ใครมีกลอนหรือคำสอนในรักตัวเองมากกว่ารักคนอื่นโดยเฉพราะผู้ชาย

    

ใครมีกลอนหรือคำสอนในรักตัวเองมากกว่ารักคนอื่นโดยเฉพราะผู้ชายช่วยส่งให้หน่อยค่ะหรือจะส่งมาที่นี้ก็ได้worrapan007@hotmail.com ขอบคุณค่ะ




รักเถอะ...รักให้รุ่ง

หลงรักคนตนไม่ได้ดูแลตน ตนย่ำแย่ย่อยยับนับว่าตนไม่รักตน
เมื่อตนยังไม่รักตนคนใดเล่าเขาจะมารัก จงรักตนเพราะเมื่อตนรักตนการดูแลตนก็เกิดขึ้น
และตนที่แข็งแรงผ่อนคลายสบายใจ เป็นรากฐานความยิ่งใหญ่ยืนยง
เยี่ยงนี้นับว่าตนรักตนโดยแท้ เมื่อตนรักตนคนใดใครเห็นมีหรือจะไม่รัก
เพียงตนเป็นฝ่ายถูกรักอกหักเสียใจไม่เกิดขึ้น

มอบเป็นกรรมฐานแด่นักรักฟุ่มเฟือยไปแล้วกระนั้นยังอยากบอกพี่น้องอีกมากหลาย ด้วยสำนวนดังกล่าวเช่นกัน เพราะเห็นอยู่ บ่อยครั้งมนุษย์เราตกต่ำย่ำแย่ เพราะแขวนใจไว้กับใครอื่น ซึ่งบางทีเขาไม่รับรู้ใดๆด้วยเลย แล้วตนก็หวั่นไหว น้อยใจ มากกังวล ไม่รู้แล้วไม่รู้เลิก...ประหลาดนัก!
ท่านเจ้าคุณปัญญานันทะเคยกล่าว มีแต่คนเขลาเท่านั้นที่ไปรักเสาซึ่งไม่มีใจให้ เห็นด้วยจริงๆ แต่แม้ไปรักคนมีใจให้ ใครว่าไม่ทุกข์? ฟังสิพระพุทธองค์ท่านตรัสบอกเราแล้ว...บุคคลผู้มีรักร้อยย่อมทุกย์ร้อย บุคคลผู้มีรักน้อยย่อมทุกข์น้อย ส่วนบุคคลใดไร้รัก ทุกข์ภัยโศกเศร้าเสียใจย่อมไม่มีเพราะเหตุนี้

โดยจริงเป็นภาวะที่ประจักษ์กันได้อยู่ รักแล้วห่วงหวงหึง เรียกร้องต้องการร้อยแปดพันเก้า กระทั่งว่าเขาต้องอยู่ในสายตา เขาต้องเอ่ยออกบอกกล่าวเราทุกเรื่อง เขาต้องจงรักภักดีเพียงตน เมื่อเรียกร้องมากปานนี้ คอไม่แหบแห้ง ใจไม่แล้งความสุขได้อย่างไร?
รู้เถอะนักรักสะบักสะบอมทั้งหลาย...เพราะเขาไม่รู้ว่าเราใจกว้างเขาจึงไม่บอกเราทุกอย่าง เพราะเขาไม่เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญการบอกกันจึงไม่เกิดขึ้น แต่อย่างไรล้วนไม่สำคัญจิตไม่ไหวหวั่นสำคัญกว่า และแน่นอนต้องจากใจไร้อัตตาอัตนียา (ยึดถือเป็นเราเป็นของๆเรา)
อย่าเลยอย่าได้หลงยึดถือใครๆแม้ใดๆเป็นเราเป็นของๆเราเลย
มนุษย์เรานั้น โดดเดี่ยวนิรันดร์ ที่ว่ามีนั่นมีนี่ มีเขาคนนั้นคนนี้ เป็นเพียงอุปาทานบนลานใจเท่านั้นเอง ใจยึดย่อมมีอยู่ ใจปล่อยย่อมหมดไป... นึกเถอะ ใครพกใดออกมาจากท้องมารดา ใครเกี่ยวก้อยกับใครมาสองคนแต่แรกเกิด ส่วนใหญ่ไม่มี ที่มีเป็นเพียงคนโชคร้ายบางคู่ ซึ่งในที่สุดล้วนต้องแยกกันไป ไป อย่างเจ็บปวด เปี่ยมรอยแผล มีบ้างปางตาย มีบ้างถึงตาย

เอาเถอะหากยังไม่อิ่มในกรณีศึกษา ยังอดไม่ได้ที่จะรัก รักเถอะโดยผลักเบนพลังรักมารักรุ่งเรือง รักการงาน เยี่ยงนี้จะดีกว่า เพราะเป็นรักที่ไม่ต้องขึ้นตรงต่อเขาคนนั้น ไม่เสียเวลาระหองระแหงกัน และเราจะได้สัมผัสสุขจากการพัฒนาตน เห็นตนเก่ง เห็นตนเติบใหญ่ มีความสามารถมากขึ้น ยิ่งเรารักเกื้อกูล รักมวลชน รักเยี่ยงนี้ ยิ่งดีกว่า รักเยี่ยงนี้จะทำให้เราได้สัมผัสสุขใหม่ เป็นสุขที่กว้างขวาง อบอุ่น แช่มชื่น โปร่งใจ เป็นสุขจากการให้ ซ้ำยิ่งให้ยิ่งเป็นที่รักอีกด้วย และหากเรารู้จักอุบายคลายใคร่ เราจะเป็นนักรักเวอร์ชันใหม่ คือรักแต่ไม่ใคร่ เมตตาจริงใจโดยไม่เรียกร้องต้องการ ซึ่งมนุษย์ควรรักกันเยี่ยงนี้ เพราะหากไม่ใช่เช่นนี้ เรียกว่ารักไม่เหมาะแล้ว เรียกอเวจีสีชมพูดูเหมาะกว่า...

บัดนี้เทศกาลแห่งรักมาถึง สำรวจรักในใจเราบ้างดีไหม รักมีระดับใด? และร่วมด้วยช่วยกันทำให้รักเป็นรักแท้ๆที่มีแต่ให้ มีแต่นำพากันไปสู่สูงส่งจะดีไหม?
เพื่อรักและเบิกบานขอบอกพี่น้องผู้แหนงหน่ายทุกข์ระทมว่า..แม้กับคนที่รักเรา เรายังต้องตัดใจให้หลุดพ้น เปลืองกล่าวไปไยถึงคนที่ไม่รักเราไม่รู้ค่าการให้จากใจเรา เราไม่ได้เกิดมาเจ็บปวดไม่ได้เกิดมาทำใครให้ตกต่ำ ไม่ได้เกิดมาเพื่อแย่งชิงกากเดนกำหนัดของใครต่อใคร และใครเล่าจะรักเราเท่าตัวเรารักตัวเราเอง เมื่อเรารักตัวเราเองจงเพียรพัฒนาใจให้ถึงพร้อมด้วยเมตตาปัญญาและบริสุทธิ์เถิด เพราะเยี่ยงนี้ไม่มีเจ็บปวดไม่มีน้อยใจไหวหวั่น ซ้ำยังรุ่งเรืองในหลายๆเรื่องทั้งมากคนรักอีกด้วย

ปรารถนาให้ใจทุกดวงหลุดพ้นจากฐานะขอทานต้องการรัก และมากรักปักแน่นแก่นกมล รักช่วยคน รักหลุดพ้น หรือบรรลุถึงสัจจะภาวะสูงสุดทุกใจ

ด้วยปรารถาดีจาก Roidao.com



http://roidao.com/Your_Word/Your%20Book.htm

มีหนังสือ ๔ ฐานะธัมมะเพศแม่ น่าอ่านนะ อาจช่วยซ่อมอาการอกหักได้บ้าง


รักก็อย่ารักให้หมดเผื่อไว้เกลียดกันบ้าง
เกลียดก็อย่าเกลียดกันให้หมดเผื่อไว้รักบ้าง
เดี๋ยวจะมองหน้ากันไม่ติด



ง่ายๆนะจาบอกให้
นั่งคุกเข่ากับพื้นแล้วนั่งทับขาตัวเองสักชั่วโมงแล้วจะรู้
ว่าเจ็บที่ใจกับที่กายอันเจ็บกว่ากันรับรองรู้แน่
แยกให้ดีเวทานาที่กายกับที่ใจมันต่างกันตรงใหน
อนุบาลธรรม1/5


ถามตัวเองซิใครให้ชีวิตเรา พ่อแม่ รักเราดังดวงใจ ไม่งั้นท่านคงไม่มานั่งเลี้ยงเราให้เหนื่อยทำไม อกหักไม่เป็นไรเป็นบทเรียน มีรักก็มีหมดรักได้ นี่คือความจริงของชีวิตเบื่อมากๆๆก็ไปบวชที่วัดสังฆทานซิ จะได้เกิดใหม่เป็นคนใหม่ เฃ้มแฃ็ง มีปัญหาไม่ต้องเสียใจไปบวชเนกขัมมะ ก็จะเข้าใจชีวิตขึ้น


ความรักคือ..อะไร
ถ้าเราไม่มีรักจะเป็นอย่างไร...
เมื่อมีรักแล้วเป็นอย่างไร ...
ความสุขที่แท้จริงคือ ความรักของใคร...
เราควรจะรักใครมากกว่ากัน ...
ถ้าเราไม่รักตัวเองใครจะรัก... รักเท่าที่ควรจะรัก หลงเท่าที่ควรจะหลง รักให้รัก
ด้วยเหตุ ด้วยผล อย่าลุ้มหลงจนเกินไป...

จากคนเคยเจ็บ




ถึงเธอคนนั้น

ตั้งแต่วันที่เธอบอกเลิก นั่นก็คือวันที่เธอปล่อยฉันออกจากกรงใจของเธอแล้ว เธอไม่ได้ขังฉันไว้หรอก เป็นฉันเองที่ไม่ยอมจากกรงไปไหน เพราะหลงไหลคิดว่ากรงนั้นเป็นที่อยู่อาศัยของฉัน มันเป็นของของฉันฉะนั้นเธอจะไล่ฉันไปไหนไม่ได้ ฉันดื้อดึงเพื่อทวงสิทธิ์ที่จะอยู่อาศัยในกรงของฉันเหมือนเดิม แต่เธอรับคนอื่นเข้ามาอยู่ในกรงนั้นแล้ว ฉันไม่สามารถจะแทรกตัวเข้าไปได้อีก ฉันโกรธฉันแค้น เธอเอาของของฉันไปยกให้คนอื่นได้ยังไง ฉันตามทวงใช้ทั้งเล่ห์ทั้งกลจะว่ารวมถึงมนต์คาถาก็ว่าได้ ทั้งไม้แข็งไม้อ่อนถูกงัดออกมาใช้จนหมด บางครั้งเหมือนเธอจะใจอ่อน ฉันก็มีความหวังว่าเธอจะคืนกรงให้ฉัน แต่สุดท้ายฉันก็ต้องยอมรับว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ลงทุนทำไปนั้นมันไม่มี ประโยชน์เลย เธอไม่มีทางคืนกรงให้ฉัน ฉันไม่มีที่อยู่อีกต่อไปแล้ว ฉันจะทำยังไงดี

หากรงใหม่หาเจ้าของใหม่ดีมั๊ย?

น่าจะดีนะถ้าฉันพึ่งตัวเองไม่ได้ แต่ ฉันเป็นคนนะ ฉันมีศักยภาพสามารถพึ่งตัวเองได้ดีกว่าไปรอพึ่งใครซะอีก เพียงแต่ฉันไม่เคยพยายามจะเข้มแข็ง ในอดีตสิ่งที่ฉันพยายามก็คือ พยายามออดอ้อนให้คนอื่นตามใจและทำอะไรๆ ให้ฉัน เพื่ออะไรก็ไม่รู้ ในวันนี้ฉันก็แค่ลองทำทุกสิ่งด้วยตนเองดู จะได้รู้ว่าเคยทำให้คนอื่นเดือดร้อนมามากแค่ไหน แล้วในที่สุดฉันก็รู้ว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตนที่ดีที่สุด

วันนี้ฉัน รู้แล้วว่าการพึ่งตัวเองได้นั้นมีความสุขมากแค่ไหน ฉันไม่ต้องรอให้เธอหาเวลาว่างมาจูงฉันไปเที่ยว ฉันไม่ต้องรอคอยอาหารอร่อยๆจากเธอ ถ้าฉันป่วยฉันก็ไม่ต้องนอนทรมานรอให้เธอเป็นคนพาไปหาหมอ

ตอนนี้ฉันมี อิสระแล้ว ถ้าฉันว่างฉันก็ไปเที่ยวไปเล่นที่ไหนก็ได้ ถ้าฉันหิวฉันก็ซื้อของกิน ถ้าฉันป่วยฉันก็ตะเกียกตะกายไปหาหมอ ถ้าฉันทำอะไรไม่ได้ดังใจตัวเองฉันก็ไม่ต้องมางอนมาง้อตัวเอง เพราะฉันยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันหามาให้ตัวเองได้ และสิ่งที่ฉันหามาให้ตัวเองนั้นก็ดีกว่าของที่เธอเคยให้ฉันมากมายนัก

แต่ ฉันก็เข้าใจนะว่าเธอเคยต้องเสียเงินเสียเวลามาตามใจฉัน คงทำให้เธอขัดเคืองใจมามากพอสมควร ฉันไม่โกรธไม่แค้นเธอแล้วหล่ะ เพราะฉันรู้แล้วว่าเธอลำบากกับการพยายามทำทุกอย่างให้ถูกใจฉันมามากแค่ไหน ฉันมันเลี้ยงยาก เธอจึงไม่อยากเลี้ยง เธอคงคิดว่าอีกคนนึงคงจะเลี้ยงง่ายกว่าฉันละสิ มันก็ไม่แน่ เธอก็ลองดูก็แล้วกัน แต่สำหรับฉัน ฉันเจอเจ้าของที่ดีที่สุดแล้ว เขาผู้นั้นก็คือตัวฉันเองที่รู้ใจและตามใจฉันได้ดีที่สุด

สุดท้ายฉัน อยากจะบอกเธอว่า ฉันไม่อยากได้กรงใจของเธอแล้วนะ เธอจะเอาไปยกให้ใครก็แล้วแต่เธอ ฉันไม่หวังไม่รอคอยวันเวลาที่จะกลับไปนอนขดอยู่ในกรงใจแคบๆของเธออีกแล้ว เพราะตอนนี้ฉันได้นอนแผ่หราบนเตียงนุ่มๆแอร์เย็นๆที่บ้านอันแสนกว้างใหญ่แสน สุขสบายพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆนาๆของฉันเองแล้ว แถมยังอยู่ใกล้ถนนใหญ่ รถไฟฟ้า และเรือด้วยนะ


ลาที กรงอันแสนคับแคบ

คัดลอกมาจาก

http://larndham.net/index.php?showtopic=32792&st=25


 เปิดอ่านหน้านี้  2828 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย