คนที่เคยทำให้เราเจ็บปวด แทนที่จะสำนึกผิด แต่กลับมองเรื่องนี้เป็นเรื่องไร้สาระ ควรทำเช่นไรดี

    

คงจำได้ดิฉันเคยมาระบายความในใจท้อแท้เรื่องความรักในเว็ปธรรมะไทย หนึ่งครั้ง มีผู้ให้กำลังใจดิฉันพอสมควร (ขอบพระคุณมากๆ น่ะค่ะ) ดิฉันปลงตก ไม่โกรธ ไม่เกลียดเค้าอีก แต่จะมามองที่เรามากขึ้น ว่าเรานั่นเอง ที่ผิด ผิดที่เราไม่รู้เท่าทันผู้ชาย ผู้ชายทำทุกอย่างได้เพราะอารมณ์ อารมณ์จะมีได้ไม่จำเป็นต้องมีความรัก มันจะกระโดดข้ามขั้นตอน ไปทันที แล้วกลับกลายมาเป็นเฉยๆ ไม่ได้จริงจัง ไม่ได้รัก...
นี่คือความผิดของดิฉันใช่ไหมค่ะ ดิฉันไม่แน่ใจว่า การเรียนรู้จักคน แค่คนเดียว กับการ รู้จักคนที่ผ่านมาหลายๆ คน ผ่านไปเรื่อยๆ อย่างไหน จะรู้จักได้ดีกว่ากัน แต่ดิฉัน คงไม่มีจิตใจต่อสู้เป็นแน่ ที่จะต้องมาศึกษาผู้ชายมากกว่าหนึ่งคน แค่คนนี้คนเดียว ดิฉันแทบปางตาย (หากหยาบคายขอประทานอภัยด้วยน่ะค่ะ ดิฉันอยากหาคำตรงๆ มาคุยในนี้ กลัวว่าจะได้รับคำตอบผิดพลาดไป ทั้งหมดทั้งมวล ดิฉันหมายถึง ดิฉันไม่อยากเรียนรู้ใครหลายคน เสมือนเสียตัวหลายคนนั้นเอง คงเป็นเพราะโอกาสเจอคนด้วย ดิฉันไม่เจอใครเลย หลังจากที่เลิกกับคนนี้ไป วันเวลาผ่านไป 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี ปีกว่า ดิฉันก็กลับมาเรียนรู้กับคนเดิมอีก แล้วรู้จักเค้ามากขึ้น มากขึ้น จนวันนี้ดิฉันมีคำตอบให้กับตัวเองว่า ดีใจที่เค้าไม่รักดิฉัน ไม่เลือกดิฉันที่แต่งงานด้วย ก็ไม่รู้ว่า เค้าอาจจะทำไม่ดีเฉพาะดิฉันคนเดียว แต่กับคนที่เค้าอยากจะรักจริงๆ อาจจะเป็นคนดีสมบูรณ์แบบก็ได้ แต่ช่างเถอะ ก็ถือว่า เค้าไม่ได้รักเรา หลอกเรา แล้วเราจะยอมทนทำไม ดีใจที่เค้าทิ้งเราไป)
ก็เหมือนระบายกับที่นี้อีกครั้งค่ะ
ผ่านไปจะหนึ่งปี ได้โทรคุยกัน เค้าแต่งงานมีลูกสาวที่น่ารัก สมบูรณ์ ถือว่าเป็นครอบครัวสมบูรณ์เลยน่ะค่ะ (น่าอิจฉาจัง) ดิฉันฟังเค้าพูด ดิฉันก็มามองตัวเอง ทำไมเรา...เฮ้อ ดิฉันก็ฟังเค้าพูดค่ะ แล้วถามเค้าว่า ที่ผ่านมารู้ใช่ไหมว่า ทำให้ฉันเจ็บปวด เค้าบอกว่า "ก็พอรู้ แต่ว่า จะให้คิดตลอดคงไม่ได้หรอกน่ะ เพราะต้องหลับ ต้องทำงาน หากเราเอาเรื่องแบบนี้ไปคิดตลอด ทุกอย่างก็ทำไม่สำเร็จ ..."
ดิฉัน ฟังเค้าพูด ดิฉันเลยสวนเค้าไปว่า เธอนี่ดีจังเลยน่ะ ทำอะไรเค้าไว้ให้เสียใจไม่เคยสลด ใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุขโดยทำร้ายจิตใจคนอื่น ทำได้ยังไงเก่งจริงๆ ฉันก็ดีใจที่เธอทิ้งฉันไป ...
เค้าก็ยังคงมีคำพูดที่ฟังแล้วอาจจะหลงในพะวังเลย แต่ดิฉันฟังแล้วทะลุไปทางอื่นแล้ว มันแย่มาก เพราะในสมองก็คิดย้ำตลอดเวลาว่า เค้าไม่ได้รักเราหรอก เค้าหลอกเรา คนรักเราจะไม่ทำกับเราแบบนี้ เราผิดเองที่ไม่รู้ทันผู้ชาย เราผิดเอง

มีคำถามในใจของดิฉัน คือ ชีวิตนี้ดิฉันโชคดี หรือโชคร้ายค่ะที่ได้รู้จักกับเค้า




คำถาม ข้อ 2 คือ ภรรยาของเค้าเองจะรู้ไหมค่ะ ว่า ผู้ชาย (คนของเค้า) เป็นอย่างไร หรือว่า อาจจะไม่รู้เลย ได้แต่รู้จักภาพพจน์ดีๆ ที่เขามีให้ตลอดมา 5 ปี ก็ไม่รู้ว่า แบบนี้ ภรรยาเค้าโขคดี ที่แฟนเค้า ให้เกียรติ พยายามสร้างตัวเองให้ดีเข้าไว้ เพื่อที่ภรรยาเค้าจะได้ไม่ทิ้งเค้าไปไหน หรือ โชคไม่ดี ที่เจอผู้ชาย แม้ว่าดีกับตัวผู้หญิงเองแค่ไหน แต่ได้ไปทำร้ายคนอื่นเค้า ก็ถือว่า ได้คนที่ไม่มีจริยธรรมและคุณธรรมให้ครอบรักกันแบบผาสุข

------
ดิฉันก็ยอมรับว่า ดิฉันน้ำตาไหล ทุกครั้งเลย แม้ผ่านมานาน ก็ยังคงมีอยู่ ร้องไห้เบาๆ บ้าง หนักๆ บ้าง สลับอาทิตย์ สลับวันไป เจอใครเค้าจูงลูก เจอใครเค้านั่งมอเตอร์ไซด์กอดเอว จูงมือกัน ฉันเก็บความรู้สึกที่ได้เห็นนั้น กลับมาร้องไห้ที่บ้าน หรือว่า บางทีมันอั้นไม่อยู่จริงๆ ก็มีน้ำตาบนรถเมล์ รถตู้ นั่นเอง แต่จะไม่แสดงกิริยาฟูมฟาย (เพราะอายคน)
ดิฉันตัดใจไม่โทรศัพท์ไปเลย แต่พอเค้าโทรมา ฉันแค่เห็นเบอร์แต่ไม่ได้รับ ฉันก็เกิดเหตุการณ์ซึมเศร้าอีก แล้วก็น้ำตาไหลหนักไปอีก ก็อดใจไม่ได้ที่จะต้องคุยกันให้รู้เรื่องอีกสักครั้ง ว่า ขอร้องให้ช่วยฉันอย่าติดต่อฉันมาอีก แล้วฉันก็ด่าเขาไปว่า ฉันรักคนที่เป็นลูกผุ้ชาย ที่มีความรับผิดชอบ เค้าโมโห แล้วไม่โทรมาอีก ฉันก็เสียใจและพยายามทำใจให้ได้ จนเกือบปี ก็มีสายของเค้าเข้ามาอีก เฮ้อ...
ขืนหากเป็นแบบนี้ อีก 10 ปี 20 ปี ฉันก็คงเป็นยายแก่ ที่กระวนกระวายเรื่องนี้อยู่ (น่าอนาจใจจริงๆ) ตอนนี้ดิฉันเลยคิดเอาเองว่า หากดิฉันเอาของที่อยู่กับเค้ากลับคืนมา อาจจะทำให้เค้าไม่มานึกถึงเรา แล้วอาจจะไม่โทรมาอีกก็ได้ ดิฉันคิดเอาเองไม่รู้ว่า ใช่เหตุหรือไม่ และดิฉันอาจจะเสียใจวันนี้ แค่วันนี้ แค่คงไม่เกิน 2 ปี อาจจะลืมได้ หากเค้าไม่ติดต่อมาอีก จะได้ไม่ทนทุกข์ทรมาน ทุกๆ ปี แบบที่เป็นอยู่ ไม่รู้ว่า ดิฉันจะตัดสินใจถูกหรือไม่ เพราะหลายคนบอกดิฉันว่า อย่าไปเอาของคืนเลย เพราะเหมือนเราบอกความนัยๆ ว่า อยากคืนดีกับเค้า สำหรับพวกเพื่อนๆ และคนอื่นๆ ที่แนะนำดิฉัน ดิฉันเห็นด้วย แต่กรณีผู้ชายคนนี้กับดิฉัน อาจจะต้องลองวิธีนี้ เผื่อเป็นผลดีหลายๆ ฝ่าย

ดิฉันผิดเองที่ลืมคำสอนของพ่อ "หากใครรักลูกจริงๆ จะต้องมาขอน่ะลูก" พ่อจ๋า ลูกขอโทษที่ลืมคำสอน ลูกอุตส่าห์จำคำสอนของพ่อมา 30 ปี ในระหว่าง 30 ปี ก็เจอคนเลวบ้างดีบ้าง แต่ลูกใช้คำสอนของพ่อก็รอดตัวมาตลอด มาครั้งนี้ ด้วยความมองว่า ลองดู เพราะเราอาจจะคิดสูงเกินไป สมัยนี้ไม่มีใครแต่งก่อนอยู่แล้ว มีแต่อยู่ก่อนแต่งซะส่วนใหญ่ พร้อมทั้งเพื่อนสาวคนหนึ่งบอกว่า คนที่ไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายเลย อาจจะเป็นมะเร็งตรงช่องคลอดได้ คนที่ไม่เคยผ่านมาเลย อาจจะเป็นมะเร็งเต้านมก็ได้ การมีอะไรกับผู้ชาย ทำให้ประจำเดือนมาปรกติ คนที่ไม่เคยผ่านใครมาเลย อาจจะเป็นสาวแก่ ขึ้นคาน ประสาทเสียได้... หลายๆ อย่าง มากมาย ดูเหมือนว่า การเสียตัวเป็นเรื่องดี ...

ตอนที่ดิฉันคบกับเขาระยะหนึ่ง เขาคุยเรื่องนี้กับดิฉัน ดิฉันบอกกับเขาว่า พ่อสอนว่า "หากใครรักลูกจริง จะต้องมาขอก่อนน่ะ แล้วอีกอย่าง ถ้านายมีอะไรกับฉัน แล้วทิ้งฉันไปจะทำอย่างไร" เขาบอกว่า "เธอดูถูกตัวเองขนาดนั้นเลยหรอ แบบนี้ ฉันก็แต่งกับเธอ ก็ทิ้งเธอได้ดิ มันไม่เกี่ยวหรอกเธอ อยู่ที่เรารักกัน เธอไม่ต้องกลัวหรอกเราจะดูแลเธอเป็นอย่างดี เราจะมีบ้านเล็กๆ ด้วยกัน เราจะมีลูกด้วยกัน ฯล" ก็สารพัดที่จะพูดค่ะ ดิฉันไม่เคยมีแฟน อีกทั้ง พ่อมีแฟนใหม่ แม่เสียแล้ว น้องชายแต่งงาน เพื่อนดิฉันแต่งงานกันหมด ความเหงาก็เกิดขึ้น ยิ่งฟังเค้าพูดแบบนี้ ดิฉันดีใจมากที่ดิฉันจะไม่เหงา ไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป แต่.... ท้ายสุดแล้ว จริงๆ แล้วเค้ามีคนอื่นอยู่แล้ว แล้วกำลังจะแต่งงานกัน ...

ดิฉันเล่ามาทั้งหมด ก็เหมือนเป็นอุทาหรณ์ หากเรามีสิ่งที่ตั้งมั่นในใจที่มีคุณค่ากับเรา เราจงตั้งมั่นต่อไป โดยไม่หวั่นสิ่งรอบข้าง ถึงแม้จะมีอะไรสงสัยอยู่รอบข้างก็ตาม แต่เราก็คงมีคุณค่าอยู่ดี ..ดิฉันไม่อยากให้ผู้สาว คนไหนที่คิดเหมือนฉัน แล้วกำลังจะกลายมาเป็นแบบนี้ หากสาวคนไหนที่มีภาวะเช่นฉัน แล้วได้อ่าน ได้หยุดหลอกตัวเอง คุณจะมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ทุกข์เพราะความเจ็บปวดอีก ..

มันเหมือนมีคำสอนหนึ่งที่เค้ากล่าวว่า เราจะมีเส้นด้ายบางๆ สีแดงขีดอยู่ระหว่างโลกสดใส กับโลกที่มีประสบการณ์แล้ว หากคุณยืนในโลกแห่งความสดใส แล้วก้าวข้ามในโลกประสบการณ์นั้น คุณก็จะกลายเป็นคนมีประสบการณ์ คุณจะกลับมามองโลกสดใสอีกไม่ได้แล้ว แล้วผู้ชายที่คุณจะก้าวข้ามไปได้นั้น มีคุณค่าพอแล้วหรือที่คุณจะเปลี่ยนโลกตัวเอง มันทุกข์น่ะ แม้ว่าจะปลงวันนี้จริงอยู่ ก็ไม่รู้ว่า วันข้างหน้า อะไรจะเกิดอีก
ไม่รู้ว่า จะมาเจอคนนี้ทำไม หากฉันยังไม่มีอะไรกับคนนี้ รับรองได้ ฉันคงออกจากชีวิตเขาโดยไม่ฟูมฟายแน่นอน นั่นคงเป็นเหตุผลหลักที่ฉัน ไม่กล้ามีอะไรกับใครอีก กลัวจะถูกเค้าทิ้ง อยากแต่งงานก่อน
"แม้ว่า ฉันจะเคยหมดคุณค่าไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่คุณค่าเราจะมีได้อยู่ที่จิตใจเรา ฉันจะเก็บตัวเก็บใจไว้เจอคนดีที่มารักฉันจริงๆ ที่มาขอฉันแต่งงาน"


........หมดเวลาที่จะคิดถึงหรือมานั่งเสียใจกับคนที่ไม่รักเรา....... ถ้ายังมาคิดถึงคิดแค้นก็เท่ากับซ้ำเติมตัวเองให้เขาสมน้ำหน้าหรือหัวเราะเยาะได้.........เอาเวลาเอาสมองมาคิดสร้างเนื้อสร้างตัว(ทำให้..รวย..ขึ้นน๊ะครับไม่ใช่ทำให้อ้วนขึ้น ) ทำให้ชีวิตตนดีขึ้นจะเกิดประโยชน์กว่า............พิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเรายังยืนอยู่ได้อย่างสง่าผ่าเผยชีวิตเราดีขึ้นจริงๆนับแต่เขาจากไป.......สิ่งที่ผ่านไปแล้วย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้แล้วฝังมันไปกับกาลเวลา.......ถ้าจะยังคิดถึงมันนก็จงใช้เป็นแรงขับดันให้เราสู้ชีวิต....ยกฐานะตัวเองให้ไกลจากคนหลอกลวง

.......ถ้าจะให้ดีก็ไม่ต้องติดตามสืบเสาะว่าครอบครัวเขามีความเป็นอยู่กันยังไง........คิดเสียว่าไม่เคยรู้จักคนๆนี้เลยดีกว่า





ก็บอกแล้วนี่นา...ว่า...คนดีพร้อมไปนิพพานหมดแล้ว...ที่เหลืออยู่ก็มีดีมั่ง ชั่วมั่ง อะ อะ อะ อะ

ทำใจ...ทำใจ..บัวผัน...ทำใจก็แล้วกัน...ทำใจ...ทำใจ....อะ อะ อะ อะ


คุณวันคะ....
......ดิฉันขออนุญาติตำหนิและแนะนำคุณได้มั้ยคะ อย่าโกรธกันนะ คุณมีสิทธิจดจำมีสิทธิเจ็บแค้น แต่คุณควรเลยเวลาเสียดายและสับสนได้แล้วนะคะ จดจำไว้เป็นบทเรียนเป็นประสพการณ์ ไม่ใช่ไว้เจ็บเนิ่นนานหรือสงสัยว่าเขามีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร มันเรื่องของเขาเพราะเขาผ่านเราไปแล้ว(ผ่านการรับรู้ความรู้สึกความผูกพันธ์ความไว้ใจและความเชื่อใจ) จบคือจบ ไม่ต้องไปรับทราบว่าเขาจะสุขสบายหรือจะทุกข์ร้อน ของมาง่ายก็เสียไปได้ง่ายเช่นกันคะ(เก็บไว้เป็นประสพการณ์) อโหสิกรรมให้เขาแล้วก็ปล่อยทั้งเขาและใจเราให้เป็นอิสระ อย่าเอาแค่เรื่องครั้งนี้มาตัดสินชีวิตหรือน้อยใจในโชคชะตา เพราะใจคุณยังผูกเพราะตาคุณยังจดจ้อง คุณเลยไม่มีโอกาสรับอะไรๆอย่างอื่นเข้ามาหรือเห็นอะไรๆด้านอื่นในชีวิตอีกมากมาย
.....คุณผ่านการสับสนแล้วแต่คุณแค่เหงาเคว้างคว้างทางใจอยากมีที่ยึดทางใจ ถ้าคุณยังติดต่อเขาอีก ไม่นานหรอกคะ คุณได้เจ็บซ้ำอีก ผู้ชายแบบนี้พร้อมรับคุณเข้ามาชั่วครั้งชั่วคราวได้(ชั่วครั้งชั่วคราวนะคะไม่ใช่เมียน้อย)..แต่ถึงจะชั่วครั้งชั่วคราวหรือจะเมียน้อย มันก็ไม่ก่อให้เกิดอะไรดีสำหรับใครเลย คุณจะต้องบาป และเจ็บซ้ำอีก(เผลอๆมากกว่าที่เคยได้รับเมื่อครั้งแรก)แล้วชีวิตนี้ของคุณต้องเป็นวงกรรมครั้งแล้วครั้งเล่าอยู่กับผู้ชายคนนี้เหรอคะ หลุดมาได้แล้วก็อย่ากลับไปเจ็บอีกเลยคะ และไม่ต้องไปคิดแทนภรรยาเขาว่าเขาจะรู้รึเปล่าว่าเขาได้สามีแบบไหน
.........คุณวันคะ...ผู้ชาย(บางคน)อดีตเขาเคยเป็นคนเช่นไรทำใครไว้ แต่พอเขาได้เลือกแม่ของลูกแล้ว เขาสามารถเป็นคนรับผิดชอบได้คะ ไม่ใช่เขาสร้างแต่ภาพดีๆให้ภรรยาเห็น แต่เขาสร้างความเป็นผู้นำความเป็นสามีความเป็นพ่อให้ครอบครัวเห็นคะ คล้ายๆกับเรื่องส่วนตัว ผู้ชายบางคนนอนกับภรรยาด้วยความรักความทนุถนอม เขาถึงมีสถานที่รองรับผู้ชายให้ระบายตัวตนจริงๆตามสังคมไงคะ แต่ผู้หญิงเราบางทีเป็นเพศที่เข้าใจอะไรยากบางทีก็อยากได้รายละเอียดเกินไป เล็กๆน้อยๆก็อยากได้อยากทราบ ถ้าเป็นแกงผู้หญิงเราชอบทั้งเนื้อทั้งน้ำ(เผลอๆอยากรู้ไปถึงรากผักชีพริกไทยที่ปรุงน้ำซุปอีก) แต่ผู้ชายชอบเนื้อน้ำไม่สนคะ ดังที่คุณบอกว่าเขาทำคุณเจ็บแต่พอถามก็บอกว่าจะให้คิดตลอดได้ไง เขาพูดถูกคะ คุณต้องยอมรับความจริงนะคะ คุณคืออดีต ปัจจุบันคือภรรยา ลูกและคำว่าครอบครัวเขา เขาอยู่กับครอบครัวเขาจะทุกข์จะสุขก็อยู่ที่ครอบครัวเขาไม่ใช่คนอื่น ปัจจุบันเขาคือหัวหน้าครอบครัวคือผู้นำครอบครัวเขากำลังสร้างครอบครัว คุณคือคนนอกที่ถ้าไว้นึกถึงก็คือตอนเขาว่างๆคะ
.............พูดซะยาว คือตั้งใจให้คุณเห็นความจริงหลายๆมุม และเสียดายแทนคะ ถ้าคุณต้องกลับไปพัวพันกับเขาอีกทั้งๆที่หลุดมาได้แล้ว ไม่อยากให้คุณบาปคะและไม่อยากให้คุณหลุดมาแบบเจ็บแค้น ชีวิตต้องมาคอยนั่งมองความเป็นอยู่ของเขาจนเสียเวลาชีวิตตัวเอง มองมุมอื่นแล้วยิ้มให้กลับตัวเองที่ทุกอย่างจบแล้วดีกว่านะคะ(คุณโชคดีที่เขาแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ทำให้ไม่ต้องสับสนหรือคิดอะไรเกี่ยวกับเขาอีก) เข้มแข็งและโชคดีกับเส้นทางชีวิตใหม่ๆนะคะ


หากวนเวียนคิดอยู่แต่ว่า

เขามีจิตใจที่เปลี่ยนแปลงแล้ว
เขารู้สึกเช่นนั้นต่อเราแล้ว
เขารู้สึกเช่นนั้นต่อคนนั้น ต่อคนนี้แล้ว
เขาไม่เหมือนเดิมแล้ว

การคิดเช่นนั้นจะเป็นการเพิ่มทุกข์แก่จิตใจ เป็นโทษอย่างเดียว ไม่เป็นคุณอย่างใด ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น ไม่ทำให้เหตุการณ์ดีขึ้น ไม่ทำให้จิตใจสบายขึ้น

ดังนั้นจึงไม่ควรคิดเช่นนั้นอย่างเด็ดขาด คือไม่ควรไปดูความคิดหรือไปดูจิตใจของคนอื่น ให้ดูความคิดหรือจิตใจของตัวเองเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคืออย่าไปเกี่ยวกับจิตใจหรือความรู้สึกนึกคิดของคนที่ทำให้เราเป็นทุกข์

ที่เป็นทุกข์ก็เพราะวนเวียนคิดอยู่แต่เรื่องของเขา ไม่แก้ไขความคิดตัวเอง คนอื่นก็ได้แต่เพียรพยายามบอกเท่านั้น อีกไม่นานก็ทุกข์อีก ทุกข์จนวันตาย เพราะแก้ทุกข์ไม่เป็น ไม่ยอมแก้ตัวเอง จะไปแก้ผู้อื่น

อยากพ้นทุกข์ ก็ต้องแก้ทุกข์ โดยการพิจารณาเฝ้าระวัง ความคิด ระวังจิตตนเอง ให้แก้ความคิดของตนให้ถูกต้อง

ทุกข์มีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้แบก

เจริญธรรม



มอบเนื้อเพลงหวานๆให้คุณวันนะคะ........
...................................ฉันวันนี้.....................................
...ทุกวันฉันมีความสุขหัวใจ ไม่อยากจะคิดอะไร มีหัวใจเหมือนห้องว่างเปล่า
ไม่โกรธไม่แค้นไม่เกลียดใครให้ใจหมองเศร้า ใครว่าอย่างไรช่างเขาตัวของเรารู้ตัวเราดี
...ท่องไปเที่ยวไปให้หมดสิ้นวัน ชาติหนึ่งชีวิตแสนสั้น ขอใช้มันให้ฉ่ำชีวี
มืดค่ำเงียบเหงา ซุกกายเข้า ถ้าพอมีที่ ถ้าหากเจ้าของเขามีต้องขอโทษที มิได้ตั้งใจ
...อาจจะเป็นชีวิตเสเพล แต่จิตใจไม่เคยเกเร หลอกลวงทำร้ายใจใคร แต่เรื่องความรัก ใครรอ ต้องขอเสียใจ ฉันมอบถวายวัดไป พร้อมกับหญิงชายคู่นั้นนานแล้ว
...นี่คือฉันเอง ที่อยู่ที่มี เรือนร่างอาจเลอะโลกีย์ ฉันก็มีหัวใจผ่องแผ้ว เลิกใฝ่เพ้อฝัน ถึงวิมานฉิมพลีเมืองแก้ว หลับได้คืนคืนพอแล้ว ไม่เป็นนกแก้วในกรงของใคร...
...........มีจิตใจที่เป็นอิสระจากความเจ็บปวด เจ็บแค้น เจ็บช้ำ และความทุกข์ทั้งปวงนะคะ.....



อารมณ์รัก อารมณ์ใคร่ อารมณ์กาม มันไม่มีเส้นกั้น มันมาด้วยกันเสมอๆ
เขาคนนั้น หรือใครก็ตามที่ยังอยู่ในโลกธรรม ใบนี้ ก็เช่นนี้แล...

ตราบใดที่ยังไปหวลรำลึก แล้วยึดมั่น เป็นตัวตนว่า นี้คือตัวเรา นั่นคือตัวเขา

เขาเคยพูด เขาเคยทำ กับเรา อย่างไร นั่นควรต้องเป็นความเที่ยงแท้แน่นอน
เปลี่ยนแปลงไม่ได้.......โถเอ๋ย ทุกข์จมหัว...!!

สรุปแล้ว..



คนที่ทำร้าย ทิ่มแทงคุณได้มากที่สุดคือ..... ตัวคุณเอง

เขาแทงคุณ หลักหลังคุณได้ครั้งเดียว หรือ สองครั้ง

แต่คุณแทงตัวคุณเอง นับไม่ถ้วน !!!
ด้วยความคิดถึง อาลัย อาวรณ์แต่ในอดีต ที่มันผ่านไปเหมือนลมที่มันไม่เที่ยง
คุณไปจับ "ลมแห่งอดีต" มาทำร้ายตัวเอง ก็ด้วยความคิด


ใครกันแน่ ที่ทำร้ายคุณได้มากที่สุด ????


***

ขอให้เข้ามาสู่ "การเรียนรู้ธรรม ด้วยการศึกษา และปฏิบัติ"

เมื่อนั้น หากย้อนไปในอดีต จะหัวเราะ ขำจนน้ำตาไหลเชียวหระ


"เราหยุดแล้ว แต่ท่านซิ ยังไม่หยุด"









เขาด่าเรา เขาทำร้ายเรา แล้วเขาก็จากไป
แต่เรามานั่งโกรธ นอนแค้น ว่าเขาด่าเรา เขาทำร้ายเรา
เขาอยู่ที่ไหน ก็ไม่รู้
แล้วที่ด่าคุณอยู่ ทำร้ายคุณอยู่ นั่นเป็นใคร
คุณเองไง !
ัเราโดนลูกศรดอกหนึ่งทำร้าย แต่ไม่รู้จักถอนลูกศรนั่นทิ้ง กลับทำร้ายตัวเองด้วยลูกศร ดอกที่ ๒ (เจ็บใจ)
แล้วไอ้ลูกศรดอกที่๒ นั้น เรายิงใส่ตัวเราเอง
อเสวนา จะ พาลานัง
ไม่เสวนา กับ คนพาล นั่นคือ อุดมมงคล
การไม่เสวนา หมายถึง ไม่พูด ไม่คบหา และ"ไม่คิดถึง"
เมื่อไม่คิดถึงเขา เขาก็ไม่เกิดขึ้นในใจคุณ เขาก็ไม่สามารถทำอะไรคุณได้อีก



 เปิดอ่านหน้านี้  3402 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย