ถามเรื่องการพูดกับคนตายอีกครั้ง

 asd   

ข้าพเจ้าเพิ่งเป็นสมาชิกใหม่แต่ก็เคยอ่านเวปธรรมะไทยบ่อยเหมือนกัน เคยอ่านคำถามและคำตอบหนึ่งเมื่อไรจำไม่ได้แล้วก็ยังไม่เข้าใจและยังสงสัยอยู่ เพราะคำถามนั้นข้าพเจ้าก็อยากทราบเหมือนกัน คือ การที่คนที่เรารักต้องถึงแก่กรรมลง เราคิดถึงเขามากทุกวันต้องพูดกับเขาหน้ารูปถ่ายบ้าง ตามที่เราเคยอยู่ร่วมกันมาบ้าง โดยพูดทุกวันเหมือนกับที่เขายังมีชีวิตอยู่ หรือบอกว่าไม่ต้องห่วงอะไรขอให้ไปดีทำนองนี้ ที่อยากทราบมากๆก็คือ การที่เราพูดไปอย่างนั้นอยากทราบว่า คนที่เรารักที่ตายไปนั้นการที่เราพูดกับเขาอย่างนั้น อยากเรียนถามว่า เขาจะรับรู้ ถามเรื่องการรับรู้เท่านั้นว่าเขาจะรับรู้สิ่งที่เราพูดหรือไม่ ไม่ได้ถามที่หมายถึงการพูดโต้ตอบกันเพราะมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว กราบย้ำคำถามอีกครั้งว่าผู้ตายที่เราพูดด้วยกับเขาเขาจะรับรู้ในสิ่งที่เราพูดหรือไม่ ข้าพเจ้าอยากได้คำตอบที่เข้าใจง่ายๆ ได้โปรดกรุณาเมตตาตอบแบบเข้าใจง่ายๆให้ด้วยเพราะข้าพเจ้าไม่รู้มากถึงคำพระที่ยากๆเพราะจบเพียงแค่ชั้นประถมแต่ก็สนใจอยากเรียนรู้ธรรมะ หวังว่าคงได้รับเมตตาตอบให้ ขออนุโมทนาในคำตอบล่วงหน้าเป็นย่างสูง




ที่รู้ก็มี ที่ไม่รู้ก็มี

ที่รู้ ได้แก่ ผู้ที่ตายแล้วเกิดเป็น เทวดา พรหม

ที่ไม่รู้ ได้แก่ ผู้ที่ตายแล้วเกิดเป็น มนุษย์ สัตว์เดรัจฉาน เปรต อสุรกาย สัตว์นรก

สัตว์ทุกหมู่เหล่า ตายแล้วเกิดทันที แต่จะเกิดเป็นอะไร ก็อีกเรื่องหนึ่ง

*****************************************************

ข้าพเจ้า ตอบตามสติปัญญาอันมีอยู่น้อยนิด

ผิดถูกประการใด ขอผู้รู้โปรดชี้แนะด้วย ... สาธุ สาธุ


ดูนี้นะครับน่าจะได้คำตอบที่เข้าใจเรืองวิญญาญ


วันนี้ดิฉันมีเรื่องขอรบกวนค่ะ
การไหว้บรรพบุรุษแบบจีนคือพอถึงกำหนดวันเสียชีวิต
ในแต่ละครั้งหรืออื่นๆจะมีการจัดไหว้ มีอาหารต่างๆนานา
พร้อมทั้งเวลากำหนดให้การไหว้ แล้วจึงจะลา
เพื่อทุกคนนำมารับประทานกัน

1) จริงหรือไม่ที่วิญญาณจะมารับอาหาร หรือ อะไรก็ตาม
ตามความเชื่อ ในวันนั้นๆ
2) แล้วถ้าเราไม่ไหว้ แต่เราเปลี่ยนเป็นการสวดมนต์
และส่งกุศล ให้แทนเช่นนี้ ได้หรือไม่
3) แบบไหนคือสิ่งที่ทำแล้วดวงวิญญาณของ
บรรพบุรุตจะได้รับมากกว่าและแน่นอนกว่า

1) จริงหรือไม่ที่วิญญาณจะมารับอาหาร หรือ อะไรก็ตาม
ตามความเชื่อ ในวันนั้นๆ


ทันทีที่เราทุกคนตาย
จะต้องเกิดทันทีคับ
สุดแล้วแต่ว่าจะเกิดในภพภูมิใด สถานะใด
จะเป็น เทวดา เปรต อสุรกาย สัตว์ในนรก
ดิรัจฉาน หรือเกิดเป็นมนุษย์อีก
ก็สุดแล้วแต่กรรมใดจะเป็นชนกกรรมนำเกิด

ส่วนที่เราเรียกว่า วิญญาณ นั้น
ก็คือ จิต นั่นเอง
และในภพภูมิที่มีขันธ์ 5
รูปกาย กับ วิญญาณ (จิต) จะต้องเกิดร่วมกันเสมอ
ไม่ได้มีวิญญาณเปล่าๆ ไปล่องลอยเคว้งคว้างแต่อย่างใด
อย่างที่เราเคยเห็นในหนัง ในละคร

เวลาที่เรากระทำบุญกุศลต่างๆ แล้วอุทิศให้เค้า
เค้าจะได้รับหรือไม่ ขึ้นอยู่กับฐานะของเค้า คือ

1. ต้องเกิดในภพภูมิที่ล่วงรู้การอุทิศได้
2. ต้องมีส่วนบุญกุศลจากการอุทิศเป็นอาหาร
3. ต้องเกิดกุศลจิตอนุโมทนาในบุญกุศลที่อุทิศให้

หากขาดอย่างใดอย่างนึงไป จะเป็น อฐานะ
คือไม่อยู่ในฐานะที่จะรับอานิสงส์ไพบูลย์จากการอุทิศได้

ผู้ที่อยู่ในฐานะนี้ คือ เปรต เท่านั้นคับ (ปรทัตตุปปชีวิกเปรต)
เมื่อเปรตล่วงรู้การอุทิศ และเกิดกุศลจิตอนุโมทนา
ผลจากการอนุโมทนาของเค้านั่นเอง
เป็นอานิสงส์ให้เค้าได้รับอาหารพ้นจากความหิวโหย
และบางครั้งก็อาจพ้นจากสภาพความเป็นเปรตได้

ถ้าเค้าเกิดเป็นเทวดา
เราก็สามารถอุทิศให้ได้เช่นกันคับ
แต่ว่าเทวดามีอาหารทิพย์อย่างเทวดา
ไม่ได้มีส่วนบุญจากการอุทิศเป็นอาหาร
ดังนั้น เมื่อเทวดาล่วงรู้และเกิดกุศลจิตอนุโมทนา
ก็ไม่ช่วยให้เทวดาหายหิวโหย
แต่จะเป็นกุศลจิตที่เกิดขึ้นสั่งสม

คนเป็นก็เช่นกันคับ เราอุทิศให้คนเป็นได้
ด้วยการบอกกล่าวให้เค้าล่วงรู้
จะไปบอกด้วยตนเอง หรือ โทรศัพท์ไปบอก
อีเมล์ไปบอก ฯลฯ ได้ทั้งนั้นเลยคับ
แต่คนก็มีอาหารอย่างคน
เมื่อเค้าล่วงรู้และเกิดกุศลจิตอนุโมทนา
ก็ไม่ได้ทำให้เค้าหายหิวโหย
แต่จะเป็นกุศลจิตที่เกิดขึ้นสั่งสม

ดังนั้น การที่เราบูชาเซ่นสรวงด้วยอาหาร (อามิสบูชา)
ไม่ได้หมายความว่าเค้าจะมากินอาหารนั้นเหมือนอย่างเราน่ะคับ
อาหารที่เราจัดเตรียมก็ยังคงอยู่ เอามากินต่อได้ใช่มั้ยคับ

2) แล้วถ้าเราไม่ไหว้ แต่เราเปลี่ยนเป็นการสวดมนต์
และส่งกุศล ให้แทนเช่นนี้ ได้หรือไม่


ประเพณีการบูชาเซ่นสรวงบรรพบุรุษ
เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีนิยม
ที่พี่น้องชาวจีนปฏิบัติกัน
เพื่อเป็นการระลึกนึกถึงพระคุณของบรรพบุรุษ
แสดงให้เห็นถึงความกตัญญูแม้ท่านจะล่วงลับไปแล้ว
และวันนั้น มักจะเป็นถือว่าเป็นวันรวมญาติด้วย
ใครที่ห่างหายไปไกล
ก็จะกลับมารวมตัวได้พบปะกัน
เป็นการสืบสานสัมพันธ์อันดี
เอื้ออาทรกันในหมู่เครือญาติด้วย

เราจะไม่ทำก็ได้
แต่ญาติพี่น้องอาจจะค่อนขอดเอาได้อ่ะนะคับ

ทั้งนี้.....
ถ้าไม่กล่าวถึงพิธีกรรมตามประเพณีแล้ว
การที่เราจะน้อมระลึกนึกถึงพระคุณของท่าน
และกระทำบุญกุศลแล้วอุทิศให้ผู้ตายนั้น
สามารถกระทำได้มากมายหลายอย่างเลยคับ
และสามารถจะกระทำได้ทุกที่ ทุกวัน ทุกเวลา
โดยไม่ต้องรอเทศกาลใดๆ เลยน่ะคับ

ลองดูรายละเอียดเกี่ยวกับ
บุญกริยาวัตถุ 10 ประการ นะคับ
จะทราบว่า ความดี หรือ บุญกุศลนั้น
กระทำได้มากมายหลายอย่าง
ทั้งทางกาย วาจา และใจ

ซึ่งการสวดมนต์ที่ประกอบด้วยสมาธิ สติ
น้อมไปตามความหมายหรือคำสอนตามบทสวด
ก็เป็นบุญกุศล เป็นคุณความดีอย่างนึงที่ได้กระทำคับ
และการกระทำความดี หรือบุญกุศลทุกอย่าง
สามารถอุทิศส่วนกุศลได้เช่นกันคับ

) แบบไหนคือสิ่งที่ทำแล้วดวงวิญญาณของ
บรรพบุรุตจะได้รับมากกว่าและแน่นอนกว่า


อ่ะคับ ทั้งหมดได้เรียนให้ทราบดังรายละเอียด
ในข้อ 1 และ ข้อ 2 แล้วน่ะคับ

จะเห็นได้ว่าในส่วนของเรานั้น
เราสามารถกระทำความดีอันเป็นบุญกุศล
ได้ทุกอย่างเลยคับ ไม่ว่าจะเป็น ทาน ศีล ภาวนา
ไม่เลือกว่าจะบุญเล็กบุญใหญ่

ตั้งใจกระทำให้ดีที่สุดทุกๆ อย่าง
ตามโอกาส ตามกำลัง ตามเหตุปัจจัยในส่วนของเรา
แล้วก็เอื้อเฟื้ออุทิศบุญกุศลนั้นให้กับเค้า
นี่จบในส่วนของเราแล้วนะคับ

สำหรับในส่วนของเค้า
จะได้รับหรือไม่นั้นก็ขึ้นกับเหตุปัจจัยของเค้าแล้ว
ว่าอยู่ในฐานะหรือไม่ ดังที่เรียนไว้ตอนต้น

ดังนั้น เราทำในส่วนของเราให้ดีที่สุดน่ะคับ
โดยไม่ต้องไปวิตกกังวลว่าเค้าจะได้รับหรือไม่
เพราะทุกอย่างที่เรากระทำ
ย่อมเป็นผลดีที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น
ไม่ว่าเค้าจะได้รับหรือไม่ก็ตามอ่ะคับ

ทำใจให้สบาย
ไม่ต้องห่วงในส่วนของเค้านะคับ
เรากระทำในส่วนของเราให้ดีที่สุดแค่นั้นเองคับ

อนุโมทนาคับ


จารย์เดฟตอบไว้ครับที่วัดเกาะ




สาธุครับคุณ 8q


สาธุเจ้าค่ะ

เจริญในธรรมเจ้าค่ะ


 เปิดอ่านหน้านี้  2826 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย