หากเราสร้างกุศลตลอดไป เราจะเลือกเกิดได้ไหมค่ะ

    

เรารู้ว่า ทำดีได้ดี
สร้างกุศลเก็บผลบุญแก่ตัวเองเพื่ออานิสงค์ชาตินี้หรือชาติหน้า
แต่ทุกอย่างล้วนต้องการให้สร้างบุญกุศลเพื่อพบนิพพาน

จริงๆ แล้วดิฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ชาติหน้ามีจริงหรือปล่าว
หรือเกิดมาชาติใหม่ จิตเราจะไปอยู่กับร่างมนุษย์คนไหนหรือสัตว์ตัวอะไร ดิฉันอยากทำความดีใจคิดดี แต่ไม่อยากนิพพาน อยากเวียนว่ายตายเกิดอีก
แต่เราจะเลือกได้ไหมค่ะ ว่าเราอยากเกิดมาคิดอ่านดีๆ มีสติ มีความสมบูรณ์ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยไม่คิดถึงเรื่องทุกข์ คิดแต่เรื่องดี และทำแต่เรื่องดี





เลือกเกิดก็ได้ เลือกที่จะไม่เกิดก็ได้
ถ้ายังกุศลให้ถึงพร้อมและทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว


เจริญในธรรมครับ


อภิปัญโญ ภิกขุ



เราเลือกได้

อ่านพระสูตรในพระไตรปิฎก จะมีเรื่องของการทำกระทำ(กรรม)อะไร แล้ว
จะส่งผลอะไรไว้มากมายเวียนเป็นหลายภพหลายชาติ เป็นหลายกัป

ขอให้เชื่อในความดีว่า ความดีนั้นมีจริงๆ มีคุณประโยชน์ต่อเราจริงๆ
ไม่สูญหายเลย ส่งผลให้เรานานหลายร้อยเท่าพันทวี

ตรงกันข้าม ความชั่วเมื่อกระทำไปแล้ว ความเผ็ดร้อนก็ส่งผลเผ็ดร้อน
เป็นร้อยเท่าทวีคูณเช่นกัน


ดังนั้น กฏแห่งกรรม ยุติธรรมเสมอ เราไม่อาจเป็นในชาติภพ หรือปัจจุบัน
แบบทันใจ เพราะวัฏฏะสงสารของสรรพสัตว์นั้น ไม่ใช่แค่ชาติภพตรงนี้
แต่มันนับไม่ถ้วนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

อัตภาพ(ร่างกาย)ในปัจจุบัน สิ่งแวดล้อม ผู้ที่แวดล้อมเราอยู่ขณะนี้
ก็มาจากกรรมวิบากในอดีตที่ส่งผลปรากฎอยู่
ระหว่างนี้ หรือปัจจุบันนี้ ขอให้เราเพียรสร้างกรรมดี ย่อมส่งผลดีต่อเราแน่นอน
นี่ก็เท่ากับเรากำลังเลือกอนาคตอยู่ ซึ่งอาจจะส่งผลปรากฎในชาตินี้เลยก็ได้

ยังไงเราต้องเกิดอีก เกิดครั้งใดๆ เราเลือกได้ด้วยการกระทำปัจจุบัน(ชาตินี้)
ให้เป็นบุญ ทำจิตให้เป็นกุศล(นี้ก็บุญ) ผิวพรรณ นิสัย เราก็จะละเอียด
เป็นส่วนที่ดีตามจิตใจที่เราได้สั่งสมมา

เรามีกินมีใช้ ไม่ได้เกิดในประเทศสงคราม ประเทศบ้านป่าเมืองเถื่อน ก็เพราะเรา
เคยให้ทาน รักษาศีล(บ้าง) จึงได้เกิดในประเทศไทย มีพุทธศาสนาเป็นหลัก

โอกาสแบบนี้รักษาไว้ ด้วยการทำปัจจุบันด้วยบุญ ด้วยกุศล ทั้งกาย วาจา ใจ
ให้สม่ำเสมอ

ให้ทาน รักษาศีล ภาวนา-ปัญญา ไว้เมื่อมีโอกาส ทำให้มากๆ บุญก็มาก
หลายร้อยเท่าพันทวี

เหล่านี้ เหมือนกับเรามีเสบียงใหญ่ๆ ไว้เพื่อกินใช้ในวัฏฏะสังสารอันหาที่สิ้นสุดได้ยาก

แต่ถ้า เห็นว่า เกิดมาเป็นทุกข์อยู่ร่ำไป
ก็ให้เจริญปัญญา ด้วยศีล สมาธิ เข้าให้ถึงอริยะสัจจ๔ โดยมีนิพพานเป็นจุดหมาย


ขอบุญรักษานะ



เลือกเกิดได้ หากศีลบริบูรณ์พร้อม ทานถึงพร้อม แล้วตั้งจิตอธิษฐานไว้ (ถ้าให้ดีสมาธิภาวนาด้วยจะได้ไปภพภูมิสูงหรือสติปัญญาดี)


พระไตรปิฏก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕
อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุเกิดขึ้นแห่งทาน ๘ ประการนี้ ๘ ประการ
เป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ให้ทาน คือ ข้าว น้ำ
ผ้า ยาน ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก และเครื่องประทีป
แก่สมณะหรือพราหมณ์ เขาให้สิ่งใด ย่อมหวังสิ่งนั้น เขาเห็นกษัตริย์มหาศาล
พราหมณ์มหาศาล หรือคฤหบดีมหาศาล ผู้เอิบอิ่มพรั่งพร้อมบำเรออยู่ด้วย
กามคุณ ๕ เขามีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึงเข้าถึง
ความเป็นสหายของกษัตริย์มหาศาล พราหมณ์มหาศาล หรือคฤหบดีมหาศาล
เขาตั้งจิตอธิษฐาน นึกภาวนาอยู่ จิตของเขานึกน้อมไปในทางเลว ไม่เจริญยิ่งขึ้น
เมื่อตายไป เขาย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของกษัตริย์มหาศาล พราหมณ์มหาศาล
หรือคฤหบดีมหาศาล แต่ข้อนั้นเรากล่าวว่าเป็นของผู้มีศีล ไม่ใช่ของผู้ทุศีล ดูกร
ภิกษุทั้งหลาย ความปรารถนาแห่งใจของบุคคลผู้มีศีล ย่อมสำเร็จได้เพราะจิต
บริสุทธิ์ ฯ


แต่ที่จะไม่ให้มีทุกข์นั้นเป็นไปไม่ได้ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ล้วนเป็นทุกข์ ไหนจะต้องผจญกับ รัก โลภ โกรธ หลง พลัดพราก อยู่ตลอดชีวิตอีก

มีแต่พระนิพานที่หมดทุกข์อย่างแท้จริง


.....แม้สั่งสมบุญหรือสร้างเหตุที่จะให้เกิดอย่างนั้นๆ....แต่จะได้เกิดตามนั้นหรือไม่....เป็นเรื่องยากเพราะนอกจากต้นทุนบุญกุศลที่จะเป็นตัวกำหนดภพภูมิแล้ว.....ยังต้องคำนึงถึงขณะจิตสุดท้ายก่อนตายที่จะเป็นปัจจัยในการกำหนดภพภูมิ....ถ้าประคับประคองจิตก่อนตายไม่ดีก็อาจไปอบายได้แม้จะสร้างกุศลมาชั่วชีวิตแต่เพราะก่อนตายไประลึกถึงอกุศลแม้เพียงเล็กน้อย.....อกุศลวิบากก็จะส่งผลก่อน........เพราะฉนั้นวัฏสงสารจึงเป็นทุกข์เพราะกำหนดได้ยากควบคุมได้ยาก มีความไม่แน่นอนเป็นธรรมดา


ในโลกนี้มี คนจน / คนปานกลาง / คนรวย
ในโลกนี้มี คนเลวมาก / ดีเลวปานกลาง / คนดีมาก
คนเลวมาก ไปเกิดตระกูลยากจนมาก - ซึ่งมีมากที่สุด
คนดีเลวปานกลาง ไปเกิดตระกูล กลางๆ - ซึ่งมีอยู่มาก
คนดีมากๆ ไปเกิดชาติตระกูลสูงส่งร่ำรวย - แต่คนสร้างบุญกุศลมากๆนั้นมีน้อย ทางสายนี้มีคนเดินมาน้อย นี่เป็นเหตุผลหนึ่ง ทำไมคนรวยมีลูกยากกว่าคนจน****

การแท้งลูก เป็นไปได้ว่าชาตินี้เคยทำกรรมอะไรไว้ หรือถ้าชาตินี้ มั่นใจ ไม่เคยทำร้ายชีวิตใครเลย
แปลว่าเป็นผลกรรมส่งมาแต่อดีตชาติ

การไปให้หมอช่วย ในกรณีมีบุตรยาก นั้นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
ทุกโรคที่เราเป็นก็เกิดจากเจ้ากรรมนายเวรมาทวงคืนทั้งนั้น ต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยการสร้างกุศล แล้วก็อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร แล้วอย่าลืม ต้องตั้งใจจริงๆ ขอขมา ให้เขาอโหสิกรรมให้เรา ปัญหาถึงจะหมดไป (ถึงจะหายป่วย – มีลูกได้ไม่แท้งบุตร – ไม่ประสบอุบัติเหตุ – การงานดีขึ้น etc. )

การทำบุญ แบ่งเป็น3หลักใหญ่ๆ
1) ทาน - ใส่บาตร สังฆทาน สร้างวัด สงเคราะห์เพื่อนฝูง บิดามารดา etc / ใช้เงิน – ได้บุญน้อยสุด***
2) ศีล - ศีล5 ศีล8 ศีล227 / ไม่ต้องใช้เงิน – ได้บุญมากกว่า***
3) ภาวนา – การเจริญวิปัสสนากรรมฐาน / ไม่ต้องใช้เงิน – ได้บุญมากที่สุด***

กับคนที่ตายไปแล้วนั้น สามารถติดต่อกันได้จริง หรืออย่างน้อยก็จะรับรู้ว่า เขาไปลำบาก หรือไปสบายแล้ว โดยการปฎิบัติกรรมฐาน การปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐานได้บุญสูงสุดจริงๆ จะได้อานิสงค์แรงมาก ได้มากกว่าการให้ทานทั้งปวง เช่นใส่บาตร สร้างวัด ถวายสังฆทาน etc. เมื่อปฎิบัติกรรมฐานแล้ว ให้อุทิศบุญกุศลนี้ไป เค้าจะได้รับมากที่สุด

การให้ทานนั้น ก็เป็นสิ่งดีอยู่แล้ว แต่การถือศีลนั้นได้มากกว่า
และการเจริญวิปัสสนากรรมฐานนั้น ได้มากที่สุด
(ศึกษาจากพระไตรปิฎก-พระปริยัติธรรม ได้ไปเรียนวิปัสสนากรรมฐานที่วัด
และก็ได้ลองปฎิบัติเองแล้ว) คุณพ่อก็เสียไปแล้วด้วย รู้สึกว่าท่านได้รับบุญมากจริงๆ ที่เราปฎิบัติ แล้วอุทิศไปให้ จากประสบการจริงนะคะ

ถ้าใครต้องการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เขียนมาคุยได้ค่ะ
jewelrybangkok@yahoo.com

ขอบคุณค่ะ



ชาติหน้ามีจริงหรือเปล่า ?
ความลังเลอย่างนี้ พุทธศาสนาท่านไม่เรียก สัมมาทิฏฐิ ยังเป็น มิจฉาทิฏฐิ คือความเห็นผิดอยู่ อยากให้ถามตัวเองว่าเมื่อวานมีหรือเปล่า พรุ่งนี้ละจะมีไหม ? ตอบตัวเองให้ได้

ทีนี้ก็มาว่าถึง “ทำแต่กุศล จะเลือกเกิดได้ไหม ?” ตอบว่าได้อยู่แล้ว ชาตินี้แหละที่เราสามารถจะเลือกเกิดในชาติหน้าได้ว่า จะเป็นคนดีหรือเป็นคนเลว

สำหรับท่านที่ไม่อยากนิพพานเร็วนัก เพราะยังติดอยู่ในกามคุณอยู่ ท่านก็ต้องยอมรับ “โลกธรรม” ธรรมคู่โลกให้ได้ด้วยว่า ทุกคนเกิดมาต้องประสบทั้งสิ้นไม่มียกเว้น จะเลือกรับเฉพาะโลกธรรมฝ่ายดี (ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข) ไม่เอาโลกธรรมฝ่ายไม่ดี (เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์) ก็ไม่ได้เสียด้วย

แต่ท่านก็มีแนวทางให้ปฏิบัติ เพื่อให้อยู่กับโลกนี้อย่างมีความสุขตามสมควร เช่น :

อยากรวย เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี ก็ต้องให้ทาน ให้ด้วยความเต็มใจ ให้แบบสละออก

อยากสวย อยากหล่อ ท่านให้รักษาศีล ไม่ให้โกรธง่าย ไม่อาฆาต พยาบาทใคร มีแต่ให้อภัย มีเมตตา กรุณา เป็นปกติ

อยากมีปัญญา ก็ต้องภาวนา ให้จิตสงบระงับจากนิวรณ์อยู่เสมอ สิ่งใดไม่รู้ก็ให้ไตร่ถามท่านผู้รู้

นี่แหละ ท่านใดอยากได้ก็ให้ประพฤติปฏิบัติเอา ชีวิตนี้ ท่านว่าน้อยนัก อีกไม่กี่ปีก็ตายแล้ว ทำดีทำแต่กุศลก็ไปดีไปสุคติ ทำไม่ดีทำแต่ความชั่วก็ไปทุคติ

ชีวิตนี้จึงเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ เป็นทางแยกจะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น เลือกให้ดีแล้วกัน

เจริญธรรมนะจ้ะ



 เปิดอ่านหน้านี้  3067 

  แสดงความคิดเห็น


RELATED STORIES



จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย