ใครมีกลอนหรือคำสอนในรักตัวเองมากกว่ารักคนอื่นโดยเฉพราะผู้ชาย

    15 ก.ค. 2551

ใครมีกลอนหรือคำสอนในรักตัวเองมากกว่ารักคนอื่นโดยเฉพราะผู้ชายช่วยส่งให้หน่อยค่ะหรือจะส่งมาที่นี้ก็ได้worrapan007@hotmail.com ขอบคุณค่ะ




ความรัก ทัณฑ์ทรมาน การหลุดพ้น

รำพึงผู้พรรณนา

แก่แดด แก่ดาว มายาวนานในวัฎสงสาร หลั่งน้ำตามามากยากเอาสี่มหาสมุทรมาเปรียบ ทำไมทรมานตนเช่นนี้? มีเหตุ เหตุใหญ่สายหนึ่ง ย่อมมาจาก ความรัก
เราต่างเผาผลาญกาลเวลาสิ้นนับกัปกัลป์ เปลี่ยนเรือนร่าง เปลี่ยนเพศเผ่า ร่างแล้วร่างเล่า ชาติแล้วชาติเล่า เพียงเพื่อย่ำเสาะลานระทมกลมกลิ้งใบนี้ สืบหา คนรัก
แต่ด้วยต่างเคยถักทอใยรัญจวนกับผู้คนมากเกินไป ดั้งนั้น ใครเล่าที่สมใจกับใครแท้จริง! บนวิถีโลกอันกลมโค้ง ผู้คนมาพบพาน ผูกพัน หันหลังแก่กัน แล้วกลับมาเจอ แล้วจาก แล้วเจอ แล้วจาก ซ้ำซากมิรู้จบ
ข้าพเจ้าเหนื่อย... เหนื่อย และหน่ายหนาวกระหน่ำน้ำตา ทั้งมิอาจทน เป็นเฒ่าสังสารวัฏสืบไป
ดังกล่าวจึงเป็นบทกำเนิดสัจจญาณแห่งชีวิต และคือต้นตำนาน ความรัก ทัณฑ์ทรมาน การหลุดพ้น ที่อยู่ในคมตาท่านขณะนี้ หวังใจว่ากัลยาณมิตรจะเบากายสบายใจเมื่อเสพรับซับรู้ความเอ็นดูจากผู้เฒ่า ที่กลั่นออกกำนัล แด่มิ่งมิตร ณ ยุคสมัย
สุข-สันติ-อิสระเสรี จงมีแด่เพื่อนมนุษย์ ด้วยรักและปรารถนาดี ส. ร้อยดาว


ณ เบื้องบาทบรมศาสดาโพธิสัตว์ ปัจเจก อรหันต์ อาริยบุคคล เหล่าผู้กล้านำชนพ้นลานระทมกลมกลิ้งใบนี้ โปรดรับการน้อมนอบหมอบกราบจากอนุชนคนแสวงหา ด้วยสำนึกลึกซึ้งถึงรอยธรรมแห่งท่าน น้อมกราบซาบซึ้งยิ่ง

ความรัก
กับย่างก้าวอันยาวไกลในวัฏสงสาร เราต่างผ่าน ความเป็นมาหลากหลาย ถักทอเยื่อระทมกับผู้คนมามากมาย ถึงกับมีนักพรตผู้เจริญแล้วด้วยปัญญา สรุปไว้ว่า กว่าจะถากกางสู้เส้นทางธรรม ผู้คนต่างได้สร้างตำนานรักดอกสุวรรณมาด้วยกันทั้งสั้น คือมีคู่กาม หรือคู่ใคร่ในเอนกอนันตชาติมานับไม่ถ้วนเพราะเป็นความจริงอยู่ว่า ความรักเหมือนโรคหัดและหวัดเรื้อรัง ผู้ยังมิเคยเป็นล้วนต้องมีวาสนาได้เป็น ผู้เป็นแล้วมักเรื้อรังยาวนาน ต้องชอกช้ำสำส่อนอยู่ในวัฏสงสาร ตราบมิรู้ซึ้งถึงสัจจธรรม

รักหลากหลาย
ด้วยความที่ผ่านสังสารวัฏมายาวนานพบพานมวลมนุษย์สุดคณานับ ดังนี้จึงมีได้กับรักที่หลากหลายปรากฏในหัวใจดวงเดียว กับต่างเพศบางผู้ เมื่อแรกพบหรือคบคุ้นสักพัก เราสัมผัสได้ถึงความรู้สึก บ่งบอกมิติแห่งรัก ทั้งที่ผู้นั้นมิได้มีฐานะเช่นนั้นกับเราจริง มีบ้างเมื่อ
สัมผัสคบคุ้นแล้ว เกิดความรู้สึกอบอุ่น มั่งคง ปลอดภัย ดั่งผู้นั้นเป็นพ่อหรือแม่ปานนั้น รักแบบพ่อหรือแม่
สัมผัสแล้วรู้สึกถึงความโอบเอื้อ อบอุ่น กันเอง ดั่งผู้นั้นเป็นพี่ปานนั้น รักแบบพี่
สัมผัสแล้วรู้สึกถึงความเอ็นดู สงสาร ต้องการดูแล ดั่งผู้นั้นเป็นน้องน้อยปานนั้น รักแบบน้องน้อย
สัมผัสแล้วรู้สึกถึงความกันเอง ครื้นเครง อบอุ่น ดั่งผู้นั้นเป็นเพื่อนแท้ปานนั้น รักแบบเพื่อนแท้
สัมผัสแล้วรู้สึกถึงความชื่นชม เคารพ เลื่อมใส เร้าใจให้เข้าหาความรู้
ดั่งผู้นั้นเป็นครูบาอาจารย์ปานนั้น รักแบบครูบาอาจารย์
สัมผัสแล้วรู้สึกถึงความเอ็นดู เมตตา หวังเกื้อกูลวิชาความรู้แด่ผู้นั้น
ดั่งผู้นั้นเป็นลูกศิษย์ปานนั้น รักแบบลูกศิษย์
สัมผัสแล้วรู้สึกถึงความเชื่อมั่น ชื่นชนในความฉลาดเห็นสามารถในการกระทำ
ดั่งผู้นั้นเป็นผู้นำหรือนายปานนั้น รักแบบผู้นำหรือนาย
สัมผัสแล้วรู้สึกถึงความเมตตา ชอบใจ อยากพึ่งพาชี้ใช้พอใจให้พึ่งพิง
ดั่งผู้นั้นเป็นบ่าวหรือลูกน้องปานนั้น รักแบบบ่าว ลูกน้อง
สัมผัสแล้วรู้สึกถึงความเอ็นดู ชื่นใจ ห่วงใย อยากดูแล ดั่งผู้นั้นเป็นลูกปานนั้น รักแบบลูก
สัมผัสแล้วรู้สึกถึงความวาบหวาม ดูดดึง ตรึงจิต คิดใคร่ ใฝ่ครอง
ดั่งผู้นั้นเป็นคู่รักเราก็ปาน รักแบบคู่รักใคร่ …
ยังมีอีกหลายสภาพนักกับรักในใจคน ประมวลมาเบื้องต้นนี้เพียงสังเขป พอได้รู้จักความรักอันหลากหลายในใจเราที่เกิดมีต่อเพศตรงข้าม

เหตุปัจจัยแห่งความรัก
โดยจริง ในความรักนั้นเป็นสภาพหนึ่ง ในความใคร่เป็นอีกสภาพหนึ่ง ในความรักใคร่ก็เป็นอีกสภาพหนึ่ง
พระพุทธศาสดาตรัสเหตุปัจจัยแห่งความรักไว้ ๒ ประการ
๑. บุพเพสันนิวาส เคยอยู่ร่วมกันแต่ปางบรรพ์ ๒. เกื้อกูลกันในปัจจุบัน
ดังเกริ่นแล้ว สังสารวัฏนั้นยาวไกล เราเดินทางมานานนับชาติมิได้ ทั้งเคยเกิดเป็นพ่อ แม่ พี่ น้อง บุตร ภรรยา สามี กับใครมามากเพียงใด ก็ยากจะนับ อยู่ร่วมกับผู้คนก็มากล้นสุดจะกล่าว และธรรมดาอยู่เองเมื่อมีการอยู่ร่วม คนเราย่อมต้องมีน้ำใจไมตรีต่อกันบ้าง ดังนั้นเมื่อเจอะเจอกันในปัจจุบัน แม้ฐานะอันเคยมีต่อกันจะเปลี่ยนไปแล้วแต่ด้วยน้ำใจไมตรีหรือความคุ้นชินที่เคยอยู่ร่วมกันมา แต่ปางบรรพ์ ความคุ้นชินนั้นก็จะกระตุกใยพันธะ ที่ซ่อนเร้นอยู่ในห้วงลึกแห่งใจ เร้าให้เกิดความอยากชิดใกล้ผูกสัมพันธ์ และเมื่อได้มีโอกาสเกื้อกูลต่อกัน ใยรักนั้นก็จะค่อยค่อยถูกถักทอขึ้น ค่อยค่อยเหนี่ยวนำสองใจให้ใกล้ชิดสนิทสนม
เพราะโดยจริง การเกื้อกูลกันเป็นประพันธกรแห่งตำนานรัก ทุกยุคทุกสมัย ทุกวันวัยแห่งชีวิต ซึ่งเป็นความซาบซึ้งพึงใจ ที่ซึมซับรับมาจากมารดาที่ท่านเกื้อกูลต่อเรา แต่แรกเริ่มลืมตาดูโลก

ลิ่มสลักรัก
สัมพันธภาพและการเกื้อกูลกันของคู่รักต่างเพศ แม้เป็นมิติใด หากคู่สัมพันธ์นั้น ยังเป็นผู้กำหนัดในกาย ยังไม่ปราศจากกามราคะ ทั้งไม่รู้เท่าทันเลศเล่ห์การบำบัดกามจริต คู่รักนั้น แม้เมื่อแรกจะรักแบบพี่ แบบเพื่อน แบบน้อง แบบครูบาอาจารย์ หรือแบบใดใด คู่รักนั้นก็จะกลายเป็นคู่รักใคร่ในกาลต่อมา
ลำพังความใคร่นั้นเกิดได้ง่ายเป็นสัญชาตญาณ เป็นทัณฑ์ทรมาน เป็นอาการลงโทษตามกฎวิบากกรรม อันมาแต่พฤติการณ์สำส่อน ทั้งปัจจุบันภพและอดีตภูมิ แต่กับความรักใคร่ นั่นมิใช่ดั่งปอกกล้วยแล้ว หากเป็นผลผลิตจากการบำบัดกามจริตทีละนิดทีละน้อยกับคู่รัก(มิติใดก็ตาม) มีการหยอกเย้ากระเซ้ากระซี้ด้วยคำหวานโลมเล้าด้วยดวงตาเชื่อมน้ำตาล และพฤติการณ์เอาอกเอาใจ เป็นต้น
ด้วยเหตุเพียงความใคร่ แม้เป็นทัณฑ์ทรมาน ก็ยังไม่บันดาลความร้าวรานเท่าไรนัก แต่เมื่อใดที่ความใคร่ถูกตอกลิ่มด้วยความรัก ก็ยากนักที่จะไม่ยินยอมเป็นขี้ข้าว่าที่ซากผีต่างเพศ มิง่ายต่อการทนทานอาการเดียวดายอันแสนสบายอีกแล้ว ในความรักที่ถูกตอกลิ่มด้วยความใคร่ ก็นัยเดียวกัน คือบางผู้เมื่อแรกประสพก็พบรัก ครั้งสนิทสนมนานไปความใคร่ก็เกิด เกิดรักใคร่ กับบางคนเมื่อแรกเห็นก็เป็นใคร่ ครั้นสืบสัมพันธ์นานไปก็รัก เป็นรักใคร่
ความรักมักอ่อนแรงกว่าความใคร่ ขอเพียงชิดใกล้ไม่นาน จะได้พันธนาการต่างเพศมาตนหนึ่ง ดั่งมีวลีที่ว่า รักแท้ แพ้ใกล้ชิด จริงอยู่ความรัก กามารมณ์ กำนัลสุขสมสาหัสนัก แต่ทุกข์ภัยในกาม ความรัก และการครองเรือน ก็เป็นคู่แฝดที่แนบชิดสนิทสนม กับความสุขสมแสนสาหัสนั้นอย่างยิ่ง ...อ่านฉบับเต็มที่ Roidao.com


ร้อยคนก็ร้อยใจ ยึดใดกับใจคน รู้เขาและรู้เรา และรู้วางก็สุขล้น
ในเธอก็อย่างนั้น ในฉันก็อย่างนี้ แน่นอนเราแตกต่าง แต่ใจกว้างก็เสรี


อดข้าวหรอกชีวาวาย แต่ไม่ตายเพราะอดเส่นาหา
ถ้าอกหักลองอดอาหารสักวันสองวันดูซิว่าความรักกับความหิวใครจะชนะ


ความรักคือการให้..โดยไม่หวังผลตอบแทน..ถึงจะป็นรักแท้..เมื่อใดที่ต้องการผลตอบแทนเมื่อนั้น..ย่อมไม่เกิดรัก..รักให้เป็น..ควรรักด้วยปัญญา


รักมักเป็นทุกข์
รักเป็นทั้งกิเลสตัณหาอุปทาน เป็นกองทุกข์ที่เป็นสัญญาก่อให้เกิดชาติภพ
ไม่สิ้นสุด อมิตาพุทธ


ความรักคือ..อะไร...? ใครนำมาให้ก็ใจเรามิใช่หรือ....
ถ้าเราไม่มีรักจะเป็นอย่างไร...
เมื่อมีรักแล้วเป็นอย่างไร ...
ความสุขที่แท้จริงคือ ความรักของใคร...
เราควรจะรักใครมากกว่ากัน ...
ถ้าเราไม่รักตัวเองใครจะรัก... รักเท่าที่ควรจะรัก หลงเท่าที่ควรจะหลง รักให้รัก
ด้วยเหตุ ด้วยผล อย่าลุ้มหลงจนเกินไป...

จากคนเคยเจ็บ


 เปิดอ่านหน้านี้  2718 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย