หลังจากการนอกใจ ทำอย่างไรเราจะให้อภัยเป็น

    14 ก.ค. 2551

สามีมีความลับตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ หรือสลิปค่าใช้จ่าย รวมทั้งบัญชีเงินเก็บของเค้า เราไม่เคยได้แตะต้อง อยู่กันมาสองปีแรกก็พอทราบได้ว่าที่ต้องไปต่างจังหวัดเพื่อทำงานนั้นบางทีมีเรื่องผู้หญิงรวมๆอยู่ด้วย เคยขอหย่าเพราะให้นักสืบตามแล้วก็พบว่าทุกคำพูดที่โทรมาบอกเรา คือเรื่องโกหกทั้งนั้น ตอนนั้นลูกคนแรกอายุเพียงสองขวบ ดิฉันอาจจะเป็นคนง่ายๆที่ปล่อยให้เค้าใช้กติกานี้มาตลอด ไม่เคยวุ่นวายไปเช็คข้าวของ หรือโทรศัพท์ของเค้าจนกระทั่งวันหนึ่งดิฉันพบสลิปบัตรเครดิตที่รูดค่าโรงแรมในกรุงเทพ(ในวันที่บอกดิฉันว่าเค้าไปทำงานต่างจังหวัด)ดังนั้นความเชื่อใจในตัวเค้ามันลดลงไปเรื่อยๆ มีเรื่องผู้หญิงมาให้ทะเลาะกันได้ทุกปี ส่วนใหญ่จะมาจากการติดต่องานและก็มีความสัมพันธ์กันต่อ ล่าสุดในขณะที่ดิฉันตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง ชีวิตดูเหมือนจะดีขึ้น เราอาจจะจับไม่ได้เลยคิดว่าเขาเริ่มปรับตัวดีขึ้น เลยขอมีลูกกับเขาอีกคน ในช่วงที่ท้องได้เจ็ดแปดเดือนดิฉันก็พบว่าเข้าแอบคบหาผู้หญิงอื่นอีก มีการส่ง SMS คุยกันตลอดแม้แต่ขณะไปต่างประเทศกับดิฉัน (ที่ได้ทราบก็เพราะเค้าไปต่างประเทศอีกครั้งในช่วงที่ใบเรียกเก็บค่าโทรมา กลัวว่าจะเลยกำหนดจึงแกะดู (อยู่กันมาแปดปี ไม่เคยแกะจดหมายของเขาเลย) ดิฉํนเสียใจแทบบ้า รู้สึกพลาดเหลือเกินที่แต่งงานกับผู้ชายคนนี้ คนที่เห็นความไว้วางใจของเมียไม่มีความหมาย ที่สำคัญสงสารลูกที่จะเกิดมาเป็นที่สุด ดิฉันทะเลาะกับเค้าและเกือบกินยาตาย เค้ากลับรู้สึกว่าดิฉันทำเกินเหตุ ต่อมาอีกสองเดือนเมื่อลูกคลอดออกมา ดิฉันนั่งให้นมลูกอยู่ก็มีผู้ชายคนหนึ่งโทรเข้ามาหา เล่าว่าภรรยาของเขาไปต่างจังหวัดกับสามีดิฉัน ทีแรกดิฉันไม่เชื่อ ยังเถียงเขาไปว่าสามีไปเชียงใหม่ไม่ใช่เชียงรายอย่างที่เขาบอก เขาก็ยืนยันมาเขาแกล้งโทรเช็คสายการบินแล้วบอกว่าจะไปรับภรรยาและเพื่อน ทางสายการบินก็คอนเฟิร์มมาว่าบินกลับจากเชียงรายโดยจองตั๋วคู่กัน ดิฉันยืนฟังโทรศัพท์ทั้งน้ำตา อีกมืออุ้มลูกอายุสองเดือนอยู่กับอก น่าเสียใจแทนผู้ชายคนนั้นด้วยเพราะเพิ่งแต่งงานมาได้เพียงครึ่งปี ภรรยาก็มีนัดทานข้าวมืดๆค่ำๆกับสามีของดิฉํน และสุดท้ายก็ทะเลาะกันจนต้องหนีตามสามีดิฉํนไป เรื่องราวที่แสนเจ็บปวดทั้งหมดมันเป็นแบบนี้แหละค่ะ เมื่อคาดคั้นถามสามี เค้าก็บอกว่าไปทำงานเชียงใหม่แต่ผู้หญิงคนนั้นเค้าทะเลาะกับสามีเลยแค่ขอตามไปด้วย แม้แต่เช้าวันที่จะบินยังไม่รู้เลยว่าเธอจะไปรึเปล่า แต่พอถามต่อว่าใครรูดบัตรเครดิต สามีดิฉันเป็นคนรูดบัตรจองตั๋วเครื่องบินค่ะ(อ้าว แล้วบอกไม่รู้ได้ไง) เค้ายืนยันว่าพักกันคนละที ต่างคนต่างอยู่ มันน่าแปลกนะคะ ความรู้ก็มีแต่คำว่า"ความจริง"สำหรับผู้ชายคนนี้เค้าคงสะกดไม่เป็น ดิฉันขอหย่าเพราะรู้สึกว่าเรื่องนี้มันขัดศีลธรรมเหลือเกิน ดิฉันทนอยู่กับคนที่มักง่ายแบบนี้ไม่ไหว เค้าโกหกได้ทุกเรื่องและที่เสียความรู้สึกมากๆก็คือ เขามองว่าถ้าดิฉันไม่รู้แปลว่าไม่ผิด เขาสามารถเถียงดิฉันว่าเค้าไม่เคยไปหลงใคร ไปกกไปกอดใครแบบไม่กลับบ้านกลับช่อง ค่าใช้จ่ายลูกเค้าก็ยังรับผิดชอบอยู่ สุดท้ายเค้าขอให้ดิฉันทนเพื่อลูก และยืนยันว่าตั้งแต่เกิดเรื่องเค้าก็เลิกติดต่อกับผู้หญิงคนนี้(ถ้าไม่เกิดเรื่อง คงจะเพลินกันต่อ) นี่ผ่านมาเพียงสี่เดือน ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ยังคงซ่อนโทรศัพท์มือถือและบัญชีธนาคาร ดิฉํนเองดำรงชีวิตด้วยเงินเดือนของตัวเองค่ะ ไม่เคยแบมือขอเค้าซักบาท ในชีวิตเราที่ผ่านมาแปดปีไม่เคยมีทรัพย์สินร่วมกัน ไม่เคยได้คุยกันเรื่องการลงทุนเพื่อลูกเพื่ออนาคต พอดิฉันถามก็หาว่าดิฉันสนใจแต่เรื่องเงิน เค้าบอกว่าถ้าเค้าตายไม่ต้องกลัวหรอกทุกบาททุกสตางค์เป็นของลูกอยู่แล้ว ตกลงชีวิตนี้ฉํนต้องรอให้เค้าตายใช่มั้ยค่ะถึงจะหลุดพ้น ถามว่าดิฉํนจะต้องทนทุกข์กับผู้ชายคนนี้อีกนานแค่ไหน คำว่าให้อภัยที่ผ่านมามันไม่เคยมีค่าสำหรับเขาเคย ไม่เคยเลยที่จะหยุดโกหก บางครั้งโทรมาบอกว่าเลี้ยงลูกค้า พอเรารู้สึกว่าที่พูดน่ะไม่จริงแน่ เค้าก็ทำเป็นโกรธว่าการพาลูกค้าไปอาบอบนวดนี่จะต้องรายงานด้วยหรือ สำหรับเค้าผู้หญิงคงเป็นแค่วัตถุทางเพศ สำหรับดิฉํนมีเอาไว้เลี้ยงลูกไปวันๆ เราไม่ได้ทำการบ้านเหมือนสามีภรรยาคู่อื่นๆเขา บางครั้งดิฉันรู้สึกน้อยใจเหลือเกิน เพราะเราก็รูปร่างหน้าตาพอที่จะมีคนหันมองเวลาที่เราเดินผ่าน แต่สามีกลับไม่เคยภูมิใจ ไม่เคยซื่อสัตย์กับเราเลย มันทุกข์เหลือเกิน มีคนให้เราเลือกมากมายแต่เรากลับเลือกเค้า เรามองเห็นด้านดีแต่ไม่เคยมองให้ลึกซึ้งก่อนที่จะคบกัน วันนี้เราร้องไห้มามากแล้ว เราให้อภัยกับพฤติกรรมน่ารังเกียจนี้ไม่ไหว หลายคนบอกให้ปลง แต่ดิฉันยังคงอยากแยกทางจริงๆ ดิฉันเชื่อว่าในโลกนี้คนที่มีหัวใจยังมีอีกจริงๆ (ไม่ใช่ว่าอยากหย่าเพื่อหาสามีใหม่นะคะ) แต่การที่เราทุกข์แบบนี้ลูกก็รับรู้ บางครั้งเข้านอนกับเจ้าตัวเล็กอายุเค้าเพิ่งหกเดือน เราก็แอบร้องไห้ ดิฉํนเชื่อค่ะว่าเด็กรับรู้ความรู้สึกแบบนี้ได้ ช่วยด้วยค่ะ




คุณอัจฉราวดีที่รัก
ขอเป็นกำลังใจให้ อย่างน้อยนึกว่าคุณมีลูกกับเขาแล้วถึง 2คน ปัญหาชีวิตแค่นี้เรื่องธรรมดา แก้ไขง่ายนิดเดียว ให้คุณอัจฉราทำดังนี้
1.ในตอนเช้าแต่ละวันให้สวดมนต์พาหุงมหากา ของหลวงพ่อจรัญ เป็นบทสวดที่ขึ้นต้นด้วยอิติปิโสภะคะวา อะระหังสัมมาสัมพุทโธฯ เป็นคาถาพระพุทธเจ้าชนะมาร จากนั้นสวดอิติปิโสให้มากกว่าอายุตนเอง 1 จบ
2.แผ่เมตตาให้สามีของคุณและเจ้ากรรมนายเวรของคุณ ไม่แน่ว่าชาติที่แล้วคุณ สามีกับผู้หญิงคนนั้นอาจจะมีเวรกรรมร่วมกันมา
3.มีโอกาสควรทำบุญใส่บาตร ทำสังฆทาน
4.ขอให้ใจเย็นๆ ค่อยๆสวดมนต์ไปเรื่อยๆ เช้าเย็นได้ยิ่งดี สวดแล้วให้อธิษฐานขอพรแต่อย่าสาปแช่งใครๆเด็ดขาด อาจใช้เวลา 3-6 เดือนหรือ 1 ปี แล้วชีวิตคุณจะดีขึ้น


ค่ะ ดิฉันก็ไม่ค่อยรู้ธรรมะ มากมายอะไร แต่ในความคิดของดิฉัน (ย้ำนะค่ะในความคิด) เราเป็นผู้หญิงเมื่อเราเลือกผิดแล้วใช่ว่าไม่มีโอกาสแก้ไขหนทางนั้น ลองคุยปรับความเข้าใจกันก่อน(อย่าใช้อารมณ์กันแกไขปัญหานะค่ะ) ถ้าคุณคิดว่าอดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ก็ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ(ทำบุญร่วมกันมาเพียงเท่านี้)ดีกว่าพาทั้งตัวเราและลูกแบกความทุกข์ต่อไปในภายภาคหน้า คิดซะว่าชีวิตของเราไม่ได้มีผู้ชายคนนั้นมาตั้งแต่เกิด ก่อนเรามาเจอเขาเรายังมีชีวิตอยู่มาได้ แล้วตอนนี้เราจะเอา(เขี่ย)เขาออกไปจากชีวิตเราก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ดิฉันรู้ว่าอาจจะทำให้ลูกไม่มีพ่อ แต่ดิฉันยอมค่ะดีกว่าให้ลูกต้องเติบโตมาทนกับในสภาพเดียวกับเรา

นานาจิตตัง


คุณอัจฉราวดีคะ....คุณคงทั้งสับสน ทั้งอึดอัด ชีวิตแบบนี้บั่นทอนสุขภาพจิตมากๆนะคะจริงๆถ้าต้องอยู่กับผู้ชายแบบนี้ในสภาพอย่างนี้ เขาควรจะให้คุณมีความสุขสัก1อย่างคือ ความเป็นอยู่เงินทองเรียกได้ว่า คุณควรจะสบายในเรื่องตรงนี้ เขาควรชดเชยให้คุณ(ถ้าเขาจะทำตัวแบบนี้)ความรับผิดชอบในครอบครัวเขาต้องสูง เรียกว่าในครอบครัวต้องไม่สะเทือน ลูกเมียต้องอยู่สบายแล้ว แต่ถ้าคนละกระเป๋าแล้วยังต้องมาทนกับผู้ชายแบบนี้ แย่นะคะ คุณยังมีหวังหรือเปล่าว่าเขาจะเปลี่ยนได้ ใครจะเป็นคนทนใครจะเป็นคนเสียสละ ถ้าคุณจะทนเพื่อให้ลูกมีคำว่าพ่อ คุณก็ต้องเปิดใจมุมใหม่แล้วละคะ คิดซะว่าสละความมีตัวตนของตัวเอง เขาคือพ่อของลูกแค่คนร่วมที่อยู่อาศัย คุณก็เลี้ยงลูก-ทำงาน อยู่ในโลกของคุณ ทำหน้าที่แม่ของลูก และแม่บ้านของบ้าน(ของบ้านนะคะไม่ใช่ของเขา)คือทำบ้านให้สดใสพร้อมทำสุขภาพจิตตัวเองให้สดชื่น สำหรับเขาก็คือพ่อของลูกคนร่วมบ้านไม่มีผลกับจิตใจเราทั้งกำลังใจด้านบวกและกำลังใจด้านลบและเลิกหวัง
.........แต่ถ้าคุณกัดฟัน ผ่าตัดชีวิตคุณต้องยอมเจ็บ เพราะนั่นหมายถึงความเคยชินอะไรต่างๆในชีวิตคุณเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว จากที่เคยมีเขาร่วมบ้าน เคยทะเลาะกัน เคยมีกรรมสิทธิ เคยเป็นคำว่าภรรยาของเขาและอะไรอีกหลายอย่าง ทุกอย่างจะคืออดีต แต่วันนึงมันก็จะชิน อาการผวา อาการระแวง-เจ็บปวดเหมือนคนหายใจไม่ทั่วท้องจะหายไป ทุกอย่างอยู่ที่คุณจะตัดสินใจคะ รายละเอียดเล็กๆที่คุณได้รับมากกว่าที่คุณบอกมาต้องมีคุณเป็นคนรู้ดีที่สุดว่าทุกข์น้อยทุกข์มากแค่ไหน อย่าเอาแค่คำว่ารักเขามาผูกการตัดสินใจนะคะหรือคำว่าเจ็บปวดเจ็บแค้นมาตัดสินใจนะคะ เอาความเป็นจริงในความเป็นอยู่ความรู้สึกมาคิดมาบวกมาลบ คนเราชีวิตไม่ต้องถึงสุขสบายในวิมานหรอกคะแค่อยู่ด้วยแล้วไม่ทุกข์หรือทุกข์น้อยที่สุดก็พอ ดูความรับผิดชอบเป็นหลัก ผู้ชายจะดีมากดีน้อย..ไม่ใช่เจ้าชู้หรือไม่เจ้าชู้หรือรักเราหรือรักใคร แต่อยู่ที่ความรับผิดชอบสูงแค่ไหน
.............เป็นกำลังใจให้นะคะ ต้องขออภัยด้วยที่ให้ความเห็นแบบผู้ใหญ่นิดนึง เพราะก็ใช้ชีวิตครอบครัวมา20ปีแล้วคะเลยแนะแนวนี้ ขอให้พบทางสว่างนะคะ ทำบุญทำจิตใจให้สงบ ปัญหามาทางไหนก็ออกทางนั้น..


คุณอัฉราวดี...
เช่นนั้นรู้สึกเห็นใจอย่างมากกับชีวิตคู่ ที่คุณประสบอยู่ครับ

หากสามีภรรยา มีศีลเสมอกัน ก็ Happy ไม่มีปัญหา
แต่หาก สามี หรือ ภรรยา มีศีล ผู้หนึ่ง ไม่มีศีลผู้หนึ่ง นั่นแหละแย่น๊ะครับ

สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ คือ อดทนและอดกลั้นครับ
แต่หากถึงที่สุดแล้ว ไม่อาจประคองชีวิตคู่ได้ มีอันต้องแยกทางกัน ก็อย่าเสียใจเลยครับ
เกิดมาเพื่อจากกันอยู่แล้ว เพียงแต่่ว่า จะจากกันช้าหรือเร็ว หรือด้วยอาการอย่างไรเท่านั้นครับ

ความทุกข์เกิดเพราะรัก ยังไม่เจ็บใจเท่าถูกทรยศเพราะรัก
หากคุณแบกความเจ็บใจนี้ไว้ ก็เท่ากับคุณแบกความทุกข์ไว้เต็มหัวอกครับ
เททิ้งได้ก็เททิ้งเถอะ รักลูกดีกว่า ดำเนินชีวิตให้มีความสุขเพื่อลูก น๊ะครับ

ส่วนสามีของคุณ อภัยได้ก็อภัยเถอะครับ คิดเสียว่า เป็นสัตว์โลกร่วมทุกข์ร่วมสุข ในโลกนี้นะครับ
เพื่อจะได้ไม่มีเวรผูกกันไปถึงชาติหน้าครับ


ที่ใดมีรัก ที่นั้นมีทุกข์
ทุกข์เพราะไม่สมหวัง ทุกข์เพราะชีวิตคู่
ทุกข์ของการเกิดแก่เจ็บตาย ขอบคุณที่ให้เห็นเหตุแห่งทุกข์
จะได้ทำให้ไม่อยากมาเกิดอีก


อ่านปัญหาแล้วตรงกับของดิฉันจริงๆๆ วิธีแก้ไม่ต้องไปสนใจมาก รักตัวเราและลูกให้มากๆๆ ไม่ต้องหย่าจงทำตัวให้มีความสุขมีศีลธรรม สวดมนต์ตักบาตรแผ่เมตตาให้ผู้หญิงคนนั้นมากๆๆ และแผ่เมตตาให้สามีด้วย แล้วไม่ต้องคิดหาคนใหม่นะ เพราะผู้ชายสมัยนี้หาคนดีๆๆยาก มีแต่พวกพิการศีลห้าเป็นส่วนมาก ที่ดีๆๆก็ไปบวชเป็นพระหมดแล้วที่ดีมีน้อยนอกนั้นก็เป็นเหมือนๆๆกันหมด ดิฉันเจอมา26ปีแล้ว ยิ่งพูดก็เหมือนยิ่งยุคนกำลังหลง ไฟราคะแรงมาก เฉยๆๆดีกว่า บางสิ่งบางอย่างมันไม่ได้ดังใจนึกหรอก เราเป็นแม่ต้องมีความอดทน ดูแม่พระธรณีสิคนเอาแต่ขยะสิ่งเน่าเหม็นทิ้งบนแผ่นดินมากมายต้องอดทนให้มาก พยายามฟังวิทยุที่สอนนั่งกรรมฐานให้ได้ แล้วจะรู้ว่าทุกสิ่งมันไม่เที่ยง มีรักก็มีหมดรัก เกิดดับ มันจะเป็นไปแบบนี้ เราแก้เขาไม่ได้เราก็แก้ตัวเราเองซิต้องบอกกับตัวเองว่าขอขอบคุณความทุกข์เพราะเป็นแบบทดสอบจิตใจ ถ้าผ่านชีวิตเราจะแกร่งเข้มแข็งมากขึ้น



เกิดเป็นคนก็ต้องเจอกับความทุกข์ทุกคน ทุกข์เพราะ พ่อ แม่ ลูก สามี ภรรยา อึ่นๆๆ มีใครไม่มีทุกข์ จงอยู่ในโลกนี้ อยู่อย่างมีความทุกข์เป็นเพื่อน และรู้จักปล่อยวางอย่าแบกไว้นานมันหนัก แบกมากเหนื่อยนะวางลงบ้าง หาอะไรทำให้ลึมคิดเสีย ว่างๆๆซื้อหนังสือเข็มทิศมาอ่านบ้าง จะไร้ว่าในโลกนี้เรามีเพื่อนทุกข์มากกว่าเราอีก ปัญหาเราแค่นี้นิดเดียวคนอื่น ไม่มีที่อยู่ไม่มีข้าวกิน ลำบากยิ่งกว่าเรา


แม่จำเนียรว่า การอดทนกับสิ่งที่เป็นภัยใกล้ตัว นั่งอยู่บนกองเพลิงแบบนี้
ลุกหนีได้ ก็ลุกหนีไปให้ไกลๆ สภาพแบบนี้ ไม่เป็นสัปปายะพอที่จะ
เป็นปัจจัยให้ชีวิตเราและลูกที่จะเติบโตมาเจริญทางโลกและทางธรรมได้เลย
ไหนจะภัยจากการติดโรคเอดส์ ที่สามีสำส่อนไม่เลือกลูกเขาเมียใคร
ไหนจะภัยจากสภาพความปลอดภัย โอกาสที่ไปอยู่ใกล้ตัวกับบุคคลอันตราย
มีศัตรูลอบเป็นชายชู้เขา จะถูกระเบิดสมองเมื่อไรก็ไม่รู้
ไหนจะภัยสภาวะเศรษฐกิจในการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยกับผู้หญิงอื่นที่อาจจะลุกลาม
มาสั่นคลอนเราและลูกที่จะต้องเติบโตทั้งด้านการเลี้ยงดูที่ดี และการศึกษาต่อไป

ลุกจากเขาไปในขณะที่เราแน่ใจมั่นใจว่า เราหมดความรักความศรัทธา(เชื่อมั่น)
ในตัวเขาแน่นอนแล้ว จะได้ไม่มานั่งอาลัยอาวรณ์เสียดายเขาอีก



ขอสนับสนุนแม่จำเนียรค่ะ หากความดีไม่สามารถแก้ไขพฤติกรรมของคนที่เราใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้ ก็ถอยออกมาจากสภาวะนั้นเสีย ในเมื่อเรามีอาชีพ และเลี้ยงชีพด้วยรายได้ของเราเองมาโดยตลอด ลูกคือส่ิงมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติมอบให้เรามา เราต้องรับผิดชอบต่อเค้า เลี้ยงเค้าด้วยตนเอง ค่าใช้จ่ายคนที่เป็นพ่อจะให้หรือไม่อยู่ที่สำนึก หากใจเราไม่ทุกข์และมีพละกำลังที่จะต่อสู้กับอุปสรรคข้างหน้า ไม่กลัวความลำบาก อย่าอยู่กับปัญหาซำ้ซากเดิมๆ และความไม่พอของคนที่เกิดมาแค่เพื่อตัวเอง ปัญหาไม่มีพ่อไม่ใช่อุปสรรคในการเติบโดของเด็ก อยู่ที่แม่เป็นหลัก ถ้าแม่ดีลูกก็ดี ให้ความรักเค้าแบบไม่ต้องหามาเติมเต็มอีก เข้าใจเค้าให้มากๆ และไม่ต้องโกหก ให้เค้าเติบโตและเผชิญไปพร้อมๆกับเรา มันก็แค่นี้เอง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป อย่าไปยึดติดกับคนที่ไม่เห็นคุณค่าและความสำคัญของครอบครัว ใช้สติและปัญญาในการแก้ไขปัญหา หากคิดว่าเราอดทนได้ และเราอยู่กับตรงนั้นแล้วเป็นสุข ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวคุณและการตัดสินใจของคุณ ชีวิตคุณ คุณต้องกำหนดเอง ไม่ใช่โชคชะตา ที่ผ่านมาอโหสิกันไปและไม่ต้องผูกเวรกันอีก เป็นกำลังใจให้นะคะ และขอให้เจอทางออกที่ถูกทาง เมื่อเจอแล้วก็ก้าวเดินต่อไปไม่ต้องเหลียวหลัง พร้อมเมื่อไหร่ค่อยหันกลับมามอง แล้วคุณจะเห็นได้ชัดเจนขึ้น


อย่าว่าแต่...สามี...เลยที่ไม่ใช่ของเรา....แม้แต่ร่างกายที่อยู่กับเราตลอดเวลาทั้งชีวิตก็ไม่ใช่ของเราเช่นกัน....วันหนึ่งเราก็ต้องทิ้งมันไป


วางลงอย่าถือเพราะมันหนัก
เมื่อวางลงมันก็ว่าง ว่างก็เบาไม่หนัก ไม่มีโมหะโทษะขอรับกระผม
อนุบาลธรรม1/5


จงมีความเข้าใจในอดีตว่ามันผ่านไปแล้วไม่ควรอาลัยอาวรณ์ให้ทุกข์ใจ
จงมีความเข้าใจในอนาคตว่ายังมาไม่ถึงและไม่ควรพะวงด้วยความทุกข์ใจ
จงเป็นผู้มีสติรักษาจิตรักษาธรรมแล้วธรรมที่เรารักษาดีแล้วย่อมจะรักษาเราตามเหตุตามปัจจัย
จงรักษาใจให้เป็นกลางที่อยู่ระหว่างความพอใจและไม่พอใจ
แผ่เมตตาให้กับเขาและให้กับตัวคุณเองบ่อยๆทำก่อนนอนได้ด้วยยิ่งดีนะค่ะ


คุณอัจฉราวดี เก่งจังค่ะ ที่ชมว่าคุณเก่งคือคุณมีสติ มีสติหยุดคิดไม่ไปก้าวล่วงใคร ไม่ไปทำร้ายใคร (แต่กำลังทำร้ายตัวเอง) เข้าใจว่าคนเราทุกคนใครไม่มาเป็นเราคงบอกอยากกับความเสียใจที่เกิด บอกตอนนี้ให้คุณปล่อยวางคงยาก บอกตอนนีให้คุณทำใจก็ยากเช่นกัน อยากบอกแค่ให้คุณรักตัวเองให้เป็น มองให้เห็นทุกข์ที่เกิดก็คุณไม่ได้เป็นคนทำให้เกิดจะไปเสียใจเพื่อเขาทำไมกัน เขาไม่ใช่เราเขามาอยู่กับเราเพื่อเติมเต็มให้กันและกัน ลูกต่างหากคือความรัก ลองสักวันที่ว่างนั่งส่องกระจกแล้วถามตัวเองว่าเสียใจแล้วได้อะไร เขาเปลี่ยนหรือก็เปล่า ร้องไห้แล้วได้อะไร หน้าเราก็จะหม่นหมองไม่สดใสหน้ามอง เครียดแล้วได้อะไรได้แต่ความทุกข์ใจย้ำคิดย้ำทำกับตัวเอง โกรธแล้วได้อะไรมีแต่ความร้อนในตัวสูงขี้น เกลียดแล้วได้อะไร ได้แต่ความไม่สบายกายและใจ เลิกแล้วได้อะไร ต้องอยู่กับลูกสามคน อาจมีความทุกข์ใจกลับมา ทนอยู่แล้วได้อะไร ได้ยื่นมองนั่งมองและนอนมองเห็นคนคนหนึ่งซึ่งครั้งหนึ่งเราเคยรักมาก ศรัทธามาก เชื่อใจมาก แต่กำลังจะลองเลิกรัก เลิกศรัทธา ดูสิว่าคุณจะได้อะไร คำถามที่เราถาม คุณอาจจะมีคำตอบให้ตัวเองที่อาจไม่เหมือนเรา แต่อยากจะบอกคุณว่าคุณเก่งมาก ไม่ต้องอดทนเพื่อใครแต่ให้ถามใจตัวเองว่าสุดท้าย รักแล้วได้อะไรเลิกรักแล้วได้อะไร xxx ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่คนเก่งมีแรงสู้เยอะๆเพื่อตัวเองและลูกๆนะ ที่สำคัญถ้าคุณบอกว่าคุณเป็นคนสวยใช้ได้จะไปสนใจให้คนในบ้านที่ไม่มองเรามองทำไม แต่งตัวให้สดใสสมวัยให้ใครๆก็อิจฉาว่าเป็นคุณแม่ลูกสองความสวยไม่สร่างเลย


ความคิดแต่ละอย่างก็คิดว่าเหมาะสมกับตนก็เลือกใช้เอาเอง แต่ฃองฉันชีวิตเหมือนแบบทดสอบความอดทน สร้างขันติบารมี เจอสามีเจ้าชู้ ดื่มก็เก่ง เจอแม่สามีน้องสามีสุดๆๆฉันอดทนมา 26ปี เต็มๆๆ ช่วงนี้ฉันคิดว่ามันคุ้มค่าที่อดทน ลูกทั้ง 2คนรักฉันมากเชื่อฟังคนโตจบปริญญาแล้วแถมรอติดดาวเป็นนายร้อยเร็วนี้ ลูกพูดกับดิฉันว่าแม่ครับผมรักแม่มากและภูมิใจได้เกิดมาเป็นลูกแม่ครับ ถ้าผมจะเลือกใครสักคนมาเป็นแม่ของลูกผมๆจะเลือกผู้หญิงแบบแม่ขอมีความอดทนเหมือนแม่สักครึ่งหนึ่งของแม่ผมก็พอใจแล้ว แม่รักลูก แม่ลำบากแม่ยอมเพื่อให้ลูกมีพ่อที่แท้จริง ในที่สุดทั้งสามีและแม่ น้องๆๆ เฃาต้องหันมายอมรับเรา จากไม่เคยยกมือไหว้ตอนนี้น้องเขาไหว้ ทุกคนเห็นใจเรา ฉันเชื่อว่าธรรมะ ย่อมชนะ อธรรม เสมอ ลูกสาวคนเล็กของดิฉัน เขาก็ตั้งใจเรียนเฃ้าใจแล้วว่าชีวิตคนเราอย่าประมาทเตรียมตัวเตรียมใจไว้ทุกคน คนเราต้องเจอทุกข์แสนสาหัสทุกคนเจอแล้วเราจะอยู่กับมันอย่างทุกข์น้อยที่สุด สิ่งที่ดิฉันรักและเคารพไว้ในใจอย่างสูงสุดคือพระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์


คิดซะว่าวิบากกรรมกำลังให้ผลละกันนะคะ ผลอะไรที่เกิดขึ้นก็เป็นอย่างเดียวกับที่คุณอัจฉราวดีอาจเคยทำไว้กับใครคนใดคนหนึ่งไว้ ลองทบทวนถึงอดีตที่ผ่านมาดูนะคะ ถ้าคิดไม่ออกก็อาจจะเป็นอดีตชาติ ซึ่งกรรมที่เรากระทำไว้อาจจะเคยทำแบบเดียวกับคนรักหรือกับคุณพ่อคุณแม่ไว้ก็ได้ วิธีแก้ ขอให้คุณอัจฉราวดีรักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะข้อ 3- 4 และอธิฐานจิตต่อหน้าพระพุทธรูปหรือกลางแจ้งก็ได้(ที่ไหนก็ได้)ว่า กรรมที่ได้รับนี้ทุกข์ทรมานเหลือเกิน ข้าพเจ้าสำนึกแล้ว ข้าพเจ้าจะรักษาศีลให้บริสุทธิ์ ข้าพเจ้าจะละอายเกรงกลัวต่อบาปกรรม ข้าพเจ้าจะไม่ย้อนกลับไปทำกรรมแบบนี้อีกเด็ดขาด และถ้าเป็นกรรมที่ได้กระทำกับบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่จริงก็ให้รีบไปขอขมาลาโทษซะก่อนจะสายนะคะ แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยๆ ขอเพิ่มเติมนะคะว่า ขอให้เชื่อเรื่องพลังกรรม กรรมเป็นของธรรมชาติไม่มีใครเหนือกรรมตราบเท่าที่ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดกันอยู่อย่าง บทลงโทษของธรรมชาติก็จะยังเกี่ยวกับตัวเราอยู่ จิตใจคนเราก็เป็นของธรรมชาติ ดังนั้นจงระวังการกระทำ คิด พูด อะไรก็ตาม จิต วิญญานเป็นตัวบันทึกไว้หมด และจิต วิญญานที่ติดตามเราๆ เนี๊ยแหละน่ากลัวที่สุด เพราะเขาจะเป็นคนจัดแจงลำดับกรรมที่จะให้ผลแก่เราในที่สุด เหมือนที่พุทธพจน์กล่าวไว้ว่า สัตว์โลกมีกรรมเป็นของๆตน และสิ่งที่จับตามองเราอยู่ตลอดก็คือ จิตใจในกายนั่นเอง เพราะเขาเป็นของธรรมชาติ ไม่ใช่ของๆเรา


ทำใจค่ะ เราเคยทำอย่างนี้มาเหมือนกันในชาติไหนๆให้เขาทุกข์เช่นนี้ ดังนั้น กรรมจึงเกิด เราก็รู้สึกเช่นกัน อย่าใช้วิธีใช้มิจฉาวาจาเข้าสู้ เราก็จะได้มิจฉากลับ สร้างกุศลแทนดีกว่าใช้คำพูดที่เป็นประโยชน์ต่อกัน คำพูดที่ทำให้เขาชื่นหูและมีความสุข เราก็จะได้สิ่งนั้นกลับมา อดกลั้นความไม่อยากได้ ไม่อยากเจอสิ่งที่เขาทำให้เราประสบสิ่งไม่ชอบใจ แล้วสู้ด้วยบุญ ถวายสังฆทาน สักการะพระบรมสารีริกธาตุ ตั้งจิตอธิษฐานก่อนทำบุญ ขอให้ข้าพเจ้าล่วงทุกข์นี้ได้ด้วยปัญญาประกอบด้วยองค์ธรรมเถิด ถ้าอยากได้สุขอันเกิดจากตา หู กาย รับรู้ว่าเขาทำสิ่งที่ทำให้เราพอใจแล้วเกิดสุข พยายามใช้สัมมาวาจา กาย เข้า สุขมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับใจ บางคนแค่อยู่ด้วยกันก็สุข บางคนพูดดีกับเราถึงสุข บางคนต้องปฏิบัติถึงสุข ทำบุญที่เป็นสัมมาเยอะๆ แล้วจะล่วงทุกข์ได้ ยิ่งถ้ามีปัญญาแล้วด้วยล่ะก้อ มากกว่าทุกข์นี้อะไรๆ คุณก็สู้ได้ สบายมาก


คำว่ารักอาจเปลี่ยนคนเราจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ แต่คุณก็ให้โอกาสเขามาหลายครั้งแล้วนะ แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่เคยใยดีกับโอกาสเหล่านั้น ถือว่าคงหมดกรรมกันแล้วในชาตินี้ คำว่าครอบครัวเป็นสถาบันที่เป็นที่พึ่งที่ดีที่สุดทางใจนะคะหากคุณมองว่ามันไม่มีอะไรที่สามารถพึ่งพิงใจหรือไว้วางใจในอนาคตได้เลย ไม่เคยมีอะไรที่เป็นหลักอนาคตร่วมกัน มีแต่ไปสร้างอนาคตกับผู้หญิงอื่น ดิฉันก็สนับสนุนแม่จำเนียรค่ะว่าถ้าทุกข์นักก็อย่าทน มองเวลาที่ผ่านมาเขาเอาใจใส่ความรู้สึกคุณมากน้อยแค่ไหน เคยให้สิ่งของอะไรแทนใจกันบ้าง แหวนซักวงในวันเกิด? ก็พอจะมองออก รักไม่ใช่คำพูดนะคะ รักคือการกระทำคือการแคร์ความรู้สึกนึกคิดซึ่งกันและกัน แค่ทบทวนการกระทำแค่นี้คงจะพอตัดสินใจได้นะคะ ครอบครัวคือความเป็นหนึ่งเดียว หากทุกอย่างเป็นส่วนตัว เป็นความลับกันตลอด คุณก็ตัดสินใจเถอะค่ะ ความเห็นของคนอื่นก็แค่คนนอกไม่มีใครตัดสินใจแทนคุณได้หรอกค่ะ


ถึงคุณอัฉราวดี

เรื่องของคุณเหมือนครอบครัวผมทุกอย่าง จะมีจุดต่างกันก็ตรงที่ว่า
1. คุณเป็นผู้หญิง ( ภรรยา ) ผมเป็นผู้ชาย ( สามี )
2. คุณเป็นผู้ถูกกระทำ แต่ผมเป็นผู้กระทำ
ในตอนต้นของเนื้อความที่ผมได้อ่าน ผมยังคิดว่าเป็นภรรยาผมเขียนมาหรือเปล่า
แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่ ( แต่เหมือนมาก )

ปัจจุบันผมได้เลิกการประพฤติตนเช่นสามีคุณแล้ว เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา
ต้องยอมรับว่าเมื่อผมอ่านข้อความของคุณแล้ว ผมรู้สึกผิดมากในเรื่องที่ผ่านมา
ถามตัวเองว่าเราทำอย่างนั้นกับภรรยาเราได้อย่างไร
ความรู้สึกที่คุณถ่ายทอดออกมา มันทำให้ผม
รัก และสงสารภรรยามากขึ้น รวมทั้งลูกๆ ด้วย

การที่ผมสามารถเลิก และกลับตัวได้ ด้วยเหตุผล 2 ประการ
1. ความดีของภรรยาผม
2. จากการศึกษาธรรมะ ( ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือ )

ผมขอให้คุณอัฉราวดี อดทนให้มากๆ พร้อมๆกับการศึกษาธรรมะควบคู่ไปด้วย
ผมเชื่อว่าปัญหาทุกอย่างมีทางออก ซึ่งบางปัญหาไม่ต้องแก้อะไรเลย เพียงให้เวลา
กับมัน แล้วมันก็จะคลี่คลายไปได้เอง ยังไงก็ขอให้คิดถึงลูกๆ ให้มากๆ
อย่าตัดสินใจด้วยอารมณ์ ใช้ธรรมะเข้าช่วย ใจเย็นๆ เย็นแบบสุดๆ
ผมเป็นนักการตลาด พูดอะไรมักจะอิงวิชาการมาก่อนเสมอ
สุดท้ายยังต้องยอมธรรมะ เพราะเป็นเรื่องจริง ดับทุกข์ได้

ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณอัฉราวดี ผ่านมรสุมไปให้ได้นะครับ
ผมเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่อ่านแล้ว พร้อมที่จะเป็นกำลังใจให้คุณ
แล้วถึงวันนั้นคุณจะค้นพบว่า ผู้หญิงคนนั้นเป็นครูที่ยิ่งใหญ่ของคุณคนหนึ่ง
เหมือนที่ผมเรียกผู้หญิงคนนั้นว่า ' คุณครูนก ' ในวันนี้.

ขอบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผมนับถือ ช่วยให้คุณได้เข้าถึงธรรมด้วยเทอญ



ขอบพระคุณกำลังใจจากทุกท่านนะคะ สงสัยคำตอบที่แท้จริงของดิฉันคงเป็นเรื่องของกาลเวลา ถ้ามันผ่านมันพ้นไปโดยเราหันกลับมามองมันอีกครั้งหนึ่งแล้วสงสัยว่า ชั้นผ่านมันมาได้อย่างไรกันนะ มันคงจะดีไม่น้อย พยายามปรับตัวอยู่เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของความทุกข์ และอยู่กับมันได้อย่างสมานฉันท์ ว่าไปแล้วความทุกข์ของดิฉันคือการเฝ้ารอการกลับมาของสามีที่ดี..บุคคลที่รู้ผิดชอบชั่วดี และที่สำคัญที่สุดคือ คนที่รักเรา ทุกข์แบบนี้เกิดเพราะเราคาดหวัง และเราก็ไม่ได้อย่างที่เราหวัง สามีดิฉันมาจากครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน เค้าเลยอาจไม่เคยรู้บทบาทหน้าที่ของสามีที่ดีก็ได้ และที่แย่กว่านั้นคือดิฉันมาจากครอบครัวที่อบอุ่นเหลือเกิน เรามีความรักอยู่ล้อมรอบตลอดเวลา เรารู้ว่าพ่อแม่รักกันและรักเราจากสิ่งที่ท่านกระทำให้เราเห็นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการมีเรื่องเล่าสู่กันฟังระหว่างทานข้าวเย็น การที่ท่านปรึกษาหารือกันไม่ว่าจะเรื่องงานหรือสัพเพเหระ บางครั้งยังเปิดโอกาสให้ลูกๆเข้าใจถึงบางปัญหาของครอบครัว เช่น มีอยู่ปีนึงที่ท่านไม่ได้ซื้อกระเป๋านักเรียนใหม่ให้เรา ท่านก็จะเล่าว่าท่านมีภาระส่งแบ็งค์ และค่าใช้จ่ายอีกเยอะ เราก็เข้าใจ แต่สำหรับดิฉันทุกวันนี้ สามีออกจากบ้านไป หรือไปต่างจังหวัด บางทีเรายังไม่แน่ใจเลย ว่ามันใช่อย่างที่เขาบอกหรือไม่ กะลังพยายามทำใจอยู่ค่ะ แหม อยากให้เห็นจังว่าเจ้าตัวเล็กของดิฉันน่ารักแค่ไหน ลูกเป็นสายใยเดียวที่ทำให้เรายังต้องผูกพันกันเป็นครอบครัวต่อไปแม้ความรู้สึกเราจะdown เหลือเกิน



คุณอัจฉราวดีคะ...ถ้าคุณเลือกกาลเวลาขอให้คุณมุ่งตรงไปที่ลูก ทำดีทุกอย่างเพื่อตัวเอง ยกตัวเองยกใจตัวเองแล้วคุณจะได้ไม่ต้องคาดหวัง วันเวลาจะผ่านไปแบบมีค่าไม่ใช่รอเวลา คุณต้องเป็นแม่ที่ดีที่สุด เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง รักแล้วเจ็บ ก็เมตตาแล้วกัน จะได้อยู่กันรอด ทำบุญไหว้พระสวดมนต์บ่อยๆ พ้นกรรมเมื่อไหร่แสงสว่างจะมาเอง กุศลที่เรามีเราทำก็จะแผ่คลุมถึงลูกถึงครอบครัวรวมถึงคุ้มครองจิตใจเราเองด้วย คนเราพอกุศลผลบุญถึงจุดอะไรๆก็โปร่งใส ความเข้มแข็งของจิตใจก็มีเข้ามาเอง แต่ความคิดกลับละเอียดอ่อน เหลียวกลับไปมองอีกทีจะถามตัวเองว่าฉันเจ็บฉันเสียใจไปทำไมแล้วจะยิ้มให้ตัวเองพร้อมกลับส่ายหน้าว่า"ไร้สาระ"คุณต้องมีวันนั้นคะ...เป็นกำลังใจให้นะคะ


อ่าววว บรรเทา หายทุกข์ไปได้มากแล้วนะ มาระบาย มาฟังความเห็นของคนอื่นๆ
ดีๆ อนุโมทนาด้วย

ทุกข์อีก ก็มาใหม่นะ คนดีๆที่นี้เยอะ


ชอบwebsite นี้มากคะ ทำให้ดิฉันมีสติมากขึ้นกว่าเดิมเยอะ
แต่งงานกับสามีมา 16 ปี มีลูกสองคน มารู้ที่หลังถึงรู้ว่าสามีเป็นชู้กับเมียชาวบ้าน 18 ปี สามีและคู่ชู้ต่างก็เป็นคนมีการศึกษา เงินเดือนดี ตอนนี้สามีบอกว่าได้เลิกกับผู้หญิงแล้ว แต่ดิฉันก็ไม่ใส่ใจกับคำพูดของเค้าว่าจริงหรือไม่ เพราะดิฉันทุกข์มากพอแล้ว ทุกข์มากจนเกือบทำธุรกิจของครอบครัวล้มละลาย ดิฉันต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ลูกสาวทั้งสองการเรียนแย่ สภาพแบบดิฉันไม่เอาอีกแล้วคะ สุดท้ายดิฉันให้อภัยกับสามี และบอกให้สามีว่าถ้าเธอสองคนอยากอยู่ด้วยกันมาก ก็เชิญ (เพราะสามีดิฉันรักคู่ชู้คนนี้มาก ) ส่วนดิฉันขออยู่กับลูกก็มีความสุขแล้ว ผ่านไปแล้วสองปี สามีก็ไม่ยอมไปขออยู่กับคู๋ชู้สักที


ฉันก้อตกอยู่ในสถานกานณ์นี้เช่นกันค่ะ ไม่อยากเล่าเรยเพราะมันเจ็บและทรมานมาก ตอนนี้พึ่งธรรมะค่ะ ขอเป็นกำลังใจใหีผู้หญิงทุกๆคนนะค่ะ สวดมนต์ แผ่เมตตาทุกคืน ตอนนี้เริ่มจะดีขึ้นแต่ก็ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์คะ ยังมีระแวง ยังมีทะเลาะกันค่ะ เพราะฉันเลือกทีจะให้โอกาสสามี แต่หากยังไม่ดีขึ้นเทราที่ควร ฉันจะเป็นคนเดินออกไปเอง อดทนและเข้มแข็ง พ่อแม่พี่น้องคอยให้กพลังฉันเยมอ คุณอัจฉาทำได้ดีมากค่ะ ฉันยังทำไม่ได้ครึ่งคุณเรยคะ....


มาร่วมแชร์ความทุกข์ด้วยค่ะ...
บางทีความทุกข์ก็เข้ามาไม่ทันตั้งตัว มันเหนือความคาดหมาย เรียกว่าคาดไม่ถึง เพราะประมาท เพราะเคยชิน เพราะรู้ไม่เท่าทัน คิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้เป็นไปตามที่ตาเราเห็น ลืมคิดไปว่า ทุกสิ่งล้วนตกอยู่ใต้อำนาจอนิจจัง
กรรมเก่งกว่าเงา ยามสว่างกรรมก็ส่งผล ยามมืดกรรมก็ส่งผล กรรมไม่ได้วิ่งตามเรา แต่กรรมมาดักรออยู่ข้างหน้าเรา ชะรอยภพก่อน กาลเก่า เราคงสร้างกรรมไม่ดีไว้ เราจึงได้รับผลกรรมดังเช่นวันนี้ เมื่อไหร่นะจะชดใช้กรรมให้หมดไปได้ซักที นับแต่นี้ไปเราจะสร้างแต่กรรมดี เพื่อให้ผลกรรมที่ดีไปดักรอเราอยู่ข้างหน้า ทุกครั้งที่ทำบุญ ทำทาน สวดมนต์ ภาวนา ก็อธิษฐาน ขอขมาต่อเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทุกภพ ทุกชาติ ขอให้ท่านอโหสิกรรมให้ และขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลทุกครั้งให้แก่ท่าน ขอให้สิ้นเวรสิ้นกรรมต่อกัน
มีทุกข์มากๆก็ดีเหมือนกัน เราจะได้รู้รสว่ามันเป็นอย่างไร เพราะทุกข์สาหัส จึงเห็นธรรม เกิดความเบื่อหน่าย และเข็ดหลาบในวัฏสงสาร เมื่อรู้แล้วก็หาทางออกมาจากทุกข์ จะด้วยวิธีไหนก็ตาม เราต้องทำใจให้เข้าใจก่อนว่า ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งที่เป็นตัวตน ความคิด ความรู้สึก ล้วนทำตามหน้าที่ของมัน คือพอมันเกิดขึ้นมา มันก็แปรปรวน เปลี่ยนแปลง แล้วดับสลายไป เราจะไปอาลัยอาวรณ์กับสิ่งที่ไม่เที่ยงนี้ทำไม เราจะหลอกตัวเองไปอีกนานแค่ไหนว่าสิ่งนี้ สิ่งนั้นต้องเป็นไปตามที่เราคาดหวัง หรือเมื่อสมดั่งหวังแล้ว มันจะดำรงคงที่อยู่อย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง ฝันไปเถอะ จะไปคว้าอากาศมาถือไว้ทำไม กระโดดออกมาจากกองทุกข์เสีย อะไรมันจะเกิดก็ปล่อยมันไป อย่าไปใส่ใจ อย่าไปสะใจ อย่าไปรอดู ตั้งจิตตั้งใจภาวนา ในใจของเราตลอดเวลาเถอะ ภาวนาทุกลมหายใจยิ่งดี ถ้ายังหลงติดอยู่ในทุกข์ เพลิดเพลินอยู่ในทุกข์ ก็ท่องเที่ยวอยู่ในวัฏสงสารไม่จบสิ้น ไม่มีใครทำให้เราเกิดทุกข์ได้ นอกจากตัวเราเอง ไม่มีใครดับทุกข์ในใจเราได้นอกจากตัวเราเอง
เมื่อคิดได้จิตใจก็ผ่องแผ้ว ขอนอบน้อมก้มเกศ กราบขอบพระคุณแด่องค์สมเด็จพระพุทธเจ้าและองค์พระอริยเจ้าทั้งหลายด้วยเศียรเกล้า ...
จากคนที่กำลังกระเสือกกระสนออกจากทุกข์เหมือนกัน


 เปิดอ่านหน้านี้  5121 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย