บอกลูกเรื่องแม่

    

สำนึกดี…ลูกแม่ ว่าที่คุณแม่ แม่คน และผู้พ้นสถานภาพแม่…ทุกท่าน วันนี้สนใจแสดงธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องแม่ หรือเพศแม่ อยากจะบอกว่า คำว่า “แม่” เป็นถ้อยคำที่มีความขลัง มีความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นบุคคลที่บุตรจะทำบุญกับท่านก็ได้มาก จะทำบาปกับท่านก็ได้มาก ถ้าใครทำบุญกับมารดา พระผู้มีพระภาคเจ้าท่านตรัสว่า เหมือนได้ทำบุญกับพระอรหันต์ เพราะว่าบิดามารดาเป็นอรหันต์ของบุตร ส่วนใครที่ทำบาปกับบิดามารดา ถ้าการกระทำนั้น ถึงขั้นทำให้ท่านเลือดตกยางออก หรือกระทั่งทำให้ท่านตายไป นับเป็นอนันตริยกรรม เป็นกรรมที่หยาบช้าที่สุด เหมือนเราไปประทุษร้ายพระอรหันต์ โดยจริงในอนันตริยกรรมนั้น ได้จัดมาตุฆาตปิตุฆาตไว้ เสมอด้วยการประทุษร้ายพระพุทธเจ้า ประทุษร้ายพระอรหันต์ ฉะนั้นมารดา เป็นบุคคลที่ผู้เป็นบุตรจะต้องตระหนักในการกระทำกับท่านอย่างยิ่ง ถ้าทำบุญ-บุญมาก ถ้าทำบาป-บาปมาก
ได้กล่าวแล้วว่า ในมนุษย์เรา โดยเฉพาะเพศหญิงมีฐานะอยู่ 4 ฐานะ คือฐานะลูกแม่ ว่าที่คุณแม่ แม่คน และผู้พ้นสถานภาพแม่ ลูกแม่นั้นมีได้ทั้งเพศชาย เพศหญิง ลูกแม่ก็คือทุกๆคน
ตราบใดที่มนุษย์ยังมิได้เกิดจาก รูกระบอก ดอกไม้ ทุกคนมีแม่ด้วยกันหมด ใครที่ปฏิเสธแม่ คนๆนั้นก็ไม่ใช่คน เรื่องนี้เคยมีเรื่องเล่าผู้ที่รังเกียจต่อชาติตระกูล รังเกียจต่อแม่ของตน และก็ไม่ยอมเปิดเผยว่านั้นคือแม่ของตน ปรากฏว่าคนที่ปฏิเสธ แม่ของตนอย่างนี้ ในที่สุดก็เสื่อมเกียรติ เสื่อมยศ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เคยเล่าสืบต่อกันมา แม้กระทั่งทุกวันนี้… จริงๆทุกคนมีแม่ด้วยกันหมด
อยากบอกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้รับจากแม่ จะมากจะน้อยจะดีจะชั่ว ขอบอกให้รู้ว่า ไม่ใช่เพราะแม่กระทำกับเรา แต่เป็นการกระทำของเรา ที่เรากระทำมาเราจึงต้องมาเจออย่างนั้น บอกอย่างนี้ก่อนว่า ในฐานะที่เป็นลูกแม่ ไม่ว่าแม่จะเป็นคนชั้นสูง หรือแม่เป็นคนชั้นต่ำ นั่นคือกรรมของเรา เราได้กระทำกรรมไว้ และกรรมนั้น จัดสรรให้เราได้เกิดมามีแม่ จะเป็นแม่ชั้นสูง แม่ชั้นต่ำ แม่ใจดี แม่ใจร้าย แม่รวย แม่จน หรือจะฐานะระดับไหนเป็นใครก็แล้วแต่ อยากจะบอกว่า ทั้งมวลทั้งหมดที่เราเจอกับแม่ เหล่านั้นเป็นเรื่องของกรรม กรรมลิขิตให้ชีวิตเราได้มาเจออย่างนั้น บางคนมักจะไปโทษแม่ กระทั่งมีสำนวนกล่าวกันว่า แม่ให้ผมเกิดมาแล้ว แม่ให้ฉันเกิดมาแล้ว ทำไมต้องให้ผมมาเป็นอย่างนี้ ทำไมต้องให้ฉันมาเจออย่างนี้ ทำไมไม่ให้ฉันได้มีความสนุกสนาน ได้มีกินมีใช้ มีความสบายเหมือนลูกคนอื่นเขา ผู้เป็นลูกหลายคนมักตัดพ้อต่อว่ากับแม่ของตนอย่างนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและไม่ดีในทางศาสนา…
พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า ทุกคนมีกรรมเป็นของตน ทุกคนมีกรรมเป็นทายาท มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย หมายความว่า อะไรก็แล้วแต่ที่จะนำเราไปเกิด อะไรก็แล้วแต่ที่จะตามเรามานั้น มาจากกรรม หรือการกระทำของเราทั้งสิ้น
ฉะนั้น การที่เรามาเจอแม่แบบไหน แม่กระทำกับเราอย่างไร หรือแม่คลอดเราเพียงวันเดียวแล้ว ส่งเราลงถังขยะ หรือให้เราต้องไปอยู่โรงพยาบาล หรือไปอยู่ที่นั้นที่โน้นที่นี่หรือที่ไหนๆก็แล้วแต่ อยากบอกว่า แม้นั้นก็เป็นคุณแก่ชีวิตอย่างหนึ่งเหมือนกัน จริงอยู่การกระทำอย่างนั้นไม่ใช่การกระทำที่ดี แต่สำหรับผู้ที่ได้เกิดมา การกระทำอย่างนั้นของแม่ มีคุณไหม? มี โดยจริงมนุษย์เราเกิดมาเพื่อเรียนรู้ทุกข์ เกิดมาเพื่อเรียนรู้วิบากกรรมของตน ถ้าหากว่าเราเกิดได้วันเดียวแล้วแม่ก็เอาเราไปปล่อย ไว้ที่นั่นที่โน่นที่นี่อย่างน้อยเราก็ได้มาเรียนรู้ว่าชีวิตนี้ มันทุกข์ ทุกข์ที่เกิดขึ้นจากการเกิด ทุกข์ที่เกิดขึ้นจากการพลัดพราก ทุกข์ที่เกิดจากความยากจน ความลำบากต่างๆ อย่างนี้ก็เป็นบุญคุณที่ใหญ่หลวงแล้ว เพราะโดยจริง จิตของคนที่อยากจะเกิด เมื่อได้เกิดแล้วแม้อาจจะไม่ได้สานต่อชีวิต แต่เพียงนี้ก็ได้บรรเทาความทุรนทุรายของจิตวิญญาณไปบ้างแล้ว เหมือนนักโทษในแดนขังเดี่ยวได้ออกมาพบเจอปวงญาติ ดังนั้นแม้นี้…ก็นับเป็นบุญคุณใหญ่หลวงแล้ว
ฉะนั้นไม่ว่าใครเกิดมาแล้ว จะต้องเจอกับอะไร เป็นความจน ด้อยการศึกษา ตัวดำ เป็นคนพิการ เป็นคนไม่สูงนัก ไม่หล่อนัก ไม่สวยนัก อย่าไปโทษแม่ เพราะแม่กินยาคุม ผมถึงได้เป็นอย่างนี้ ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ อย่าไปโทษ ถ้าใครเข้าใจหลักการทางศาสนาแล้ว จะเห็นชัดเจนว่า นั้นคือกรรมของเรา อะไรที่ตามมาทั้งหมด แสดงว่านั่นเป็นทายาทการกระทำของเรา เราต้องยินดีปรีดาเพื่อยอมรับ คน…ถ้ายอมรับและโทษตน คนผู้นั้นจิตจะสงบขึ้นมาได้ แต่ถ้าหากเรายังไปโทษแม่อยู่ เพราะแม่…เพราะแม่…เพราะแม่…จิตของเราหาความสงบใจไม่ได้เลย และสำนึกเพื่อตั้งใจแก้ไขปรับปรุงกรรมของตนจะไม่เกิดขึ้น ฉะนั้นแม้เราจะมีการศึกษาต่ำ แม้เราจะตัวดำ แม้เราจะไม่หล่อ อย่า…อย่าไปโทษท่าน โทษตนเองเถอะ ตนสะสมกุศลธรรมมาน้อย หลักการทางศาสนา บอกชัดเลยว่า คนที่สะสมกุศลธรรมมาดีจะได้รูปลักษณ์ที่ดี ได้สติปัญญาที่ดี อย่างพระพุทธเจ้าท่านเกิดมา ท่านมีผิวพรรณที่ละเอียด มีการเดินที่คนอื่นเห็นแล้วรู้สึกเยือกเย็น ดูดีดูงาม มีเสียงที่ก้องกังวานเหมือนนกดุเหว่า มีสติปัญญาที่กล่าวได้ว่าเป็นเลิศ 18 สาขาในเส้นทางโลก ท่านเรียนรู้ได้แม้กระทั่งสัจธรรมที่ลึกซึ้งท่านก็เข้าถึงหยั่งถึงได้ สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากมารดา…ไม่ใช่ แต่เกิดขึ้นจาก กรรมของตน มารดาเป็นประตู หรือเป็นทางผ่าน ของจิตวิญญาณ บางคนเข้าใจว่า ที่เราได้เกิดมาเพราะว่า เพศชาย-เพศหญิง สมสู่กัน เราจึงได้เกิด ขอบอกเลยว่าไม่ใช่ ถ้าเพียงว่า เพศชาย-เพศหญิง สมสู่กัน คนจึงเกิด บัดนี้โลกจะมีมนุษย์มากกว่า 6,000 ล้านคน เพราะมนุษย์เรา เพศชาย-เพศหญิง มีการสมสู่กันอยู่เรื่อยๆ สมสู่กันอยู่บ่อยๆ แต่คนเกิดไม่บ่อยเท่าสมสู่ จริงไหม?
หลักการทางศาสนาบอกเลยว่า การเกิดต้องประกอบพร้อมด้วย๓ประการ ฝ่ายชายไปมีเพศสัมพันธ์กับฝ่ายหญิง๑ ฝ่ายหญิงมีไข่อันสุก๑ และวิญญาณของคนหยั่งลง๑ การเกิดจึงปรากฏขึ้น ฉะนั้นการเกิดของใครคนใดคนหนึ่ง จริงๆแล้วไม่ใช่เรื่องของชายหญิงมีสัมพันธ์ทางเพศต่อกัน แต่เป็นเรื่องของวิญญาณผู้นั้นเองที่ปรารถนาจะกลับมาเกิด โดยจริงมนุษย์เราตราบใดที่ใจยังไม่ปรินิพพาน มีความต้องการกลับมาเกิดด้วยกันทุกคน คือเราเกิดมาในโลกนี้แล้ว ได้สัมผัสความมี ได้สัมผัสความเป็น ได้สัมผัสรสชาติของสิ่งต่างๆ จิตก็ฝังปมปรารถนาไว้ มีความพอใจ อยากจะเป็นอย่างนั้นอีก มีความพอใจอยากจะมีอย่างนั้นอีก มีความพอใจอยากจะลิ้มชิมลอง หรืออยากจะสัมผัสรสชาติอย่างนั้นๆอีก จิตที่มีความปรารถนาอย่างนี้นี่แหละ ที่ทำให้วิญญาณ ย้อนคืนมาสู่โลกเพื่อการเกิดอีก เหมือนคนติดใจบรรยากาศของห้างสรรพสินค้าก็มักกลับไปหาห้างสรรพสินค้าอีกในภายหลัง ฉะนั้นการที่เราเกิด ไม่ใช่เพียงว่าบิดามารดา หรือเพียงว่าเพศชาย-เพศหญิง สมสู่กัน ไม่ใช่ แต่ตนเองนั่นแหละอยากจะมาเกิด ถ้าใครเข้าใจชัดเจนอย่างนี้แล้วจะไม่ไปตัดพ้อต่อว่ากับแม่ โดยกรณีใดๆเลย
เราต้องเข้าใจว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเรา นั่นเป็นทายาทการกระทำของเรา อาตมาอยากจะบอกกับลูกแม่ทั้งมวลทั้งหมดว่า อย่าเลย อย่าไปทำบาปกับเพศแม่ นี่คือฐานะแรกที่อาตมาอยากจะบอกกับลูกแม่ ซึ่งลูกแม่ก็คือทุกๆคน ...อ่านต่อได้ที่ http://roidao.com/Your_Word/Your%20Book.htm




 เปิดอ่านหน้านี้  3105 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย