สงสัย(เดิน กับ นั่ง)

    

ทำไมต้องเดินจงกลมคู่กับนั่งสมาธิในเวลาเท่่ากัน เราทำแต่นั่งอย่างเดียวไม่ได้หรือคะ เพราะทีคนบอกว่่าระวังอินทรียจะไม่เท่ากัน หมายความว่าอย่างไรค่ะ




การเด็นจงกรมนั้น ในสมัยพุทธกาลมีไว้ใช้สำหรับพระสงฆ์ เพื่อการผ่อนคลายอิริยาบท และเป็นการออกกำลังไปในตัว
คุณจะนั่งสมาธิอย่างเดียวก็ได้ไม่ผิดดอกขอรับ ไม่มีผลต่อสภาพร่างกายดอกขอรับ ถ้าคุณไม่ได้นั่งเป็นวัน เป็นคืน
มันเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องธรรมชาติของร่างกายคนเรา นั่งนาน ไม่ได้เดิน ไม่ได้มีอิริยาบทอื่นๆ ร่างกายก็ชักไม่ค่อยเข้าที
ส่วนเรื่องอินทร๊ย์นั้น ข้าพเจ้าไม่กล่าวถึง
เอาเป็นว่า การจะนั่งสมาธิอย่างเดียว หรือจะเดินจงกรมด้วย ขึ้นอยู่กับความสะดวก อาชีพหน้าทีการงาน เวลา สถานที่ ขึ้นอยุ่กับตัวคุณ
ข้าพเจ้าปฏิบ้ติ สมาธิมากกว่า 40 ปี แล้วเคยฝึกเดินจงกรม ตอนเป็นสามเณร อยู่ อาจารย์สอนให้ แต่ไม่เป็นเรื่อง ต่อจากนั้นข้าพเจ้าก็ไม่เดินจงกรมอีก ได้แต่นั่งปฏิบัติ และนอนปฏิบัติ
ปัจจุบัน และย้อนหลังไปอีก 30 ปีที่ผ่านมา นั่งปฏิบัติสมาธิ และวิ่งปฏิบัติสมาธิ ตามลักษณะงานของข้าพเจ้าในขณะนั้นขอรับ


การนั่งสมาธิจิตติดสงบง่ายถ้าปัญญาไม่เกิดก็ยังมีโอกาศขาดสติได้ง่ายในเวลาที่ทำอะไรในหน้าที่แต่ถ็าได้เดินจงกลมด้วยจะคุมสติในทุกกิริยาบทเพราะการเดินยังต้องเห็นได้ยินได้กลิ่นและต้องมีจิตที่เป็นสมาธิมากในการคุมจิตไม่ให้ไปติดกับสิ่งที่เห็นการนั่งสมาธิจะหลับตาหรือมีโอกาศหลับไปเลยหนึ่งตื่นขาดสติควรเดินและนั่งเพื่อช่วยให้เรารู้เท่าทันทุกขณะที่เครื่ิอนไหวและดีต่อจิตใจช่วยให้ใจเย็นเหมาะกับการนำไปใช้ในชีวิตเพราะใจเย็นและมีสติมีสติมากเท่าไหร่ปัญญาก็เกิดขึ้นเพราะรู้เท่าทันจิตนึกคิด


แล้วแต่จริตนิสัยของผู้ปฏิบัติครับ บางท่านชอบเดินมากกว่า หรือบางท่านชอบนั่งมากกว่า
สำหรับผู้ปฏิบัติถ้ามั่นสังเกตุพิจารณาจะพึงรู้เองเห็นเองครับ ไม่ต้องเป็นกังวลครับทดลองปฏิบัติดูทั้งสองอย่างถึงเวลาจะรู้เองครับ

เรื่องอินทรีย์พักไว้ก่อนครับ เพราะอินทรีย์ที่คุณพูดถึงหมายถึงอะไร อินทรีย์ที่แปลว่าร่างกาย หรือ อินทรีย์ที่หมายถึงอินทรีย์ ๕ ครับ


กาย(เลือกไม่ได้ว่าเกิดวันนี้)-เดิน..........เวทนา(ตลอดระยะเวลา9เดือนของเราและแม่)-ยืน .............จิต(อุปนิสัยของเราเหมือนนักษัตรที่เราเกิด-นั่ง ...............ธรรม(เมื่อรู้ตื่นบานแล้วก็ดวงตาเห็นธรรม)-นอน หมุนเวียนสร้างความเสมอกัน

พิจารณาจากจริยาวัตรของปางพระประจำวัน-เดือน-ปีเกิดก็เข้าทีนะ


ที่บอกว่า "ระวังอินทรีย์จะไม่เท่ากัน" เป็นความเข้าใจไม่ถูกต้องของผู้สอนค่ะ
เพราะเขาไม่ได้อธิบาย อินทรีย์ที่จะต้องอธิบายในเรืองการปฏิบัติด้วยสมาธินั้น
หมายถึงอินทรีย์ 8 คือ
สัทธินทรีย์เป็นธรรม
วิริยินทรีย์เป็นธรรม
สตินทรีย์เป็นธรรม
สมาธินทรีย์เป็นธรรม
ปัญญินทรีย์เป็นธรรม
มนินทรีย์เป็นธรรม
โสมนัสสินทรีย์เป็นธรรม
ชีวิตินทรีย์เป็นธรรม

ผู้สอนคงอธิบายไม่ได้ เพราะคงไปสับสนกับ อินทรีย์ทวาร(๕)คือ
ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ


"เดินจงกรมนั่งสมาธิทำไมต้องให้เท่ากัน" อันนี้เป็นเป็นความเข้าใจผิดของผู้สอน
ในคห.ของคุณเทวดาสำหรับเรื่องนี้ความเห็นตรงกันค่ะ คือการเดินเป็นเพียง
การเปลี่ยนอริยาบท การเดินทางกรมก็เป็นสมาธิได้ค่ะ


โมทนาบุญค่ะที่ตั้งใจจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
แต่คงต้องหาผู้สอนใหม่มังคะ



เพื่อให้รู้กายรู้จิต แยกกายแยกจิต รู้จิตเห็นจิต แยกเวทานา จิตพุทธะ ไม่รู้ถูกเป่ลา


เพื่อให้รู้กายรู้จิต แยกกายแยกจิต รู้จิตเห็นจิต แยกเวทานา จิตพุทธะ ไม่รู้ถูกเป่ลา

รุ่งอรุณ DT06710 [9 ก.ค. 2551 18:53 น.]


***ไม่ถูกอ่ะ**


ทำไมต้องเดินจงกลมคู่กับนั่งสมาธิในเวลาเท่่ากัน เราทำแต่นั่งอย่างเดียวไม่ได้หรือคะ เพราะทีคนบอกว่่าระวังอินทรียจะไม่เท่ากัน หมายความว่าอย่างไรค่ะ

จะชอบแบบไหนก็ทำไปเถอะจ้า....ยืน เดิน นั่ง นอน ได้ทั้งน้าน....ไม่สร้างแรงกดดันตัวเอง ถูกต้องกว่าที่ชาวบ้านเค้าบอกมาจ้า...อะ อะ อะ อะ ก็เราจะทำสมาธิเพื่อขจัดปัญหาในตนเองไม่ใช่หรือจ๊ะ ที่บอกมามันเพิ่มปัญหา ความวิตกกังวลให้เราทั้งน้าน...ผิดทางเรื่อง ธรรมต้องรู้ได้เฉพาะตนแหงๆ...อะ อะ อะ อะ


 เปิดอ่านหน้านี้  3108 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย