือ ต้องมีภาวะที่ตรงกัน หรือใกล้เคียงกัน หรือมีคลื่นเดียวกัน หรือคลื่นใกล้เคียงกัน เหมือนซื้อ โทรทัศน์มาใหม่ ๆ มันต้องมีการ "จูนคลื่" หรือ "ปรับคลื่น" ไม่งั้นหน้าจอก็จะเป็นคลื่น ๆ ซ่า ๆ แบบนั้นล่ะครับ เราก็ต้องปรับ คลื่นให้ตรงความถี่ เราถึงจะเห็นภาพ การเห็นวิญญาณก็เหมือนกันครับ อยู่ที่ฝ่ายเราหรือฝ่ายวิญญาณจะปรับคลื่น เมื่อสักครู่บอกว่าปรับคลื่นโทรทัศน์ เราเป็นคนปรับ คลื่น เราจึงเห็นภาพ แต่คนในจอไม่เห็นเราใช่มั้ยครับ? เหมือนกันครับ ถ้าเราปรับคลื่นให้เห็นวิญญาณ (จะปรับด้วยวิธีไหน หรือตั้งใจ ไม่ตั้งใจ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง) เราก็จะเห็นวิญญาณได้ แต่วิญญาณอาจจะไม่เห็นเรา แต่ถ้าวิญญาณปรับคลื่นมาให้เราเห็น แต่เราไม่ได้ปรับ คลื่นรับ เราก็อาจจะไม่เห็น สัญญาณอ่อน ๆ อาจจะได้แค่ได้ยินเสียง หรือได้กลิ่น หรือเห็นอะไรแว่บ ๆ อยากเห็นอยากสื่อสารได้ ต้องปรับด้วยกันทั้ง 2 ฝ่ายครับ


การปรับคลื่นของวิญญาณทำได้ง่ายกว่า เพราะเป็นพลังงานที่มีอนุภาคที่ละเอียดกว่ากายหยาบของมนุษย์ วิญญาณจึงมองเห็น มนุษย์ได้มากกว่า แต่มนุษย์มีกายหยาบ มีความคิดสับสน หลากหลายความคิด ความคิดจึงไม่เป็นระเบียบ ไม่ละเอียด ปรับคลื่นยากกว่า เลยไม่ค่อยเห็นวิญญาณ แต่การปรับคลื่นโดยอัตโนมัตินี่เป็นไปได้ครับ เพราะจิตเรามีการสั่งงานอย่างอัตโนมัติอยู่แล้ว อย่างเวลาที่เราโดน ของร้อนตกใส่มือ เราจะสะบัดทันที ไม่ต้องรอว่า เอ้า…....สมอง สั่งงานนะ สั่งให้สะบัดมือนะ อย่างนี้ไม่ต้อง สะบัดทันที นี่เรียกว่า อัตโนมัติ การจัดระเบียบที่ดีเพื่อให้เกิดคลื่นที่มีอานุภาพ ก็คือการทำ "สมาธิ" ครับ ความจริงอย่าไปสนใจเลยนะครับว่า จะเห็นวิญญาณหรือไม่เห็น เพราะทั้งเราทั้งวิญญาณก็มีสิทธิที่จะอยู่ในโลกนี้เหมือนกัน เราก็ไม่ใช่เจ้าของโลก วิญญาณก็ไม่ใช่เจ้าของโลก จะบังเอิญหรือตั้งในมาเจอกันบ้างในบางโอกาส บางเวลา ก็อย่าไปใส่ใจเลยครับ ไม่งั้นประสาทกิน แต่ยึดหลักเอาไว้ว่า ถ้าเห็นวิญญาณ ควรทำบุญทำกุศลไปให้ มากน้อย ตามกำลัง ตามความสะดวก ถือว่าเป็น "ผู้ให้" น่ะดีที่สุดครับ ส่วนเรื่องการทำแท้ง อ่านได้จากบทความเก่าครับ (ดูหัวข้อข้างบนๆ) ถามว่าจะตกนรกมั้ย? ตกครับ? อย่างน้อยก็ "นรกในใจ" ตกอยู่แล้ว…ใช่มั้ยล่ะครับ?

ที่มา
http://www.extrasoul.com/qold.html#3


ผมขอเสริมจากข้างบนนิดหนึ่งครับคือว่าการที่คนเราจะเห็นวิญญาณนั้นมันมีอยู่สองอย่างอย่างแรกคือสิ่งที่เป็นวิญญาณแสดงให้เห็นเองด้วยอำนาจของจิตโดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับเราเลยและอีกอย่างหนึ่งคือเรามีอำนาจจิตที่จะเห็นสิ่งที่เป็นวิญญาณเองแต่ขอบอกไว้สั้นๆว่าอย่างเพราะมันเป็นของคนที่มีญาณที่เกิดจากการฝึกสมาธิหรือติดตัวมาแต่เกิดเท่านั้น และในส่วนของการทำแท้งลูกของตัวเองนั้นมีความผิดเป็นอย่างมากและบาปไม่น้อยไปกว่าการฆ่าตัวตายเลยเช่นกัน...เพราะพระพุทธเจ้าได้สอนเอาไว้ว่ามีคนเราเริ่มตั้งครรภ์ตั้งแต่วันแรกนั้นหมายความว่ามีวิญญาณมาจุติแล้วในครรภ์ของมารดา ฉนั้นผู้ที่ทำลายลูกของตนเองในท้องเท่ากับว่าได้ฆ่าคนไป 1 คนแล้วซึ่งผิดศิลพื้นฐานอย่างศิล 5 ข้อที่หนึ่งไปแล้วซึ่งในข้อนี้นับว่าร้ายแรงมาก...ถ้าคุณยังไม่เข้าใจผมขอให้คุณคิดกลับไปสิว่าถ้าคุณแม่ของคุณฆ่าคุณตั้งแต่อยู่ในท้องคุณจะรู้สึกอย่างไร...ป่านนี้คุณก็คงจะยังไม่ได้เกิดหรืออาจเกิดเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่มนุยษ์ไปแล้วก็ได้จริงมั้ย......ส่วนคุณจะตกนรกหรือไม่ในตอนนี้มันไม่สำคัญเท่ากับว่าคุณจะทำดีและถูกต้องตามหลักศิลธรรมต่อผู้อื่นและตนเองอย่างไรต่างหาก


 เปิดอ่านหน้านี้  3240 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย