เส้นทางกรรม

   

ขออนุญาตเล่าเรื่องของตัวเองบ้างนะคะ พึ่งเป็นสมาชิกค่ะ

ตอนจบมัธยม 6 ได้ไปทำงานช่วยพ่อแม่ซึ่งรับเหมาก่อสร้าง ก่อนที่จะไปเรียนระดับสูงต่อไป และ ได้เจอพี่ชายคนหนึ่ง ก็ถือว่าดี เป็นหัวหน้างานของอีกเจ้าหนึ่ง ไม่รู้ทำไมพี่เขาจริงจังมาก อยากคบหาเป็นคนรัก แต่เราบอกเขาไปว่าไม่ได้คิดอะไร เพราะต้องไปเรียนอีกหลายปี พี่เขาขอไปบ้านด้วยเมื่อเราหยุดพักงานวันสงกรานต์ พอกลับไปพี่เขาบอกพ่อว่าจะขอหมั้นไว้ก่อน ก่อนที่เราจะไปเรียน เราปฏิเสธ ทำให้เขาเสียใจ...........(ห่างกันไปหลายปี ทราบแต่ว่าพี่เขาฝากบอกแม่มาว่าเขาเจ็บมากกับการปฏิเสธของเราครั้งนั้น ทราบว่าพี่เขาไปมีครอบครัว มีลูก 2 คน และในปี 2544 เราก็ทราบว่าพี่เขาเสียชีวิตด้วยโรคเนื้องอกในสมอง)
...................................................................................................................................................................

ย้อนไปเล่าตอนอายุได้ 24 ย่าง 25 ได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมกับสถานปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง ซึ่งตอนนี้อายุก็ 38 ปีแล้วค่ะ
ได้รู้จักความรัก พร้อมกับความผิดหวัง
ทางสีขาวนี้ ช่วยประคับประคองชีวิตของตนเอง ไม่ให้ทำผิด ซึ่งขณะนั้น ต่อต้านกันระหว่างศีลธรรม กับความรัก ซึ่งทางมันขนานกัน ใจหนึ่งหวงแหน เจ็บแค้น ที่รักไม่สมหวัง เพราะคนที่เรารักเขามีคนให้เลือกถึง 2 คน และเราผิดที่มาทีหลัง มันทรมานใจมาก ในระยะเวลาที่เราปฏิบัติธรรมเรามีความดีคุ้มครองไว้ไม่ให้ทำชั่ว เราก็ภาคภูมิใจที่เรายังได้ทำความดี แต่หลังจากนั้น เราก็ต้องหวนกลับมาใช้ชีวิตตามวิถีของคนโลก ที่ต้องทำมาหากิน วงจรชีวิตก็ยังต้องได้ไปพบเจอกับคนที่เราอยากหนีเขาไปให้ไกลที่สุดจนได้

จากนั้นได้แก้ปัญหา หนีไปแต่งงานกับผู้ใหญ่ ซึ่งอายุมากกว่า 30 ปี เพราะเข้าใจว่า ผู้ใหญ่ท่านพูดคุยให้ฟังเรื่องธรรมะในใจที่ได้ปฏิบัติมาเนิ่นนานของท่าน แต่ความที่วัยต่างกัน พอไปอยู่กับครอบครัวของท่านก็มีแต่ผู้สูงวัยซึ่งเป็นพี่สาวของท่านอีก 2 คน ซึ่งมีชีวิตที่เรียกว่าตระหนี่เกินไป ทั้งที่ฐานะเป็นเศรษฐีระดับหนึ่งของตำบลนั้น มีเงินในบัญชี 20 กว่าล้าน มีที่นาประมาณ 500 กว่าไร่ แต่ที่ท่านได้มาเนื่องจากการปล่อยเงินกู้กับชาวนา แล้วที่นาหลุดมาเป็นของพวกท่าน และคุณลุงท่านก็แอบบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ท่านได้นัดพบสาวบ้างไม่สาวบ้าง ปฏิบัติต่อกันอย่างไรบ้าง และมีหลักฐานหนังสือที่เป็นแบบอนาจารเยอะมากในตู้ ดิฉันเป็นคนเก็บไปทิ้งทั้งหมดเมื่อเข้าไปอยู่ ซึ่งคุณลุงได้หย่ากับภรรยา ซึ่งท่านบอกว่าเธอปากร้าย มีลูกด้วยกัน 2 คน ความที่เราปฏิบัติธรรมพอรู้ว่าจะเอาตัวรอดอย่างไร เมื่อเจอคุณลุงซึ่งเหมือนมี2 ร่างในตัว คือ สวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิภาวนาเหมือนกัน แต่คุณลุงก็ยังมีหนังสือไม่ดีเหล่านั้นไว้ครอบครอง จึงคิดว่าคุณลุงต้องชอบเรื่องลามกด้วย แต่ปฏิบัติให้ดูสมวัย น่านับถือประมาณนั้น ดิฉันจึงปฏิบัติธรรมเคร่งขึ้น เพราะงานการในบ้านไม่ต้องทำอะไรมาก อาหารการกินก็แบบง่าย ๆ แกงถุงที่คุณลุงใช้บริการประจำอยู่แล้ว เสื้อผ้าก็จ้างเขาซักรีดให้ ดิฉันจึงขออนุญาตไปสมัครงาน กับบริษัทต่าง ๆ บ้าง ในระหว่างที่รองาน เป็นเข้าพรรษาพอดี จึงถือโอกาสไปวัดกับคุณป้าข้างบ้าน ถือศีล 8 ทุกวันพระ อาศัยเสื่อไปปูนอนในห้องพระ ทำให้คุณลุงเข้าใจว่าเราเคร่งเป็นนิสัย แต่จริง ๆ แล้ว แก้ปัญหาให้ตัวเองรอดจากความเป็นทุกข์ ถ้าจะต้องปรนนิบัติคุณลุงในฐานะแม่บ้าน

แต่ก็ต้องขอขอบพระคุณคุณลุงมา ณ ที่นี้ เนื่องจากว่า ท่านได้ทราบว่างานที่ดิฉันทำอยู่ทุกวันนี้เปิดสอบพนักงานทั่วประเทศ และท่านได้หาหนังสือหนังหามาให้อ่าน ไปสอบก็หลายแห่งด้วยกัน การเดาข้อสอบของแต่ละที่ ทำให้สอบผ่าน และได้บรรจุเข้าทำงานในปี 2539 ดิฉันจึงถือโอกาสเลือกไปอยู่อีกจังหวัดหนึ่งแทน จะว่าดิฉันเนรคุณ ก็น่าจะได้ แต่ดิฉันไม่อยากเป็นทุกข์อยู่อย่างนั้น นี่คงเป็นเพราะคิดผิดตั้งแต่ต้น ที่คิดจะมีครอบครัวเพื่อให้ลืมความรักกับคนต้องห้ามนั่นเอง และยังมาอยู่กับคนสูงวัยกว่า ความคิดอ่านย่อมไปคนละทางแน่นอน ที่สำคัญต้องอยู่ในสายตาของคุณป้าพี่สาวของเขาด้วย ทำให้อึดอัดมาก ๆ

คุณลุงก็ไปเยี่ยมที่ทำงานบ้าง เราก็กลับไปเยี่ยมท่านบ้าง จนวันนึงก็ต้องจากกันไปเลย รู้มาภายหลังว่าคุณลุงได้ใช้ชีวิตใหม่กับแม่หม้ายลูก 2 อีกครั้ง และก็ทราบว่าคุณลุงป่วย เส้นเลือดตีบ ผ่าตัดครั้งนึงรอดมาได้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา(2551) เราลองสอบทะเบียนราษฎร์ดูชื่อคุณลุง เราตกใจมาก คุณลุงเสียชีวิตแล้วเมื่อ 12 ธันวาคม 2545 ถึงหนูจะไม่ได้รักคุณลุง แต่คุณลุงก็มีพระคุณกับหนู ที่ทำให้หนูมีงานการทำที่มั่นคงทุกวันนี้ ที่มีอคติ คิดว่าคุณลุงเป็นประเภทมือถือสากปากถือศีล หนูเข้าใจแล้วว่า คุณลุงก็เป็นปุถุชนคนธรรมดา ที่ต้องการพ้นทุกข์ นำธรรมะมาปฏิบัติ แต่ก็ยังละกิเลสไม่ได้ทั้งหมด หนูขออโหสิกรรมกับคุณลุงด้วยนะคะ การที่หนูได้ทำบุญทำกุศลพอเป็นทุนหนุนนำหนูก็จะขอส่งบุญนั้นให้คุณลุงด้วยค่ะ เพราะคุณลุงคือผู้มีพระคุณสำหรับหนู


............................................................................................................................................

ต่อจากนั้นก็ย้ายที่ทำงานไปอยู่จังหวัดบ้านเกิด ปี 2540 ในขณะเดียวกันก็ได้รู้จักกับผู้ชายคนนึง มีเส้นสายในการโยกย้ายการงาน ตอนที่รู้จักนั้นยังสอนเกี่ยวกับการเกษตร สถานศึกษาตอนนั้นจำไม่ได้ รู้แต่ว่าอยู่แถวเทเวศน์

ที่สำคัญเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิขององค์สำคัญทางศาสนาพุทธของเรา

ต่อมาก็ไปทำปฏิรูปที่ดิน ตอนนี้อยู่จังหวัดทางภาคอีสาน คนนี้ก็ศึกษาธรรมะมามาก บวชก็หลายครั้ง

ก่อนไปอยู่อีสาน เขาเคยไปช่วยราชการที่หาดป่าตอง และในครั้งสึนามินั้น เขาได้ลางาน 9 วัน จะไปหาดป่าตองเนื่องจากทางผู้ใหญ่ขอให้ไปช่วยงาน แต่ก่อนจะไปเขาได้โทร.มาหาเรา และเราได้ชวนเขามาเที่ยวจังหวัดบ้านเรา และจองที่พักไว้ให้แล้วด้วย เขาเลยเปลี่ยนใจมาเที่ยวทางบ้านเราแทน และพอทราบข่าวสึนามิในข้ามคืนอีกวันหนึ่ง เขาตกใจมาก และบอกว่า เราช่วยชีวิตเขาไว้ ถ้าไม่โทร.มาหาเรา เขาก็คงไปหาดป่าตองแน่นอน

คบหาเป็นเพื่อน แต่ฝากผีฝากไข้เป็นครอบครัวไม่ได้ วิถีการปฏิบัติมันไม่เหมือนกัน

เขาบอกว่าถ้าเราไม่ตกลงไปอยู่กับเขา อีกไม่นานเขาก็คงตัดสินใจลาออกจากงานและใช้ชีวิตนักบวชแน่นอน

ก็ขออนุโมทนาขอให้ทำได้สำเร็จนะคะ

.....................................................................................................................................................

เมื่อต้นปีที่แล้ว เจอคนใช้ชีวิตเกือบหลุดโลกอีกคน เพื่อนฝูงก็มีไม่กี่คน เคยบวชมานานเป็นการบวชเรียน พอสมควรแก่เวลาก็มาใช้ชีวิตต่อสู้ดิ้นรน จากการที่เขาได้บวชมาพอสมควร จึงใช้ชีวิตสมถะ ระยะเวลาหนึ่ง ก็สามารถมีเงิน ซื้อรถด้วยเงินสด สองแสนกว่า และเก็บเงินใส่บัญชี ให้แม่ใช้แค่เดือนละ 1,000.00 บาท เงินเดือนหมื่นกว่า แต่สามารถเก็บเงินได้ เพราะทำงานมา สิบกว่าปี ตั้งหน้าตั้งตาเก็บเงินไม่กินไม่เที่ยว มีเงินเก็บในบัญชี ห้าแสน มีเงินกองทุนแสนกว่า แต่เขาบอกว่าต้องเก็บให้ได้สองล้านแล้วก็จะลาออกจากงาน เราก็คิดตาม อดทนสุดขีดสินะ แล้วทุกข์ไหมกับการที่ต้องอดต้องทนขนาดนั้น เขาบอก ต้องต่อสู้กับกิเลสที่มันมายั่วเย้าเป็นอย่างมาก

วิถีชีวิตของเขา เหมือนกับคนที่เขาคอยแต่เก็บเงิน ๆ ไม่ยอมซื้อกินของดี ๆ ที่ตนชอบ พอมีเงินมากพอสมปรารถนาแล้ว กลับไม่ได้กินของที่ต้องการ เพราะถึงตอนนั้นก็แก่แล้ว ฟันฟางก็ใช้งานไม่ได้ ลิ้นก็ไม่รู้จะรับรสชาติเหมือนตอนที่คิดอยากกินแต่เพราะความต้องอดทนเก็บจึงอดลิ้มรสสิ่งเหล่านั้นไป ก็เป็นได้นะคะ

..........................................................................................................................................
วิถีชีวิตของคนที่รู้จักแต่ละคน ไม่อยู่ในความพอดี ตามความรู้สึกของเราเอง ทำให้เรารับและปรับตัวเราไปกับพวกเขาไม่ได้

ทุกวันนี้ ก็มีชีวิตอยู่กับการงาน ฟุ้งซ่านบ้างแต่ไม่บ่อย เรื่องที่จะหวนไปคิดถึงใครต่อใครที่ผ่านมา

ดำเนินชีวิตของเราต่อไปอย่างที่เหมาะควรแก่ตนเอง


มีชีวิตอยู่เป็นที่พึ่งของคนอื่น (คนในครอบครัวที่ต้องดูแล) และมีใจเข้มแข็งเป็นที่พึ่งแก่ตนเองได้


ทำความดีมีธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง กรรมหนักก็จะเบาบางลง กรรมที่มีอยู่น้อยก็จะพลอยหมดไปในที่สุด


• ฆ่าตัวตาย ทำไมถึงบาป ?

• ๒๑.ปางประสานบาตร

• ถ้าใจเราไม่ผูกพยาบาทใคร

• คำพูดยังไงให้ภูมิปัญญาดอกบัว ๔ เหล่าเข้าใจ "อุเบกขา"

• ปฏิบัติธรรมในกาลวิสาขบูชา (๑๙-๒๓ พ.ค. ๒๕๖๗)
Ralated Story




จีรัง กรุ๊ป    

 ธรรมะไทย