รบกวนช่วยตอบปัญหา ข้อสงสัย ที่ค้างคาใจผมมานาน ช่วยทำให้กระจ่างทีครับ

 potipantaraj   28 ก.ค. 2557

สวัสดีครับกระผมอยากทราบอะไรบางอย่าง ซึ่งตอนที่ผมบวชได้ประมาณสองเดือนนั้นเกิดมีคำถามลึกๆอยู่ในใจเรื่อง บุญ บาป เวรและกรรมครับ ก็จะขอเริ่มคำถามที่ค้างคาใจเลยนะครับ

เราจะทราบได้อย่างไรครับว่าเราได้รับบุญหรือที่เราทำบุญกับพระพุทธศาสนาและการทำดีให้จิตสงบเบิกบานนั้นเรียกบุญแล้วหรอครับ?

หลักคำสอนบอกอย่าสร้างเวรสร้างกรรมไม่ว่าจะสัตว์โลกหรือมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งผมไม่เข้าใจทำไมศาสนาอิสลามมีเมียได้ 4 คน ศาสนาคริสถ้าทำบาปให้ไปสารภาพบาปก็หายแล้ว แต่หลักศาสนาพุทธบอกว่าทำยังไงก็ไม่หายไปหลอกเวรกรรมที่เราทำไว้ แต่ผมก็สงสัยอีกว่าคนที่ฆ่าสัตว์ขายทำไมเขาจึงร่ำรวยแล้วไหนเวรกรรมหละครับทำไมเขาไม่เห็นได้รับสักทีครอบครัวเขามีแต่ยิ่งใหญ่ ธุรกิจเจริญใหญ่โต แล้วหลักคำสอนยังบอกอีกว่าฆ่าสิ่งมีชีวิตใดสิ่งมีชีวิตนั้นจะมาเอาคืนหรือตายไปอาจเกิดเป็นสัตว์ที่เราเคยฆ่า แต่เมื่อคิดย้อนกลับไปสมัยก่อนๆ มนุษย์และสัตว์น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบันซึ่งมันก็คงเป็นไปไม่ได้ที่คนที่ฆ่าสัตว์ในสมัยก่อนหรือทำกรรมไว้จะมาเกิดเป็นสัตว์ในสมัยนี้ เพราะสัตว์ที่มนุษย์บริโภคนั้นไม่ใช่มนุษย์เป็นผู้สร้างพวกมันขึ้นมาและฆ่าพวกมันหรอกหรอครับ แล้วแบบนี้สัตว์ที่ตายในวันๆนึงเป็นเเสนเป็นล้านตัวจะไปจองเวรจองกรรมกับใครเพราะมันตายด้วยเครื่องจักรใบมีดมันก็ไม่เหมือนในสมัยก่อนที่สัตว์กว่าจะสิ้นลมหายใจหรือกว่าจะตายก็ใช้เวลานาน แลัวแบบนี้ใครจะมาจดจำยมบาลหรือยมฑูตหรอครับ?

ในการทำบุญบ้านหรือการดูทิศทางการปลูกบ้าน ซึ่งผมจะเปรียบเทียบกับต่างประเทศที่เขามีบ้านเมืองใหญ่โต กำแพงเมืองจีนสร้างได้อย่างไร แต่ทำไมคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธที่นิมยามไหว้ผีบ้านผีเรือน ไหว้ทางสามแพ่ง ทำพิธีลงเสาเอกผมก็เห็นว่าบ้านเมืองก็ไม่ค่อยพัฒนาสักเท่าไหร่ ในส่วนตัวคิดว่าการเชื่อแบบนี้อาจจะงมงาย ทำให้ไม่พัฒนาจริงๆแล้วมันคือการคิดวิเคราะห์แบบแปรนบ้านที่ดีมากกว่า

ผมอยากทราบว่าพระที่เคร่งคัดในการปฏิบัติอยู่ในศีลในธรรม เป็นผู้ที่มีกรรมหรือเปล่าครับ?เพราะต้องหักห้ามใจตัวเอง จะลุกจะเดินจะกินจะนั่งก็สำรวม มีอารมณ์ทางเพศก็ต้องหลอกตัวเองว่าไม่อยาก เพราะปกติพระก็คือเพศชาย ผู้ใดตัดตัณหาได้ก็จะเป็นผู้ที่มีคนเคารพหรอครับ

คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่สมัยนี้มีวิวัฒนาการสามารถเลือกเพศได้เลือกแฝดได้มันก็ขัดตรงที่ว่าคนมีกรรมนั่นหมายถึง ไม่สามารถมีลูกได้แต่สมัยนี้มีรับฝากอุ้มบุญแต่ที่กล่าวมาทำได้เฉพาะผู้มีเงิน ไม่ต้องไปขอลูกจากวัดไหนหลวงพ่อองค์ใดก็สามารถทำได้จริงไหมครับ


เมื่อเราตายเราไปไหนครับ ออกนอกโลกหรือเปล่าหรือว่าไปที่ชอบๆ แล้วแบบนี้ตายไปจะรู้ได้ไงว่ารับกรรม

สวรรค์ที่จริงแล้วมนุษย์คิดเองหรือเปล่าเพราะนักบินอวกาศบินออกนอกโลกยังไม่เจอสวรรค์เลยครับ?

นรกมีจริงหรือไม่ พวกนักสำรวจปิโตเลียมขุดเจาะน้ำมันยังไม่เคยพบเจอ? เพราะเจาะลงไปหลายกิโลเมตร
หรือว่าสวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจถูกต้องหรือไม่ครับ

ที่แต่ละศาสนาบอกให้คนเป็นคนดี แบบนี้เพื่อเป็นการตั้งกฎเกณฑ์ให้คนในสังคมพยายามไม่ทำเลวหรือเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตอื่นๆ จริงหรือไม่ครับ

แบบนี้ต้นไม้ก็มีชีวิตเพียงแต่ต้นไม้ไม่มีการเดินหรือเคลื่อนย้ายแบบนี้ตัดไม่ทำลายป่า ต้นไม้จะจองเวรจองกรรมกับใครเพราะต้นไม้มีชีวิตไม่มีจิตใจ

แบบนี้พระที่บวชตลอดชีวิตจะตอบแทนบุญคุณเลี้ยงดูแลพ่อแม่ยามแก่เฒ่าได้อย่างไร เป็นผู้เห็นแก่ตัวหรือไม่ หรือว่าแผ่บุญกุศลให้บิดามารดาซึ่งแน่นอนไม่มีใครทราบได้หรอกครับว่าแผ่บุญให้ซึ่งปัจจัยหลักที่จำเป็นของมนุษย์คือ เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย อาหาร เงิน จริงๆแล้วพ่อแม่ที่ให้เราเกิดมาเพื่อให้เราดูแลท่านตอนแก่ สืบสานวงตระกูลมีลูกมีหลาน

ผมคิดว่า สรุปแล้วศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนถูกต้องหรือไม่ครับ

ในส่วนหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาเป็นเพียงคำสอนเพื่อให้คนยับยั้งการทำผิดการทำไม่ดี อย่าเบียดเบียนชีวิตผู้อื่นใช่หรือไม่ครับ


แล้วพระที่เทศเกี่ยวกับความรักความกตัญญู ท่านอ่านจากตำราหรือพบเจอมากับตัวท่านเองหรอครับ เพราะลึกๆแล้วท่านไม่เข้าใจคนที่มีความรัก โลภ โกรธ หลง หรอกครับ เพราะสิ่งที่เป็นกับสิ่งที่เห็นก็ไม่ได้เห็นในสิ่งที่เขาเป็น พระท่านไม่ได้เจอกับตัวเองไม่ทราบหรอกครับ เพราะว่าลึกๆแล้วพระไม่เข้าใจการดำรงชีวิตของฆาราวาสหรอกครับ ผมได้เข้าร่วมการเทศของพระอาจารย์หลายท่าน ช่วงสุดท้ายของการเทศท่านจะให้นั่งหลับตาทำสมาธิระลึกถึงคุณบิดามารดาแต่ก่อนหน้านี้เปิดวีดีโอ ผู้หญิงที่กำลังให้กำเนิดบุตรพร้อมอธิบายจี้ไปที่จิตใต้สำนึกของคนที่เคยทำผิดหรือที่ทำผิดอยู่โดยมีเพลงค่าน้ำนมเปิดคลอและพระอาจารย์ก็พากย์ เพราะตอนเราหลับตานั่งระลึกถึงพ่อแม่แล้วนั้นพระอาจารย์ก็ทำบาปแล้วหละครับ เพราะพระอาจารย์ทำให้ญาติโยมร้องให้เป็นทุกข์ แล้วคนที่ไม่ร้องไห้แสดงว่าไม่สำนึกหรอครับ


เพราะจริงๆแล้วพระเป็นผู้ขาดความอบอุ่นทางกาย ขาดความอบอุ่นทางใจ บ้างก็หลอกตัวเองแล้วนำหลักเกณฑ์ที่ท่านนับถือมาเป็นบรรทัดฐานให้ฆาราวาสนับถือว่า พระตัดรัก โลภ โกรธ หลงได้ เพราะผมคิดว่าพระมีชีวิตจิตใจเหมือนผู้คนทั่วไปแต่พระมีหลักศีลธรรมหลักปฏิบัติให้อยู่สูงกว่าฆาราวาส


คำถามข้อสงสัยทั้งหมดที่กล่าวมาทั้งหมดกระผมไม่ได้รบหลู่ดูหมิ่นศาสนาใด แต่เป็นคำถามที่ไม่มีใครให้คำตอบผมได้จริงๆ แม้กระทั้งท่านเจ้าคุณนักเทศ ซึ่งส่วนตัวผมนับถือศาสนาพุทธและสวดมนต์ปฏิบัติธรรมมาโดยตลอดทั้งๆที่คุณพ่อผมก็บวชเรียนมาตั้งแต่เด็กๆจนจบเปรียญธรรม 4 ประโยค แต่ก็ไม่มีใครตอบคำถามที่ค่อนข้างเป็นความกระจ่าง จริงแท้ให้ผมได้จริงๆ ผมจึงอยากให้ท่านผู้รู้มาช่วยตอบคำถามให้ผมทีครับ

ขอขอบพระคุณครับ




เราจะทราบได้อย่างไรครับว่าเราได้รับบุญหรือที่เราทำบุญกับพระพุทธศาสนาและการทำดีให้จิตสงบเบิกบานนั้นเรียกบุญแล้วหรอครับ?

ทำบาปกรรม ทำปุญกรรม วิบากแห่งบุญ หรือบาป ย่อมจำแนกสัตว์นั้นๆ ครับ.

ในจูฬกัมมวิภังคสูตร
สุภมาณพ โตเทยยบุตร พอนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้ทูลถาม พระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ อะไรหนอแล เป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้พวกมนุษย์ที่เกิดเป็นมนุษย์อยู่ ปรากฏความเลวและความประณีต คือ มนุษย์ ทั้งหลายย่อมปรากฏมีอายุสั้น มีอายุยืน มีโรคมาก มีโรคน้อย มีผิวพรรณทราม มีผิวพรรณงาม มีศักดาน้อย มีศักดามาก มีโภคะน้อย มีโภคะมาก เกิดใน สกุลต่ำ เกิดในสกุลสูง ไร้ปัญญา มีปัญญา ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ อะไรหนอแล เป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้พวกมนุษย์ที่เกิดเป็นมนุษย์อยู่ ปรากฏความเลวและความ ประณีต ฯ
ซึ่งพระผู้มีพระภาค ได้จำแนก กรรมและผลของกรรม แก่ สุภมาณพ โตเทยบุตร เป็นอย่างดี
แนะนำให้อ่านพระสูตรตามลิงค์ข้างท้ายครับ
และพระผู้มีพระภาคได้ขมวดสรุปท้ายพระสูตรดังนี้
[๕๙๖] ดูกรมาณพ ด้วยประการฉะนี้แล ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีอายุสั้น ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีอายุสั้น ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีอายุยืน ย่อมนำเข้าไป สู่ความเป็นคนมีอายุยืน ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโรคมากย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคน มีโรคมาก ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโรคน้อย ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีโรคน้อย ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีผิวพรรณทราม ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีผิวพรรณทราม ปฏิปทาเป็นไปเพื่อเป็นผู้น่าเลื่อมใส ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนน่าเลื่อมใส ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีศักดาน้อย ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีศักดาน้อย ปฏิปทา เป็นไปเพื่อมีศักดามาก ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีศักดามาก ปฏิปทาเป็นไป เพื่อมีโภคะน้อย ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีโภคะน้อย ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมี โภคะมาก ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีโภคะมาก ปฏิปทาเป็นไปเพื่อเกิดใน สกุลต่ำ ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนเกิดในสกุลต่ำ ปฏิปทาเป็นไปเพื่อเกิดใน สกุลสูง ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนเกิดในสกุลสูง ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีปัญญา ทราม ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีปัญญาทราม ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีปัญญามาก ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีปัญญามาก ดูกรมาณพ สัตว์ทั้งหลาย มีกรรมเป็น ของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรม เป็นที่พึ่งอาศัย กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลวและประณีต ฯ
http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=14&A=7623&Z=7798&pagebreak=0

พระสูตรนี้ แสดงการได้อัตตภาพของสัตว์จากผลของบุญ บาปที่ได้กระทำไว้.

ต่อคำถามที่ว่า "การทำดีให้จิตสงบเบิกบานนั้นเรียกบุญ" ครับเรียกว่าบุญแล้วครับ
ด้วยเหตุว่า จิตที่ผ่องใสเบิกบานสงบเป็นความสุขที่เกิดจากการทำบุญครับ

การทำบาปกรรมนั้น จิตจะกระวนกระวายบ้าง หวาดระแวงบ้าง ไม่เบิกบาน ไม่สงบ มีความเร่าร้อนเพราะบาปกรรมนั้นครับ.




หลักคำสอนบอกอย่าสร้างเวรสร้างกรรมไม่ว่าจะสัตว์โลกหรือมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งผมไม่เข้าใจทำไมศาสนาอิสลามมีเมียได้ 4 คน ศาสนาคริสถ้าทำบาปให้ไปสารภาพบาปก็หายแล้ว แต่หลักศาสนาพุทธบอกว่าทำยังไงก็ไม่หายไปหลอกเวรกรรมที่เราทำไว้
ศาสนาอิสลาม กำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินชีวิตเรื่องคู่ครองไว้อย่างนั้นครับ และต้องทำให้ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลามที่วางบังคับไว้ด้วยครับ ไม่เกี่ยวกับบุญ กับบาปครับ

ศาสนาคริสต์ เวลาสารภาพบาปต้องสารภาพด้วยความจริงใจรู้สำนึกบาปจริงๆ และจะไม่ทำอีกครับ บาปนั้นก็เป็นอันหายไปครับ แต่วิบากที่เกิดจากบาปกรรมเก่านั้นก็ยังต้องรับอยู่ครับ พระเจ้ายกบาปให้แต่ การรับผลก็เป็นการทดลองของพระเจ้าครับ เรื่องนี้ต้องศึกษาศริสต์ศึกษาให้ดีครับ.

หลักพุทธศาสนา เกี่ยวกับเรื่องการรับผลของกรรมเพราะเหตุที่ทำไว้นั้น ก็เป็นไปตามเหตุตามปัจจัย มีกรรมให้ผลหนักเบา แล้วแต่เหตุปัจจัยครับ.


แต่ผมก็สงสัยอีกว่าคนที่ฆ่าสัตว์ขายทำไมเขาจึงร่ำรวยแล้วไหนเวรกรรมหละครับทำไมเขาไม่เห็นได้รับสักทีครอบครัวเขามีแต่ยิ่งใหญ่ ธุรกิจเจริญใหญ่โต

เพราะต้นทุนแห่งการทำบุญไว้ในอดีต และบุญที่เขาผู้นั้นทำไว้ในอดีตให้ผลหนักกว่าบาปที่กระทำในปัจจุบัน ให้ผลอยู่ครับ
ต่อเมื่อวิบากนั้นให้ผลสำเร็จไป วิบากแห่งบาปกรรมที่ทำไว้ก็ให้ผลทีหลังครับ
เช่น
คนฆ่าสัตว์ ร่ำรวย มีความสุข
แต่ยามใกล้ตายกลับตายอย่างทุรนทุราย ก็มีครับ
หรือ เกิดอุปัทวภัยต่างๆ มารุมเราขณะมีชีวิต เสวยสุขท่ามกลางกองเงินกองทองก็มีครับ.
เรื่องของ กรรม วิบากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้นที่จะรู้ได้ไม่สิ้นสุดครับ.


หลักคำสอนยังบอกอีกว่าฆ่าสิ่งมีชีวิตใดสิ่งมีชีวิตนั้นจะมาเอาคืนหรือตายไปอาจเกิดเป็นสัตว์ที่เราเคยฆ่า แต่เมื่อคิดย้อนกลับไปสมัยก่อนๆ มนุษย์และสัตว์น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบันซึ่งมันก็คงเป็นไปไม่ได้ที่คนที่ฆ่าสัตว์ในสมัยก่อนหรือทำกรรมไว้จะมาเกิดเป็นสัตว์ในสมัยนี้ เพราะสัตว์ที่มนุษย์บริโภคนั้นไม่ใช่มนุษย์เป็นผู้สร้างพวกมันขึ้นมาและฆ่าพวกมันหรอกหรอครับ แล้วแบบนี้สัตว์ที่ตายในวันๆนึงเป็นเเสนเป็นล้านตัวจะไปจองเวรจองกรรมกับใครเพราะมันตายด้วยเครื่องจักรใบมีดมันก็ไม่เหมือนในสมัยก่อนที่สัตว์กว่าจะสิ้นลมหายใจหรือกว่าจะตายก็ใช้เวลานาน แลัวแบบนี้ใครจะมาจดจำยมบาลหรือยมฑูตหรอครับ?

สัตว์ที่เกิดมาถูกเลี้ยงเพื่อฆ่า เพราะวิบากแห่งบาปกรรมให้ผลครับ
ส่วนผู้เลี้ยง ผู้ฆ่า ผู้สั่งฆ่า แม้จะใช้เครื่องจักรเครื่องมือ ก็ต้องได้รับผล จากบาปกรรมอันยังชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไปครับ

สัตว์ที่ตายไปนั้น ก็ผูกเวร ต่อกับผู้ฆ่า ผู้สั่งฆ่า นั่นล่ะครับ
เป็นเรื่องของกรรมครับ เราไม่อาจเอาความคิดของปุถุชนไปตัดสิน กรรมหรือผลกรรมได้ครับ
กรรม ย่อมยุติธรรมเสมอในผลของมันครับ


ในการทำบุญบ้านหรือการดูทิศทางการปลูกบ้าน ซึ่งผมจะเปรียบเทียบกับต่างประเทศที่เขามีบ้านเมืองใหญ่โต กำแพงเมืองจีนสร้างได้อย่างไร แต่ทำไมคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธที่นิมยามไหว้ผีบ้านผีเรือน ไหว้ทางสามแพ่ง ทำพิธีลงเสาเอกผมก็เห็นว่าบ้านเมืองก็ไม่ค่อยพัฒนาสักเท่าไหร่ ในส่วนตัวคิดว่าการเชื่อแบบนี้อาจจะงมงาย ทำให้ไม่พัฒนาจริงๆแล้วมันคือการคิดวิเคราะห์แบบแปรนบ้านที่ดีมากกว่า

เป็นบุญเขตนอกพระศาสนาครับ
คนไทยนับถือพุทธศาสนา แต่รับเอาพิธีกรรมจากศาสนาอื่นมาถือปฏิบัติครับ
จัดว่าเป็นความเชื่อ ที่เข้าข่าย สีลัพพตปรามาส ครับ.




ผมอยากทราบว่าพระที่เคร่งคัดในการปฏิบัติอยู่ในศีลในธรรม เป็นผู้ที่มีกรรมหรือเปล่าครับ?เพราะต้องหักห้ามใจตัวเอง จะลุกจะเดินจะกินจะนั่งก็สำรวม มีอารมณ์ทางเพศก็ต้องหลอกตัวเองว่าไม่อยาก เพราะปกติพระก็คือเพศชาย ผู้ใดตัดตัณหาได้ก็จะเป็นผู้ที่มีคนเคารพหรอครับ
พระที่เคร่งครัดการปฏิบัติอยู่ในศีลในธรรม คือผู้ที่ตั้งอยู่ในกุศลกรรม ครับ เป็นการกระทำด้วยความฉลาด ครับ.
การสำรวมอินทรีย์ ก็เพื่อการขัดเกลากิเลสครับ ต้องหักห้ามใจตัวเองด้วยขันติธรรม และความข่มใจครับ.
พระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบท่านไม่หลอกตัวเอง เมื่อมีอารมณ์ทางเพศครับ ท่านทราบว่ามี แต่ท่านก็ปฏิบัติสำรวมอินทรีย์ และปฏิบัติเพื่อความพรากจากอารมณ์นั้นได้ครับ.


คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่สมัยนี้มีวิวัฒนาการสามารถเลือกเพศได้เลือกแฝดได้มันก็ขัดตรงที่ว่าคนมีกรรมนั่นหมายถึง ไม่สามารถมีลูกได้แต่สมัยนี้มีรับฝากอุ้มบุญแต่ที่กล่าวมาทำได้เฉพาะผู้มีเงิน ไม่ต้องไปขอลูกจากวัดไหนหลวงพ่อองค์ใดก็สามารถทำได้จริงไหมครับ
หากไม่มีความผูกพันธ์ หรือไม่เคยมีกรรมร่วมกันมา สัตว์ก็ไม่มาเจอกันได้หรอกครับ
คนมีเงิน บางคนทำ gift ผสมเทียม ก็ยังทำไม่ได้ก็มีครับ
เรื่องเหล่านี้ กรรม จัดสรรครับ


เมื่อเราตายเราไปไหนครับ ออกนอกโลกหรือเปล่าหรือว่าไปที่ชอบๆ แล้วแบบนี้ตายไปจะรู้ได้ไงว่ารับกรรม
เมื่อสัตว์จุติ คือเคลื่อนไปจากอัตตภาพในภพนี้ ก็ปฏิสนธิตามแรงที่ตัณหาเป็นเครื่องส่งไป อันเนื่องด้วยกรรมที่ได้กระทำไว้ครับ

เราเห็นเด็กน้อยได้อัตตภาพ เลวบ้าง ดีบ้าง ครบถ้วนบ้าง ไม่ครบถ้วนบ้าง สิ่งต่างๆ นั้นก็เพราะผลของกรรมทั้งสิ้นครับ.
แต่ถ้าถามว่าจะรู้ได้อย่างไร ว่าสัตว์ที่จะตายนั้น ตายแล้วรับผลกรรมอย่างไร
เรื่องนี้ ผู้ถามต้องปฏิบัติเอาเองเพื่อให้จิตมีอภิญญา สามารถรู้ไปถึงการจุติการอุบัติของสัตว์ได้ครับ ต้องพยายามเอาเองถึงจะรู้ครับ


นรกมีจริงหรือไม่ พวกนักสำรวจปิโตเลียมขุดเจาะน้ำมันยังไม่เคยพบเจอ? เพราะเจาะลงไปหลายกิโลเมตร หรือว่าสวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจถูกต้องหรือไม่ครับ
นรก เป็นภพอีกภพหนึ่งที่ไม่ใช่โอกาสโลกใบนี้ครับ นักสำรวจปิโตเลี่ยมขุดเจาะที่โอกาสโลกใบนี้จึงหาไม่เจอครับ

ส่วนนรกอยู่ในอกนรกอยู่ในใจ
ก็จริงครับ เพราะ
กล่าวโดยธรรมอีกส่วนหนึ่ง
ชื่อว่าโลก คือ ขันธโลก ธาตุโลก อายตนโลก ครับ


ที่แต่ละศาสนาบอกให้คนเป็นคนดี แบบนี้เพื่อเป็นการตั้งกฎเกณฑ์ให้คนในสังคมพยายามไม่ทำเลวหรือเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตอื่นๆ จริงหรือไม่ครับ

ศีล 5 เป็นของเก่ามีมานาน เป็นสิ่งที่บัณฑิตเห็นต้องตรงกันว่าดีครับ
ศีล เป็นมีเพื่อควบคุมความประพฤติของคนครับ แต่เจตนาวิรัติ ต้องประกอบไว้ที่ใจเป็นตัวศีลครับ



แบบนี้ต้นไม้ก็มีชีวิตเพียงแต่ต้นไม้ไม่มีการเดินหรือเคลื่อนย้ายแบบนี้ตัดไม่ทำลายป่า ต้นไม้จะจองเวรจองกรรมกับใครเพราะต้นไม้มีชีวิตไม่มีจิตใจ

ต้นไม้ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน จึงไม่ใช่สัตว์ เป็นเพียงรูปที่เกิด มีอุตุเป็นสมุฏฐานครับ อาศัยธาตุทั้ง 4 และสี กลิ่น รส อาหารเท่านั้นครับ
ดังนั้น การตัดต้นไม้ ต้นไม้จึงไม่จองเวรจองกรรมกับผู้ตัดครับ.


แบบนี้พระที่บวชตลอดชีวิตจะตอบแทนบุญคุณเลี้ยงดูแลพ่อแม่ยามแก่เฒ่าได้อย่างไร เป็นผู้เห็นแก่ตัวหรือไม่ หรือว่าแผ่บุญกุศลให้บิดามารดาซึ่งแน่นอนไม่มีใครทราบได้หรอกครับว่าแผ่บุญให้ซึ่งปัจจัยหลักที่จำเป็นของมนุษย์คือ เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย อาหาร เงิน จริงๆแล้วพ่อแม่ที่ให้เราเกิดมาเพื่อให้เราดูแลท่านตอนแก่ สืบสานวงตระกูลมีลูกมีหลาน
ถ้าบุพการีแก่เฒ่า ไม่มีผู้ใดดูแลเลี้ยงดู
พระผู้บวช ก็สามารถเลี้ยงดู หาอาหาร และให้การดูแล ท่านได้ไม่ผิดวินัยครับ


ในส่วนหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาเป็นเพียงคำสอนเพื่อให้คนยับยั้งการทำผิดการทำไม่ดี อย่าเบียดเบียนชีวิตผู้อื่นใช่หรือไม่ครับ
หลักคำสอนของพุทธศาสนา มีตั้งแต่ระดับ ศีล ขึ้นไปจนถึงระดับสูงสุด
คือการกำจัดฉันทะราคะ เพื่อความสิ้นทุกข์โดยประการทั้งปวง คือนิพพานครับ


แล้วพระที่เทศเกี่ยวกับความรักความกตัญญู ท่านอ่านจากตำราหรือพบเจอมากับตัวท่านเองหรอครับ เพราะลึกๆแล้วท่านไม่เข้าใจคนที่มีความรัก โลภ โกรธ หลง หรอกครับ เพราะสิ่งที่เป็นกับสิ่งที่เห็นก็ไม่ได้เห็นในสิ่งที่เขาเป็น พระท่านไม่ได้เจอกับตัวเองไม่ทราบหรอกครับ เพราะว่าลึกๆแล้วพระไม่เข้าใจการดำรงชีวิตของฆาราวาสหรอกครับ ผมได้เข้าร่วมการเทศของพระอาจารย์หลายท่าน ช่วงสุดท้ายของการเทศท่านจะให้นั่งหลับตาทำสมาธิระลึกถึงคุณบิดามารดาแต่ก่อนหน้านี้เปิดวีดีโอ ผู้หญิงที่กำลังให้กำเนิดบุตรพร้อมอธิบายจี้ไปที่จิตใต้สำนึกของคนที่เคยทำผิดหรือที่ทำผิดอยู่โดยมีเพลงค่าน้ำนมเปิดคลอและพระอาจารย์ก็พากย์ เพราะตอนเราหลับตานั่งระลึกถึงพ่อแม่แล้วนั้นพระอาจารย์ก็ทำบาปแล้วหละครับ เพราะพระอาจารย์ทำให้ญาติโยมร้องให้เป็นทุกข์ แล้วคนที่ไม่ร้องไห้แสดงว่าไม่สำนึกหรอครับ

พระเหล่านั้นจำมาผิด จึงสอนกันผิดๆ ครับ
การสอนต้องให้ญาติโยม ตั้งจิตอยู่ในกุศลให้เปลื้องจากทุกข์ ให้รู้เหตุรู้ผลที่ถูกต้อง
ไม่ใช่ไปกระตุ้นอกุศลต่างๆให้รุนแรงขึ้นให้จมกับความทุกข์ครับ.

การกระตุ้นจิตสำนึกให้ระลึกถึงคุณบิดามารดา โดยให้สังวรระวังคอยตอบแทนบุญคุณท่านก็เพียงพอแล้วครับ อันเป็นสิ่งที่กุลบุตรกุลธิดาควรกระทำ ทำแล้วก็ได้รับผลอันนำมาซึ่งความสุขความเจริญก็ยังได้ครับ.


 เปิดอ่านหน้านี้  2782 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย