เส้นทางกรรม

    

ขออนุญาตเล่าเรื่องของตัวเองบ้างนะคะ พึ่งเป็นสมาชิกค่ะ

ตอนจบมัธยม 6 ได้ไปทำงานช่วยพ่อแม่ซึ่งรับเหมาก่อสร้าง ก่อนที่จะไปเรียนระดับสูงต่อไป และ ได้เจอพี่ชายคนหนึ่ง ก็ถือว่าดี เป็นหัวหน้างานของอีกเจ้าหนึ่ง ไม่รู้ทำไมพี่เขาจริงจังมาก อยากคบหาเป็นคนรัก แต่เราบอกเขาไปว่าไม่ได้คิดอะไร เพราะต้องไปเรียนอีกหลายปี พี่เขาขอไปบ้านด้วยเมื่อเราหยุดพักงานวันสงกรานต์ พอกลับไปพี่เขาบอกพ่อว่าจะขอหมั้นไว้ก่อน ก่อนที่เราจะไปเรียน เราปฏิเสธ ทำให้เขาเสียใจ...........(ห่างกันไปหลายปี ทราบแต่ว่าพี่เขาฝากบอกแม่มาว่าเขาเจ็บมากกับการปฏิเสธของเราครั้งนั้น ทราบว่าพี่เขาไปมีครอบครัว มีลูก 2 คน และในปี 2544 เราก็ทราบว่าพี่เขาเสียชีวิตด้วยโรคเนื้องอกในสมอง)
...................................................................................................................................................................

ย้อนไปเล่าตอนอายุได้ 24 ย่าง 25 ได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมกับสถานปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง ซึ่งตอนนี้อายุก็ 38 ปีแล้วค่ะ
ได้รู้จักความรัก พร้อมกับความผิดหวัง
ทางสีขาวนี้ ช่วยประคับประคองชีวิตของตนเอง ไม่ให้ทำผิด ซึ่งขณะนั้น ต่อต้านกันระหว่างศีลธรรม กับความรัก ซึ่งทางมันขนานกัน ใจหนึ่งหวงแหน เจ็บแค้น ที่รักไม่สมหวัง เพราะคนที่เรารักเขามีคนให้เลือกถึง 2 คน และเราผิดที่มาทีหลัง มันทรมานใจมาก ในระยะเวลาที่เราปฏิบัติธรรมเรามีความดีคุ้มครองไว้ไม่ให้ทำชั่ว เราก็ภาคภูมิใจที่เรายังได้ทำความดี แต่หลังจากนั้น เราก็ต้องหวนกลับมาใช้ชีวิตตามวิถีของคนโลก ที่ต้องทำมาหากิน วงจรชีวิตก็ยังต้องได้ไปพบเจอกับคนที่เราอยากหนีเขาไปให้ไกลที่สุดจนได้

จากนั้นได้แก้ปัญหา หนีไปแต่งงานกับผู้ใหญ่ ซึ่งอายุมากกว่า 30 ปี เพราะเข้าใจว่า ผู้ใหญ่ท่านพูดคุยให้ฟังเรื่องธรรมะในใจที่ได้ปฏิบัติมาเนิ่นนานของท่าน แต่ความที่วัยต่างกัน พอไปอยู่กับครอบครัวของท่านก็มีแต่ผู้สูงวัยซึ่งเป็นพี่สาวของท่านอีก 2 คน ซึ่งมีชีวิตที่เรียกว่าตระหนี่เกินไป ทั้งที่ฐานะเป็นเศรษฐีระดับหนึ่งของตำบลนั้น มีเงินในบัญชี 20 กว่าล้าน มีที่นาประมาณ 500 กว่าไร่ แต่ที่ท่านได้มาเนื่องจากการปล่อยเงินกู้กับชาวนา แล้วที่นาหลุดมาเป็นของพวกท่าน และคุณลุงท่านก็แอบบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ท่านได้นัดพบสาวบ้างไม่สาวบ้าง ปฏิบัติต่อกันอย่างไรบ้าง และมีหลักฐานหนังสือที่เป็นแบบอนาจารเยอะมากในตู้ ดิฉันเป็นคนเก็บไปทิ้งทั้งหมดเมื่อเข้าไปอยู่ ซึ่งคุณลุงได้หย่ากับภรรยา ซึ่งท่านบอกว่าเธอปากร้าย มีลูกด้วยกัน 2 คน ความที่เราปฏิบัติธรรมพอรู้ว่าจะเอาตัวรอดอย่างไร เมื่อเจอคุณลุงซึ่งเหมือนมี2 ร่างในตัว คือ สวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิภาวนาเหมือนกัน แต่คุณลุงก็ยังมีหนังสือไม่ดีเหล่านั้นไว้ครอบครอง จึงคิดว่าคุณลุงต้องชอบเรื่องลามกด้วย แต่ปฏิบัติให้ดูสมวัย น่านับถือประมาณนั้น ดิฉันจึงปฏิบัติธรรมเคร่งขึ้น เพราะงานการในบ้านไม่ต้องทำอะไรมาก อาหารการกินก็แบบง่าย ๆ แกงถุงที่คุณลุงใช้บริการประจำอยู่แล้ว เสื้อผ้าก็จ้างเขาซักรีดให้ ดิฉันจึงขออนุญาตไปสมัครงาน กับบริษัทต่าง ๆ บ้าง ในระหว่างที่รองาน เป็นเข้าพรรษาพอดี จึงถือโอกาสไปวัดกับคุณป้าข้างบ้าน ถือศีล 8 ทุกวันพระ อาศัยเสื่อไปปูนอนในห้องพระ ทำให้คุณลุงเข้าใจว่าเราเคร่งเป็นนิสัย แต่จริง ๆ แล้ว แก้ปัญหาให้ตัวเองรอดจากความเป็นทุกข์ ถ้าจะต้องปรนนิบัติคุณลุงในฐานะแม่บ้าน

แต่ก็ต้องขอขอบพระคุณคุณลุงมา ณ ที่นี้ เนื่องจากว่า ท่านได้ทราบว่างานที่ดิฉันทำอยู่ทุกวันนี้เปิดสอบพนักงานทั่วประเทศ และท่านได้หาหนังสือหนังหามาให้อ่าน ไปสอบก็หลายแห่งด้วยกัน การเดาข้อสอบของแต่ละที่ ทำให้สอบผ่าน และได้บรรจุเข้าทำงานในปี 2539 ดิฉันจึงถือโอกาสเลือกไปอยู่อีกจังหวัดหนึ่งแทน จะว่าดิฉันเนรคุณ ก็น่าจะได้ แต่ดิฉันไม่อยากเป็นทุกข์อยู่อย่างนั้น นี่คงเป็นเพราะคิดผิดตั้งแต่ต้น ที่คิดจะมีครอบครัวเพื่อให้ลืมความรักกับคนต้องห้ามนั่นเอง และยังมาอยู่กับคนสูงวัยกว่า ความคิดอ่านย่อมไปคนละทางแน่นอน ที่สำคัญต้องอยู่ในสายตาของคุณป้าพี่สาวของเขาด้วย ทำให้อึดอัดมาก ๆ

คุณลุงก็ไปเยี่ยมที่ทำงานบ้าง เราก็กลับไปเยี่ยมท่านบ้าง จนวันนึงก็ต้องจากกันไปเลย รู้มาภายหลังว่าคุณลุงได้ใช้ชีวิตใหม่กับแม่หม้ายลูก 2 อีกครั้ง และก็ทราบว่าคุณลุงป่วย เส้นเลือดตีบ ผ่าตัดครั้งนึงรอดมาได้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา(2551) เราลองสอบทะเบียนราษฎร์ดูชื่อคุณลุง เราตกใจมาก คุณลุงเสียชีวิตแล้วเมื่อ 12 ธันวาคม 2545 ถึงหนูจะไม่ได้รักคุณลุง แต่คุณลุงก็มีพระคุณกับหนู ที่ทำให้หนูมีงานการทำที่มั่นคงทุกวันนี้ ที่มีอคติ คิดว่าคุณลุงเป็นประเภทมือถือสากปากถือศีล หนูเข้าใจแล้วว่า คุณลุงก็เป็นปุถุชนคนธรรมดา ที่ต้องการพ้นทุกข์ นำธรรมะมาปฏิบัติ แต่ก็ยังละกิเลสไม่ได้ทั้งหมด หนูขออโหสิกรรมกับคุณลุงด้วยนะคะ การที่หนูได้ทำบุญทำกุศลพอเป็นทุนหนุนนำหนูก็จะขอส่งบุญนั้นให้คุณลุงด้วยค่ะ เพราะคุณลุงคือผู้มีพระคุณสำหรับหนู


............................................................................................................................................

ต่อจากนั้นก็ย้ายที่ทำงานไปอยู่จังหวัดบ้านเกิด ปี 2540 ในขณะเดียวกันก็ได้รู้จักกับผู้ชายคนนึง มีเส้นสายในการโยกย้ายการงาน ตอนที่รู้จักนั้นยังสอนเกี่ยวกับการเกษตร สถานศึกษาตอนนั้นจำไม่ได้ รู้แต่ว่าอยู่แถวเทเวศน์

ที่สำคัญเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิขององค์สำคัญทางศาสนาพุทธของเรา

ต่อมาก็ไปทำปฏิรูปที่ดิน ตอนนี้อยู่จังหวัดทางภาคอีสาน คนนี้ก็ศึกษาธรรมะมามาก บวชก็หลายครั้ง

ก่อนไปอยู่อีสาน เขาเคยไปช่วยราชการที่หาดป่าตอง และในครั้งสึนามินั้น เขาได้ลางาน 9 วัน จะไปหาดป่าตองเนื่องจากทางผู้ใหญ่ขอให้ไปช่วยงาน แต่ก่อนจะไปเขาได้โทร.มาหาเรา และเราได้ชวนเขามาเที่ยวจังหวัดบ้านเรา และจองที่พักไว้ให้แล้วด้วย เขาเลยเปลี่ยนใจมาเที่ยวทางบ้านเราแทน และพอทราบข่าวสึนามิในข้ามคืนอีกวันหนึ่ง เขาตกใจมาก และบอกว่า เราช่วยชีวิตเขาไว้ ถ้าไม่โทร.มาหาเรา เขาก็คงไปหาดป่าตองแน่นอน

คบหาเป็นเพื่อน แต่ฝากผีฝากไข้เป็นครอบครัวไม่ได้ วิถีการปฏิบัติมันไม่เหมือนกัน

เขาบอกว่าถ้าเราไม่ตกลงไปอยู่กับเขา อีกไม่นานเขาก็คงตัดสินใจลาออกจากงานและใช้ชีวิตนักบวชแน่นอน

ก็ขออนุโมทนาขอให้ทำได้สำเร็จนะคะ

.....................................................................................................................................................

เมื่อต้นปีที่แล้ว เจอคนใช้ชีวิตเกือบหลุดโลกอีกคน เพื่อนฝูงก็มีไม่กี่คน เคยบวชมานานเป็นการบวชเรียน พอสมควรแก่เวลาก็มาใช้ชีวิตต่อสู้ดิ้นรน จากการที่เขาได้บวชมาพอสมควร จึงใช้ชีวิตสมถะ ระยะเวลาหนึ่ง ก็สามารถมีเงิน ซื้อรถด้วยเงินสด สองแสนกว่า และเก็บเงินใส่บัญชี ให้แม่ใช้แค่เดือนละ 1,000.00 บาท เงินเดือนหมื่นกว่า แต่สามารถเก็บเงินได้ เพราะทำงานมา สิบกว่าปี ตั้งหน้าตั้งตาเก็บเงินไม่กินไม่เที่ยว มีเงินเก็บในบัญชี ห้าแสน มีเงินกองทุนแสนกว่า แต่เขาบอกว่าต้องเก็บให้ได้สองล้านแล้วก็จะลาออกจากงาน เราก็คิดตาม อดทนสุดขีดสินะ แล้วทุกข์ไหมกับการที่ต้องอดต้องทนขนาดนั้น เขาบอก ต้องต่อสู้กับกิเลสที่มันมายั่วเย้าเป็นอย่างมาก

วิถีชีวิตของเขา เหมือนกับคนที่เขาคอยแต่เก็บเงิน ๆ ไม่ยอมซื้อกินของดี ๆ ที่ตนชอบ พอมีเงินมากพอสมปรารถนาแล้ว กลับไม่ได้กินของที่ต้องการ เพราะถึงตอนนั้นก็แก่แล้ว ฟันฟางก็ใช้งานไม่ได้ ลิ้นก็ไม่รู้จะรับรสชาติเหมือนตอนที่คิดอยากกินแต่เพราะความต้องอดทนเก็บจึงอดลิ้มรสสิ่งเหล่านั้นไป ก็เป็นได้นะคะ

..........................................................................................................................................
วิถีชีวิตของคนที่รู้จักแต่ละคน ไม่อยู่ในความพอดี ตามความรู้สึกของเราเอง ทำให้เรารับและปรับตัวเราไปกับพวกเขาไม่ได้

ทุกวันนี้ ก็มีชีวิตอยู่กับการงาน ฟุ้งซ่านบ้างแต่ไม่บ่อย เรื่องที่จะหวนไปคิดถึงใครต่อใครที่ผ่านมา

ดำเนินชีวิตของเราต่อไปอย่างที่เหมาะควรแก่ตนเอง


มีชีวิตอยู่เป็นที่พึ่งของคนอื่น (คนในครอบครัวที่ต้องดูแล) และมีใจเข้มแข็งเป็นที่พึ่งแก่ตนเองได้


ทำความดีมีธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง กรรมหนักก็จะเบาบางลง กรรมที่มีอยู่น้อยก็จะพลอยหมดไปในที่สุด




การปฏิบัติสมาธิภาวนา นำความอัศจรรย์เกิดขึ้นกับตนเองหลายครั้ง

ครั้งแรก วันหนึ่งได้เป็นไข้ขึ้นมาโดยไม่มีวี่แววมาก่อน จู่ ๆ ตัวก็ร้อนผ่าว หน้าตาหนักอึ้ง ในจิตลึก ๆ อยากจะไปภาวนาที่วัดพระเจ้าตนหลวงที่พะเยา ก็ทนทรมานขับรถจากเชียงรายไป พอไปถึง ก็กราบพระเจ้าตนหลวง สวดรำลึกถึงคุณพระรัตนตรัย สวดพาหุง และชินบัญชี รวบรัดให้เร็วแล้วนั่งภาวนา ในขณะที่อารมณ์ภาวนานิ่ง น้ำตาก็ได้ไหลรินออกมา ด้วยความร้อนผะผ่าว เนิ่นนาน จนเหือดแห้งไป ใช้เวลาในการภาวนานานเกือบ 2 ชั่วโมง พอสมควรแก่เวลาก็ได้กราบลาหลวงพ่อ และกลับบ้านที่เวียงป่าเป้า ขณะที่ขับรถออกมา อาการป่วยได้หายไปเป็นปลิดทิ้ง เปลี่ยนเป็นความโปร่งเบาสบาย ที่หนักอึ้งหายไปหมดเลย ความอัศจรรย์ครั้งนั้น จดจำไว้ไม่เคยลืม ความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าตนหลวง และภาวนารักษากายและใจให้หายทุกข์ร้อน


แก้ไขนิดหนึ่งนะคะ สวดพาหุง และชินบัญชร ค่ะ คีย์ผิดนิดหนึ่ง


ครั้งที่สอง

เพื่อนผู้หญิงได้ชวนไปเที่ยวที่สุพรรณ์ บ้านแฟนของเธอ ไปเย็นวันศุกร์ และกลับเย็นวันอาทิตย์ พอไปถึงเธอก็ได้ไปเที่ยวกันกับแฟน 2 คน ส่วนเราได้แต่พักผ่อน

เราก็ไม่รู้ว่าเพื่อนเราไปทำอะไรดีหรือไม่ดีมา แต่ที่สำคัญวันกลับ เธอกินเหล้ามาด้วย เหม็นมาก ขึ้นรถได้ก็พับเบาะนอนไปเลย ทิ้งกลิ่นที่เป็นทุกข์ให้กับเรา นึกอยู่เหมือนกันว่า สิ่งไม่เป็นมงคลได้มากับรถแล้ว อาการแปลก ๆ ได้เกิดหลังจากขับรถผ่านนครสวรรค์มาสักพัก เข้าสลกบาตร เริ่มหนักหน้าหนักตา ง่วงสุด ๆ ทั้ง ๆ ที่เป็นคนขับรถไปต่างจังหวัดบ่อย ไปกับพี่สาวหลานชาย เราจะมีสติมีสมาธิดีมาก ไม่เคยเจออาการแบบนี้ จอดแวะปั๊มใหญ่ ๆ หลายที่เพื่อฟุบงีบ ทรมานมาก ผ่านกำแพงเพชร และตาก พยายามสลัดความง่วง การจอดแต่ละที่ก็ไม่อยากให้จอดนาน มันอันตรายด้วย ผู้หญิง 2 คน พอถึงสบปราบ มีทางหลวงแผ่นดินที่ข้างทางกว้างสำหรับพักรถ และแสงไฟสว่างเป็นจุดตรวจของตำรวจด้วย แต่ตอนนั้นถนนว่าง ไม่มีตำรวจ ไม่ไหวก็เลยต้องจอด งีบสักพักก็พยายามฝืนระหว่างที่ตาปรือ ๆ มองไปทางถนน และเหลียวไปท้ายรถ ตกใจมากความง่วงหายไปเลย เพราะภาพที่เห็น เป็นซากรถกระบะที่เป็นสีสนิมเขรอ จอดจ่อท้ายรถเรา เรียกว่าเป็นวิญญาณรถว่างั้นก็ได้ ตั้งสติสตาร์ทรถฟืดออกตัวอย่างรวดเร็ว เริ่มสวดมนต์ถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และสวดพาหุงมหากา สวดชินบัญชี สวดป้องกันภัย 10 ทิศ สวดบารมี 30 ทัส แล้ววนมายึดชินบัญชรตลอดเวลา ทรมานมากผ่านลำปาง เข้าเชียงใหม่ ทางคดเคี้ยวมากมาย สุดจะทนไหวเมื่อจะเข้าเขตดอยสะเก็ด จึงจอด ละตั้งใจแผ่เมตตา ให้สิ่งที่ตามมา และภาวนาพุทโธ ทุกลมหายใจ และเพื่อนมันก็ตื่นขึ้นมาโวยวายว่า เห็นผีผู้ชายตัวโตเดินวนรอบรถ และจะลากขามันลงจากรถด้วย เราก็ไม่ได้บอกมันว่าเห็นอะไร และในจิตต่อสู้กับอะไรมามันหนักหนาแค่ไหน ก็บอกมันแต่ว่า ตั้งสติให้ดี สวดมนต์บทที่ถนัด อธิษฐานขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้าไว้ ไม่งั้นไม่รอด เตือนเพื่อนแค่นั้น ก็ตั้งสติใหม่เหยียบคันเร่งกำลังจะออกตัว เงยหน้าขึ้นไป พบบนพระธาตดอยสะเก็ด มีเมฆสีขาวก้อนใหญ่ เพ่งพิศไปอีกที เป็นรูปของสมเด็จวัดระฆัง มีฐานเป็นชั้นชัดเจน ขนลุกเกรียว กราบไปที่องค์สมเด็จที่ปรากฎขึ้นมาป้องภัยให้ลูก กราบขอบพระคุณหลวงปู่โต ที่มีเมตตาต่อลูกในครั้งนี้ สติมาเต็มที่ หูตาแตกตื่นไม่มีง่วงงุนอีกต่อไป ขับรถเหมือนพึ่งอาบน้ำมาใหม่ สดชื่นทันใด ระยะทาง ประมาณ 200 กม. ถึงเชียงรายไม่จอดเลยสักที่ นี่คือความอัศจรรย์ของพระคาถาชินบัญชรที่เราสวด ให้ผลถึงเพียงนี้ หลวงปู่ท่านเมตตา สมเด็จท่านรักษา ลูกจะจำไว้จนวันตาย ว่าต่อไปอย่าได้นำสิ่งไม่เป็นมงคลเข้ามาในรถ แม้กระทั่งคนที่ไม่เป็นมงคลก็อย่าได้ร่วมทางในการเดินทางที่ไกล ๆ ผ่านสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่รู้ไม่เห็นตัวตนบนท้องถนนมากมาย มันเป็นภาระที่หนักที่เราจะต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงด้วยนั่นเอง



อีกครั้งนึง เพื่อนทำร้านเสริมสวย ร้านไม่ค่อยมีคนมาใช้บริการ ทั้ง ๆ ที่อยู่กลางตลาด มันบ่นเศร้า ๆ ค่าใช้จ่ายเพียบ รายได้ไม่เข้าอย่างนี้ จะทำยังไงดี

ก็ได้สังเกตุเก็นว่า มักจะมีเพื่อน ๆ ของเธอ ชอบชักชวนกันมาสุมหัวกินเหล้ากินเบียร์กันในร้านเธอ ใครมีสุข ใครมีทุกข์ก็มาเสวนากันที่นั่น ปรับทุกข์ด้วยของมึนเมา

สำหรับตัวเองได้ทำสมุดสวดมนต์เล่มใหญ่ คัดเลือกมาจากหลาย ๆ ที่ มารวมกัน และที่สวดแล้วให้สมาธิดี มีพลังที่แม้เทวดาก็อนุโมทนา ก็เลยคัดลงอีกเล่มหนึ่งตั้งใจจะให้เพื่อนนำไปสวดที่ร้าน และแนะนำให้เลิกชักชวนให้พวกเพื่อนมาสรวนเสเฮฮากันด้วยของมึนเมา

ยังไม่ทันได้เริ่มสวด ก็มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น คือ เพื่อนได้ใช้ไม้พันสำลีไปปั่นหู แล้วเข้าใจผิดคิดว่าสำลีมันหายไปในหูบางส่วน ที่จริงมันไม่น่าจะหลุดไปได้ ถ้าหลุดมันต้องหลุดทั้งหมด ไม่ใช่บางส่วนอย่างนั้น เป็นการเข้าใจผิดของเธอ และใช้ให้สามีเอาไฟฉายส่องในหู แล้วใช้แหนบคีบออกมา การส่องไฟเข้าไปในหูด้วยไฟฉายธรรมดาไม่ใช่ไฟฉายในโรงพยาบาล มันก็ไม่ชัดเจน สามีก็คีบไปโดนก้อนเนื้อในหูเข้า เจ็บปวดโวยวายใหญ่โต ต้องไปหาหมอกลัวหูบอด ทั้งคลินิกและโรงพยาบาล ได้ยาแก้อักเสบมา แล้วก็มาบ่นปวด และหูอื้อมาก ๆ

เย็นนั้นก็เลยตัดสินใจนำบทสวดมนต์ไปที่บ้านเธอ กางคนละเล่ม สวดพร้อมกันสวดออกเสียง ประมาณชั่วโมงนึงเสร็จแล้วแนะนำการภาวนา ก็นั่งได้พักนึง ยังใหม่ พอเสร็จแล้วเธอก็ขอไปอาบน้ำ แต่ยังไม่ให้เรากลับ ขอให้อยู่เป็นเพื่อนลูกก่อนระหว่างที่เธออาบน้ำ เราก็เลยเอาแผ่นซีดีธรรมะที่นำมาด้วย 3 แผ่นไปเปิดเสียงดัง และมานั่งภาวนาที่โซฟารอเธอ ระหว่างที่ภาวนา อารมณ์นิ่งดีแล้ว แว่บไปเห็นผู้หญิงสวยคนนึงผมยาว ยืนสบัดผมไปข้างหลังเห็นข้างแก้มขวาพร้อมกับเอามือมาปัดข้างแก้มด้วย และยังแว่บไปเห็นตัวประหลาดที่อยู่มุมห้อง ไม่ใส่เสื้อผ้า ตัวแดง ๆ หูนิดเดียว ตาแดง ปากแดง ทางเหนือเรียกว่าแมงหูหิ้น นั่งจับเจ่าอยู่อย่างนั้น ไม่ได้หวาดกลัวเพราะภาวนาถึงจุดที่ไม่หวาดกลัวสิ่งใด มีแต่แผ่เมตตาให้ และขอให้อย่าได้ทำร้ายคนในบ้านนี้เลย ต่างคนต่างอยู่ก็แล้วกัน

พอเพื่อนอาบน้ำเสร็จ เราก็จะกลับ ไม่ได้คุยอะไรให้ฟังหรอก บอกแต่ว่าให้เปิดธรรมะให้ครบทั้ง 3 แผ่นนั้น


วันรุ่งขึ้นไปหาที่ร้าน เพื่อนบอกว่า ตอนเข้านอนกลางดึกเลือดได้ไหลออกจากหูแล้ว ไม่ปวดเหมือนเดิม ไม่อื้อแล้วด้วย

เราก็เล่าให้ฟังถึงลักษณะของผู้หญิงคนนั้นให้ฟัง สรุปกลายเป็นเพื่อนของเธอชื่อปลา ได้มานอนพักด้วยหลายปีก่อน แล้วเป็นโรคหอบหืดได้เสียชีวิตในบ้านหลังนั้น แต่เธอก็ไม่ได้กลัวอะไร เพราะเป็นเพื่อนกัน และเธอก็ชอบสบัดผมแบบนั้นแหละ นี่ก็เป็นระดับจิตที่ดีของเพื่อนเหมือนกันที่ไม่กลัวเพื่อนที่ตายไป เพราะเพื่อนคนนั้นเธอชอบปฏิบัติธรรม ชอบไฟวัดฟังธรรม เราก็บอกงั้นเพื่อนเธอเขาคงจะมาเตือนที่มีสัตว์ประหลาดอยู่ในบ้าน ทำให้เขาอยู่ไม่สุขก็ได้ เล่าให้ฟังเรื่องสัตว์ประหลาด และก็มีจริง ๆ เพราะเธอพึ่งไปหาหมอเขมร ทำลักษณะเป็นมหานิยมอะไรทำนองนั้น เป็นรูปผู้หญิงกับตัวประหลาดยืนหันหน้าเข้าหากัน มีน้ำมันแช่มาด้วย คงคิดจะหาของขลังค์มาไว้เนื่องจากลูกค้าหายนั่นเอง ก็เลยแนะนำให้เอาไปคืนเจ้าของเขาเสีย ไม่งั้นเธอจะเดือดร้อนมากกว่านี้ นี่แค่เลือดหูไหลนะ
ถ้าเอาไว้อะไรจะเกิดขึ้น

เธอก็ทำตาม จากนั้นก็บอกว่าอย่าไปงมงายเรื่องเหล่านั้น ความดีของเราทำไปให้มาก จะคุ้มครองเราเอง สวดมนต์ไหว้พระเป็นประจำ ทำบุญ ทำทานบ้าง รับศีลและปฏิบัติให้เคร่งครัด อย่าพาเพื่อนมากินของเมาในร้าน แล้วมันจะดีขึ้นเอง ตอนหลังก็เริ่มนั่งภาวนามากขึ้น มีอารมณ์แบบไหนก็โทร.มาคุยให้ฟัง เพราะเธอบอกว่าเรื่องนี้คุยกับคนอื่นเขาหาว่าฉันเพี๊ยน เลิกกินเหล้ามาปฏิบัติธรรมแทน เราก็ให้กำลังใจเธอ สิ่งดี ๆ มันทำยาก แต่ให้ผลที่ชื่นใจ ผลที่ใจเราก่อน สิ่งภายนอกมันก็จะดีตามมาเอง ทำไปเถอะอย่าท้อนะ

เกิดมหัศจรรย์กับการที่เธอเริ่มสวดมนต์ในร้าน เธอท้าเทวดาว่า ถ้าถูกหวย จะสวดมนต์ที่ร้านให้ได้ 3 จบ และเธอก็ถูกเลขท้ายล๊อตเตอรี่ 3 ตัว 2 ใบ ในงวดนั้น และเธอก็หนักแน่นว่าเป็นเพราะการสวดมนต์แน่นอน จากนั้นก็มั่นใจไม่ได้ลองท้าทายอะไร ก็สวดเป็นประจำ เป็นสิ่งสำคัญในชีวิตไป จากนั้นมาถึงทุกวันนี้ รายได้ของเธอก็มีมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลูกค้าเข้าร้านไม่ขาด แถมยังนั่งรอต่อคิวจนที่นั่งแทบไม่พอให้นั่ง

ก็พลอยยินดีไปกับเพื่อนด้วยค่ะ



สาธุ อนุโมทามิ อานิสงส์มีจริงเจ้าค่ะ


เมื่อเราเรียนจบใหม่ ๆ และได้ไปปฏิบัติธรรม พ่อเข้าใจผิด คิดว่าลูกเรียนจบมาแล้ว กลับจะหันหลังเข้าวัดไป ไม่ค่อยเห็นด้วย ส่วนแม่ไปกับดิฉันบ่อย ๆ ก็ได้อธิบายให้พ่อฟังว่า การปฏิบัติธรรมนั้นใช้ควบคู่ไปกับชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะทำงานหน้าที่อะไรทำได้ทั้งนั้น พ่ออย่าแบ่งแยกเลย ชีวิตมีธรรม ธรรมมีในชีวิตของเรา มันเป็นสิ่งที่มีค่ามาก ทำให้ใจเป็นสุขไงละพ่อ

ต่อมาวันสำคัญทางศาสนา ก็พากันไปวัดทั้งหมดเลย ทั้งพ่อ แม่ พี่สาว และหลานชาย

แม่ก็ชักชวนพ่อสวดมนต์ และภาวนาด้วยกัน เพราะพ่อกับแม่อยู่กัน สองตายาย ส่วนพี่สาวหลานชายอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง และดิฉันเองก็ไปทำงานไกลจากบ้าน ประมาณ 170 กม.

พ่อเป็นห่วงเรื่องเราไม่มีครอบครัว ก็บอกพ่อว่า ไม่เป็นไรหรอกพ่อ ก็มีหลาน ๆ ให้ดูแลตั้งหลายคน เพราะพ่อมีลูกกับแม่คนก่อน 3 คน อยู่ที่ลำปางนู่น พี่ชาย 2 พี่สาว 1 ทุกคนมีลูกกำลังโตกันทั้งนั้น ก็บอกพี่ชายว่าหมั่นโทร.มาคุยกับพ่อนะให้หลานได้คุยกับปู่ จะได้ไม่เหงา ถึงแม้นาน ๆ จะได้มาเยี่ยมทีนึง พี่ชายก็ทำตาม และถ้าพ่อเหงาอยากโทร.ไปคุยกับหลาน ๆ หรือลูก ๆ ของพ่อ ก็โทร.ได้เลย เพราะได้ให้โทรศัพท์แบบจ่ายรายเดือนไว้ให้ใช้เพื่อความสะดวกแล้วด้วย

เมื่อปีที่แล้วแม่ป่วยบ่อย และยังมีลอกตาต้อกระจกด้วย ส่วนปีนี้เป็นเป็นพ่อป่วย เกิดอุบัติเหตุรถชน คนแก่ขับรถไม่ระวัง หูตาก็ไม่ดี ก็ไม่ได้ให้ใช้แล้วรถจักรยานยนต์ เพราะจะออกถนนใหญ่ จึงให้ปั่นจักรยานอยู่ในหมู่บ้านเท่านั้นแค่ไปตลาดซื้อกับข้าวก็พอ ส่วนที่จะไปหาหมอก็จะให้พี่สาวไปส่งขึ้นรถประจำทางไปแทน แต่ตอนที่ป่วยหนักก็ต้องเป็นหน้าที่ของลูกอยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็ได้พี่ชายทั้ง 2 คนมาช่วยเฝ้าพ่อ เพราะระบบประสาทพ่อได้รับผลกระทบ นอนบนเตียงพยาบาล แอบปีนลงบ่อย ๆ กระชากสายน้ำเกลือด้วย วุ่นวาย แรงเราไม่พอ ก็มีพี่ชายคอยอุ้มคอยรั้งไว้ ตอนนี้ระบบประสาทก็ปกติแล้ว เหลือแต่โรคประจำตัวอีก 2 โรค คือความดันโลหิตสูง และถุงลมโป่งพอง เพราะสูบบุหรี่มาแต่อายุยังน้อย ป่านนี้ก็ 73 ปีแล้ว มันก็ต้องผุพังไปเป็นธรรมดา ก็บอกพ่ออย่าเครียด อย่าแอบไปสูบอีกนะ อันตรายนะพ่อ

ทุกวันนี้ สถานีวิทยุชุมชน ที่บ้าน เปิดเทปบันทึกเสียงหลวงพ่อให้ฟัง เวลา 11.00-12.00 น. ทั้งพ่อแม่ และพี่สาวก็ได้ฟังกันเหมือนกับได้ไปฟังหลวงพ่อที่วัดเลย


เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2551 วันจักรี หลานชายได้บวชภาคฤดูร้อน และเป็นวันเกิดของเขาที่ครบ 12 ขวบพอดี

ไม่เคยห่างแม่ คอยชะเง้อหาแม่ จากบนเขาลงมาทางขึ้น ร้องไห้บ่อย เป็นเณรน้อยขี้แย(พระพี่เลี้ยงท่านตั้งฉายา)

ก็ศึกษาได้ 7 วัน ค่อยสะสมไปทีละน้อยนะลูกนะ แต่ 7 วันที่ไม่ธรรมดา เพราะพระพี่เลี้ยงพาไปจำวัดที่ธรรมสังเวชด้วย (ที่ใช้เผาศพคนในวัดที่ได้เสียชีวิตลง) เล่าให้ฟังว่า มันท้าทายการทำสมาธิภาวนาดีมาก(หลานชายบอกเอง) ไปกันแค่ 2 ท่านกับพระพี่เลี้ยงเท่านั้น ก็นับว่าเป็นบททดสอบที่ดีทีเดียวค่ะ

พอลาสิกขาลงมาแล้ว ก็สัญญากับหลวงพี่ไว้ว่า จะขึ้นไปบ่อย ๆ และสัญญากับหลวงตาไว้ด้วยว่าจะขึ้นไปบวชอีกเมื่อมีโอกาส หลวงตา(ก็คือหลวงพ่อครูบาอาจารย์ของดิฉันเอง)ก็บอกว่า ดี ๆ ลูก หมั่นสวดมนต์ภาวนานะลูกนะ

และก็ได้มาคุยกับแม่(พี่สาว) ว่า "แม่จะว่าอย่างไร ถ้าเกิดน้องแบงค์ เรียนจบมาแล้วไม่มีครอบครัวเหมือนคนอื่นเขา และถือบวชตลอดชีวิต แม่จะว่าไหม" พ่อของหลานชายขับรถตู้รับจ้างอยู่ที่อยุธยา นาน ๆ ถึงจะได้กลับบ้านที

พี่สาวก็ตอบว่า " แม่จะไปขัดขวางทางเจริญของลูกได้อย่างไร ในเมื่อลูกได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดของคนเรา ก็คือการบวช แม่ก็ดีใจสิลูก และแม่ก็จะขึ้นไปปฏิบัติด้วย จะได้เห็นลูกอยู่ในสายตา และเจริญต่อไปในทางธรรมนะลูก " สถานปฏิบัติธรรมที่นั่น เมื่อก่อนจะเป็นของอุบาสก อุบาสิกา ต่อมาหลวงพ่อได้บวชพระ บวชเณรให้ลูกศิษย์ลูกหา และได้สร้างสำนักสงฆ์ ในพื้นที่ข้ามคูเมืองออกไป มีพระพี่เลี้ยงคอยดูแลการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เป็นที่ศรัทธาของชาวบ้านทั้งใกล้และไกล ลูกศิษย์ลูกหาขอหลวงพ่อก็มีอยู่ทั่วไปทั้งใกล้และไกล ต่างจังหวัดก็มี คนในกรุงไปปฏิบัติก็เยอะ

จากภาพที่เราเคยเห็นเมื่อสิบกว่าปีก่อน เป็นสถานปฏิบัติธรรมเล็ก ๆ ในป่าในเขา ต่อมาลูกศิษย์ลูกหามากขึ้น ก็ต้องสร้างสถานที่ให้พอกับจำนวนคนที่มากขึ้นตามไปด้วย




สำหรับหน้าที่การงาน เป็นหน่วยงานที่ต้องรับใช้สังคม ได้ทำหน้าที่บริการประชาชน มีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ คนสูงวัย คนชรา แทบจะทุกสาขาอาชีพที่จะเลือกมาใช้บริการกับเรา


ได้มีโอกาสทำความดีอยู่ตลอดเวลา ความดีที่ได้ทำก็คือ สร้างความประทับใจให้กับทุกคนที่มาใช้บริการ สร้างรอยยิ้ม สร้างความสุขใจแม้จะเพียงเสี้ยวเวลาหนึ่งที่ท่านเหล่านั้นได้ก้าวเข้ามาทำธุระกับเรา และท่านก็ต้องมาอีกในวันต่อไป ถ้าท่านพบสิ่งที่ประทับใจในครั้งหนึ่ง ท่านก็ต้องยินดีที่จะมาใช้บริการอีกต่อไปเรื่อย ๆ ดิฉันยินดีที่จะมอบสิ่งที่ดี ๆ เหล่านั้นให้เกิดในหัวใจของทุกคน


ไม่เพียงเท่านั้น ดิฉันก็ได้ออกไปบริการนอกสถานที่ด้วยเช่นกัน และมีความสุขถึงแม้จะต้องตื่นแต่เช้ากว่าคนอื่นเพื่อที่จะได้ออกไปทำงานก่อนเวลาที่สำนักงานจะเปิด และกลับมาให้ทันทำงานในเวลาปกติด้วย

ไม่ใช่ทำดีเพราะแลกกับค่าตอบแทนที่ได้มาเป็นค่าจ้างเท่านั้น มันออกมาจากหัวใจที่ยึดมั่นคุณงามความดี ให้รอยยิ้ม ให้คำแนะนำที่ดี และที่สำคัญมักจะเป็นคนที่คอยให้กำลังใจแก่คนรอบข้างอยู่เสมอ


ขออนุโมทนาในกุศลที่ คุณพรบงการ กระทำ...สาธุ


ได้รู้จักกับคุณแม่รัตนา เจ้าของสวนไม้ประดับ เมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมา เพราะด้วยเมตตาธรรมที่มีคล้ายกัน สนทนากันเข้าใจดีมาก จึงชอบแวะเวียนไปเยี่ยมคุณแม่อยู่เสมอ


ในบ้านคุณแม่ร่มครึ้ม หน้าบ้านและข้างบ้านมีต้นไม้ใหญ่หลายต้น ส่วนภายในบ้านแม่เพาะต้นไม้ประดับหลากหลายชนิด รอบ ๆ ภายในบริเวณบ้านจะเป็นที่เพาะชำต้นกล้าไม้เหล่านั้น เป็นบรรยากาศที่ร่มเย็นดีมาก ถูกใจสำหรับคนรักความสงบอย่างดิฉันเป็นอย่างมาก


คุณพ่อ สามีของแม่รัตนา ท่านลาออกจากราชการมาหลายปีแล้ว มีเงินบำนาญไว้ใช้สอยเดือนละไม่ถึงหมื่นบาท เหตุที่ลาออกนั้น เห็นท่านเล่าให้ฟังว่า เจ้านายใช้ให้ทำงานในทางมิชอบ เพื่อเอื้ออำนวยเงินเข้ากระเป๋าของเขา คุณพ่อบอกว่ามันเสี่ยงเกินไป เพราะความฉ้อโกงประชาชนนั้น ถึงเราไม่ได้ตั้งใจทำเอง แต่เราก็รู้เห็นในความชั่วนั้น จึงทนไม่ได้ที่จะเป็นเครื่องมือของคนชั่ว จึงลาออกมา ทั้ง ๆ ที่ปัญหาภายในครอบครัวที่ต้องแก้ไขนั้นก็ยังหนักหนา เนื่องจาก มีที่บ้านและที่สวน ได้เข้าไปกู้แบงค์ไว้ 2 แห่งด้วยกัน บ้านเข้ากรุงไทย สวนเข้าธกส. ปัญหาก้อนโต ก็คือทุกข์ใหญ่สำหรับท่าน แต่ท่านก็คิดว่าออกมาต่อสู้ด้วยอาชีพสุจริต ที่ทางครอบครัวทำอยู่แล้ว คือทำไม้ประดับนั่นเอง
แต่ในขณะนั้น สถานการณ์ไม่ดีขึ้น การงานอาชีพที่บ้านไม่ได้ก่อรายได้ให้สามารถชำระหนี้ในแต่ละเดือนได้ จึงค้างชำระกับธนาคาร เป็นดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นจำนวนมาก คุณพ่อจึงป่วยเป็นโรคเครียดลงกระเพาะอย่างแรง การรักษาใช้เวลาและไม่ค่อยให้ผลที่ดีขึ้น เนื่องจากความเครียดนั้นไม่ได้หายไป โรคนั้นจึงไม่ทุเลาลงแต่อย่างใด ท่านจึงเป็นคนป่วย นอนอยู่ที่เก้าอี้ไม้พับ ที่หน้าทีวี ดูข่าวสารบ้านเมือง หรืออ่านหนังสือ หรือไม่ก็นอนนิ่ง ๆ หลับตาเหมือนจะให้ลืมวันเวลาไปแค่นั้น


ในบ้านของคุณแม่รัตนา เลี้ยงแมวตัวหนึ่ง ชื่อเฮ็ง ๆ เป็นแมวที่รู้มาก คุณแม่ชอบคุยและหยอกกับเฮ็ง ๆ เสมอ เหมือนเลี้ยงลูกชายตัวเล็กอีกคน และมีสุนัขอีก 3 ตัว ตัวโตชื่อถุงเงิน มีลูกชื่อจิ๊กกี๋ และจิ๊กกี๋ก็มีลูกชื่อฟูฟู ทุกตัวน่ารัก และสอนได้ มีมารยาทที่น่ารักมาก


เวลาที่ดิฉันไปเยี่ยมคุณแม่ ก็มักจะมีของฝากให้ผู้ใหญ่ทั้ง 2 ด้วย และให้เด็ก ๆ ทุก ๆตัวด้วย ของเฮ็ง ๆ ก็มักจะมีปลาแม่น้ำที่เขาย่างแล้วไปฝาก ส่วน 3 ตัวหลังนี่ ชอบซื้อหมูปิ้งกับข้าวเหนียว ไปป้อนอยู่เสมอ ฟูฟู แต่ก่อนไม่ชอบกินข้าวเหนียว เจอเราป้อนข้าวเหนียวหมกด้วยหมูข้างในข้าว กินได้กินดี ชอบเอาหัวมาหนุนบนตัก จิ๊กกี๋ตัวเล็กกว่าลูกมันอีก ชอบวิ่งปีนขึ้นมานั่งบนตัก ส่วนถุงเงินตาไม่ค่อยดี ก็ใช้หัวมาซุก ๆ ให้ชนตัวเรา เรียกว่าแม้เสียงรถของเรา ทุก ๆ ตัวได้ยินจะวิ่งมาหาแสดงความดีใจ ส่วนเฮ็ง ๆ ถ้าไม่ถูกใจใครก็ไม่ได้อุ้มหรอก แต่สำหรับดิฉัน ก็มักจะคุยด้วย ทักทาย เฮ็ง ๆ ขออุ้มหน่อยสิ ก็ให้อุ้มเหมือนกัน และชอบทำเสียงทักทายตอบมาเงี้ยว ๆ มันแปลกนะคะ สื่อจากใจของเราให้ไป แม้สัตว์ที่พูดภาษาคนไม่ได้ เขาก็ยังรับรู้ความรู้สึกของเรา


ดิฉันมักจะขออนุญาตคุณแม่เข้าไปในห้องพระของท่าน เพื่อสวดมนต์ไหว้พระทำสมาธิภาวนา


ต่อมาวันหนึ่ง เป็นวันเดือนเพ็ญ ซึ่งบรรยากาศในบ้านสวนสวยงามมาก ดิฉันจึงขอคุณแม่สวดมนต์ที่โต๊ะนอกบ้าน ซึ่งใช้เป็นที่นั่งรับแขกด้วย

ขออัญเชิญเทวดา

บูชาคุณพระรัตนตรัย

สวดยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก

สวดบาระมี 30 ทัส

อาราธนาพระปริต

พุทธชัยมงคลคาถา(พาหุง)

บทสวดมหากา

มงคลจักรวาฬใหญ่

ธัมมะจักกัปปะวัตตะนะสุตตัง

เมตตานิสังสุตตะปาโฐ

พระคาถาชินะบัญชร

พระคาถาป้องกันภัย 10 ทิศ

อาราธนาแผ่เมตตาก่อนภาวนา

ขอขมาพระศรีรัตนตรัย

ตั้งจิตอธิษฐานก่อนภาวนา

ระหว่างที่สวดมนต์ด้วยเสียงที่ตั้งใจให้ดังรอบบริเวณบ้าน ต้นไม้ทุกต้นนิ่งสงบไม่ไหวติง

พอภาวนาแล้ว เกิดแสงสว่างกลางกระหม่อม เป็นรูปงูจงอางแผ่พังพาบ เหมือนไม่ได้หลับตา สว่างไสวไปทั่ว นิ่งอยู่อย่างนั้นไม่มีอะไรเคลื่อนไหว


ไม่ใช่อุตริทำอวดคุณแม่นะคะ เพราะปกติคุณแม่ก็ภาวนา แต่ท่านจะลุกมาปฏิบัติตอน ตี 3-ตี 5
และสนทนาให้คุณแม่ฟังถึงอารมณ์จิตของเรา เมื่อไหร่อย่างไร และคุณแม่ก็เข้าใจ ยินดีที่เราตั้งใจเช่นเดียวกัน

ถึงเหตุการณ์หลังภาวนาครั้งนั้น ก็บอกคุณแม่ว่า หนูรับรู้ถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านขอคุณแม่ (จากบรรยากาศที่มีต้นไม้ร่มครึ้มเกิดความรู้สึกได้) ท่านคงคุ้มครองให้ภาวะต่าง ๆ ของคุณแม่คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นนะคะ หนูเชื่อว่าอย่างนั้น

คุณแม่รัตนาคุยให้ฟังในวันต่อมาว่า เหตุการณ์หลังจากที่หนูสวดมนต์หน้าบ้านวันนั้น ส่งผลต่อจิตใจของคุณพ่อให้ดีขึ้น เช้าวันต่อมา คุณพ่อก็เริ่มลุกขึ้นมาสวดมนต์ไหว้พระแล้ว และไม่ได้นอนแช่อยู่อย่างเดิมที่เคยเป็น และก็มาช่วยคุณแม่เตรียมดิน อุปกรณ์ในการแยกกล้าต้นไม้ด้วย


ต่อมาคุณพ่อก็แนะนำให้รู้จักกับช่างแกะสลัก รูปพระพุทธเจ้า และพวกเราก็พากันไปเยี่ยมบ้านช่างคนนั้นซึ่งอยู่ที่ แม่ทาลำพูนโน่น คุณพ่อเล่าให้ฟังว่าเคยติดต่อให้เขามาแกะสลักพระไม้ขนุนอายุราว 200 ปี ที่วัดในหมู่บ้านนั่นเอง

จึงได้สั่งให้ช่างแกะสลักพระพุทธเจ้าด้วยไม้ขนุน หน้าตักกว้าง 7 นิ้ว เขาแกะให้ไม่ได้ขัดและลงเงา เราต้องมาทำเอง ค่าแรงและต้นขนุนคิดองค์ละ 500 บาท ช่างเขาบอกว่า มีคนมาเรียนวิชากับเขา แล้วไม่สำเร็จเลยสักคน ทุกคนมาแกะสลักแล้วทำไม่สมบูรณ์เยอะมาก เสียดาย จึงขอมา 8 องค์ ที่ไม่สมบูรณ์นั้น เขาก็ให้มา ตอนหลังลงเงาแล็คเกอร์ และยูรีเทนแล้ว ก็เอาไปให้เพื่อนคนที่ทำร้านเสริมสวย ทั้ง 8 องค์

ส่วนที่สั่งให้ช่างทำนั้น ตอนหลังก็ไปรับมา หลายสิบองค์ มาขัดและลงเงา แล้วคุณพ่อก็ได้ไปฝากหลวงพ่อเผื่อลูกศิษย์ลูกหาของท่านอยากได้ไปบูชา ตอนแรกคิดจะทำไปเรื่อย ๆ แต่มาคิดอีกที กลัวบาป พุทธพาณิชย์ นั้นไม่ดี แต่ถ้าเราจะมอบเป็นของฝากของที่ระลึกแก่คนที่เรานับถือนั้นก็คงดีเป็นของที่ล้ำค่า ใครได้ไปก็ยินดี ชุดใหญ่หลวงพ่อท่านขอเช่าไปไว้ที่วัดท่านเอง หรือท่านมอบต่อกับใครเราก็ไม่รู้ นั่นเป็นคุณพ่อนำส่งไปให้หลวงพ่อของท่านเอง ส่วนเราก็ ขอมา 11 องค์ ให้พ่อแม่ไปถวายวัดที่บ้าน 3 องค์ ไว้ที่บ้านพี่สาว 1 องค์ ส่วนอีก 7 องค์นั้น ตนเองได้ไปถวายที่วัดป่าโป่งพระบาท พร้อมสังฆภัณฑ์ และจีวร 1 ชุด เมื่อปีใหม่ 2549

ส่วนที่บ้านของคุณแม่รัตนา แม่ท่านอยากได้แม่กวนอิม ลองไปสั่งช่าง เขาก็แกะได้ สูง 180 ซม. เป็นไม้ขนุนเหมือนกัน และได้พระพุทธเจ้าปางยืนรำพึง สูง 120 ซม. 1 องค์ และแม่นางกวักแกะด้วย 1 องค์ ทั้งหมดนี้เราจ่ายเงินเอง และตอนคุณพ่อขายบ้านได้ ก็ขอมาใช้แค่ 10,000.00 บาท ซึ่งยังไม่ถึงครึ่งที่จ่ายไป แต่เราก็มีความสุขที่เห็นคุณแม่รัตนาท่านศรัทธากราบไหว้

เล่ามาหลังจากได้สิ่งศักดิ์สิทธิ์มาครอบครองในบ้าน ไม่นานก็มีคนมาขอซื้อบ้านหลังนั้น เยอะเหมือนกัน พอปิดหนี้เก่า แล้วเหลือเงินไปปลูกบ้านในสวนอีกหลังหนึ่ง ขายแต่บ้านไปนะคะ สิ่งของทุกอย่างเขาไม่เอา ต้องขนต้นไม้ และของมีค่าที่ได้มา ไปไว้บ้านสวนทั้งหมด

สวนบ้านสวนตอนนี้ ซึ่งติด ธกส. ก็เป็นหน้าที่ของลูกสาวซึ่งพึ่งได้ทำงานราชการทหาร ท่านมีลูก 2 คน ชาย 1 หญิง 1 จะได้เป็นหลักของบ้านก็คงเป็นลูกสาวมากกว่า เพราะลูกชายยังไม่ได้ทำงานที่มั่นคง แต่ก็ไปช่วยดูแลกิจการของเพื่อนน้องสาว ซึ่งมีฐานะดี ที่กรุงเทพฯ โน่น

หลังจากเปลี่ยนเป็นบ้านสวน ดิฉันก็ได้ย้ายที่ทำงานไปไกล ก็ไม่ได้ไปเยี่ยมเหมือนเคย ท่านก็ยังทำไม้ประดับออกจำหน่าย เพราะคราวนี้ไม่ได้ติดถนนเหมือนบ้านหลังเดิมที่วางขายมีคนมาซื้อในบ้าน แต่ลูกค้าเก่า ๆ ของท่าน ก็ยังตามไปซื้อในสวน และจัดส่งไปยังร้านขายดอกไม้ ในตลาดซึ่งมีหลายร้านอยู่รวมกัน ตอนนี้ท่านก็พ้นทุกข์ร้อนไปได้ อยู่ดีมีสุขกันแล้ว ก็ยินดดีกับท่านด้วยนะคะ



ไม่ใช่ว่าไม่เคยทำผิดนะคะ เพราะว่าเกิดมาจากมีกรรมติดตัวมา ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ถึงจะชดใช้ได้หมด ไม่รู้ว่าเจ้ากรรมนายเวรจองมากี่ชาติกี่ภพก็ไม่รู้ได้ และในจิตลึก ๆ ก็ยังมีตัณหาอุปาทาน รัก โลภ โกรธ หลง แต่พยายามใช้สติประคองไว้ไม่ให้เพิ่มมากขึ้น พยายามเบรคให้ทันบ้าง บางทีก็มีโมหะ เข้าข้างตัวเองอยู่เหมือนกัน

เป็นต้นว่า ไม่ปล่อยวางอารมณ์มากระทบจากคนเลว เพราะยังยึดมั่นถือมั่นในตัวเอง เข้าข้างตัวเองว่ากระทำดีแล้ว ไฉนคนเลวถึงกล้ามารังแกเราได้

เมื่อประมาณปี 2547 ได้มีเจ้านายผู้ชายสูงวัยคนหนึ่ง ซึ่งมักจะใช้ให้ลูกน้องทำงานที่เอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องของตน และลูกน้องหลายคนเหล่านั้น ทำงานไม่เรียบร้อย แล้วโยนความรับผิดชอบมาให้ดิฉัน หมายถึงทุกคนต้องรับผิดชอบงานครบวงจรด้วยตนเอง แล้วส่งต่อมาให้ดิฉันรวบรวมทำรายงานส่งอีกที แต่คนเหล่านั้นกลับส่งงานไม่ครบ ดิฉันจึงส่งต่อไม่ได้ พอเขามาตรวจสอบกันอีกที พวกเล่นโยนความผิดมาให้ดิฉันเต็ม ๆ พอดีว่าเอกสารเหล่านั้นเกี่ยวกับเงินทองด้วย ตัวเงินดิฉันได้ส่งเข้าบัญชีของส่วนที่รับผิดชอบไปหมดแล้ว แต่เอกสารส่งไปให้ไม่ได้ เนื่องจากพวกเขาเหล่านั้นจัดให้ลูกค้าลงลายมือไม่ครบถ้วนบ้าง เอกสารหายไปบ้าง น่าจะเป็นติดไปที่ลูกค้า แต่เขาไม่ยอมติดตามเอามาส่งให้เรียบร้อย และพวกได้ใจกับเจ้านายผู้ชายที่ใช้ให้เขาทำงานส่วนตน จึงไม่กล้าตำหนิคนของตนเอง เมื่อมีผู้ตรวจสอบมาตรวจ เขาโยนมาให้ดิฉันรับเต็ม ๆ ดิฉันเสียหายมากเพราะคนมองว่าดิฉันเป็นคนทำงานสะเพร่า ตอนแรกเจ้านายระดับเขตท่านมารับหน้าที่ใหม่ ท่านช่วยระดมคนมาช่วยกันจัดการกับสิ่งที่ไม่เรียบร้อยเหล่านั้น โดยที่ท่านก็ยังไม่ได้มาสอบดิฉัน แต่เจ้านายระดับต้นคนนั้นเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรว่าคนที่รับผิดชอบงานนี้คือดิฉัน

ความอดทนถึงจุดนิ่งเฉยไม่ได้ ดิฉันได้ตั้งจิตอธิษฐานในสิ่งที่ตนเองได้กระทำมา จุดธูปเทียนบูชาพระพุทธเจ้า ทำในสิ่งที่ดิฉันคิดว่าเป็นที่พึ่งที่สุดของตนเอง เพ่งด้วยจิตที่แน่วแน่ เพราะที่ผ่านมารู้ว่าหัวหน้าคนนั้นกินสินบนมาโดยตลอด นำพวกพ้องของตนเอง มารับผลประโยชน์จากหน่วยงานของเรา ทั้ง ๆ ที่เขาไม่มีสิทธิ์จะทำ ประชาชนอีกเป็นจำนวนมากที่เดือดร้อน และน่าจะได้รับความช่วยเหลือ แต่เขากลับนำไปให้แก่คนของตน และยังมากดดันงานในหน้าที่ทำไม่ยุติธรรม โยนบาปมาให้กับคนบริสุทธิ์อย่างเราอีกด้วย จึงไม่ขอทนอีก กระแสจิตในครั้งนั้น ไม่ใช่วิธีการที่ครูบาอาจารย์สั่งสอน แต่ตนเองนำไปใช้ด้วยความคิดของตนเอง เพราะว่ายังขัดเกลาตนเองยังไม่ใสสะอาดจริง จึงได้ทำไปอย่างนั้น ผลที่เกิดขึ้น ตกดึกในคืนเดียวกันนั้นบ้านของหัวหน้าคนนั้น ได้เกิดไฟฟ้ารัดวงจร ไฟได้ลุกไหม้ ภรรยาได้ลื่นหกล้มในขณะช่วยกันดับไฟ และแขนหักด้วย
และไม่นานเท่าไหร่ หัวหน้าคนนั้นก็คงจะกลัวท่านเขตคนใหม่ตรวจสอบพบหลักฐานที่เขาได้ทำทุจริตได้ จึงลาออกไป ทุกวันนี้ เขาก็ต้องนั่งดูลูกชายของเขา ซึ่งเขาได้ส่งเข้ามาทำงานในหน่วยงานนี้ด้วย และเริ่มจะทำทุจริตอีกแล้ว คงจะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก และคอยแต่ปกป้องลูกชายของตนเองให้หลุดพ้นจากการให้ออกจากงาน เพราะต้องวิ่งเข้าหาผู้ใหญ่ที่คบหากันอยู่ให้ช่วยลูกชายของตน แต่พอคนที่พึ่งได้หมดหน้าที่ไปแล้ว เขาก็คงต้องทุกข์ใจอีกต่อไปว่าจะช่วยลูกชายเขาอย่างไร

.....................................................................................................................................................
และในปี 2548 ได้เจ้านายผู้หญิงมาอีกคน ใหม่ ๆ เขาก็เป็นผู้ดี นานวันเข้าก็เปลี่ยนแปลง จำได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดในวันนั้น เธอเครียดเรื่องไปรับนโยบายใหม่มา แล้วก็มาจัดการกับลูกน้องแต่ละคน ให้เป็นอย่างนั้น อย่างนี้ ให้ได้อย่างใจของตนเอง จนทุกคนรับไม่ได้ และมาปรึกษากันว่า เธอเปลี่ยนไป และไม่มีใครยอมรับได้ ตัวดิฉันเองก็โดนอย่างจัง และก็เกิดอาการต่อต้าน ไม่ใช่เพื่อตัวเอง มันเห็นใจคนรอบข้างด้วย ดิฉันไม่ได้บอกใครหรอกว่าเคยถูกรังแกแล้วใช้จิตในทางที่ผิดมาก่อน และครั้งนี้ดิฉันก็ทำอีก อธิษฐานว่า ทุกคนเป็นคนดี ทำหน้าที่ของตนเอง ไม่ได้ทำทุจริตใด ๆ เพราะฉะนั้นคนที่นำความทุกข์มาให้พวกเรา ขอให้มีแต่ความทุกข์เพราะโยนทุกข์มาให้ก็ขอให้ย้อนกลับคืนไปสู่เจ้าของดังเดิม ผลก็ปรากฎอีกวันเจ้านายผู้หญิงคนนั้นก็เข้าโรงพยาบาล เนื่องจากกล่องเสียง หรือต่อมทอมซิลอักเสบ จำไม่ได้ รู้แต่ว่าเพราะปากนั่นแหละที่ต้องไปรักษา 3 วัน เราไม่ได้ไปเยี่ยมเลยนะ และต่อ ๆ มา ที่เคยพูดจาไม่ดี ก็เลยต้องเงียบไป และปลายปีนั้น เธอก็ลาออกไปใช้ชีวิตส่วนตัวอีกคนหนึ่ง

.....................................................................................................................................................

ตอนนั้นคิดได้แต่ว่า เราดีเราอยู่ ใครไม่ดีก็ต้องออกไป
คราวหลังเจ้านายที่เคยได้ยินได้ฟังเรื่องของเรามา ท่านก็เข้าใจ เพราะเราเล่าให้ท่านฟังโดยไม่ปิดบัง ขอย้ายไปสาขาที่เราพอใจท่านก็ให้ และยังคงคอยถามไถ่ความเป็นอยู่ของเราเสมอ


นี่คือโมหะจริตของดิฉันที่ผ่านมา ถ้าไม่เลิกรา จะหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดไปได้อย่างไร ใช่ไหมคะ


พระศรีอริยเมตไตรย์

พระศรีอาริย์ คือ พระพุทธเจ้าองค์ต่อไป เป็นองค์ที่ 5 องค์สุดท้ายแห่งภัทรกัปป์นี้ เป็นพระผู้นำสัตว์พ้นจากทุกข์ทั้งมวล ในยุคพระศรีอาริย์จักมีความสงบ ร่มเย็น เป็นสุขกันทั่วโลก เป็นสังคมอุดมธรรม ยึดหลักธรรมาธิปไตยปกครองชีวิตตนเอง จึงสมบูรณ์ด้วยความดีงาม มีแต่ความสงบ สะอาด สว่าง

ก่อนถึงยุคพระศรีอาริย์ โลกจะผ่านกลียุคอันเลวร้าย ความเดือดร้อนวุ่นวายจะเกิดขึ้นทั่วโลก ความเสื่อมโทรมทางศีลธรรมจะเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ทั้งปวง ปัญหาอันยุ่งยากยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง เพราะมุ่งเห็นแก่ตัว ปิศาจ ยักษ์ มาร จะเข้าสิงสู่ผู้ไร้ธรรม ให้เป็นคนมืดบอด จะเห็นดีเป็นชั่ว เห็นถูกเป็นผิด เห็นขาวเป็นดำ จะกลับธาตุกลับธรรม จะนำความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ฟ้าจะลงโทษ ธรรมชาติจะลงทัณฑ์ มหันตภัยจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรง แข่งกับความชั่วของสัตว์โลก ความล่มจมแห่งระบบที่ชั่วร้าย จะทำลายตัวของมันเอง เป็นยุคโลกาวินาศขาดศีลธรรม

เมื่อความมืดหมดไป ความสว่างจะตามมา เมื่อฟ้าสาง แสงธรรมส่องทางที่สดใส เมื่อคนดีมีศีลธรรมได้กลับสู่เส้นทางที่ดีงาม ตามครรลองคลองธรรม จะนำสู่โลกสันติสุข มีความสงบร่มเย็น ธรรมชาติจะสมดุล จะสมบูรณ์ด้วยศีลธรรม ผู้คนจะอยู่เย็นเป็นสุข ความชั่วร้ายจะหมดไป มีอุดมธรรม จะนำทาง จะสร้างสรรค์โลกใหม่ จะเป็นโลกธรรมาธิปไตย ทุกคนจะมีหน้าที่ตามเหมาะสม มีความเสมอภาคเท่าเทียมกันโดยธรรม เมื่อผู้คนมีใจเป็นธรรม การแบ่งแยก ยึดถือในเชื้อชาติศาสนาจะหมดไป จะเป็นโลกศรีวิไล ไร้พรมแดน ความเป็นญาติ พี่น้อง ร่วมท้องโลก พร้อมด้วยความดีงาม จะกลับคืนสู่มนุษยชาติอีกครั้งหนึ่ง จะเป็นโลกาภิวัฒน์ เพื่อพัฒนาเข้าสู่ยุคพระศรีอาริย์ จะเป็นโลกหนึ่งเดียวแห่งสันติภาพ

บุคคลผู้ปรารถนาไปสู่ยุคพระศรีอาริย์ จงอดทน ตั้งมั่นอยู่ในคุณงามความดี รักษาศีล-สัจจะ สละความเห็นแก่ตัว ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความชอบธรรม ตั้งใจบำเพ็ญกุศล บุญ -ทาน-ศีล-ภาวนา กลั่นกรองขัดเกลาตนเองให้เป็นคนดี่ มีศีลธรรมอยู่เสมอ ให้สร้างคุณค่าชีวิตด้วยความดี มีชีวิตอยู่เพื่อสร้างสรรค์ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันด้วยเมตตาธรรม รักการเสียสละ ร่วมกันพัฒนา โลกจะสดใส ใจจะงดงาม เมื่อเดินตามอุดมการณ์พระศรีอาริย์ จะเข้าถึงสัจธรรม จักรู้เป้าหมายชีวิตที่แท้จริงว่า เกิดมาเพื่อบำเพ็ญบารมี มีชีวิตอยูอย่าประมาท อย่าเป็นทาสอบายมุข ทางพ้นทุกข์มีทางเดียวคือ ธรรมาธิปไตย จงทำงานด้วยอุดมธรรม จะเข้าถึงอุดมการณ์พระศรีอาริย์ แห่งโลกสันติภาพ

ธรรมสาธิตเวียงกาหลง

นะโม โพธิสัตโต อะริยะเมตไตยโย อะระหัง พุทโธ นะโม พุทธายะ นะมามิหัง


ขอพระบารมีพระศรีอาริย์ จงประทานพร ให้ข้าพเจ้าประสพความสำเร็จสมปรารถนาทุกประการด้วยเทอญ


บูชาพระพุทธเจ้า 5 พระองค์


นะกาโล กะกุสันโธ สุวัณโณ นะมัตสิตตะวา ยานะสัมพุทธํง กิเลสะนัตถิ ปาปะกัง หัตถะยัง จิตตัง วิญญาณะ ลักขะณัง ยานะมามิหัง

โมกาโล โกนาคะมะโน มณีโชตะกัง นะมัติสิตตะวา ยานะสัมพุทธัง กิเลสะนัตถิ ปาปะกัง หัตถะยัง จิตตัง วิญญาณะ ลักขะณัง ยานะมามิหัง

พุทธะกาโล กัสสะโป พุทโธ สังฆาเมวัจจะ นะมัตสิตตะวา ยานะสัมพุทธัง กิเลสะนัตถิ ปาปะกัง หัตถะยัง จิตตัง วิญญาณะ ลักขะณัง ยานะมามิหัง

ธากาโล สิระสา สากะยะมุณี สุริยะ เมวัจจะ นะมัตสิตตะวา ยานะสัมพุทธัง กิเลสะนัตถิ ปาปะกัง หัตถะยัง จิตตัง วิญญาณะ ลักขะณัง ยานะมามิหัง

ยะกาโล อะริยะเมตตรัยโย มัคคาเมวัจจะ ปัญจะมัง พุทธะ นะมัตสิตตะวา ยานะสัมพุทธัง กิเลสะนัตถิ ปาปะกัง หัตถะยัง จิตตัง วิญญาณะ ลักขะณัง ยานะมามิหัง

ปัญจะสัมพุทธัง สะระณัง คัจฉามิ


คำไหว้พระพุทธเจ้า 5 พระองค์

ฆะติกา มหาพรหมา สิริเมตตา ปัญจะพุทธา นะมามิหัง อะระหังสัมมาสัมพุทโธ นะโมข้ากราบไหว้

พระพุทธเจ้าองค์ที่ 1 ชื่อว่าพระกะกุสันโธ
พระพุทธเจ้าองค์ที่ 2 ชื่อว่า พระโกนาคะมะโน
พระพุทธเจ้าองค์ที่ 3 ชื่อว่า พระกัสสะโป
พระพุทธเจ้าองค์ที่ 4 ชื่อว่า พระโคตะโม
พระพุทธเจ้าองค์ที่ 5 ชื่อว่าพระอริยะเมตตรัยโย

เมื่อดับจิตไป ขออย่าได้ใหลหลง ตั้งจิตจำนง จงใจพระนิพพาน ขอให้พบดวงแก้ว ขอให้แคล้วจากบ่วงมาร ขอให้พบพระเมตตรัย ขอให้ไกลจากมาร พระเกตุ พระแก้ว พระจุฬามณี พระศรีสรรเพชร พระองค์เสด็จ เข้าสู่พระนิพพาน พระพุทธเจ้าสั่งไว้ว่า ให้ภาวนา ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา


ปณิธานธรรมเวียงกาหลง

ปวงข้า ขออุทิศ ชีวิตแด่พระรัตนตรัย ด้วยใจเคารพบูชา
ปวงข้าจะรักษาชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ขอภัยพิบัติจงหมดไป
ปวงข้าจะทรงไว้ซึ่งศีลธรรม ประจำใจให้มั่นคง
ปวงข้าจะดำรงมุ่งตรงใน พระพุทโธ โพธิญาณ
ปวงข้า ขออธิษฐานให้บรรจบพบพระศรีอาริย์ เข้าสู่นิพพาน ธานีนี้ด้วยเทอญ


บทอาราธนาก่อนภาวนา

พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา
นะโม โพธิสัตโต อะระหังพุทโธ นะโม พุทธายะ
อุกาสะ อุกาสะ ณ โอกาสบัดนี้ ข้าพเจ้าขออาราธนา เดชะพระบาระมี ของพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆะเจ้า พระมหาโพธิสัตว์เจ้า สามร่มโพธิศรี บาระมีสัจจะธรรม คุณบิดามารดา ครูบาอาจารย์ เทพเทวา ขอแผ่เมตตา คุ้มครองรักษาข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าจักเจริญพระกรรมฐาน เป็นพุทธบูชา ธรรมะบูชา สังฆะบูชา ขอให้กุศล บุญบาระมีที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมา จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าได้บรรลุ มรรค ผล นิพพาน

สัพเพ สัตตา สะทาโหนตุ อะเวรา สุขะชีวิโน ขอให้สัตว์ทั้งหลาย อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย จงเป็นผู้ดำรงชีพอยู่เป็นสุขทุกเมื่อเถิด กะตัง ปุญญัง พะลัง มัยหัง สัพเพ ภาคี ภะวันตุ เต ขอให้สัตว์ทั้งหลายจงได้เสวยผลบุญ ที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญด้วย กาย วาจา ใจ แล้วนั้น เทอญ







 เปิดอ่านหน้านี้  3258 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย